ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 9: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] นางเอก (ขี้อิจฉา) 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 9: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] นางเอก (ขี้อิจฉา) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2561 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 9: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] นางเอก (ขี้อิจฉา) 100%
แบบอักษร

HATE LOVE 9: นางเอก (ขี้อิจฉา)

​อินทุกรเดินตามภาคย์เข้าไปยังบ้านหลังนั้นด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่เข้าใจว่าเหตุผลอะไรที่เขาพาเธอมาที่นี่ ชายหนุ่มมุ่งตรงไปยังหน้าประตูแล้วกดกริ่งสองครั้งไม่นานประตูของบ้านหลังนี้ก็เปิดออก ชายวัยกลางคนเปิดประตูออกพอได้เห็นหน้าแขกที่มาเยือนก็ยิ้มรับด้วยความอบอุ่น


"คุณภาคย์ จะมาไม่บอกกันก่อนล่ะครับ" เทวินทร์...อดีตเลขาของภาคิณซึ่งเป็นอีกคนที่ภาคย์ให้ความสนิทสนมด้วย "มาเปิดรับช้าไปหน่อย เพิ่งทำความสะอาดร้านเสร็จน่ะครับ"


​"ตั้งใจจะมาค้างกับลุงและป้านั่นแหละครับ ห้องผมยังอยู่ใช่ไหมครับ?" ภาคย์ถามพร้อมยกมือไหว้ อินทุกรเห็นดังนั้นก็ทำตามเขาอย่างเสียไม่ได้


"ทุกอย่างของคุณภาคย์ยังมีอยู่เหมือนเดิมครับ เข้ามาข้างในก่อนเถอะ" เทวินทร์เปิดประตูกว้างต้อนรับทั้งสองเข้าไปด้านใน


บ้านหลังนี้อยู่ติดริมแม่น้ำแถบชานเมือง เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนเทวินทร์แต่งงานกับปิยาพัชรและได้ช่วยกันสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมารวมถึงมีพยานรักด้วยกันถึงสองคน ทั้งสองช่วยกันสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์จนตอนนี้ได้เปิดร้านอาหารริมน้ำที่กำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากบรรยากาศดี รสชาติอาหารอร่อย และธุรกิจก็ไปได้สวยกำไรงอกงามทุกวัน สมัยเด็กภาคิณและวาณิริณมักจะพาลูกๆมาเที่ยวเล่นที่นี่บ่อยๆ แน่นอนว่าลูกๆของพวกเขาก็สนิทสนมกันมากไม่ต่างกับพวกผู้ใหญ่


อินทุกรใจเต้นสั่นด้วยความตื่นเต้น...


"มีแขกมาขอค้างคืนด้วยนะครับ" เทวินทร์เดินนำทั้งสองคนเข้ามา เขาพูดกับภรรยาที่นั่งยิ้มอยู่บนโซฟา "มาสองคนเชียวนะ"


"สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ" สองหนุ่มสาวยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ในบ้านอีกครั้ง


"จ้ะ ไม่เจอตั้งนานภาคย์ดูหล่อเหมือนเดิมเลยนะ" ปิยาพัชร์ยิ้มกว้าง "นั่นว่าที่คู่หมั้นล่ะสิ แม่เราเอารูปให้ดูแล้ว ตัวจริงน่ารักกว่าเยอะเลย"


"ขอบคุณค่ะ" อินทุกรรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก เธอเขยิบเข้าไปใกล้ๆภาคย์เพื่อหาที่ตั้งหลัก


"ไม่ต้องอายนะจ๊ะหนู ทานอะไรกันมาหรือยัง เดี๋ยวป้าจะไปหาอะไรมาให้ทานนะ" 


"รบกวนลุงกับป้าด้วยนะครับ" ภาคย์จับมืออินทุกรแล้วพาไปนั่งยังโต๊ะอาหารของบ้านหลังนี้ เขาคุ้นเคยดีจึงไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย หลังจากที่แนะนำอินทุกรให้ได้รู้จักไม่นานปิยาพัชร์ก็นำมื้อเย็นมาเสิร์ฟให้กับแขกทั้งสอง โดยที่เทวินทร์คอยช่วยเป็นลูกมืออีกแรง


