greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 19 : กลับไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 : กลับไป

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวิน น้องหลิว ภรรยาที่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.2k

ความคิดเห็น : 98

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2561 10:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 : กลับไป
แบบอักษร

ตอนที่ 19 : กลับไป


เสี่ยวหลิวเพิ่งทราบว่าบริษัท RJ คอร์ปอเรชั่นของรุ่ยจินเว่ยตั้งอยู่ในเขตตงเฉิง ก็เมื่อตอนที่เชิญชายหนุ่มขึ้นมาดื่มน้ำชาบนห้องด้วยกัน ใจจริงแม้ว่าจะไม่ได้อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่เขาอุตส่าห์ช่วยนำของมาส่งถึงที่ทั้งที คุณหนูที่ได้รับการอบรมจากมารดามีหรือจะเสียมารยาทได้

จากที่ได้พูดคุยกัน เสี่ยวหลิวก็พบว่าอีกฝ่ายนิสัยดีมาก รุ่ยจินเว่ยอายุมากกว่าเขาสามปี เป็นผู้ชายแบบที่หญิงสาวโปรดปราน เขาเป็นคนอบอุ่น รอยยิ้มประดับบนใบหน้า และมักจะพูดจาสุภาพให้เกียรติคู่สนทนาเสมอ

เพราะกังวลว่าจะทำอะไรเสียมารยาทเขาถึงได้เอาแต่ก้มมองนิ้วมือตัวเอง ผ่านไปหลายนาทีฝ่ายนั้นยังคงยิ้ม ไม่นานนักริมฝีปากได้รูปก็เริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง หยิบสถานการณ์รอบตัวขึ้นมาพูด รวมถึงเรื่องธุรกิจที่กำลังร่วมมือกับหวังหย่งเหวิน ทันใดนั้นบรรยากาศผ่อนคลายก็รายล้อมทั้งสอง จนสุดท้ายเขาก็สามารถพูดตอบกลับไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ดังนั้นเมื่อตอนที่รุ่ยจินเว่ยขอแลกเบอร์โทรศัพท์และไอดีไว้สำหรับส่งข้อความหากัน เสี่ยวหลิวจึงไม่คิดจะปฎิเสธ กลับยินดีที่จะได้เป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ

‘ถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกได้เสมอนะครับ’

คิดไว้ไม่มีผิด ยังไงคนตงเฉิงก็เป็นคนดีจริง ๆ นั่นแหละ

เสี่ยวหลิวทุบกำปั้นในใจ แน่นอนว่าเขายังรอบคอบ เขาไม่ลืมที่จะขอร้องอีกฝ่ายอย่าบอกหวังหย่งเหวินถึงเรื่องที่เจอกันวันนี้ เพราะถ้าสามีรู้ว่าเขาใช้ชีวิตลำบากแค่ไหนจะเป็นห่วงเอาได้  

‘คุณหวังน่ะเป็นคนขี้กังวลสุด ๆ  เลยล่ะครับ’ โกหกอย่างแนบเนียนด้วยใบหน้าใสซื่อ ฉีกยิ้มกว้างเมื่อชายตรงหน้าตกลง  

ใจที่รู้สึกดีกับเพื่อนใหม่คนนี้ยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีก เพราะสองวันผ่านไปแล้วแต่งผู้ชายคนนั้น’ ก็ยังไม่มาปรากฎตัวให้เห็น นับว่ารุ่ยจินเว่ยเป็นคนรักษาสัญญาอย่างดีเยี่ยม ขอบคุณจริง ๆ ที่เขายังสามารถคุยกับประธานคนนี้ได้ ไม่เหมือนกับคนแปลกหน้าคนอื่นที่หลังจากแลกเบอร์กันแล้วก็หายหน้าไปเลย แถมเขาลองส่งข้อความไปหาก็โดนบล็อกเข้าให้ ได้แต่งงงวยว่าตนทำอะไรผิด

แต่จริง ๆ แล้วก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน ว่าที่ป่านนี้ผ่านมาสามเดือนแล้วแต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังไม่มาหาเขา บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะหาไม่เจอหรอก

นั่นเป็นเพราะหวังหย่งเหวินลืมเขาไปแล้วต่างหาก...

