gimmeforever_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 22: potions and spells

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.2k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2561 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 22: potions and spells
แบบอักษร

ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้เราทั้งคู่ตกเป็นเป้าสายตาของคนในงานหรือเปล่า ไม่รู้ว่าแขกคนอื่นในงานคุณพีทจะคิดยังไงเมื่อคุณพีทหายออกมาจากงานสักพักแล้ว ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าบาร์เทนเดอร์ที่ควรจะประจำหน้าบาร์ตรงนี้ไว้หายไปไหน เหลือแค่เราสองคน เจ้านายและเลขาที่นั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่ามือข้างซ้ายที่ของคนตรงข้ามนั้นแตะลงเบาๆที่หัวเข่า นิ้วโป้งหมุนวนซ้ำๆอย่างแผ่วเบา ทว่าส่งผ่านความรู้สึกต่างๆมากมาย


มาร์ตินี่ในแก้วที่กำลังจะหมดลงคือแก้วของตัวเขาเอง แก้วที่สองที่ควรจะเป็นตัวผมเองที่ดื่มมันแต่คุณพีทกลับจรดลงกับริมฝีปากเพื่อดื่มจนหมด


“ห้อง 2201 อยู่ด้านขวามือ อาบน้ำรอ เดี๋ยวตามขึ้นไป” คนตัวสูงว่าขึ้นยามลุกขึ้นยืนพร้อมกับล้วงเข้าไปในเสื้อสูท ก่อนจะส่งซองขาวเล็กๆให้ซึ่งเมื่อมองดูก็รู้ว่ามีคีย์การ์ดอยู่ด้านใน


“แต่ผมต้อง..”


“เธอไม่ไหวหรอก เชื่อสิ” ก่อนที่บทสนทนาระหว่างเราจะจบลงเมื่อผมยื่นมือเพื่อหยิบซองในมือคุณพีทมา มองจนคุณพีทเดินเข้าไปในงานแล้วเรียบร้อยก่อนจะเดินมายังอีกทางเพื่อขึ้นลิฟท์


ฉากโรงแรมหรู โคมไฟระย้า แสงไฟสีเหลืองนวลเป็นสิ่งที่ผมไม่คุ้นชินนัก เพราะว่าไม่ได้มีโอกาสมากขนาดที่จะออกงานอย่างเช่นในวันนี้ลิฟท์โดยสารที่ร้างผู้คนนั้นเงียบกว่าที่คิด แต่ก็ดีในยามนี้เมื่อตัวเขาเองแทบจะไม่มีสติหลงเหลืออยู่แล้ว


ห้วงอารมณ์ที่ถูกมึนเมาด้วยแอลกอฮอลล์ปริมาณถึง 80% ก่อให้เกิดการกระทำที่ถูกสั่งตามสัญชาตญาณ หลังจากเปิดประตูเข้ามาในห้องหรูหรา ห้องนั่งเล่นที่ใหญ่กว่าทุกที่ๆเคยไปไม่ได้ทำให้เขาอยากใช้เวลาชื่นชมมากนัก เพราะสิ่งที่เขาต้องทำคือ ‘อาบน้ำรอ’ รอจนกว่าคุณพีทจะขึ้นมา


และเขารู้สึกว่ามันเป็นไปได้ยากเหลือเกินที่จะไม่คิดถึงเรื่องต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเปิดประตูจากคนตัวสูงที่เอ่ยปากบอกให้ผมรอ


คุณพีทอาจจะมอบจูบจนผมหลอมละลาย ก่อนที่เราจะนอนกันบนเตียงคิงไซส์

อาจจะชวนผมเข้าไปอาบน้ำอีกรอบหลังจากเห็นผมที่นั่งๆนอนๆรออยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ

อาจจะเรียกมาเพื่อต่อว่าที่ไม่สามารถทำงานในคืนนี้ในฐานะเลขาได้ดีพอ

อาจจะเรียกมาเพื่อให้ทำงาน เช่นเขาอ่านเอกสารที่พกมาต่อและผมที่เขียนรายงานสรุปของวันนี้


แต่มันก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า คืนนี้ เขาอาจจะมอบเซ็กส์อันเร่าร้อนให้อย่างสาสม สาสมกับที่ผมเป็นเด็กดื้อและขี้ยั่ว อย่างที่ผมจะสามารถจินตนาการตัวเองใต้ร่างเขาได้




ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองจะผลอยหลับตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกที่นั่งๆนอนๆรอคุณพีท แต่กริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นก็ทำให้ผมต้องเหลือบตามองนาฬิกามุมห้องอย่างเคยชิน ก่อนที่จะรู้ว่าผมได้รอคนตัวสูงมาเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว จนอาการมึนๆในตอนแรกเริ่มหายไปจนเกือบหมด ผมค่อยๆลุกขึ้นสวมรองเท้าสลิปเปอร์ก่อนจะเดินออกไปเปิดเพราะคิดว่าคือคุณพีท


แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นรูมเซอร์วิสพร้อมกับรถเข็นที่มีอะไรมากมายวางอยู่ ขวดแอลกอฮอลล์หลายขวดที่ตั้งเรียงรายอยู่ รวมถึงอาหารหลายอย่างที่ถูกคลุมอยู่อย่างดี


ผมเอ่ยเชิญเขาเบาๆให้เข็นเข้ามาไว้ด้านใน ปล่อยให้เขาจัดแจงให้เรียบร้อยอย่างเงียบๆ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า “ท่านประธานบอกว่าให้คุณเลขารับประทานอาหารก่อนได้เลยครับ อีกสักครู่ท่านประธานจะขึ้นมาคุยเรื่องงาน”

อ . . โอเคครับ ขอบคุณมากนะครับ” ผมเอ่ยพร้อมกับก้มหัวให้นิดๆอย่างรู้สึกขอบคุณจริงๆ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป ผมจึงเดินมาที่ปลายเตียงเพื่อดูว่ามีอะไรให้ทานในมื้อดึกยามนี้บ้าง


