ครีบปลาวาฬ/ชญานิษฐ์
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

36>>หนูดีมีเรื่องต้องปรึกษา

ชื่อตอน : 36>>หนูดีมีเรื่องต้องปรึกษา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2561 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
36>>หนูดีมีเรื่องต้องปรึกษา
แบบอักษร

ระยะเวลาที่มินตราพักรักษาตัวอยู่หนูดีก็มักจะเดินทางไปเรียนคนเดียวโดยมีคอสโม่ตามรับตามส่ง ซึ่งบางวันก็อยู่เฝ้าจนกลับบ้านมาด้วยกัน ทำให้คนทั้งสองสนิทกันมากขึ้น และวันนี้หนูดีเลิกเรียนก็อยากดูหนังจึงโทรไปขออนุญาตอนาคินซึ่งอนาคินก็ไม่ได้ห้ามอะไรเนื่องจากมีคอสโม่คอยดูแลไม่ห่าง

ทว่า..........

“คินคิดยังไงปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับผู้ชายมืดค่ำแบบนี้”

หนูดีและคอสโม่เดินออกจากโรงหนังและตั้งใจจะไปนั่งกินข้าวกันต่อ แต่ก็เดินไปไหนไม่ได้เมื่อระหว่างทางมีร่างสูงของภูวดลยืนขวางอยู่ มันเป็นความบังเอิญที่หนูดีไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ เพราะหนูดีหิวข้าวะร้อมกันนั้นภูวดลยังมองคอสโม่หัวจรดเท้าคล้ายกำลังดูถูกดูแคลน

หน้าก็หล่อแต่ทำไมถึงทำตัวไม่หล่อเหมือนหน้าตาเลยนะ?

“อาภูมีปัญหาอะไรเหรอคะ”

“เปล่าอาก็แค่เป็นห่วง”

“ปาป๊าไว้ใจคอสโม่ให้ดูแลหนูดีค่ะ หากคอสโม่เป็นผู้ชายไม่ดีคงไม่ได้รับความไว้ใจจากปาป๊าหรอกค่ะ”

“คนเราไว้ใจได้ที่ไหนกัน” ภูวดลไม่จบและพยายามจะหาเรื่องมองคอสโม่ในแง่ร้ายจนได้

หนูดีเหนื่อยหน่ายกับภูวดลจนต้องถอนหายใจเสียงดังอย่างไม่เกรงใจ

ทั้งพ่อทั้งลูกน่าโมโหทั้งคู่!!!

“หนูดีต้องขอตัวก่อนนะคะไม่มีเวลาว่างมาคุยกับอาภูหนูดีต้องรีบกินข้าวและรีบกลับบ้าน”

“อาไปส่ง”

“ไม่จำเป็นค่ะ และหนูดีอยากจะบอกอาภูว่า ทีหลังอย่ามามองคอสโม่ด้วยสายตาดูถูกแบบนี้อีก ทำตัวให้มันหล่อเหมือนหน้าตาหน่อย ไม่อย่างนั้นหนูดีจะบอกให้ปาป๊าเลิกคบอาภู”

“หนูดีไม่น่ารักเลยนะทำไมพูดกับอาแบบนี้”

“จะไปฟ้องปาป๊าก็ได้นะคะ”

“ให้ตายเถอะทำไมนับวันยิ่งทำตัวไม่น่ารักเหมือนแต่ก่อน”

หนูดีกลอกตามองบนแล้วเธอก็เดินเลี่ยงมาอีกทางโดยมีคอสโม่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง ภูวดลจะเข้ามาหาหนูดีตามตักเตือนก็ไม่ได้ เพราะคอสโม่มีท่าทางว่าหากเขาแตะต้องหนูดีแม้แต่ปลายเล็บก็จะไม่ปล่อยไว้ ภูวดลจึงได้แต่มองตามหลังเท่านั้น

“หนูดีไม่ชอบอาภูเลยค่ะนิสัยไม่น่ารักไม่รู้ทำไมปาป๊าถึงคบ”

“ลูกของอาภูก็อีกคน นี่คงได้นิสัยพ่อมาเต็มๆ แน่เลยค่ะ”

“โมโหๆ จะกินข้าวให้เยอะๆ เลยคอยดูสิ”

หนูดีบ่นนั่นบ่นนี่อยู่คนเดียว คอสโม่เดินตามหลังมองเจ้านายสาวด้วยแววตาความอ่อนโยนและเอ็นดู หนูดีทำตัวไม่น่ารักก็ใช่แต่ผู้ใหญ่ไม่น่ารักกับหนูดีก่อน มันก็พอยวนๆ กันได้ และเมื่อถึงร้านอาหารหนูดีก็จัดการสั่งอาหารชุดใหญ่มานั่งกินกับคอสโม่

