악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย17

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2561 15:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย17
แบบอักษร

​악마 ปีศาจเขียน​

เมียมาเฟีย๑๗




เข้าอาทิตย์ที่สองแล้วที่มาเฟียฮ่องกงอย่างคริส วู นั่งทำหน้านิ่งอยู่ในห้องพักฟื้นคนไข้ แต่คนที่เขานั่งเฝ้าไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาจากการหลับไหล คริสลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งทำงานเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆคนหลับ มือหนายกขึ้นลูบศีรษะของคนรักอย่าเบามือ หมอลู่บอกว่าอาการของชานยอลดีขึ้นทุกอย่างแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ยอมตื่นขึ้นมา จะบอกว่าเป็นผลข้างเคียงจากยามันก็ดูจะไม่ใช่ เพราะยาที่ใช้คนอื่นๆก็ใช้ยาตัวนี้เช่นกันไม่เห็นมีใครเป็นอะไร แต่นี่ชานยอลกลับเป็นเคสแรกที่นอนหลับไม่ยอมตื่น


"นายจะนอนนานไปแล้วนะ" ถึงจะพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ใครที่เห็นก็รู้ว่าคนพูดมีความกังวลแค่ไหน ตลอดเกือบสองอาทิตย์คริสอยู่เฝ้าคนรักไม่ยอมไปไหน นอน กิน ทำงาน ในห้องนี้ รอคอยให้คนรักตื่นขึ้นมาโวยวายหาของกิน เหมือนที่ชอบเป็นทุกๆเช้าที่ตื่นนอน


'นี่คุณคริส เช้านี้มีอะไรกินบ้างอ่ะ'


'นี่คุณมาเฟีย วันนี้กินไก่ได้ไหม หิวแล้ว'


'นี่ๆหิวแล้ว ตื่นๆ'


'หิ๋วววว'


เขาอยากตื่นมาตอนเช้าแล้วได้ยินเสียงแบบนี้อีกครั้ง ไม่ใช่ว่าตื่นขึ้นมาแล้วมีแต่เสียงเงียบ เงียบจนเขาเป็นกังวลว่าทุกๆวันมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป


"นายครับ มีเอกสารที่ต้องเช็นครับ" จื่อเทาเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นที่ต้อนนี้คนเป็นนายมาสิงสถิตอยู่ที่นี่มากกว่าบ้านและที่ทำงาน คริสหันมามองมือขวาแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปรับเอกสารมาอ่านแล้วยื่นกลับคืน


"ฝากดูงานที่คาสิโนด้วยนะ แล้วเรื่องอาวุธที่ต้องส่งล่ะ" คริสพูดก่อนจะถามเรื่องปืนที่ต้องส่งไปยังอีกประเทศที่ชานยอลยอมเสี่ยงตายเพื่อที่จะได้ส่งมัน 


"ผู้กองส่งมันออกไปแล้วครับ อีกสองสามวันก็น่าจะถึง" จื่อเทารายงาน คริสพยักหน้ารับทั้งๆที่ไม่ได้หันมามองคนตอบ


"กลับไปทำงานเถอะ มีอะไรฉันจะโทรไปเอง" คริสไล่ จื่อเทารับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะหันไปมองคนที่ยังคงนอนกลับอยู่แล้วเดินออกไปจากห้อง เมื่อห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง คริสจึงมาสนใจคนรักที่ยังคงหลับเหมือนเดิม มือหนาที่ยังลูบเส้นผมเล่นเปลี่ยนมาลูบที่ใบหน้าของคนรักแทน


"ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ" พูดจบแล้วก้มหน้าลงกับฝามือของคนรัก เขาทำแบบนี้แทบจะทุกครั้งที่นั่งอยู่ข้างๆคนรัก ไม่รู้ว่าคนรักจะได้ยินไหม แต่เขาก็หวังให้คนรักที่หลับไหลอยู่ลืมตาขึ้นมาพูดคุยกันสักนิด แล้วหลับไปต่อเขาก็จะไม่ว่าอะไร ขอแค่อย่างเดียว ลืมตามาให้เขาได้หายกังวลบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นอนนิ่งเฉยแบบนี้