สปาเก็ตตี้คือเมนูที่ผมเลือก มือก็ม้วนเส้นเข้าปากพลางๆในขณะที่สายตาก็มองไปบนโต๊ะ มีจานอาหารทานเล่นอีกสองสามอย่างที่วางอยู่ข้างๆกันอย่างสลัดและซุปร้อนๆกับขนมปังกระเทียม และเป็นเครื่องดื่มต่างๆมากมายที่วางเรียงอยู่ทางด้านข้าง ถึงจะไม่เคยเห็นมามากนักแต่มองดูก็รู้ว่าเป็นขวดเหล้า น้ำที่ถูกบรรจุอยู่ด้านในเป็นสีใสๆทำให้ผมอดที่จะนึกถึงเครื่องดื่มที่พึ่งกินไปไม่ได้


เมื่อกินไปได้เกินครึ่งจาน เสียงสัญญาณหน้าประตูก็ดัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา จนตอนนั้นเองผมถึงรู้ว่าเป็นคุณพีท ร่างสูงไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินเข้ามาก่อนจะกดจูบหนักๆลงมาเมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้


“อาบน้ำก่อนแล้วเดี๋ยวบอก” คุณพีทพูดเหมือนรู้ว่าผมจะถามออกไปว่าอะไร และเมื่อคุณพีทพูดดังนั้นผมจึงพยักหน้ารัวๆให้ รอจนเขาเดินออกไปก่อนจะก้มลงเพื่อกินต่อ


คนตรงหน้าเดินเข้ามาด้วยการแต่งกายที่เหมือนกันกับผม ชุดคลุมอาบน้ำพอดีตัวสำหรับเขา แต่สำหรับผมนั้นหลวมโพรก ผมสางเข้าไปตามเส้นผมดำขลับเมื่อคุณพีทเหมือนจะอ้อนให้จูบด้วยการโน้มตัวลงมาหาผมที่ยืนอยู่  


“วารอตั้งนาน ในงานเป็นยังไงบ้างครับ” ผมถามพลางปล่อยให้คุณพีทฉุดผมลงนั่งบนตักเขาที่นั่งลงตรงที่เดิม


“ก็เรื่อยๆเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ” 


“แต่วา . . วาได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงตอนจูบเมื่อกี้” ผมพูดออกไปพลางเอี้ยวตัวเข้าหาคนที่นั่งพิงอยู่อย่างคาดคั้นคำตอบจากคนด้านหลัง


“...”


“แต่แด๊ดเป็นของวาใช่ไหมครับ” ผมอ้อนเบาๆ ส่งปลายนิ้วไปลูบไล้ปลายคางที่อยู่เยื้องๆเล่นเหมือนไม่สนใจ ทั้งๆที่อยากจะได้ยินคำตอบที่น่ายินดีจากปากคุณพีทใจจะขาด


“Say it, and I’m yours” (พูดออกมา และฉันจะเป็นของเธอ) เหมือนในครั้งก่อนที่ผมบอกคุณพีท บอกให้คุณพีทลดทิฐิตัวเองผ่านคำพูด อยากให้คุณพีทเป็นฝ่ายร้องขอจากผมบาง และในครั้งนี้ คำขอของคุณพีทดูจะหนักหนามากกว่าครั้งไหนๆ


ผมจะไม่ยอมพูด ผมรู้ตัวดี ไม่อยากยอมเขาไปมากกว่านี้ แค่นี้คนด้านหลังก็ได้ใจใหญ่แล้ว เห็นได้จากรอยยิ้มตรงมุมปากนั่น เลยกดจูบลงไปเบาๆแทนคำตอบ


แต่ก็ยอมรับเลยว่าผมชอบตอนนี้ ความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้ มันเหมือนจะดีกว่าในครั้งไหนๆ


เหมือนว่าผมไม่ได้คาดหวัง และคุณพีทไม่ได้คาดคั้น ทั้งด้วยเรื่องสัญญา เซ็กส์ การตอบแทนผลประโยชน์ต่างๆ เราแค่รู้สึกผูกพันกันมากขึ้นในแบบที่เราทั้งสองฝ่ายไม่อยากยอมรับ และเป็นผมเองที่ไม่อยากจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ ไม่อยากจะให้คุณพีทถอยห่างไปมากกว่านี้


“ทำไมสั่งอะไรมาให้เยอะจังเลยครับ” ผมหันหน้ากลับมาทางเดิม มองเห็นจานแก้วมากมายที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะเนื่องจากคนตรงหน้ายังไม่มีท่าทีว่าจะหยิบขึ้นมากิน


“สั่งมาเล่นเกมส์ . . . 1 แก้ว 1 ชิ้น” และคำตอบที่ได้รับนั้นได้สร้างความปะหลาดใจให้กับผมมาก


“ไม่เอา วามีแค่ชุดคลุมอาบน้ำเอง”


“แด๊ดก็มีแค่ชุดคลุมอาบน้ำคนเก่ง แบบนี้เกมส์จะได้จบเร็วๆ”


“เปลี่ยนเป็น 1 แก้ว 1 คำถาม ดีกว่าไหม ไม่งั้นวาไม่เล่นนะ”


“บี๋อยู่ไม่ถึงแก้วที่ 5 หรอกครับ”




(ต่อ)


เมื่อได้ยินดังนั้น เหมือนกับเป็นการตกลงกลายๆ ผมจึงลุกออกจากอ้อมกอดนั่น นั่งลงบนเตียงพร้อมทั้งกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้นเมื่อพึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้มันหมิ่นเหม่ที่จะหลุดออกจากตัวเต็มที


คนตัวสูงไม่ได้พูดอะไรกับการกระทำนั้น แค่หันมามองเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปยังฝั่งตรงข้าม หยิบแก้วขึ้นมาสองใบก่อนจะพูดขึ้นมา “วิสกี้ เตกีล่า รัม จิน วอดก้า ฉันให้เธอเลือก . . . เพราะวันนี้เราคงลองทั้งหมดไม่ได้”


“ทำไม”


“เพราะมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่านั้น ที่ต้องทำ” ทั้งๆที่คนตรงหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ แต่ผมที่รู้ความหมายดีกลับอดที่จะหน้าเห่อร้อนไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณพีทที่พูดเรื่องบนเตียงออกมาต่อหน้า


ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันจะต้องเกิดขึ้นในคืนนี้ แต่ว่าการกระทำทั้งหมดระหว่างนี้กลับอ้อยอิ่ง

ทว่าอ้อยอิ่ง แต่ยิ่งเร้าร้อน

เหมือนเครื่องดื่มสีใสอย่างจินที่กำลังไหลลงลำคอแห้งผากช้าๆ

เครื่องดื่มแรกในปริมาณสำหรับหนึ่งคนที่คุณพีทประนีตทำให้ด้วยตัวเอง


“มันขม” แค่กินเข้าไปอึกเดียวก็รู้แล้วว่าเขาไม่สามารถกินทั้งแก้วได้หมด ไม่มีทางเลยจริงๆ


“ใช่ ฉันรู้ แล้วฉันก็อยากให้เธอรู้จักเครื่องดื่มพวกนี้มากกว่าที่เป็นอยู่” ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าประโยคข้างต้นต้องการจะสื่อออกมาว่าอะไร เพราะอย่างไรผมก็ไม่เข้าใจถึงความต้องการที่เราจะต้องมาเล่นเกมส์อย่างนี้ หรือถึงแม้ว่าคุณพีทจะอยากมอมผมก่อน เขาก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนสั่งทุกอย่างมามากมายขนาดนี้ เพราะเจ้าตัวก็รู้ดีว่าแค่ไวน์หนึ่งขวดที่คุณพีทกินไปมากกว่าครึ่งก็สามารถเปลี่ยนผมเป็นอีกคนได้แล้ว


“ไม่เห็นจำเป็นต้องให้วากินเยอะขนาดนี้เลยนี่ครับ” ผมว่าพลางเขี่ยน้ำแข็งในแก้วแล่น หยิบเสี้ยวมะนาว บีบเบาๆหวังให้นำ้เปรี้ยวๆของมันช่วยทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้รสชาติดีขึ้น แต่เมื่อลองชิมเข้าไปอีกหนึ่งอึกก็ทำให้รู้ว่ามันไม่ได้ดีขึ้นมากกว่าเดิมเลย


“หนึ่งแก้ว หนึ่งคำถาม เธอยังอยากเล่นอยู่ไหม” 


ผมคิดสักพัก ก่อนจะพยักหน้าตอบ และไม่กี่วินาทีต่อมาก็ส่ายหน้าเป็นพัลวัน


“ไม่มีอะไรที่อร่อยกว่านี้แล้วเหรอครับ” เพราะถ้าเป็นอย่างนี้อีกกี่แก้ว ผมก็ไม่สามารถชนะคนตรงหน้าได้หรอก ดูสิ ขนาดแก้วแรกคุณพีทยังกินหมดได้โดยไม่รู้สึกอะไร


“แสดงว่าคำถามแรกฉันได้ถามสินะ” เราทั้งคู่ต่างวางแก้วลง ผมพยักหน้าตอบคำถามนั้นอย่างยอมจำนน เพราะทำไงได้เมื่อคุณพีทกินหมดก่อน และผมก็ไม่อยากจะกินจินอะไรนั่นอีก


“…”


“สำหรับเวลาที่เหลือ เธออยากทำอะไร”


“…สำหรับเวลาที่เหลือ ระหว่าง เอ่อ คือวาอยากแค่ให้ทุกอย่างเป็นเหมือนปกติ อยากเหมือนคู่ปกติ”


“ไม่ แด๊ดไม่ได้หมายถึงเวลาสัญญา หมายถึงคืนนี้” ค่ำคืนนี้ที่ทั้งคู่ต่างรู้ว่ามันต้องจบลงยังไง


“ก็ วาก็ตามใจคุณพีทครับ อะไรก็ได้”


“แล้วอะไรที่เธออยากทำ”


“ก็ ก็เหมือนทุกครั้งที่เคยทำ” ผมไม่อยากพูดออกไปหรอกนะว่าอยากทำอะไร อยากให้เขาลูบตรงนี้ กระซิบขบเม้มที่ข้างหู ผมไม่สามารถพูดออกไปได้หรอก


“โอเค ฉันยอมแพ้ คำถามหน้าฉันจะถามให้ชัดเจนกว่านี้” คุณพีทพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคำตอบที่เขาต้องการจริงๆไม่ได้ถูกเอื้อนเอ่ย


คนตรงหน้าไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับลุกออกไปเพื่อจัดการกับเครื่องดื่มแก้วที่สองต่อ ใบมิ้นที่คุณพีทใส่ลงไปในแก้ว ผงสีขาวๆที่ถูกละลายน้ำ น้ำแข็งที่ถูกเทจนเหือบหมดแก้ว ก่อนจะตามด้วยน้ำสีอำพัน ที่ดูจากปริมาณแล้วก็รู้เลยว่าใบมิ้นไม่กี่ใบที่อยู่ตรงก้นแก้วคงจะไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก


“Mint Julep, just for you” (Mint Julep ของเธอ)


“ขอบคุณครับ” ผมรับเครื่องดื่มในมือมาถือ เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงกระดกเข้าปากเรียบร้อยก็เลยยกแก้วในมือขึ้นดื่ม


รสชาติที่ดีกว่าแก้วที่แล้วทำให้ผมยอมดื่มเข้าไปมากกว่าเดิม อาจจะด้วยเพราะกลิ่มของใบมินต์ที่ช่วยทำให้เครื่องดื่มนี้ให้ความรู้สึกสดชื่น ถึงแม้ว่าความสดชื่นจะเป็นส่วนน้อยของรสชาติขมปร่าทั่วปาก


ทั้งๆที่แก้วนี้ใกล้หมดอยู่แล้ว คุณพีทกลับกระดกน้ำที่เหลือทั้งแก้วเข้าปาก เห็นได้ชัดว่าแก้วของเขาว่างเปล่า ในขณะที่แก้วในมือของผมยังมีน้ำอยู่เล็กน้อย


“Favourite position?” (ท่าที่ชอบที่สุด) คราวนี้คุณพีทไม่ยอมให้เสียเวลา เมื่อเห็นว่าเป็นคราวของเขาอีกครั้งที่จะได้ถามคำถาม


“..?”