"ไม่รู้ว่าคุณภาคย์กับหนูไออุ่นจะมา ลุงกับป้าก็ขายของซะเหลือไม่กี่อย่างเลยทำมาให้ทานได้แค่นี้" เทวินทร์พูดเชิงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ที่ต้องรับลูกชายของอดีตเจ้านายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ที่เขาทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงแค่ต้มจืดตำลึงและไข่เจียวเพียงเท่านั้น


"ไม่คิดมากนะครับลุง ผมผิดเองที่มาแบบไม่บอกกล่าว" ภาคย์รวบช้อนทันทีเมื่อทานเสร็จ เขาเหลือบมองหญิงสาวข้างๆที่เอาแต่กินไม่ยอมพูดจาใดๆ "ธาวินไม่อยู่หรอครับ"


"ไปฝึกกับผู้กองนนท์น่ะครับ กลับอีกทีก็เดือนหน้าเลย" ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม "อิ่มกันแล้วใช่ไหม ไปพักผ่อนกันเถอะครับ"


ตึกๆ ตึกๆ


ภาคย์เดินนำอินทุกรไปยังห้องพักของเขาที่ทุกครั้งได้มาก็จะนอนห้องนี้เสมอ เสียงดังกุกกักดังขึ้นเบาๆไม่นานปิยาพัชร์ก็เปิดประตูออกมาด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ "ภาคย์กับหนูไออุ่นอยู่กันได้นะจ๊ะ ป้าทำความสะอาดห้องให้แล้ว นี่เสื้อผ้าของหนูไออุ่นนะจ๊ะ ตัวเล็กๆเหมือนลูกสาวป้าน่าจะใส่ได้"


"อุ่นใส่ชุดเดิมก็ได้ เกรงใจจังเลยค่ะ..."


"ขอบคุณครับป้า ที่เหลือผมจัดการเอง" หญิงสาวยังไม่ทันพูดจบภาคย์ก็แทรกขึ้นกลางบทสนทนา ปิยาพัชร์พยักหน้าเข้าใจไม่นานก็ออกจากห้องนี้ไป จนสองหนุ่มสาวได้อยู่กันตามลำพัง


หลังจากที่อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้ว อินทุกรออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเห็นเขาสวมเพียงแค่กางเกงขายาวนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน หัวใจเจ้ากรรมมันก็เต้นแรงขึ้นมาอีกแล้ว ในหัวมันคิดถึงเรื่องคืนนั้นก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเสียดื้อๆ


ตาคมชำเลืองมองเล็กน้อย "ไม่ง่วงหรือไง มานอนสิ"


"ไม่เป็นไรค่ะ อุ่นนอนข้างล่างดีกว่า" 


หมับ !!


ตุบ !!


ร่างเล็กถูกเขาดึงรั้งจนล้มลงนอนอยู่ข้างๆเขา เธอถูกพันธนาการด้วยท่อนแขนแกร่งจึงไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ภาคย์มองคนในอ้อมแขนโดยไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเช่นกัน "กลัวหรอ?"


"ค่ะ พี่ภาคย์ชอบแกลังให้อุ่นร้องไห้บ่อยๆนี่คะ"


"แล้วตอนนี้ร้องไห้หรือเปล่า?"


"...."


"ถ้าตอนนี้ไม่ได้ร้องไห้ แสดงว่าไม่ได้แกล้ง" 


"คนบ้า !!" อินทุกรประนามเขา "พี่ภาคย์ เอามือออกไปนะคะ!!" หญิงสาวผวาเฮือกเมื่อมือของภาคย์สอดเข้ามาใต้เสื้อยืด มือหนาลูบไล้เบาๆขึ้นไปจนถึงใต้เนินอกของเธอ อินทุกรจึงรีบปรามเขาเอาไว้ก่อนที่มันจะไปไกลกว่านี้


ภาคย์ขมวดคิ้วแล้วมองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาแข็งกร้าว "ทีกับไอ้ภิชญ์ทำเป็นยิ้มหน้าบาน จะให้ย้ำหรือไงว่าเื่องของเรามันไปถึงไหนแล้ว"


"ทำไมต้องพาลคนอื่นด้วยล่ะคะ พี่ภาคย์ไม่มีเหตุผล พี่ภิชญ์เป็นตากล้องก็ต้องช่วยจัดท่าทางและหามุมถ่ายรูปตามที่พี่ภัทรสั่งอยู่แล้ว อีกอย่าง...อุ่นอยู่กับพี่ภิชญ์รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าอยู่กับพี่ภาคย์เสียอีก" อินทุกรพยายามผลักตัวเขาออก แต่เรี่ยวแรงของเธอนั้นน้อยกว่าเขาไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีใดๆกับตัวเขาเลย


ซ้ำร้ายภาคย์ยิ่งทิ้งน้ำตัวลงมามากกว่าเดิม...