"ขอร้องล่ะ ชานยอล" พูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหล่ออกมาจากหางตา แล้วรีบเช็ดออกเพราะกลัวว่าคนรักจะลืมตาขึ้นมาเห็น เขาอยากเป็นคนที่เข้มแข็ง อยากให้คนรักลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าเขาสบายดี ไม่เป็นอะไร


"หิวจัง" คริสเงยหน้าขึ้นเมื่อเสียงคุ้นหูดังขึ้นมา 


"ไอ้เด็กบ๊อง" คริสพูดก่อนจะหลุดขำออกมา เมื่อเด็กบ๊องที่เขานอนเฝ้าเกือยสองอาทิตย์ลืมตาขึ้นมา แต่สิ่งแรกที่เขาได้ยินเจ้าตัวพูดคือหิว ชานยอลมองคนรักอย่างมึนงง ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กบ๊อง แต่ก่อนก็เรียกเด็กเอ๋อ แต่ตอนนี้เรียกเด็กบ๊องเฉย


"อะไรอ่ะ ก็ผมหิวจริงๆ" ชานยอลตอบออกมา ทำให้มาเฟียหนุ่มหุบยิ้มไม่ได้ ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปหาคนรัก ชานยอลหลับตาลงเมื่อคนรักยื่นใบหน้าเข้ามาแตะที่ริมฝีปากอย่าแผ่วเบา เมื่อเจ้าของริมฝีปากหนาถอดริมฝีปากออก ชานยอลจึงลืมตาขึ้น แล้วมองคนรักอย่าสงสัย


"จูบทำไมอ่ะ" เอียงหน้าถาม แต่คนถูกถามไม่ตอบ เขาขยับตัวเล็กน้อยแล้วยื่นมือไปกดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกพยาบาลที่อยู่นอกห้อง


"มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ" พยาบาลด้านนอกตอบออกมาเมื่อมีเสียงดังมาจากห้องที่กดอินเตอร์คอม


"ช่วยตามคุณหมอลู่ให้ด้วยครับ คนไข้ฟื้นแล้ว" จบคำของคริส พยาบาลจึงรีบติดต่อคุณหมอเจ้าของคนไข้ทันที ไม่นานห้องพักฟื้นของชานยอลก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างรีบร้อนด้วยฝีมือของคุณหมอตัวเล็ก


"เป็นยังไงบ้าง หลับไปนานเลยนะเรา" หมอลู่ถามคนไข้


"ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ตอนนี้หิวมาก แต่คุณคริสบอกให้รอหมอลู่ก่อน" ใบหน้ายู้ๆเอ่ยขึ้นเมื่อถูกขัดใจเพื่อฟ้องหมอลู่ที่ถามจบทำให้มาเฟียที่นั่งอยู่โซฟาส่ายหน้าไปมา เขาถูกคนรักไล่ให้ถอยออกห่างตั้งแต่บอกให้รอหมอลู่ นี่คนรักไม่รู้หรือไงว่าเขาเป็นห่วงมากแต่ไหน แต่ทำไมพอตื่นมากลับงอนเขาซะงั้น เป็นเขาไหมที่ต้องโกรธ


"โอเคๆคริสทำถูกแล้ว" หมอลู่พูดขึ้นยิ้มๆพร้อมกับช่วยเพื่อนไปด้วยเพราะดูจากสถานการณ์แล้วก็รู้ว่าเพื่อนกำลังถูกงอน เมื่อพูดจบหมอลู่ทำการตรวจเช็คร่างกายของชานยอลทันทีโดยมีพยาบาลคอยช่วยอยู่ข้างๆ 


"ทุกอย่างดูโอเคนะ ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แผลก็ดีขึ้นแล้วแต่ขอเช็คสมองก่อนนะเผื่อผลาด อีกสองสามวันถึงค่อยกลับก็แล้วกัน เดี๋ยวอาหารพยาบาลจะจัดมาให้นะ" หมอลู่พูดขึ้นหลังตรวจเสร็จ คริสกับชานยอลพยักหน้ารับ จากนั้นหมอลู่กับพยาบาลจึงของตัว เมื่อทั้งสองออกไปคริสจึงเดินมานั่งข้างๆเตียงคนไข้ ทำให้ชานยอลที่นอนอยู่หน้ายู่ขึ้นเล็กน้อนก่อนจะลุกขึ้นนั่งโดยมีมาเฟียคอยช่วยพยุงอีกแรง