“ครั้งนี้หวังว่าเธอจะตอบตรงประเด็น และจะตอบตามความจริง เพราะเชื่อสิว่ามันจะมีประโยชน์กับเราทั้งคู่ในคืนนี้”


รู้อยู่เต็มอกว่าคำถามข้างต้นหมายถึงอะไร เพราะมันจะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจาก sex position หรือก็คือท่าที่ชอบระหว่างมีเซ็กส์ แม้จะไม่อยากพูดถึง แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าท่าที่ตัวเองชอบนั้นคืออะไร


“คือ”


“ฉันรู้ว่าเธอต้องมี”


“เอาไว้คืนนี้ เดี๋ยววาทำให้ดูละกันนะครับ แบบนี้โอเคไหม” ผมพูดพลางช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง คนตรงหน้าที่เตรียมจะทำเครื่องดื่มต่ออีกแก้วกลับหยุดชะงัก


“อย่าผิดคำพูดล่ะ” ผมโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ต้องพูดเรื่องน่าอายออกไปให้อีกคนได้ยิน เพราะจะให้พูดยังไงในเมื่อเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านั้นจะต้องเรียกว่ายังไง รู้แค่ว่าคุณพีทจะจับให้อยู่ในท่านี้ และท่านี้ก็จะเป็นท่าที่ผมชอบมากสุด




เครื่องดื่มแก้วที่สามที่สี่ผ่านไป ผมก็ยังคงคอยตอบคำถามเรื่องอย่างว่าของคุณพีทไม่จบไม่สิ้น เพราะไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะสามารถดื่มเครื่องดื่มในมือหมดก่อน จากจำนวนที่กินเข้าไปในตอนนี้ ถึงจะไม่ได้เท่ากับคุณพีท แต่อาการท่าทางของเราทั้งคู่กลับแตกต่างกัน คนตรงหน้าไม่มีอากัปกริยาที่แสดงให้เห็นว่าเมาทั้งๆที่กินเข้าไปมากกว่าคนที่นั่งหน้าแดงตาฉ่ำคนนี้ได้เลย


“ขออีกหนึ่งคำถาม แล้วจะยอมอ่อนข้อให้”


“ไม่กินแล้วได้ไหม ถามเลยได้ไหม”


“…”


“วาจะเมาอยู่แล้วนะแด๊ดดี้” ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองเมาแล้ว ไม่สามารถประคองสติตัวเองได้แล้ว


“งั้นชอบให้แด๊ดทำอะไรมากที่สุดครับ?” คำถามถูกส่งมาตาบคำขอ ไม่มีแล้วแก้วที่ห้าในตอนนี้ 


“ชอบ”


“…”


“ชอบทุกอย่าง ชอบให้จูบ ชอบเวลาคุณพีทครางข้างหู”


“ครับคนเก่ง ชอบอะไรอีกไหม”


“ชอบให้ตี แต่ไม่เอาแรงมากนะวาเจ็บ แต่จริงๆก็ชอบแหละ”


“โอเค สรุปคือชอบเนอะ”


“อือ ชอบ ชอบมากๆ แต่ก็อยากให้คุณพีทอ่อนโยนด้วย”



คุณพีท’s Part:


ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะเมาแล้วเรียบร้อย เลยไม่เขินอายที่จะพูดเรื่องแบบนี้ออกมาต่อหน้า ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะพูดทั้งๆที่ก้มหน้าอยู่ก็ตามที


“ความลับอะไรที่คุณพีทไม่ยอมบอกใคร?” คนตัวเล็กถามออกมาโพร่งๆ ทั้งๆที่ในมือยังชงเครื่องดื่มแก้วต่อไปไม่เสร็จ แต่ก็คิดว่าเด็กดื้อคงไม่สามารถกินได้อีกแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นชงแก้วเดียวแทน

“ถามแบบนี้ก็ขี้โกงสิเด็กน้อย”


“ยอมให้วานิดหน่อยไม่ได้เลยเหรอ เดี๋ยวนี้แด๊ดดี้ใจร้ายกับวาจังเลย”


“เดี๋ยวนี้คนนี้ก็ดื้อเหมือนกันนิครับ หืม”


“…” แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับออกมาจากปากกระจับนั้น ทั้งๆที่ผมพึ่งนั่งลงบนเตียงข้างๆแท้ๆ


“โอเค ยอมก็ได้” คนตัวเล็กก็ยังไม่พูดอีก ผมเลยตัดสินใจที่จะเล่าส่วนหนึ่งของความลับ เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าที่อยู่มานานมากกว่าใครคงจะรู้สึกถึงความกังวลของตัวผม จริงๆคนตรงหน้าน่าจะสงสัยตั้งแต่เริ่มเซ็นสัญญาแล้วด้วยซ้ำ


“เธออาจจะคิดว่าฉันผิดปกติ ที่ต้องคอยยื่นข้อเสนอหรือสัญญาในทุกๆความสัมพันธ์ในชีวิต . .​ . มันอาจจะดูเหมือนเป็นเพราะว่าฉันคุ้นเคยกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ความยุติธรรมต่างๆ ทั้งๆที่ฉันก็รู้ดีว่าระหว่างเราเหมือนว่าแด๊ดจะได้ผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว”


“…” คนที่ตอนนี้นอนอยู่บนหน้าตักมองเข้ามาในตาโดยไม่พูดอะไร เราทั้งคู่จ้องกันอยู่แบบนั้นจนเป็นเขาเองที่เลือกจะเบือนหน้าหนีพร้อมกับกระดกเครื่องดื่มในมือขึ้นจนเกือบหมด


“ซึ่งจริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่แค่มันเป็นรอยแผลเก่าก็เท่านั้น ฉันก็แค่กลัวว่าจะต้องเสียอะไรไปอีก สัญญาก็เหมือนเป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวเอาไว้เท่านั้น เผื่อว่าฉันจะไม่สามารถยื้อเธอไว้ได้ ฉันก็หวังว่าสัญญานั้นจะทำหน้าที่แทนฉัน”


ทั้งๆที่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยบอกใครหรือเล่าให้ใคร