มือหนาเชยคางมนเชิงบังคับสายตาให้เธอมองมาที่เขา "หึ อยู่กับพี่คงกดดันมากสินะ อยากรู้หรือเปล่าความผ่อนคลายจริงๆมันเป็นยังไง"


"อะ อื้ออ" กลีบปากนุ่มถูกบดขยี้จากแรงของคนบนร่าง ลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปหาความหวานในโพรงปากเล็กราวกับกระหายมานานนับปี ภาคย์จูบซ้ำไปมาไม่มีทีท่าว่าจะจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระได้ง่ายๆ อินทุกรตัวแข็งทื่อและเย็นเยือกไปทั้งตัวเธอไม่ได้ตอบสนองอะไรเขานอกจากการขัดขืน สงครามขนาดเล็กเกิดขึ้นบนเตียงนอนขนาดสามฟุต สุดท้ายแล้วคนที่มีพละกำลังมากกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ


เธอเป็นของเขาเพียงแค่คนเดียว จะไปกับใครอื่นไม่ได้ถ้าหากเขาไม่อนุญาต...


อาาา...


"กลัวพี่ขนาดนั้นเลยหรือไง?"


"ฮึก พี่ภาคย์ใจร้ายที่สุดเลยรู้ไหมคะ อุ่นทำผิดอะไรทำไมชอบใช้กลังกับอุ่นตลอดเลย" คิดๆไปแล้วก็น้อยใจเขาอยู่เหมือนกัน เหมือนว่าในสายตาเขาเธอทำอะไรก็คงจะขัดหูขัดตาไปเสียหมด ดวงตากลมหวานเริ่มมีน้ำน้อยๆปริ่มล้นออกมาอีกแล้ว สำหรับเธอเขายังคงเป็นเจ้าชายรูปงามดั่งเทพนิยายในจินตนาการ


แล้วเธอล่ะจะมีวันได้เป็นเจ้าหญิงของเขาหรือไม่...


"อุ่นพอจะเดาออกเรื่องพี่ภาคย์กับพี่ชะเอม แต่อุ่นไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของใครนะคะ แต่ถ้ามันจะทำให้พี่ภาคย์สบายใจก็ทำไปเถอะค่ะ อุ๊บ อื้ออ"


"อื้มม พอแล้ว เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว" เขาจูบเธออีกครั้ง "หยุดร้องไห้ได้แล้ว"


"ฮึก แต่พี่ภาคย์ข่มขืนอุ่นนะคะ คิดทีไรอุ่นยังรู้สึกเจ็บอยู่ตลอด" น้ำตาเธอไหลออกมาอีกแล้ว ทำไมถึงได้ทำตัวอ่อนแอแบบนี้อินทุกรก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ยิ่งอยู่ต่อหน้าเขาแล้วด้วยต่อให้พยายามแค่ไหนมันก็อดกลั้นไม่ได้อยู่ดี ภาคย์เห็นดังนั้นก็รู้สึกชาไปทั้งตัว เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียบช้าๆ เบาๆ 


ฟุบ !!


เขาล้มตัวลงนอนข้างๆเธอ แต่ท่อยแขนยังคงไม่ยอมปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมแขนของตน ใบหน้าคมคายซบลงที่ไหล่มน ปลายจมูกโด่งแตะสัมผัสกับแก้มของเธอพลางสุกกลิ่นกายหอมๆช้าๆ "นอนเถอะ..."