พอคิดได้แบบนั้นเสี่ยวหลิวก็นิ่งไป แต่เพียงเสี้ยววิก็คลี่ยิ้มออกมา เขาปัดเรื่องในหัวออกไปได้อย่างรวดเร็ว อย่ามาดูถูกทักษะการป้องกันจิตใจของเขานักเลย ตอนนี้เขาเข้มแข็งกว่าแต่ก่อนแล้ว

หวังหย่งเหวินลืมเขาไปได้ก็ดี และถ้าฝ่ายนั้นเบื่อหน่ายกับการเอาคืนเขา จะยอมจบสัญญาเร็วกว่าที่กำหนดไว้ก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก !



เสี่ยวหลิวเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับใช้ผ้าขนหนูเช็ดเรือนผมที่หมาดจากการสระ หยิบมือถือขึ้นมาอ่านข้อความที่เฮยอวิ๋นเพื่อนข้างห้องส่งมาหา

‘ผมเพิ่งซื้อหนังเรื่องใหม่มา !!  คุณอยากดูด้วยกันหรือเปล่า !!’

พอเขาไม่ตอบอีกฝ่ายก็ส่งมาอีกรอบ

‘ตอบผมด้วย !!! ’

เขายิ้ม เฮยอวิ๋นมักจะส่งข้อความที่ดูตื่นเต้นแบบนี้เสมอ เสี่ยวหลิวพิมพ์ตอบกลับไปว่าตกลง จะรอจนกว่าเฮยอวิ๋นเดินทางกลับมาถึงคอนโด

ตั้งใจว่าจะทำอะไรไปพลาง เสี่ยวหลิวพาดผ้าขนหนูไว้ตรงต้นคอ เดินไปที่โต๊ะรับแขกเล็ก ๆ แน่นอนว่าโซฟาเขาก็เล็กมากเช่นกัน มือซ้ายคว้าแก้วชามะลิขึ้นจิบ ส่วนมือขวาเปิดโน๊ตบุ๊คหาข้อมูลเรื่องการบริหารต่อ เสียดายอยู่ไม่น้อยที่ก่อนจากมาดันรีบร้อนทิ้งแท็บเล็ตไว้ที่โรงแรม ในนั้นมีเลคเชอร์ที่เป็นประโยชน์อยู่มาก

เขาจ้องหน้าจอไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ จนเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นถึงได้มองนาฬิกา

สามทุ่มกว่า เฮยอวิ๋นเพิ่งจะมาเนี่ยนะ ตาเขาล้าแบบนี้คงดูหนังไม่ได้แล้วล่ะ เสี่ยวหลิวยกนิ้วนวดที่กระบอกตาตัวเอง ขณะที่เท้าสวมสลิปเปอร์ก้าวเดินไปยังประตู

“ทำไมมาช้าอย่างนี้ล่ะครับ”

ยังไม่ทันเห็นหน้าอีกฝ่ายก็เอ่ยถามออกไป ก่อนจะชะงักเมื่อพบว่าใครอยู่ที่ตรงทางเดิน

ไม่ใช่เฮยอวิ๋น…


“ขอโทษด้วยนะที่มาช้า”


เสี่ยวหลิวเบิกตากว้าง เขาทำหน้าเหมือนเห็นผี ใบหน้าเล็กที่ตอนแรกง่วงงุนอยู่พลันซีดเผือด มือซึ่งจับอยู่ที่กรอบประตูบีบแน่นเข้ากับเนื้อไม้โดยไม่รู้ตัว

ชายที่อยู่ตรงหน้าประตูสวมชุดสูทเนื้อดี ในมือมีช่อดอกไม้ผูกโบว์ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เขาคิดว่าลืมไปแล้วประดับด้วยรอยยิ้มบาง