เขากลับเลือกที่จะเล่าให้กับคนตรงหน้า ที่ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังฟังอยู่หรือเปล่า เพราะคนตรงหน้ากำลังเลื้อยเข้าหา ออดอ้อนอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยทำยามที่มีสติครบถ้วน เขยิบเข้ามาใกล้อย่างสเปะสปะจนต้องจับเจ้าตัวดื้อขึ้นมานั่งบนตักอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ 


เหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองอยากรู้มาตลอดแต่กลับแต่กลับสนใจถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วเร็วนี้เรื่องที่เราทั้งคู่ต่างรู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นแน่แน่และดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะเป็นคนที่อยากได้มันมากกว่าใคร


ธันวาในตอนนี้น่ารักน่าขย้ำ มากกว่าทุกๆครั้ง มากจนต้องรีบดื่มเครื่องดื่มในมือให้หมดเพื่อที่เราจะได้เริ่มอะไรกันเสียที

และเพื่อเป็นการตอบแทน ที่คนตรงหน้ายอมให้รังแก เขาจะให้ธันวาถามเป็นคำถามสุดท้าย


รสชาติขมปร่าที่กลั้วอยู่ในปากถูกส่งต่อให้คนตรงหน้าที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ปล่อยให้คนตัวเล็กรุกล้ำเข้ามา ลิ้มรสชาติ แย่งชิงรสชาติที่อยู่ในปากจนหมดไป


“คำถามสุดท้ายในคืนนี้เป็นของเธอคนเก่ง”


“วาได้ถามอีกแล้วเหรอ”


“ครับ” ผมว่าพลางลูบหัวคนบนตักช้าๆ ลากมือลงจนสัมผัสได้ถึงชุดคลุมอาบน้ำที่ไม่ได้เรียบร้อยเหมือนเดิมพลางค่อยๆดึงมันลงช้าๆ


“งั้น . . will you make me a breakfast in bed?” คำถามทีเล่นทีจริงที่คนตรงหน้าถามออกมาด้วยนัยน์ตาใส่ซื่อเกือบทำให้ผมไปไม่เป็น ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะมีคำถามในหัวเป็นสิบคำถาม ซึ่งคำถามนี้เหมือนจะไม่ได้อยู่ในลิสต์พวกนั้นเลยด้วยซ้ำ


คำถามที่ธันวาพูดออกมาเหมือนเป็นคำเชิญชวนกลายๆ มันเป็นคำบอกเล่าที่เจ้าตัวบอกกับเขาว่าวันนี้จะสามารถทำโทษเด็กดื้ออย่างเขาได้ได้ตามใจอยาก เพราะในครั้งนี้ คนตัวเล็กตรงหน้าก็กำลังอยากได้มันมากเหมือนกัน


แล้วคำถามสั้นๆก็ยังสามารถบ่งบอกได้ว่าค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนที่ยาวไกล จะเป็นค่ำคืนที่ทุกๆครั้งที่คนตัวเล็กขยับตัวในเช้าวันรุ่งขึ้น ธันวาจะยังสามารถจำทุกสัมผัสได้ ทุกสัมผัสที่ลูบไล้ไปทั่วร่าง จำได้ถึงแรงกดจูบตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมายังรำคอระหง จำได้ถึงท่าทางยั่วยวนเมื่อเขาขอให้คนตัวเล็กทำให้ดูว่าท่าไหนที่เป็นท่าที่เข้าตัสโปรดปรานมากที่สุด หรือทุกๆการกระทำที่วันนี้เจ้าตัวเล็กได้บอกว่าชอบให้ทำ


ดังนั้นพรุ่งนี้เช้า อาหารเช้าสำหรับคนที่ต้องตื่นมาโวยวายก็คงจะเป็นหน้าที่ของเขาเอง

แลกเปลี่ยนกันกับหน้าที่นี้ คืนนี้คนตัวเล็กก็คงจะรู้ดีแล้วว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง


“I will” เขาพูด (ฉันจะทำ)


“อ อื้อ”


“So you better be a good boy for daddy” (ดังนั้นเธอควรจะเป็นเด็กดีกับแด๊ด)

(ต่อจย้าา ยังเป็นพาร์ทของตาคุณพีทอยู่น้าาาา อย่าพึ่งงงกันนน)


ความคุ้นเคยของสัมผัสที่วนเวียนอยู่ตามตัวเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ทำให้ธันวาลดความเขินอายลงได้เลยสักนิด เอวคอดกับสะโพกผายที่แอ่นสู้มือร้อนๆของเขาบ่งบอกได้อย่างดีว่าสติของธันวาหลงเหลืออยู่น้อยเต็มที


ก่อนที่คนตัวเล็กจะงอแงขึ้นมา เขารีบผละออกไปเพื่อจะเตรียมพร้อมให้กับตนเอง เมินเฉยต่อสัมผัสที่ธันวาเอาแต่จะมอบให้อย่างไม่รู้จักอายเหมือนครั้งไหนๆ


ลิ้นชักข้างเตียงนั้นว่างเปล่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กล่องถุงยางว่างๆอดทำให้สงสัยไม่ได้ว่าของสำคัญแบบนั้นทำไมแม่บ้านถึงไม่เติมให้เรียบร้อยตามหน้าที่ แต่ในเมื่อมันไม่มีตามที่เห็น เห็นทีว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องผละออกจากเตียงและเดินไปยังห้องน้ำแทน


เขาเดินออกมายังห้องแต่งตัวพร้อมกับของที่ต้องการในมือ


“แด๊ดดี้” เสียงที่เล็ดลอดออกมาคือเสียงของธันวาไม่ผิดแน่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็เลือกที่จะเมินเฉยของเล่นเล็กๆน้อยๆที่ตั้งใจจะหยิบออกไปจากห้องแต่งตัว แล้วเลือกที่จะเดินตรงไปยังห้องนอนทันที


แต่ด้วยรู้นิสัยของคนตัวเล็กดีเลยไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพตรงหน้า แม้ว่าจะเคยจินตนาการในหลายๆครั้งกับความน่ารักของธันวาบนเตียงอย่างที่ตนเองต้องการ เขาก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพตรงหน้าในตอนนี้ เพราะความต้องการเหล่านั้นที่ไม่ได้พูดออกไปไม่เคยได้รับการเติมเต็มเลยจนกระทั่งวันนี้