"อุ่นอยากกลับบ้าน" เธอพลิกตัวตะแคงข้างโดยหันหลังให้กับเข้า " บ้านของอุ่น ที่ไม่ใช่คอนโดนั่น"


"ทุกที่ที่อยู่ตอนนี้เป็นบ้านของอุ่นทั้งหมด" เสียงทุ้มพูดดังอยู่ด้านหลัง "ไม่ว่าจะที่ไหนก็คือบ้าน"


อินทุกรไม่เข้าใจว่าเขาพยายามจะสื่อความหมายถึงอะไร แต่คืนนี้เธอคงจะหลับลงได้ยากเสียแล้ว นอกจากจะแปลกที่แปลงทางแล้วยังต้องมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาทั้งคืน ความรู้สึกทุกอย่างมันไหลมารวมกันจนตีกันวุ่นวายเต็มหัวไปหมด หญิงสาวพยายามข่มตาให้หลับง่ายๆแบบคนด้านหลังบ้างแต่ใช้เวลานานพอสมควรเลยกว่าจะหลับสนิทได้


#####


บนคอนโดหรูใจกลางเมือง....


เวลา ตี 3....


ลิลียาเดินทางกลับจากการเที่ยวสถานบันเทิงก็เดินโซเซกลับมายังห้องพักของตัวเองด้วยอาการมึนเมา เธอเพิ่งจะถูกนักธุรกิจทายาทอสังหาริมทรัพย์บอกเลิกมาหมาดๆ เหตุผลเพราะเห็นเธอเป็นของเล่นก็เท่านั้นแถมยังบอกว่ากำลังจะแต่งงานกับหญิงสาวที่เขารักเสียอีก มันน่าเจ็บใจไหมล่ะ...นางเอกเบอร์หนึ่งของประเทศไทยต้องมาถูกทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่า เธอพลาดกับการจับภาคย์ให้อยู่แล้วยังจะต้องมาพลาดอีกซ้ำแลวซ้ำเล่า


หมดกันชีวิตที่หวังจะเป็นซินเดอเรลล่า...


ติ๊ดๆ แกร็ก....


"กลับมาแล้วหรอแม่ตัวดี" เสียงของซันนี่ สาวประเภทสองผู้จัดการส่วนตัวและนักปั้นชื่อดัง ซันนี่กำลังหัวเสียกับนางเอกที่เขาปั้นมากับมือกำลังทำเรื่องวุ่นวายมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน "นี่...หายหัวไปไหนมาลิลี กองถ่ายก็ไม่ไปตามคิว  งานพรีเซ็นเตอร์ก็ไปฉีกสัญญาเขาอีก แล้วแบบนี้อีกหน่อยจะเอาอะไรกิน"


"โอ๊ย! บ่นอะไรนักหนาล่ะพี่ซันนี่ นี่ใคร...ลิลียา! นางเอกเบอร์หนึ่งของประเทศไทยนะ ยังไงพวกนั้นก็ง้อลิลีอยู่แล้ว จะไปช่องไหนที่ไหนก็มีแต่คนคอยอ้าแขนรับ"


"มั่นหน้าไปเถอะย่ะ! เอ้าดูนี่!!" ซันนี่เข้าอินสตาแกรมของแบรนด์เครื่องสำอาง NIRINCHA เปิดไปที่วีดีโอล่าสุดที่มีการเผยแพร่ออกไป ตรงนั้นเป็นวีดีโอที่ภัทธิรากำลังใช้เครื่องสำอางคอลเลคชั่นใหม่แต่งหน้ากับอินทุกร ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมในการรับชมบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก "ในเมื่อหล่อนฉีกสัญญาเขา เขาก็ไปคว้าว่าที่คู่หมั้นของคุณภาคย์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์แทนแล้วยังไงล่ะ ตอนนี้กำลังเป็นที่จับตาเลยนะยอดฟอลโลว์ในไอจีนางกำลังถล่มทลายเลยล่ะ"


ลิลียาคว้าโทรศพท์เครื่องนั้นมาไว้ที่มือแล้วเพ่งตาไม่กระพริบ นังคนนี้สินะที่ทำให้เธอพลาดบ่อเงินบ่อทองไป ก็แค่นังเด็กที่ไม่รู้เดียงสาทำไมคนอื่นๆถึงบ้าเห่อพากันรุมสนใจกันขนาดนี้ "มีดีก็แค่คู่หมั้นของคุณภาคย์ จะเอามาเทียบกับลิลีไม่ได้หรอกนะ"


"ย่ะ! ตกกระป๋องมาสักวันแล้วจะรู้สึก ตอนมีชื่อเสียงอยู่ก็ก็รีบๆกอบโกยก็แล้วกัน งานหดหมดงานแล้วจะได้มีเก็บไว้กิน"


