หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 13 น่าอายชะมัด

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 น่าอายชะมัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2561 12:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 น่าอายชะมัด
แบบอักษร


“อือ เอว......”

หลินเมิ่งพึมพำออกมาเสียงต่ำ รู้สึกว่าเอวของตัวเองแทบจะหักออกจากกันแล้ว! เมื่อขยับเพียงนิดเดียว ก็รู้สึกว่ากล้ามเนื้อจะเคล็ดไปหมด

เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้น หลินเมิ่งก็พึมพำออกมาต่ำๆ อีกครั้ง เธอแทบอยากจะหารูสักรูหนึ่งแล้วมุดเข้าไป แล้วหลังจากนั้นเธอก็จะไม่ออกมาอีกเลย!

“น่าอาย...น่าอายชะมัดเลย......”

เธออยากจะให้เวลาย้อนกลับ และจะไม่ให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้น!

ไม่มีหน้าจะไปพบใครอีกแล้ว! โชคดีที่หรงหลิงไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าที่ไหนไปขายให้เขาอีก!

หลินเมิ่งดึงผ้าห่มมาพันรอบกายตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าจนดูเหมือนกับนกกระจอกเทศ เธอก็อยากที่จะเป็นนกกระจอกเทศจริงๆ นั่นล่ะ แต่ว่าท้องของเธอไม่ร่วมมือด้วยจริงๆ กิจกรรมร้อนแรงตลอดทั้งคืนนั่น ทำให้ตอนที่เธอตื่นขึ้นมานั้นรู้สึกหิวจนไส้กิ่ว เมื่อออกมาจากสิ่งที่ห่มรัดตัวแล้ว ท้องก็ว่างจนยากที่จะทนได้ขึ้นมา เธอจึงทำได้เพียงแต่ร้อง “ซี๊ด ซี๊ด” ออกมา พร้อมทั้งพยุงเอวที่เจ็บปวดนั้นลงจากเตียง

ภายในห้องนั้นมีกลิ่นอายที่หนักแน่น กลิ่นอายภายหลังจากกิจกรรมที่หนักหนาเมื่อคืนนั้น ถ้าหากว่าเธอไม่เก็บกวาดให้เรียบร้อย รอจนพนักงานเข้ามา หลินเมิ่งก็รู้สึกว่าหลังจากนั้นตัวเองคงไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแน่ แล้วยังผ้าปูที่นอนผืนนั้นอีก ให้ตายเถอะ......

หลินเมิ่งมองผ้าที่เปียกผืนนั้น ชัดเจนว่าเป็นร่องรอยจากการทำเรื่องอย่างนั้น

ฮือ......

หลินเมิ่งรู้สึกอายจนอยากจะร้องไห้ออกมา เธอค้อมเอวที่ใกล้จะแตกสลายลง ทนเจ็บเพื่อที่จะดึงผ้าปูที่นอนทั้งหมดนั่นออกแล้วเอาไปกองไว้ในห้องน้ำ ถ้าเป็นไปได้ เธอแทบจะอยากเผามันด้วยมือตัวเองด้วยซ้ำ!

เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหงื่อของเธอก็แตกพลั่ก หายใจเหนื่อยหอบราวกับวัว ทิ้งตัวลงกับเตียงคิงส์ไซส์อย่างเหนื่อยล้า เธอไม่อยากที่จะขยับตัวแม้แต่นิดเดียวจริงๆ ท้องว่างจนร้องเสียงประท้วงออกมา รบกวนจนเธอทนไม่ไหว จึงยกแขนที่หลงเหลือแรงอยู่เพียงน้อยนิดขึ้นกดกริ่งที่ข้างหัวเตียง เพื่อเรียกรูมเซอร์วิสอีกครั้ง

รอจนถึงอาหารเลิศรสตกถึงท้องแล้ว ความรู้สึกอุ่นสบายก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย หลินเมิ่งรู้สึกดีใจจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา เธออดที่จะยกมือขึ้นขอบคุณอาหารที่ส่งมาถึงตรงหน้าอีกครั้งไม่ได้

ส่วนผู้ชายใจร้ายที่มีร่างกายดีเลิศเหนือมนุษย์มนานั่น เมื่อตกดึกเขาก็กลับมาแล้ว เขาเดินไปเดินมาตรงหน้าของเธอเหมือนกับคนที่สบายดี จนทำให้เธออิจฉาเขาแทบตาย! เมื่อผ่านเรื่องราวเมื่อคืนมา ก็ทำให้ทั้งร่างของเธอตอบสนองอย่างรุนแรงมาก เมื่อเขาเข้ามาใกล้หน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ หลังจากนั้นเขาก็จะหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย หัวเราะอย่างมีเลศนัย หัวเราะอย่างแฝงนัยยะ หัวเราะจนดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ เธอกัดริมฝีปาก พยายามที่จะกดเก็บความไม่พอใจของตัวเองไว้ รู้สึกอับอายจนเกิดเป็นหยาดน้ำตาออกมา