"อยาก...อืออ" เมื่อลุกขึ้นนั่งเสร็จกำลังจะเอ่ยปากพูดแต่เจ้าของใบหน้าหล่อกลับยื่นใบหน้าเข้ามาประกบปิดคำพูดของเขาซะก่อน ชานยอลเผยริมฝีปากบางออกเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นร้อนได้เข้ามาอย่างตามใจชอบ ลิ้นหนาควานหาความหอมหวานอย่างโหยหาโดยไม่สนใจเสียงร้องประท้วงของอีกคนที่หาใจไม่ทันเพราะพิษจูบที่คนรักมองให้


"นิสัย" ชานยอลต่อว่าด้วยใบหน้าแดงก่ำ เมื่อคนรักถอดริมฝีปากออก คริสยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนรักเขินอาย


"อย่าหลับไปนานแบบนี้อีกนะ ฉันเป็นห่วง" คริสกอดคนรักเข้ามาซุกอกแล้วพูดขึ้น เขาไม่อยากให้คนรักต้องหลับไปแบบนี้อีก เขาใจคอไม่ดี 


"ก็มันง่วงนิ" เถียงอู้อี้อยู่ในอก


"ง่วงก็ตื่นขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นอน" มาเฟียหนุ่มผละคนรักเล็กน้องแล้วพูดออกมาพร้อมกับจ้องใบหน้าซีดๆของคนรักไปด้วย ทำให้ชานยอลต้องยิ้มออกมาน้อยๆอย่างรู้สึกผิด เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมตัวเองถึงนอนไม่ยอมตื่น แต่พอคนรักบอกว่าตัวเองนอนหลับยาวไปเกือบสองอาทิตย์ก็ทำให้รู้สึกผิดขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าคนรักจะมีท่าทียังไง จะกระวนกระวายมากแต่ไหน ถึงไม่มีใครบอกเขาก็รู้ได้ด้วยตัวเอง ขนาดเขาไปติดบนเรือสินค้า พ่อมาเฟียหน้านิ่งคนนี้ยังโมโหฆ่าทิ้งทุกคน เขารู้ เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขามาเฟียคนนี้ต้องหัวร้อนทุกครั้ง อย่าคิดถามหาเหตุผลกับคนอื่นเพราะมาเฟียตรงหน้าไม่เคยถามใคร...นอกจากเขา


"ขอโทษนะ ที่ผมทำเรื่องเกินตัว...อีกแล้ว" ชานยอลพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดจริง เพราะครั้งนี้มันอันตรายจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกยิงแล้วได้นอนยาวเป็นอาทิตย์


"ขอโทษไปก็ทำอีกอยู่ดี" มาเฟียพูด คำพูดของเขาไม่ได้ประชดหรือโกรธ เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นนิสัยของเจ้าตัว คนที่อยู่นิ่งๆไม่เป็นเหมือนชาวบ้าน อย่าหวังว่าจะไม่มีเรื่องเข้ามา 


"ก็พอเห็นคนเดือดร้อนมันยืนมองเฉยๆไม่ได้อ่ะ" นี่คือความใจดีของคนรัก แต่เวลาที่คนรักของเขาอยู่ในโหวตเมียมาเฟียก็โหดใช่เล่น


"รู้ ฉันรู้ แต่ขอให้ดูแลตัวเองให้มากกว่านี้" เจาบอกคนรัก เขาไม่ห้ามหรอกว่าคนในอ้อมกอดจะคิดจะทำอะไร ขอแต่ให้ปลอดภัยกลับมาหาเขาก็พอ


"สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้มากกว่านี้" ตอบด้วยเสียงแผ่วเบา เพราะก็ไม่มั่นใจว่าจะดูแลตัวเองได้มากแค่ไหน คริสยิ้มให้กับคำสัญญาของคนรัก




ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูดังขึ้น สักพักจึงมีพยาบาลกับแม่บ้านที่ยกอาหารเข้ามาในห้อง กลิ่นของอาหารทำให้ชานยอลกระตือรือร้นขึ้นมาทันที 