"เงียบๆได้ไหม กับอีแค่นังเด็กที่มีดีเป็นว่าที่คู่หมั้นคุณภาคย์ ยังไงเขาก็ต้องมาง้อลิลีแน่นอน!!" ลิลียาตวาดเสียงแข็งก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้ห้องหนอนของตัวเองด้วยความหัวเสีย จะอวยอะไรกันนักกันหนา...กองถ่ายเธอไม่ไปแค่วันเดียวเขาก็ถ่ายซีนอื่นก่อนได้ 


ไม่มีอารมณ์จะทำงานแล้วใครจะทำไม...


######


ช่วงสายของวันต่อมา...


บ้านริมน้ำ....


แสงแดดสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา ภาคย์ขยับตัวลืมตาตื่นเมื่อยามที่แสงกระทบเปลือกตา เมื่อปรับโฟกัสในการมองจนชัดเจนแล้วก็เห็นว่าคนในอ้อมแขนของเขายังคงหลับสนิท เมื่อคืนกว่าเธอจะหลับตาลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบเช้าแล้ว เขารู้เพราะรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของเธอได้ตลอดคืน


มือใหญ่ลูบปอยผมที่ปกปิดใบหน้าของอินทุกร มองเธอนิ่งไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ...


เช้านี้ปิยาพัชร์และกับเทวินทร์คงกำลังวุ้นๆกับการเปิดร้าน แบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วเพราะถ้าภาคย์มาค้างคืนด้วยพวกเขาก็จะปล่อยให้นอนจนเต็มอื่นโดยไม่เข้ามารบกวน ณ ตอนนี้ต่อให้เขาขยับตัวแรงและดังแค่ไหนอินทุกรก็ยังคงไม่ตื่นง่ายๆ


"อือ..." ร่างเล็กขยับกายหันหน้าเข้าหาแผงอกของเขา ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มเคลื่อนตัวเข้าหาอ้อมกอดของเขาโดยไม่รู้ตัว 


แขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้ ภาคย์เกยคางไว้ที่หัวของเธอพร้อมหลับตาลงอีกครั้ง...


​ฮือๆ ฮือๆ

​"ไออุ่นร้องไห้ทำไม เล่นกับพี่ไม่สนุกหรอ?" ภาคย์ในวัยสิบปีวางเครื่องเล่นวีดีโอเกมส์แล้วเอามือลูบผมเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้งอแงอยู่ข้างๆ "ไม่ชอบเล่นเกมส์หรอ?"

​"อุ่น ฮึก ไม่ชอบเล่นเกมส์ต่อสู้ ฮือๆ อุ่นอยากเล่นตุ๊กตา อึก ไม่มีใครเล่นกับอุ่นเลย"

​ภาคย์อ้าแขนกว้างกอดอินทุกรที่ฟูมฟายไม่หยุด ในตอนนั้นเขาหวังเพียงแค่ว่าจะทำอย่างไรให้เธอหยุดร้องไห้เสียที "พี่ขอเล่นเกมส์นี้อีกตาเดียวนะ เดี๋ยวพี่ไปเล่นตุ๊กตาด้วย"

​"อึก จริงนะคะ" เขาพยักหน้ารับคำ ดังนั้นอินทุกรก็ยิ้มร่าเริงและหยุดร้องไห้ทันที "เย่ๆ อุ่นจะรอพี่ภาคย์ตรงนี้นะคะ พี่ภาคย์ต้องมาเล่นเป็นเจ้าชายให้อุ่นนะ"

​พี่ภาคย์เป็นเจ้าชายของอุ่นนะ...

เจ้าชาย !!


"พี่ภาคย์" เสียงเอื่อยๆเรียกชื่อเขาเบาๆ "กี่โมงแล้วคะ"


"สายแล้ว นอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้" แม้จะพูดไปแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้คลายอ้อมแขนออกจากเธอ "หิวหรือยัง?"