แมวน้อยน่ารักดูท่าทางออดอ้อนอย่างที่เขาอยากเห็นแต่กลับไม่เคยได้เห็นเลยสักครั้ง ธันวากำลังทำท่าทางแบบนั้นอยู่ในตอนนี้ และมันเทียบไม่ได้เลยกับภาพนั้นที่เคยมีในหัว


“As promised, m-my favourite position” (ตามที่หนูสัญญาไว้ ท่าที่ชอบมากที่สุด)


“…” ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป จนคนที่คุกเข่าอยู่ต้องหันหน้ามาอย่างต้องการความสนใจ เขาไม่ได้พูดออกไปเพราะมัวแต่จัดการกับตัวเอง แกะซองถุงยาง โยนของในมือลงไปบนเตียง และถอดเสื้อผ้าออกหลังเห็นว่าคนตัวเล็กนั้นเกือบจะเปลือยแล้ว


“Just for you” (แค่สำหรับแด๊ด) 


“Just for me huh” (แค่สำหรับฉันงั้นเหรอ) ไม่มัวรอช้า เดินเข้าไปประชิดธันวาที่ทำท่าอยู่กลางเตียง เกาะเกี่ยวสะโพกเล็กไว้ก่อนจะดึงเข้ามาหาตัว


เพี๊ยะ


“อ๊ะ” เสียงครางอย่างตามมาเมื่อเขาตีลงบนบั้นท้าย


“So you love to be a doggy for daddy huh, kitten” 


คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆทั้งๆที่ไม่ได้หันหน้ามา มือทั้งสองข้างของธันวายันไว้กับเตียง ขาเรียวขาวที่มีรอยแดงประปรายก็อ้าออกอย่างเชิญชวน 


เขาเปิดขวดเจลออก บีบลงบนนิ้วมือก่อนจะละเลงความเย็นลงบนช่องทางด้านหลังด้วยความเร่งรีบ แต่เขากลับเห็นว่ามือเล็กๆหนึ่งข้างที่เคยค้ำอยู่กับเตียงกำลังพยายามที่จะปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายออก เขาเลยอาสาเอื้อมมืออีกข้างไปทำหน้าที่นั้นให้ 


เมื่อชายเสื้อทั้งสองข้างแยกออกจากกัน เขาก็ถือโอกาสนี้สำรวจร่างกายอีกรอบอย่างไม่รู้จักพอ นิ้วมือที่ชุ่มไปด้วยความเย็นขยี้ลงบนยอดอกของคนใต้ร่าง จนธันวาต้องครางออกมาอย่างน่าอาย พร้อมกับร่างกายที่ตอบสนองต่อสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัวด้วยการแอ่นตัวให้แนบชิดกับแผงอกเขามากขึ้น


ธันวาขยับตั้งตรงอย่างว่าง่ายตามแรงมือที่ดันตัวขึ้น เขาค่อยๆถอดเสื้อออกจากร่างนวล หลงเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่โอนเอน และเมื่อร่างกายของเราทาบทับกัน เขาก็สังเกตเห็นได้ว่าตัวธันวาแดง ด้วยความเขินอาย ด้วยแอลกอฮอลล์ หรือด้วยรอยขบกัด ไม่มีใครสามารถรู้ได้


เราแลกเปลี่ยนรสชาติขมปร่าของเครื่องดื่มก่อนหน้านี้อย่างไม่รู้จบ ร่างกายที่แนบสนิทจนไม่มีช่องว่าง เสียงครางกับการตอบสนองอันแสนใสซื่อ เขาจะสามารถทนอะไรได้อีก


มือทั้งสองข้างที่ขยับอยู่อย่างไม่หยุดผละออก ดันหลังเล็กเบาๆให้กลับไปอยู่ในท่าเดิม ท่าที่เจ้าตัวบอกว่าชอบที่สุด ในขณะที่ท่านี้ไม่ใช่ท่าที่ชอบสุดสำหรับเขา แน่อยู่แล้วเพราะท่านี้จะทำอะไรก็ยากไปหมด นอกจากการตบก้นงอนๆนี้


“คุณพีท อ๊ะ” เขากำลังสาละวนอยู่กับช่องทางด้านหลังอีกรอบ ทั้งหมดก็เพื่อคนใต้ร่างเท่านั้น ในขณะที่ธันวาก็กำลังทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างดี เชื่อฟัง ไม่ดื้อ และรออย่างใจเย็น


เขาไล่สัมผัสไปตามสะโพกตรงหน้า คลึงเนื้อนวลแน่นเบาๆ ยุ่งวุ่นวายไปกับการขบกัดลูกพีชแน่นๆตรงหน้า ทิ้งรอยแดงไว้ เยอะจนเขาคิดว่าครั้งหน้าคนตัวเล็กคงจะไม่ได้ชอบท่านี้อีกแล้ว เขาช้อนสะโพกด้วยสองมือ กระชับสะโพกนั่นไม่ให้หนีไปไหน แกนกายร้อนที่เสียดสีเหมือนแกล้งกันอยู่ตรงช่องทางด้านหลังทำให้คนตัวเล็กหันมามอง


เขาไม่รู้ว่าธันวาจะเข้าใจสายตาที่เขาใช้สื่อสารอยู่หรือเปล่า ความต้องการที่เอ่อล้นทั้งๆที่ยังคงสีหน้าเรียบนิ่งเอาไว้อย่างธรรมชาติ เขาคิดว่าคนตัวเล็กไม่รู้หรอก คนตัวเล็กไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องการอะไร และตัวเองต้องการอะไร แค่ขยับท่วงท่าไปตามความต้องการของร่างกาย เหมือนในตอนนี้ที่สะโพกมนนั้นแอ่นขึ้นอย่างยั่วยวน ขยับไปมาเสียดสีกับส่วนแข็งขืนอย่างท้าทาย