ดอกลิลลี่สีขาวจัดร่วมกับดอกกล้วยไม้และดอกคาเนชั่นสีหวานถูกยื่นมาตรงหน้าเจ้าของห้อง หวังหย่งเหวินตอนนี้ใจสั่นกว่าตอนที่เคาะประตูหลายเท่า ยิ่งเมื่อเขาต้องสบเข้ากับดวงตาเรียวหวานซึ่งกำลังตื่นตระหนกนั่น

ภรรยาของเขา... เกือบสามเดือนที่ไม่ได้เจอกัน ได้แต่เฝ้ามองจากรูปถ่าย

“เสี่ยวหลิว”

วันนี้ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที

“เฮียคิดถึงเรานะ”

ดอกไม้แต่ละชนิดที่เป็นตัวแทนของความคิดถึงส่งกลิ่นหอมชวนฝัน ตอกย้ำความรู้สึกที่ผู้ให้มีต่อผู้รับยิ่งขึ้น หวังหย่งเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและโหยหา พยายามหักห้ามใจที่จะไม่เอื้อมไปคว้าแมวน้อยสีขาวเข้ามากอด

ไม่อยาก... หวังหย่งเหวินไม่อยากให้แมวน้อยของเขาหนีไปอีกแล้ว

มือเล็กรีบดันประตูให้ปิดลง หวังหย่งเหวินคิดไว้อยู่แล้วว่าเสี่ยวหลิวจะมีปฎิกิริยาเช่นนี้ เขาไม่รีรอที่จะเสียสละไหล่ตัวเองคั่นมันเอาไว้

“คุณ ! ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเพราะแรงที่งับลงมา เสี่ยวหลิวรีบอ้าประตูอีกครั้ง เขาเองก็ตกใจไม่คิดว่าหวังหย่งเหวินจะกล้าใช้ตัวเองเข้ามาขวาง ดูท่าจะเจ็บไม่น้อย

ยังไม่ทันจะเอ่ยปากพูดอะไร เขาก็ถูกคนที่แทรกตัวเข้ามาในห้องคว้าเข้าไปกอด ประตูที่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นปราการได้อีกแล้วงับปิดลงตามเดิม

จมูกโด่งจรดลงบนกลุ่มผมสีบลอนด์ขาวที่เปียกชื้น หวังหย่งเหวินกระชับอ้อมแขนให้กายทั้งสองแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น กลิ่นชามะลิแบบเดียวกับทีภรรยาเคยชงให้ดื่มผสมกับกลิ่นแชมพูนั้นหอมจนใจเต้นแรง

คิดถึง เขาคิดถึงเสี่ยวหลิวมากจริง ๆ

“กลับไป”

ทว่าถ้อยคำแสนเย็นชาทำให้หัวใจของคนที่นั่งรถมาหลายชั่วโมงหดเกร็ง หลังจากเลิกงานเขาก็สั่งให้ซิ่นเฉิงขับรถข้ามมาเขตตงเฉิงทันที ไม่ว่าจะเพลียจากการประชุมแค่ไหนก็ตัดสินใจว่าจะมาให้ได้ แต่ถนนดันเต็มไปด้วยรถมากมาย กว่าจะมาถึงนี่ได้ก็ค่ำเสียแล้ว

หวังหย่งเหวินเก็บอาการเศร้าไว้ภายใต้รอยยิ้มบาง ปล่อยคนที่แสนคิดถึงออกจากอ้อมแขน แล้วส่งมอบของขวัญให้

“ดอกไม้ช่อนี้เฮียซื้อมาให้เร-”

ช่อดอกไม้ที่ยื่นมาตรงหน้าถูกมือเล็กปัดออกอย่างไม่ใยดี

หวังหย่งเหวินยืนนิ่ง เสี่ยวหลิวเองก็ยืนนิ่ง ทั้งสองมองกลีบดอกไม้บอบบางกระจายขึ้นด้านบน ก่อนจะบิดปลิวร่วงหล่นลงบนพื้นราวกับหยาดฝน