“ผมต้องอ้วนแน่ๆ ครับคุณหนูหากเรากินเยอะแบบนี้ทุกวัน”

“ไม่อ้วนหรอกค่ะนูดีรู้นะว่าคอสโม่ออกกำลังกายทุกวัน”

“ผมงานเยอะเอาเวลาที่ไหนไปออกล่ะครับ”

“คิกๆ งั้นก็อ้วนไปเลยค่ะ หนูดีจะได้มีเพื่อนอ้วนเราก็จะตัวกลมน่ารักเหมือนกัน”

หนูดีพูดไปก็หัวเราะขำไป เธอคิดสภาพตัวเองและคอสโม่อ้วนแล้วก็ขำ มันต้องตลกมากแน่ๆ เลยล่ะ หนูดีอารมณ์ดีได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เธอได้กินอาหารจนอิ่มท้อง เธอกินแบบไม่ห่วงสวยและไม่กลัวว่าเธอจะอ้วน จนคอสโม่เชื่อว่าหนูดีต้องการกินให้ตัวเองอ้วนจริงๆ

แต่ถึงจะอ้วนแต่ก็น่ารักเพราะหนูดีมีพื้นฐานโครงหน้าที่สวยน่ารักอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะหุ่นไหนเธอก็สวยและน่ารัก คอสโม่เผลอมองหนูดีและจังหวะนั้นหนูดีก็เลื่อนตามองสบตากับคอสโม่พอดี ก่อนที่เธอจะทำตัวเป็นสนใจการกินของตัวเองต่อไป แต่ภายในใจกำลังลังว้าวุ่นอย่างนัก

‘ต้องไปปรึกษามินตราแล้วล่ะ’

หนูดีบอกตัวเอง เธอไม่เคยสบตากับคอสโม่แบบที่เขาเองก็สบตาเธออยู่ มันไม่เหมือนความรู้สึกเหมือนมองคนหล่อที่ใครหล่อเธอเองก็เขินไปหมด คอสโม่แปลกกว่านั้นและอันตราการเต้นของหัวใจของหนูดีก็แรงอย่างบ้าคลั่ง มันแรงกว่าการได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่นซะอีก

เพิ่งเคยเป็นแม้จะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย

อาจเพราะครั้งนี้ใจเจ้ากรรมมันเปิดกว้างหรืออาจเพราะคอสโม่ใช้สายตาแบบอ่อนโยนมองเธอหนูดีเลยหวั่นไหว หนูดีกินไปก็ว้าวุ่นไปและเมื่อกินเสร็จเธอจะตรงมาปรึกษามินตราเลยก็ไม่ได้ เพื่อนสาวของเธอโดนอนาคินยึดเอาไว้และคาดว่าทั้งสองคนคงช่วยกันผลิตลูกกันอยู่

หนูดีจึงต้องรอปรึกษามินตราในเช้าวันรุ่งขึ้น

>>>>>>>>>>

“อ้าวเธอไม่ได้ชอบอาภูหรอกเหรอหนูดี”

มินตราขมวดคิ้วหลังจากที่ได้รับฟังคำปรึกษาของหนูดี ซึ่งก่อนหน้านั้นมินตราจำได้ว่าเธอเคยแซวและหนูดีก็ทำท่าไปไม่เป็น ไหนจะใบหน้าที่แดงระเรื่อนั่นอีกล่ะ นี่นึกจะเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนใจกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ

“เปล่าไม่ได้ชอบและฉันโดยแซวขนาดนั้นก็มีบ้างแหละที่จะเขิน อีกอย่างอาภูก็หล่อมันก็ชวนให้น่าเข้าหาและน่ามอง แต่ความรู้สึกเมื่อวานที่เจออาภูมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ เบื่อขี้หน้าสุดๆ และฉันหวั่นไหวกับคอสโม่อย่างที่บอกเธอนั่นแหละ”

“ถ้าปาป๊ารู้จะไล่คอสโม่ออกไหมนะ”

“คิดว่าไม่นะ”

“ไม่นี่คือไม่แน่หรือไม่รู้”

“ทั้งสองอย่างเธอก็รู้ว่าปาป๊าน่ะหวงฉันจะตาย”

“ก็จริงของเธอ แบบนี้ก็เรียกว่างานหินเลยนะ” ดูจากการที่อนาคินหวงแหนมินตราในฐานะเมีย แต่หนูดีคือลูกมินตรานึกภาพไม่ออกเลยว่าอนาคินจะหวงมากจนบ้าคลั่งในทิศทางไหน

แต่ที่รู้คือน่ากลัว!