เขารู้สึกว่าเขาไม่ควรที่จะแกล้งเธออีกต่อไป ดังนั้นถึงได้กลั้นหัวเราะแล้วขึ้นไปบนเตียงกอดร่างของเธอไว้ แนบกายให้ชิดกัน ปล่อยให้ความทรงจำของเมื่อคืนนั้นหวนกลับคืนมาอีกครั้ง ทั้งร่างของเธอกระตุกสั่นไหวไม่หยุด ทำให้ดูน่าดึงดูดเป็นที่สุด เดิมทีตอนแรกเขาก็คิดว่าคืนนี้เขาจะปล่อยเธอไป แต่ผ่านไปไม่นานเขาก็กลับถูกร่างกายสวยงามที่กำลังสั่นไหวอยู่กับอกของเขาจุดไฟปรารถนาขึ้นมาอีกครั้งแล้ว ตอนนี้เขาจะไม่ทรมานตัวเองอีกต่อไป จึงได้ประทับร่างเข้ากับเธออีกครั้ง

หลังจากเรื่องราวผ่านไปแล้ว ร่างของเธอก็สั่นเทาด้วยความอ่อนไหว พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมลมหายใจของตัวเองให้นิ่งลง และเพราะว่ามันยากเกินจะควบคุม จึงทำให้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนมากขึ้นไปอีก เสียงนั่นจะเรียกร้องความสนใจจากเขางั้นเหรอ? แล้วนี่จะให้เขาข่มใจหลับลงได้ยังไง!?

เขาอดไม่ได้ที่จะไม่ส่งเสียงออกมาเพื่อทำให้เธอตกใจ “ว่าง่ายๆ แล้วนอนซะ ไม่อย่างนั้น เธออย่าได้คิดว่าคืนนี้เธอจะนอนได้อีก!”

เธอรู้สึกตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง ในความมืดมิดนั้น น้ำตาก็พลันเอ่อคลอขึ้นมา ดูระยิบระยับราวกับดวงดาว แต่มันก็เป็นไปอย่างที่เขาหวังไว้จริงๆ เธอพยายามที่ผ่อนคลายตัวเองลง ไม่คิดอะไรอีกต่อไป ไม่ทันจะรู้ตัวเธอก็หลับไปแล้ว

ไม่รู้ว่าที่คอของเธอมีของห้อยเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หลินเมิ่งเองก็ไม่รู้เลย จนกระทั่งตอนเช้า พอเธอล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนที่เอาผ้าซับตามลำคอนั้นถึงได้รู้สึกว่าที่คอของเธอมีของบางสิ่งห้อยเอาไว้! หลังจากนั้นเมื่อมองไปที่กระจกบานใหญ่ เธอถึงได้เห็นว่าที่คอของเธอได้ห้อยสิ่งที่เป็นประกายเอาไว้เส้นหนึ่ง ที่ด้านล่างสุดของสร้อยนั้นมีสิ่งของที่ดูเหมือนอัญมณีสีเขียวหยกห้อยอยู่ด้วย ขนาดของมันใหญ่กว่านิ้วโป้งเล็กน้อย กลมๆ ราวกับลูกมะกอก

หลินเมิ่งยกอัญมณีชิ้นนั้นขึ้นมาดูอย่างละเอียด ที่ตรงกลางอัญมณีสีเขียวหยกนั้นราวกับมีสีฟ้าสว่างเป็นประกาย แล้วเลื่อมไปด้วยสีเขียวที่ส่องสว่าง ดูราวกับลูกมะกอก แต่เมื่อมองใกล้ๆ แล้วจะเห็นว่ามีเหลี่ยมมุมเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู เมื่อมองดูแล้วก็สวยงามเป็นอย่างมาก หลินเมิ่งเองก็รู้ชอบมันมาก แต่เธอไม่รู้ว่าอยู่ๆ สิ่งนี้มันมาอยู่ที่คอของเธอได้ยังไง!