"ไม่หิวค่ะ" ปากพูดประชดออกไปพร้อมพยายามแกะแขนของเขาออก "ปล่อยสิคะ!! อุ่นจะรีบไปอาบน้ำ"


"ไม่ปล่อย ถ้ายังไม่หิวก็นอนอยู่ด้วยกันตรงนี้แหละ" ภาคย์ทำทีจะหลับต่อ "ไม่มีเรียน ไม่มีซ้อมไม่ใช่หรือไง? จะรีบไปไหน"


"ก็บอกว่าอุ่นนอนกินบ้านกินเมืองนี่คะ อื้อ พี่ภาคย์!!" มือเล็กดันแผงอกของเขาเพื่อรักษาระยะห่างให้มากที่สุด


"จะหวงตัวไปทำไม มากกว่าจูบเราก็เคยทำกันมาแล้ว"


อินทุกรถลึงตามองเขาพร้อมใบหน้าแสนงอน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคนอะไรก็ไม่รู้เดาอารมณ์ไม่ถูกเลยจริงๆ เมื่อครู่ยังทำเป็นปากร้ายใส่เธอแต่ตอนนี้ก็ยังไม่ปลดพันธนาให้เธอให้ง่ายๆ แต่แล้วก็เหมือนกับว่ามีระฆังช่วยชีวิตเมื่อปิยาพัชร์เคาะประตูห้องตามทั้งสองออกไปทานข้าว บรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว แม้จะเป็นในช่วงเวลาสายลมก็ยังเย็นสบาย เหมาะแล้วที่ทำร้านอาหารเพราะคนที่เข้ามาใช้บริการนอกจากจะถูกใจในรสชาติอาการแล้วก็มีบรรยากาศนี่แหละที่เหมาะแก่การนั่งพักผ่อน


เป็นไปได้เธอก็อยากอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ


"สองคนรีบกลับไหมจ๊ะ ป้าว่าจะฝากขนมไปให้พ่อแม่พวกเราหน่อย ตอนนี้กำลังอบอยู่...รอสักแป๊บนะ" ปิยาพัชร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม 


"ได้ครับป้า ผมไม่รีบ" ภาคย์ตอบด้วยใบหน้านิ่งเรียบ


"หนูไออุ่นเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ อาหารไม่อร่อยหรอ?"  เจ้าของบ้านพยายามหาเรื่องคุยกับแขกที่มาอาศัย เมื่อเห็นอินทุกรเอาแต่นิ่งไม่พูดจากก็เกรงว่าจะมีอะไรไม่ถูกใจเธอหรือเปล่า 


อินทุกรได้ยินดังนั้นก็รีบส่ายหัวทันที "ปละ เปล่าค่ะ อาหารอร่อยมาก อุ่นแค่ทำตัวไม่ถูกก็เท่านั้นเองค่ะ เกรงใจคุณป้าจังเลย"


ได้ยินดังนั้นหญิงวัยกลางคนก็หัวเราะออกมาเบาๆ "ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ ป้ากับคุณอัศนัยก็รู้จักกันมานาน ตามสบายนะจ๊ะ เสื้อผ้าของหนูไออุ่นป้าซักแล้วก็พับไว้ที่ตะกร้าหน้าหห้องให้เรียบร้อยแล้ว ป้าขอตัวไปดูงานในครัวก่อนนะ"


"ขอบคุณค่ะ" อินทุกรยิ้มให้กับความใจดีของเจ้าของบ้าน จะว่าไปแม่ของเธอยังไม่เคยทำอาหารให้ทานเลยสักครั้ง จำได้ก็มีแต่อัญชนาที่เคยได้ทาน กับเธอ...


​หมดแล้วล่ะไออุ่น เดี๋ยวให้ป้าจิตรทำให้ใหม่นะ...

คิดๆไปก็อดน้อยใจไม่ได้ บางทีเธอก็รู้สึกอิจฉาอัญชนาที่อยู่เฉยๆใครก็พากันหลงรักและคอยเอาใจ ถ้าเทียบกับตัวเองแล้วนอกจากอัศนัยก็มีเพียงป้าจิตรเท่านั้นที่คอยคอยแลเธอมาตลอด


ภาคย์หันมองคนที่นั่งข้างๆของเขาก็เกิดความรู้สึกบางอย่างอยู่ข้างใน เหมือนเขากำลังย้อนเวลากลับไปในช่วงวัยเด็กของตัวเอง ตอนนั้นเขาชอบมองหน้าของเด็กหญิงที่พ่อของเขาชอบพาให้เขาไปเล่นกับเธอบ่อยๆ เด็กผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์และชวนให้เขาเล่นเป็นเจ้าชายโดยเฉพาะเรื่อง 'สโนว์ไวท์' ที่ชอบให้เปิดการ์ตูนเรื่องนี้ให้ดูบ่อยๆ


ตึกๆ ตึกๆ 


เหมือนเสียงหัวใจมันเต้นเร็วผิดปกติ...