ช่อดอกไม้นี้หวังหย่งเหวินเป็นคนไปเลือกด้วยตัวเองที่ร้าน เขาคิดว่ามันสวยงามและมีความหมายมาก มันเป็นของขวัญที่มีคุณค่า แต่ถ้าเสี่ยวหลิวไม่ชอบมัน ช่อดอกไม้ช่อนี้ก็เป็นได้แค่เศษพืชดี ๆ นี่เอง

คิดได้ดังนั้นก็ไม่อยากจะยัดเยียดอีก

เสี่ยวหลิวมองสามีที่เดินไปวางช่อดอกไม้ที่โต๊ะรับแขก เขาเบือนหน้าหนี กำมือแน่น จะทำยังไงดี จะไล่คนตรงหน้าออกไปยังไงดี

“มาที่นี่ได้ยังไง”

“มีคนบอกมา” หวังหย่งเหวินตอบอย่างไม่ปิดบัง

ถ้าอย่างนั้นคนเดียวที่เสี่ยวหลิวคิดออกก็คือ “รุ่ยจินเว่ย ? ” เพื่อนใหม่ของเขาผิดสัญญาอย่างนั้นเหรอ

แววตาของร่างสูงเปลี่ยนไปเล็กน้อยตอนที่ได้ยินชื่อนี้ออกจากปากเขา

“เปล่า”

“จากใคร”

เว้นวรรคหนึ่งอึดใจก่อนตอบ “เทียนฉี”

บ้าชะมัด !

เสี่ยวหลิวพลันรู้สึกโกรธขึ้นมา ผู้ติดตามของเขานั่นเอง ไม่สิ คนของตระกูลหวังไม่เคยเป็นของเขา เสี่ยวหลิวไม่เคยมีคนปกป้อง ไม่ว่าจะตอนอยู่ที่โรงแรมหรือว่าย้ายมาอยู่ที่คอนโดนี้แล้วก็ตาม ที่อยู่ของเขาถูกเปิดเผยอย่างง่ายดาย ความส่วนตัวมันก็แค่เรื่องเพ้อฝัน ตราบใดที่เขายังมีองค์รักษ์เงาตามตัวอยู่ไม่ห่าง

เท้าเล็กขยับถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเมื่อหวังหย่งเหวินก้าวเข้ามาหา ทั้งสองเหมือนขั้วแม่เหล็กที่ตรงกันข้าม ยิ่งระยะใกล้เข้ามาเท่าไหร่ เสี่ยวหลิวก็ยิ่งถอยร่นเท่านั้น จนเอวเล็กชนเข้ากับพนักโซฟา

“ผมไม่มีธุระอะไรกับคุณ กลับไปเดี๋ยวนี้” เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใยก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมมาแตะข้างแก้ม สามเดือนที่ผ่านมาคิดว่าจะลืมความขุ่นเคืองใจไปแล้วเสียอีก แต่นี่แค่หวังหย่งเหวินมาปรากฎตัวต่อหน้า ก็ทำให้เขาวุ่นวายใจได้ถึงขนาดนี้

คนเป็นสามีไม่ได้อยากทำให้ภรรยาโมโห  อยากจะสัมผัสแค่ไหนก็ต้องตัดใจลดมือลงข้างกาย

“เฮียมารับเราแล้ว กลับโรงแรมไปด้วยกันนะ” เขาให้ซิ่นเฉิงจอดรถรออยู่ด้านล่าง เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง “ไม่ต้องเก็บของอะไรทั้งนั้น กลับไปด้วยกันก่อน แล้วพรุ่งนี้จะให้ลูกน้องมาจัดการให้”

หา ?  