"อาหารมื้อแรกเป็นข้าวต้มปลาก่อนนะคะ ในท้องคนไข้ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย มีเพียงน้ำเกลือเท่านั้นที่คนไข้ได้แทนอาหาร ถ้าให้คนไข้กินอาหารหนักเกินไปจะทำให้ลำไส้บีบตัวลำบากแล้วปวดท้อง" พยาบาลเลื่อนอาหารมาอยู่ตรงหน้าของชานยอลพร้อมกับคำอธิบาย ชานยอลที่ตั้งใจฝั่งพยาบาลบอกก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ


"นี่คือยาหลังอาหารนะคะ คนไข้ฟื้นแล้วคงไม่ต้องให้ทางสายน้ำเกลือ คนไข้ทานยาเม็ดได้หรือเปล่าเอ่ย" พยาบาลพูดขึ้นขำๆเพื่อให้คนไข้ได้รีแลค แต่หารู้ไม่คนไข้ที่นอนอยู่ไม่เคยไม่รู้จักคำว่าผ่อนคลาย ขนาดที่พยาบาลกำลังพูดอยู่เจ้าตัวกลับตักข้าวใส่ปากด้วยความหิว นี่คือที่มาของความหิวไม่เคยปราณีใคร พยาบาลคนสวยยิ้มให้กับคนไข้เล็กน้อยก่อนจะขอตัวออกจากห้อง


"ไม่ฟังเขาเลยสักนิด" คริสเดินเข้ามาขยี้ผมชานยอลเบาๆที่ยังคงเห็นคนรักก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจใคร ชานยอลยักไหล่ขึ้นทั้งๆที่ยังก้มหน้าทานอยู่ จนกระทั้งทานหมดแล้วตามด้วยยาสี่เม็ดที่ถูกจัดไว้ในถ้วยแก้วขนาดเล็กที่พอใส่เม็ดยาเอาไว้ภายใน


"อย่าเพิ่งนอนนะ" คริสสั่งเมื่อเห็นคนรักกำลังจะทิ้งตัวลงนอน ชานยอลมองคนรักยู้หน้าเล็กน้อยแล้วนั่งตัวตรง ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ


"นี่" ชานยอลที่นั่งอยู่เงียบๆเรียกร้องความสนใจจากคนรัก ทำให้คริสที่นั่งจ้องหน้าจอแล็ปท็อปอยู่ข้างๆกันต้องเงยหน้าขึ้นมามอง


"เรื่องอาวุธล่ะ" หลับไปนานก็เลยเป็นห่วงเรื่องอาวุธที่ตัวเองจะต้องส่ง ไม่รู้ว่าคนรักจะจัดการมันเรียบร้อยหรือยัง


"ไม่ต้องห่วงหรอก จื่อเทาบอกว่าอีกสองสามวันก็น่าจะถึงมือผู้รับ" ชานยอลพยักหน้ารับ


"แล้วพี่จุนมยอนล่ะ กลับเกาหลีหรือยัง" ถามถึงพี่ชายคนสนิทอีกคน เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายตัวเองหรือเปล่า


"ห่วงตัวเองดีกว่าไหม" คริสพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นลูบแก้มคนรัก ทำให้ชานยอลยกมือของตัวเองขึ้นมาแล้วจับมือของคนรักเอาไว้ เขาเอียงหัวซบใบหน้าเข้ากับฝามือใหญ่ มันเป็นฝามือที่มีแต่ความเลือดเย็น แต่มีเฉพาะความอบอุ่นให้กับเขาเพียงคนเดียว


"เป็นอะไร" คริสถาม


"อุ่นจัง" เขาอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆคนรัก ใครหาว่าเขาติดแฟน เขายอมรับได้อย่างเต็มปาก ว่าตัวเองติดแฟนอย่างมาเฟียคนนี้มาก


"รักนะ รักมากด้วย" ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากบอกรัก แต่ความรู้สึกของเขาสั่งให้บอกเพราะดูเหมือนว่าถ้าบอกครั้งหน้าคนตรงหน้าจะไม่รับมันไว้ หรือแค่เขาคิดไปเองนะ



1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ






ความคิดเห็น