เป็นเหมือนครั้งที่เขารู้ว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักอัญชนา แต่มันก็ไม่เหมือนทั้งหมด...กับอัญชนาก็แค่ตื่นเต้นกับอะไรครั้งแรกที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง มันแค่ความลุ่มหลงกับกับดักที่ผู้หญิงคนนั้นสร้างขึ้นก็เท่านั้น


"พี่ภาคย์คะ?" เสียงของอินทุกรทำให้เขาตื่นจากความคิด "เป็นอะไรคะ? เหม่อเชียว" แม้ใจจะอยากโกรธเขามากแค่ไหนแต่ความรู้สึกดีนั้นมีมากกว่าจึงอดที่จะเป็นห่วงเขาไม่ได้


"พี่ไม่เป็นไร" เขาขยับตัวเล็กน้อย "อุ่นไปอาบน้ำก่อนก็ได้ พี่จะนั่งอยู่ตรงนี้สักพัก"


"ค่ะ" หญิงสาวรับคำก่อนจะทำตามเขาอย่างว่าง่าย


ตาคมมองร่างเล็กเดินกลับไปยังห้องพักแล้วหยิบตะกล้าที่ปิยาพัชร์เตรียมมาวางไว้ให้ติดมือไปด้วย ภาคย์ถอนหายใจยาวๆออกมาหลายๆครั้งให้กับความรู้สึกของตัวเอง 


"จะทำยังไงดี"


#####


อีกด้านหนึ่ง...


ในวันหบุดที่ควรจะเป็นวันพักผ่อน ปวันนั่งอ่านเอกสารรายงานเกี่ยวกับรายได้และรายจ่ายของบริษัทด้วยความเคร่งเครียดอยู่ในห้องรับแขกของตัวบ้าน เพราะเงินจำนวนหนึ่งนั้นหายไปโดยที่คนสั่งจ่ายเป็นชื่อของเขาเอง เขาไม่รู้เลยว่าเงินจำนวนนี้หายไปไหน? อยู่ที่ใคร? และหายไปได้อย่างไร 


ฟอด !!


"มอร์นิ่งค่ะที่รัก" อัญชนาสวมกอดเขาจากข้างหลังและหอมแก้มเบาๆหนึ่งที "ขอบคุณนะคะสำหรับชุดเมื่อคืนที่คุณไปหามาให้เอม คนในงานน่ะชมกันทั้งงานเลยล่ะว่าเอมสวยที่สุด"


"...."


เมื่อเห็นสามีของตนยังคงนั่งเงียบไร้คำพูดใดๆออกมา "เป็นอะไรไปคะ? นี่เอมกำลังคุยกับคุณอยู่นะ"


"ขอโทษนะเอม ผมกำลังเครียดน่ะ"


"มีอะไรที่คุณต้องเครียดหรอคะ? หืม?" อัญชนาถือวิสาสะหยิบเอกสารจากมือของเขาเข้ามาอ่าน ใบหน้าหญิงสาวยกยิ้มบางๆก่อนจะเดินอ้อมโซฟามานั่งข้างๆเขา "เรื่องเงินหรอคะ? ตรงไหนมันแปลกๆไปหรอ?"


"ผมไม่รู้ว่าผมเซ็นเบิกเงินบริษัทให้ใครไปครั้งละหลายๆแสน รวมกันแล้วก็หลายล้าน ซึ่งผมไม่รู้เลยถ้าบัญชีไม่สรุปมาให้ผมอ่าน"


"ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ เอมเป็นคนเอาเช็กไปเอง"


"เอม!!!"