คิ้วเรียวเลิกขึ้น เสี่ยวหลิวไม่เข้าใจที่หวังหย่งเหวินพูด

“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า พวกเราตกลงว่าจะแยกกันอยู่” แยกกันอยู่ก็คืออยู่คนละที่ หวังหย่งเหวินอยู่โรงแรม ส่วนเขาก็อยู่คอนโด

หวังหย่งเหวินพยักหน้า เขาเข้าใจ เข้าใจที่เสี่ยวหลิวบอกทุกอย่าง

“แต่ว่าเฮียอยากให้เรากลับมาอยู่ด้วยกัน เฮียทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” ไม่มีเสี่ยวหลิวอยู่ข้างกาย ก็เหมือนกับคนที่ไร้แขนข้างตัว “ตั้งแต่ที่เรามาอยู่ที่นี่ เฮียคิดถึงเราทุกเวลา เฮียอยากให้เราอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน เป็นสามีภรรยากันแบบเดิมเถอะนะ” เหมือนเมื่อก่อนที่เคยทำกันยังไงล่ะ ถึงตอนนั้นหวังหย่งเหวินจะทำตัวร้ายกาจใส่ แต่ตอนนี้เขาอยากที่จะใส่ใจคนที่รักมากกว่าเดิมแล้ว บอกแล้วว่าต่อไปนี้จะอ่อนโยนต่อเสี่ยวหลิว

เสี่ยวหลิวไม่เคยได้ยินร่างสูงพูดแบบนี้มาก่อน คำพูดอ้อนวอนที่ออกมาจากปากคนใจร้ายทำให้เขาไปไม่เป็น

หวังหย่งเหวินไปทำอะไรมา ?  

ประสบอุบัติเหตุมารึเปล่า ?

สายตาไม่ไว้วางใจไล่สำรวจสามี แต่ถึงยังไงก็ไม่พบบาดแผลสักที่

“ระหว่างเรามันไม่มีอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

“ไม่เป็นไร ถ้ามันไม่มี เราจะสร้างขึ้นมาด้วยกันใหม่” ต่างคนต่างช่วยกัน แต่หวังหย่งเหวินจะเป็นคนที่พยายามหนักกว่า เขาจะจีบเสี่ยวหลิวใหม่อีกครั้ง เหมือนวันนี้ที่ซื้อช่อดอกไม้มาให้

“ฝันอยู่เหรอ ทางใครทางมันเถอะ”  

“พูดแบบนี้คือจะไม่กลับไปกับเฮียจริง ๆ ใช่ไหม”

“แน่นอน ผมจะอยู่ที่นี่”

ที่นี่คือบ้านของเขา สถานที่ที่ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดไปได้ เขาไม่อยากจากมันไปสักนิด

เสี่ยวหลิวโล่งใจที่เห็นหวังหย่งเหวินเดินกลับไปที่ประตู ชายหนุ่มเปิดมันออก สงสัยว่าจะยอมแพ้แล้ว

“รบกวนด้วยนะ”

กระเป๋าเดินทางสีดำใบโตถูกลากเข้ามาด้านใน หวังหย่งเหวินเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ถ้าเสี่ยวหลิวไม่กลับไปกับเขา

เขาก็ตัดสินใจว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่เอง

“หวังหย่งเหวิน คุณเป็นบ้าหรือไง !  ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง ผม...ผมจะเรียกรปภ. ขึ้นมา”

เหลืออดแล้วจริง ๆ สมองเขามันเต้นตุบ ๆ  เขาอยากด่าคนตรงหน้า แต่พอจะอ้าปากก็ดันพูดไม่ออก มันจุกอยู่ที่อก

แล้วจู่ ๆ หวังหย่งเหวินก็ทำให้เขาปวดหัวขึ้นไปอีก

“อย่าทำให้เรื่องมันใหญ่โตเลยที่รัก”

“ที่รัก ? ”

“ใช่”

เขาขนลุก

“ใครเป็นที่รักคุณ”

“เสี่ยวหลิว”