ธันวายิ้มหวาน ปรือตาคราง เรียกร้องให้เขาเติมเต็ม


เขากดสะโพกมนลง คนตัวเล็กเลยต้องแนบกายชิดกับพื้นเตียง ก้นงอนเลยลอยโดดเด่นมากกว่าครั้งไหนๆ แต่กลับไม่มีความอายเหลืออยู่ ใบหน้าเอียงช้อนตามองโดยไม่ได้พูดอะไร


และก็เป็นจังหวะนั้นเองที่ธันวาพูดออกมา


“I think . . . I think I’m drunk enough to say that I love you” (ผมคิดว่าผมเมาพอที่จะพูดว่าผมรักคุณพีท)


และเขาก็กระแทกตัวเองเข้าไปจนสุด 


มือเล็กๆทั้งสองข้างกำผ้าปูเตียงแน่น ดวงตาหลับปี๋ ปากที่ควรจะส่งเสียงหวีดร้องออกมากลับกัดผ้าปูเตียงแน่นเช่นเดียวกัน 


เขาไม่ได้ตอบอะไรกับคำบอกเล่าจากปากธันวา เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะตอบว่าอะไร ไม่รู้ว่าด้วยเพราะเจ้าตัวเมาหรือเปล่า แต่มันให้ความรู้สึกดีกว่าครั้งไหนๆ สุขสมกว่าครั้งไหนๆจนเขารู้สึกได้ 


“Daddy, I think I’m . . . ahh” เขาได้ยินตั้งแต่ครั้งแรก คำบอกรักจากปากนั่น และแค่ครั้งเดียวมันก็เพียงพอแล้วสำหรับคนอย่างเขา ความรักของธันวาจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด และเขาไม่สมควรได้รับมัน


“ชู่วว คนเก่ง” เขาถอดออกมาจนเกือบสุด กระแทกเข้าไปใหม่อีกรอบ ให้ความเสียวกระสันทำให้สมองคนตัวเล็กโล่ง จนคิดอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยตัวเองไปกับสัมผัสที่เขาตั้งใจมอบให้


“อ๊ะะ”


“Say something you think I wanna hear now, hmm?” (พูดอะไรที่คิดว่าฉันอยากได้ยินตอนนี้สิ หืม)


“Fuck me . . is this what you wanna hear, daddy?” (___ผม นี่เหรอที่อยากได้ยินครับ แด๊ดดี้)


“I am and yes . . I do” (ฉันทำมันอยู่ และใช่ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากได้ยิน) เขาตอบ ทั้งๆที่ช่องทางตัวเล็กยังคงคับแน่น บีบรัดจนอยากจะกระแทกแรงๆ


“H-harder” จู่ๆคนตัวเล็กก็เอ่ยเอื้อนสิ่งที่เขาอยากทำที่สุดออกมา เขาอยากขยี้ธันวาให้แหลกสลาย ให้ริมฝีปากเอื้อยเอ่ยแต่ชื่อของเขา ให้แก้มก้นเนียนขึ้นสีแดงด้วยแรงบีบ


“…”


“อืมม อีก อีกนะ”


“อยากได้จริงๆเหรอ แด๊ดไม่เบาให้หนูแล้วนะ” 


“…” ธันวาพงกหัวลงช้าๆจนผมสีน้ำตาลฟุ้งกระจาย 


“เธอพูดเองนะ” ทั้งๆที่เขาอยากทำใจจะขาด แต่รู้ดีว่าความต้องการของตัวเองมันมากมายแค่ไหน


“Please, do it harder” (ได้โปรด ทำมันแรงขึ้น)


“As you pleased” (ตามที่เธอต้องการ) แต่เมื่อมันมาถึงอย่างนี้แล้ว เขาก็ไม่คิดว่าจะสามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำตามแรงปราถนาของตนเองกับตามคำขอของคนตัวเล็กได้


ค่ำคืนนี้ธันวารัดเขาแน่นเสียจนทนไม่ไหว จนเผลอรังแกคนตัวเล็กมากกว่าที่คิดเอาไว้ เราสองคนท่ามกลางความอุ่นร้อนของร่างกายทำให้เขาทนไม่ไหวจนทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน


ด้วยเพราะเผลอตัว พลั้งพลาด หรืออะไรก็ตามแต่ เขากลับรู้สึกดีที่สุดที่ตัดสินใจทำลงไป


“อ่าา อย่ารัดแน่นธันวา”


“อ๊ะ เจ็บ”


“ผ่อนคลายคนเก่ง มันคือครั้งแรก” ใช่ เพราะมันคือครั้งแรกโดยไม่มีถุงยาง และมันสุขสมมากกว่าครั้งไหนๆ ที่สุดเท่าที่เคยทำมา


END คุณพีท’s




ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้ว แต่อาการปวดหัวที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้ผมไม่อยากที่จะลืมตาหรือยันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนเลยด้วยซ้ำ ผมส่งเสียงครางอื้ออึงทั้งๆที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้น อาการปวดร้าวที่ตามมาหลังจากขยับทำให้ต้องครางออกมาในลำคอ


จำไม่ได้ว่าโดนรังแกไปเยอะแค่ไหน แต่ระบมขนาดนี้คาดว่าน่าจะเยอะกว่าปกติมากๆ แม้กระทั่งผลิกตัวนอนตะแคงยังระบบไปหมด ลำคอก็ยังแห้งผาก สงสัยแด๊ดดี้ต้องรังแกไม่หยุดแน่ๆ ผมพยายามยันตัวเองลุกขึ้นแล้ว แต่มันก็ยากลำบากเหลือเกินเมื่อตัวเองแทบจะไม่มีแรง


แก้วกาแฟบนโต๊ะข้างเตียงที่พร่องไปกว่าครึ่งแก้วทำให้ผมรู้ได้ว่าคุณพีทน่าจะตื่นขึ้นมาก่อนได้สักพักแล้ว


“แด๊ดดี้” ผมเอ่ยเสียงเรียก มันเบาจนคิดว่าคนที่ถูกเรียกไม่ได้ยินแน่ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็กัดฟันคลานไปยังปลายเตียง ค่อยๆหย่อนขาลงขนพื้นพรม เดินเตาะแตะไปยังประตูห้องนอน ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกไป


เมื่อสายตาเห็นคนตัวสูงยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ผมก็เลือกที่จะยืนพิงขอบประตูดูเขาอยู่อย่างนี้ จนสายตาของเราประสานกัน คุณพีทถึงวางแก้วกาแฟในมือลงก่อนจะเดินมาหา


ทั้งที่อีกมือนึงยังถือโทรศัพท์อยู่ มืออีกข้างก็ยังสามารถสาละวนกับเอวผมได้ สอดผ่านชุดนอนที่เจ้าตัวเป็นคนสวมใส่ให้


‘หิว’ ผมขยับปากเพื่อบอกคนตรงหน้าว่าผมหิว เลยเวลาอาหารเช้าของตัวเองมาตั้งนานแล้ว ไหนละอาหารเช้าที่เจ้าตัวสัญญาว่าจะทำให้


“โอเค ขอบคุณมาก ฝากเคลียร์เอกสารของวันนี้ด้วย” ประโยคสุดท้ายที่คุณพีทพูดผ่านสายก่อนจะลดหูลง เมื่อเห็นว่าคุณพีทไม่ติดสายแล้ว ก็เอื้อมมือไปคล้องคอเพื่อให้คุณพีทเดินเข้ามาใกล้กว่านี้ สองมือที่ว่างของคุณพีทก็วางลงบนสะโพก ลูบเบาๆอย่างปลอบปะโลม ผมเงยหน้าเข้าไปใกล้หวังออดอ้อนขอจูบยามเช้า ทั้งๆที่ระยะห่างระหว่างเราเหลือแค่นิดเดียว แค่คุณพีทหลับตาลง

จูบหน่อยไหม คำถามยียวน จูบเลยก็ได้ ไม่เห็นต้องถามให้น่าอายเลย

คุณพีทไม่จูบ ผมเองก็ได้ โน้มหน้าบดเบียดริมฝีปากเข้าหา เผยอปากเชิญชวนให้ร่างสูงสอดลิ้นเข้ามาอย่างที่ชอบทำ สางมือเข้าไปในกลุ่มผมที่ไม่ได้เซ็ทเจล ดึงทึ้งเบาๆอย่างเอาแต่ใจ


“Better than cigarettes” (ดีกว่าบุหรี่) รสจูบที่ขมปร่าไปด้วยกาแฟดำให้ความรู้สึกดีกว่ากลิ่นอายบุหรี่ตั้งเยอะ รวมถึงมันทำให้จูบของเราร้อนอบอุ่นมากกว่าทุกๆครั้ง


“Fucking you tastes better, it tastes so good” (เมื่อคืนดีกว่า)


ใครกันจะสามารถพูดเรื่องเซ็กส์เมื่อคืนที่พึ่งผ่านมาสดๆร้อนๆได้หน้าตาย


“หิวแล้ว”


“อืม ฉันกินไปแล้ว เดี๋ยวทำให้ ไปนั่งรอที่เคาน์เตอร์”


“…”


“ทำไม” เพราะผมยังไม่ยอมเดินไปสักที


“วาเดินไม่ไหว มันเจ็บๆ”


เมื่อเห็นดังนั้นคุณพีทเลยย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตัวผมขึ้น แยกขาทั้งสองข้างให้เกี่ยวรอบเอวสอบก่อนจะพาเดินไปยังโซนครัว คุณพีทวางผมลงข้างๆเตา ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปหยิบของสดในตู้เย็น ไข่ไก่สองฟอง แฮม ผักเล็กน้อยที่พอจะย่างกินกับเซ็ทอาหารเช้าได้ อาหารเช้าบนเตียงที่คุณพีทสัญญาว่าจะทำให้ไม่ได้ถูกเสริฟในตอนเช้าตรู่ อาหารเช้าดังที่ว่ากลับกลายเป็นอาหารในยามบ่ายแทนเสียอย่างนั้น


ในระหว่างที่มองคนตัวสูงหยิบจับอะไรต่างๆด้วยมือเดียว มืออีกข้างก็วางบนหน้าขาของผมที่โผล่พ้นออกมานอกกางเกงผ้าลื่นขาสั้น


“แด๊ดดี้”


“?” เขาหันมาหาเล็กน้อย ลูบที่หน้าขาเบาๆบ่งบอกว่าเขาฟังอยู่


“…” ท้ายที่สุดแล้วผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ส่ายหน้าเป็นคำตอบให้เบาๆเมื่อคุณพีทหันมามองอีกรอบ


แค่ตอนนี้มันมีความสุขไปหมด ก็แค่นั้นเอง




ผมไม่คิดว่าวันว่างๆที่คุณพีทไม่ได้ทำงานจะเรียบง่ายเท่านี้ เราใช้เวลาช่วงบ่ายในการกินข้าว จริงๆก็แค่ผมคนเดียว ในขณะที่คุณพีทก็อ่านงานต่างๆของเขาไป ผมดูหนัง นั่งๆนอนๆอยู่ตรงห้องนั่งเล่น คุณพีทก็เดินเข้าๆออกๆ อ่านเอกสารบ้าง คุยโทรศัพท์บ้าง


“ธันวา” คุณพีทเรียกในขณะที่ผมกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่


“ครับแด๊ด”


“อยู่ในห้องทำงานนะ” ผมพยักหน้าให้เบาๆอย่างรับรู้


ชอบ ความเรียบง่ายนี้รู้สึกดียิ่งกว่าวันไหนๆ




อีก 30% ที่กว่าจะมา ลืมน้องไปหมดแร้วววววม้างงงงง55555555


ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่หายไปนานซะเหลือเกิน เม้นต่างๆก็ไม่ได้อ่านเพราะแอพมันล้อกอินไม่ได้ ทรมานเว่อ แต่จะตามอ่านคอมเม้นในเว็บน้าาา ใครอ่านแล้วก็อย่าลืมเม้นให้ฉันด้วยยยย 


รักมากๆ จะกลับมาอัพเหมือนเดิมแล้วค่าา ขอบคุณที่ยังอยู่เหมือนเดิมน้าาา


#DADDYของวา ฝากด้วยค่ะตัวเอง แล้วเจอกันเร็วๆนี้ค่าา สัญญาจีมๆ


ความคิดเห็น