"ตกใจอะไรคะ เงินของสามีก็เหมือนเงินของภรรยา คุณบอกเองว่าเอมอยากได้อะไรก็หยิบไปได้เลยไม่ต้องบอกคุณ เอมอยากช็อปปิ้ง อยากได้นั่นได้นี่...พอเงินเอมหมดเอมก็ไปเอาที่คุณตามที่บอกไงคะ"


ปวันเริ่มขมวดคิ้วยุ่งเป็นปมกับตรรกะที่ภรรยาของเขาเอ่ยขึ้นมา "แต่นั่นมันเงินบริษัทนะเอม มันไม่ใช่เงินผมแค่คนเดียว!! เป็นเงินของพ่อกับแม่และก็คนในครอบครัวผมนะ...."


"แล้วเอมไม่ใช่คนในครอบครัวของคุณหรอคะ?" อัญชนาเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงเพื่อบอกให้เขารู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ "ทำไมคะ? แค่เอมเอาเงินออกมาใช้จ่ายส่วนตัวมันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือยังไง ถ้าไม่อยากให้ใช้ก่อนแต่งงานก็อย่าสัญญาอะไรพล่อยๆออกมา ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้เอมคงไม่เลือกแต่งงานกับคุณให้มันเสียเวลาชีวิตหรอก"


"ไปกันใหญ่แล้วเอม ผมยอมเอมได้ทุกอย่างแต่เรื่องนี้ผมปล่อยไม่ได้ เอมก็รู้ว่าเงินนี่ไม่ใช่แค่รายได้ของครอบครัวผมแต่มันเป็นงินเดือนของพนักงานด้วย ไหนจะต้องสั่งซื้อพวกเพชรพลอยเข้ามาทำเครื่องประดับอีก ถ้าเงินไม่พอขึ้นมาล่ะจะทำยังไงถ้าไม่มีของขาย" ปวันกล่าวเสียงสั่นปนความไม่พอใจ เสียงเขาดังมากพอจนใครๆที่ได้ยินก็รู้ว่าตอนนี้เขาพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองให้มากที่สุด


ปวันไม่เคยโกรธหรือว่าโมโหใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นปวันเกรี้ยวกราดได้ขนาดนี้...


"นั่นมันเรื่องของคุณ เอมแต่งงานมาเป็นเมียคุณก็เพราะหวังว่าคุณจะดูแลเอมได้ดีอย่างที่ปากว่า แต่ถ้าทำแบบที่ให้สัญญากับแม่ของเอมไว้ไม่ได้ก็บอกนะคะ เอมจะได้ทน..."


"ชะเอม !!"


"เชิญคุณเครียดเรื่องเงินต่อไปเถอะค่ะ อ่อ...เอมไม่คืนนะคะ และจะออกไปช็อปปิ้งถ้าคืนนี้ไม่กลับก็ไม่ต้องตามหาเพราะเอมจะค้างที่บ้านของเอมค่ะ พร้อมตอนไหนเอมจะกลับมาเอง"


อัญชนาเดินออกมาจากห้องรับแขกโดยที่ไม่มีความใยดีเขาเลยสักนิด ปวันตัวสั่นไปทั้งตัว...ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาความความตรึงเครียด ตอนนี้เขากำลังคิดว่าความโชคดีที่และคิดถูกในตอนที่ตัดสินใจแต่งงานนั้นกำลังเปลี่ยนไป


เหมือนเขากำลังคิดผิด...


หรือว่าอัญชนาอาจจะกำลังหลงผิด...


เพราะตั้งแต่ที่ภาคย์เข้าไปบริหารงานแทนอัศนัยเขาก็ได้ยินอัญชนาบ่นเรื่องเงินปันผลที่เธอได้รับว่ามันน้อยลง อาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ด้วยหรือเปล่านั้นก็อาจจะใช่ แต่ที่เขารู้นั้นอัญชนาเป็นคนติดหรู ติดแบรนด์เนม ใช้เงินเกินตัวมาตลอด


เขาจะเปลี่ยนอัญชนาอย่างไรดี...


เขาควรจะหาทางออกในชีวิตที่ดีที่สุดอย่างไรดี....



__________________________________100%________________________________


มาแล้วกับพี่ภาคย์คนไบโพล่า...

อย่าคาดเดาอะไรกับพี่แกเยอะเลยนะ กำลังจะเข้าเนื้อหาหลักของพล็อตแล้วนะคะ

น้องไออุ่นเราจะยิ่งน่าสงสาร เพราะโดนนังพี่ภาคย์แกล้งหนักมาก 

เจอกันตอนหน้านะคะ....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น