ทำไมถึงเรียกเขาอย่างนั้น คำว่าที่รักคือเป็นที่รัก แต่หวังหย่งเหวินไม่เคยรักเขา ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้  ที่พูดแบบนั้นคือตั้งใจจะแกล้งเขาใช่ไหมล่ะ อยากเห็นเขาทำสีหน้าแบบไหนเหรอ ใบหน้าเล็กเปลี่ยนเป็นสีแดง เสี่ยวหลิวไม่ได้เขินอาย แต่เขากลับโกรธมากกว่าเดิม

“เสี่ยวหลิวคือที่รัก” สายตาจริงจังคล้ายจะยืนยันว่ามันคือเรื่องจริง

พูดได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนั้น... คนตรงหน้าไม่ใช่ชายหนุ่มที่เขารู้จักแน่ ๆ นี่มันคือวิญญาณร้ายแปลงกายมา ! บอกทีว่าสามีเขายังอยู่ที่โรงแรมเขตเฉาหยาง !

“ถ้าเราไม่กลับไปกับเฮีย เฮียก็จะอยู่กับเราที่นี่” เดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟา นั่งไขว่ห้างประสานมือด้วยลุคผู้บริหาร ลู่เสียนมันแนะนำเขามาแบบนี้ ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เขาจะตื๊อจนกว่าเสี่ยวหลิวจะใจอ่อน ถ้าเสี่ยวหลิวไม่ให้เขานอนบนเตียงด้วยกัน เขาก็จะนอนที่โซฟา ถ้าเสี่ยวหลิวไม่ให้เขานอนที่โซฟา เขาก็จะนอนบนพื้นพรม ขอแค่ได้อยู่ด้วยกัน จะอะไรเขาก็ยอมทั้งนั้น

ดูสิ เขาทิ้งศักดิ์ศรีตัวเองถึงขนาดนี้แล้ว เสี่ยวหลิวจะไม่ใจอ่อนเลยเหรอไง 

“ผมไม่ให้อยู่ ! ”ตะโกนดังขึ้นสองระดับ เดินไปฉุดแขนคนหน้าด้านให้ลุกขึ้น ออกไป !  ออกไปจากโซฟาของเขานะ !

หวังหย่งเหวินไม่สะเทือน ร่างกายเหมือนถูกติดกาวไว้กับเบาะ

“ดึกขนาดนี้แล้วอย่าเสียงดังเลย เดี๋ยวเพื่อนข้างห้องก็ตื่นมาว่าเอาหรอก”

คำเตือนทำให้เสี่ยวหลิวลดระดับเสียงลง แต่ปากเล็กยังเอื้อนเอ่ยเสียงเย็น “คุณอย่ามาทำตัวหน้าด้านแบบนี้ บอกมาเถอะคุณต้องการอะไร” ถ้าได้แล้วยอมกลับไป เสี่ยวหลิวจะให้ทุกอย่าง

“เฮียต้องการเรา”

คำตอบช่างแสนตรงไปตรงมา

หวังหย่งเหวินทอดสายตามองร่างภรรยาด้วยความอ่อนโยน ที่จริงตอนเจอกันเขาก็กลัวไปต่าง ๆ นา ๆ  แต่พอได้เริ่มพูดคุยกันแล้ว ถึงเสี่ยวหลิวจะยังโกรธเขา แต่หวังหย่งเหวินก็รู้สึกว่ามันช่างดีกว่าตอนที่ไม่ได้เห็นหน้ายิ่งกว่า

แบบนั้นมันทรมานกว่าหลายพันเท่า

โทรศัพท์ที่อยู่ด้านข้างถูกยกขึ้นมารวดเร็ว เสี่ยวหลิวกดเบอร์พนักงานที่อยู่ชั้นล่างสุด เขาจะเรียกรปภ. ขึ้นมาลากตัวปัญหาลงไปเดี๋ยวนี้แหละ !