“ฉันควรทำยังไงดีล่ะ จะว่าไปแล้วก็ไม่อยากโสดแล้วนะ”

“อ่า....เธอนี่เปลี่ยนใจเร็วชะมัดวันนั้นยังบอกว่าจะโสดเลี้ยงน้องอยู่เลย”

“ก็ถ้ามีลูกจะได้เอามาเป็นเพื่อนเล่นกันไง”

“เชื่อเธอเลยหนูดี แล้วคอสโม่เขาว่ายังไงล่ะ ไม่สิ! ฉันต้องถามเธอว่าเธอจะบอกคอสโม่ยังไง” มินตราปรับเปลี่ยนคำถามของตัวเองใหม่ หนูดีท่านึกคิดอยู่คครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแหยๆ บอกได้ว่าหนูดีเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไง

“ทีเรื่องคนอื่นน่ะจัดแจงดีนัก”

“ก็มันคิดไม่ออกนี่นา เธอก็ช่วยฉันหน่อยนะเพื่อนรัก” หนูดีเปลี่ยนที่นั่งมานั่งโซฟาตัวเดียวกันกับมินตรา เธอจับแขนของเพื่อนแล้วเขย่าไปมา พอมินตราหันหน้ามามองหนูดีก็ทำตาปริบๆ ใส่อย่างน่าสงสาร

มินตราต้องพ่ายแพ้และยินยอมว่าจะช่วย

“อ่าๆ ช่วยก็ช่วย”

“เยี่ยมไปเลย!!!”

หนูดียิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินคำตอบของมินตราว่าเธอจะช่วยหนูดี ซึ่งมันต้องดีมากแน่ๆ และที่หนูดีต้องขอความช่วยเหลือจากมินตรานั่นไม่ใช่เพราะว่าเธออ่อนไม่เป็น แน่นอนว่าหนูดีอ่อยเป็นเพียงแต่เธออ่อยไม่เก่งเท่ามินตราดังนั้นมินตราจึงต้องรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่เธอ

“เธอก็ทำตัวให้สนิทสนมกับเขาก่อนก็แล้วกัน เอาแบบค่อนเป็นค่อนไปก่อนนะ ลองดูเชิงคอสโม่ก่อนถ้าเขาเล่นด้วยก็น่าเสี่ยง เหมือนที่ปาป๊าของเธอทำกับฉันไง”

“เขินอ่ะ” หนูดีแก้มร้อนผ่าวและขึ้นสีแดงระเรื่อ และจังหวะนั้นเองที่อนาคินเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นพอดี มินตราสะกิดแขนหนูดีเบาๆ หนูดีจึงหุบยิ้มและเก็บทุกอาการของเธออย่างแนบเนียน

“ปาป๊าเพิ่งตื่นเหรอคะ”

“เปล่าครับ พอดีปาป๊าเข้าครัวอยู่”

“ห๊ะ?” หนูดีถึงกับส่งเสียงร้องแปลกใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างอนาคินจะเข้าครัว แต่ก็ต้องเชื่อเพราะเมื่อไม่นานมานี่หนูดีได้ข่าวมาว่าอนาคินไปเรียนสระผมเพื่มาสระผมให้มินตรา แบบนี้แล้วนับประสาอะไรกับเข้าครัวล่ะ มันเป็นเรื่อง่ายนิดเดียวเอง แต่กระนั้นหนูดีก็ไม่อาจลดความแปลกใจของตัวเองได้เลย

แปลกในแปลก!

“เมื่อก่อนปาป๊าก็ทำอาหารให้หนูดีกินเหมือนกันนะคะ”

“เมื่อก่อนคืออาหารเด็กเล็กและหนูดีจำความไม่ได้เลยค่ะ”

“คิกๆ แต่วันนี้ปาป๊าเข้าครัวก็ทำของโปรดเผื่อหนูดีด้วยนะครับ”

“จริงเหรอคะ”

“ครับ ปูผัดผงกระหรี่ของโปรดหนูดีและวันนี้ก็ทำยำทะเลให้มินตรา เดี๋ยวนี้ชอบกินยำปาป๊าเลยอยากลองโชว์ฝีมือปลายจวักบ้าง”

“เสร็จแล้วเหรอคะปาป๊าหนูดีหิวแล้วค่ะ”

“เสร็จแล้วครับ” 

อนาคินตอบจากนั้นก็เดินเข้ามาพยุงมินตราให้ไปเดินไปนั่งรถเข็น แล้วทั้งสาวก็ไปยังห้องอาหารทานมื้อเช้าด้วยความสุขและเสียงหัวเราะผ่านการพูดคุยเรื่องขบขันกัน

>>>>>>>>>>>>>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น