หลินเมิ่งวางผ้าขนหนูลง แล้ววิ่งเหยาะๆ ไปที่ห้อง President Suite ที่อยู่ติดกับห้องหนังสือ ปกติแล้วหรงหลิงจะนั่งทำงานอยู่ที่นี่ เพื่อจัดการเอกสารของเขา

สมองของหลินเมิ่งยิ่งคิดก็ยิ่งล้ำลึก เธอมองหรงหลิงที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ ห้องหนังสือนี้หลินเมิ่งยังไม่เคยเข้ามาเลยสักครั้ง เพราะจิตใต้สำนึกของเธอบอกว่าสถานที่ที่สำคัญแบบนี้ ถ้าหากว่าเธอไม่เข้าไปจะเป็นการดีกว่า ครั้งนี้เธอก็ยังคงไม่เข้าไป เพียงแต่ยื่นมือออกไปเคาะประตูเท่านั้น

หรงหลิงเงยหน้าขึ้นมา

หลินเมิ่งกัดริมฝีปากของตัวเอง มือดึงสร้อยที่ห้อยอยู่บนลำคอ แล้วถามขึ้นเสียงเบา “หรงหลิง คุณ...รู้หรือเปล่าคะว่า สร้อยนี้มาอยู่บนคอของฉันได้ยังไง?”

ในห้องนี้มีแค่เธอกับเขา แล้วเมื่อคืนนี้ยังไม่มีของสิ่งนี้เลย ดังนั้นคนที่เธอนึกออกก็มีเพียงเขาแล้ว

หรงหลิงไม่กะพริบตาสักพัก ถามกลับไปอย่างเรียบๆ ว่า “อ่อ นี่เป็นของขวัญที่เกาชางหมิงให้เธอน่ะ”

“เกาชางหมิง?” เธอพึมพำเบาๆ ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

“เขาก็คือพ่อของเกาซี นี่เป็นของแทนคำขอบคุณของเขา” หรงหลิงพูดอธิบายขึ้น

อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง! หลินเมิ่งดุนลิ้น ยังคงมีความรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ของขวัญนี้หากเก็บไว้เธอก็จะรู้สึกผิดแปลกๆ อีกทั้งยังรู้สึกไม่สบายใจอีกด้วย เธอรีบยื่นมือออกไปปลดสร้อยที่ลำคอของตัวเองออก ปากก็พึมพำกับตัวเองเสียงเบาว่า “เก็บไว้ไม่ได้ ฉันต้องคืนให้กับเขา”

หรงหลิงรีบห้ามเธอทันที “เขาให้เธอแล้ว เธอก็เก็บเอาไว้เถอะ!”

“แต่......” หลินเมิ่งก็ยังคงรู้สึกว่า ถ้าใส่สร้อยเส้นนี้ไว้ เธอก็คงรู้สึกกระอักกระอ่วนมาก แต่หรงหลิงก็ยังบอกว่าให้เธอเก็บมันไว้ การแลกเปลี่ยนในวงการธุรกิจเหล่านี้เธอก็ไม่เข้าใจนัก หากหรงหลิงบอกให้เธอทำอะไร เธอก็ควรจะทำอย่างนั้น เพราะอย่างนั้นเธอถึงได้แต่ส่งเสียง “ออ” ออกไป แล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆ

หรงหลิงมองจ้องร่างบอบบางของเธอ แล้วจึงก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อ

ตอนที่ทานข้าวเช้านั้น เขาเห็นว่าบนลำคอของเธอว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดอยู่เลย สิ่งของที่เดิมทีมันควรจะห้อยอยู่บนคอของเธอ อยู่ๆ ก็คงจะไม่หายไปอย่างรวดเร็วหรอกนะ หรงหลิงคิดพลางขมวดคิ้ว

“สร้อยล่ะ?”

หลินเมิ่งไม่คิดว่าเขาจะถามออกมา อีกทั้งดูเหมือนว่าเขาจะไม่พอใจอีกด้วย เธอจึงรีบกลืนขนมปังที่เคี้ยวอยู่ในปากลงไป ยืดตัวตั้งตรง แล้วตอบออกไปอย่างว่าง่าย “ฉันถอดเก็บไว้ค่ะ เพราะว่า......ไม่ค่อยชินเท่าไหร่” อีกทั้งอัญมณีนั้นยังดูมีค่ามาก เธอจึงไม่กล้าใส่มัน

“ไปเอามันมา!” น้ำเสียงของหรงหลิงฟังดูแล้วไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

ในใจของหลินเมิ่งสั่นไหว เธอรีบล้างมือในทันที แล้วลุกยืนขึ้น สาวเท้าไปหยิบสร้อยคอเส้นนั้นมา เธอไม่คิดเลยว่าหรงหลิงจะสนใจสร้อยคอเส้นนั้นมากถึงขนาดนี้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น