แต่ปรากฎว่าไม่มีใครรับสายเลยสักคน…

“ดึกแล้วเรานอนกันเถอะนะ ห้องน้ำอยู่ไหนเหรอ เฮียจะอาบน้ำ” หวังหย่งเหวินพูดโดยไม่ดูสถานการณ์ ทำเบลอไปแล้วเรียบร้อย

เสี่ยวหลิวไม่ตอบ กระแทกหูโทรศัพท์ลงที่เดิม จากนั้นเดินไปทางห้องครัว คว้ามีดเล่มหนึ่งขึ้นมาถือไว้

“เสี่ยวหลิว” เดี๋ยวสิ หวังหย่งเหวินถึงกับตั้งตัวไม่ทัน

“อย่าให้ผมต้องพูดอีกรอบ” แมวน้อยสีขาวแต่ตอนนี้กลายเป็นเสือตัวใหญ่ พูดจาข่มขู่พร้อมกับก้าวเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว

ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด รู้สึกแย่ถึงที่สุด เสี่ยวหลิวเกลียดเขา ไม่อยากเห็นหน้าเขาขนาดนั้นเลย ?  จะเอามีดมาแทงเขาแบบนี้ มันเกินไปหน่อยไหม

คนตัวเล็กก้าวมาข้างหน้า จ่อมีดเข้าที่คางแกร่ง หวังหย่งเหวินยกแขนสองข้างยอมแพ้ แม้แต่กลืนน้ำลายยังไม่กล้า

“เสี่ยวหลิว วางมีดลง”

พูดจบความเย็นของโลหะก็แตะลงที่ปลายคาง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หวังหย่งเหวินหัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม จะฆ่าเขาจริง ๆ สินะ

“มาตกลงกันก่อน”

“ผมไม่ตกลงอะไรทั้งนั้น” พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เพิ่งจะเคยขู่คนด้วยมีด

แต่นั่นก็เพราะหวังหย่งเหวินบังคับเขาเอง ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้วิธีนี้ 

"ถ้าอย่างนั้นก็ทำเถอะ" 

หวังหย่งเหวินหลับตาลง 

"อยากจะใช้มีดเล่มนั้นทำอะไรกับเฮียก็ตามแต่เราเลย" กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนกับว่าแค่ให้เขาเอามีดไปหั่นเนื้อหมูเพื่อทำอาหาร

เสี่ยวหลิวไม่คิดว่าหวังหย่งเหวินจะมีปฎิกิริยาเช่นนี้ ใจของเขาเต้นเร็วเมื่อโดนท้า มองมีดที่อยู่ในมือสะท้อนกับแสงไฟวาววับ เขาไม่ได้อยากจะใช้มันทำอะไร นอกจากขู่ให้กลัว แค่อยากให้หวังหย่งเหวินไปจากเขาเสียที

ดวงตาคมค่อย ๆ ลืมขึ้นอีกครั้ง กระแสของความอ่อนโยนที่ส่งมาทำให้ผู้มองเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจ


"เพราะยังไงเฮียก็จะไม่ไปไหน แล้วก็จะไม่ปล่อยให้เราไปไหนอีกแล้วเหมือนกัน" 








-----------------------------

มาอัพแล้ววววค่าาา

ในที่สุดเฮียก็มาเจอหลิวสักที หลังจากทำอะไรแอบ ๆ มาสามเดือน ไม่รู้ตอนนี้จะเรียกคะแนนความสงสารให้เฮียได้แค่ไหนฮืออ Y-Y ส่วนน้องหลิวก็ใจแข็งขึ้น ขนาดเอามีดมาขู่คนที่พูดไม่รู้เรื่อง เฮียจะทำไงดี5555555555 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังติดตามนิยายเรื่องนี้และขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้นะคะ ไว้เจอกันตอนหน้าค่าาา รักทุกคนซัมเหมอ

ปล. เราเริ่มไม่มั่นใจว่าจะจบใน 25 ตอนแล้วค่ะ555555 


ความคิดเห็น