หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 9 บังคับจูบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 บังคับจูบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2561 10:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 บังคับจูบ
แบบอักษร


หลินเมิ่งอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลาเกือบสิบกว่านาที แต่เพราะกลัวว่าหรงหลิงจะตามตัว เธอเลยไม่กล้าที่จะอยู่ในนั้นอีก ถึงได้ยอมออกมาจากห้องน้ำหญิง ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้ว เฝิงถานคนนั้นคงจะไปแล้วล่ะ

เมื่อคาดเดาอย่างนั้น เธอจึงเดินกลับไปที่สนาม

แต่กลับคาดไม่ถึงว่ายังไม่ทันได้เดินเลี้ยวออกจากหัวมุม ก็กลับถูกคนขวางไว้เสียก่อน

“หลินเมิ่ง......”

รอยยิ้มของเกาซีในตอนนี้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หลินเมิ่งรู้สึกว่าสมองของเธอบีบแน่นขึ้นมา

“เกาซี”

หลินเมิ่งยิ้มบางๆ พยักหน้าให้เขาน้อยๆ

แทบจะทันทีเกาซีก็ตรงเข้าไปดึงแขนของเธอ มือนั้นรวบเอวของเธอไว้อย่างรุนแรง ตอนที่ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีไปนั้น มือของเขาก็ออกแรงดึงเธอ พลิกตัวกดร่างของหลินเมิ่งเข้ากับกำแพงสีขาวสะอาด แล้วอาศัยโอกาสนั้นออกแรงกดทับร่างของเธอไว้ กักร่างของเธอไว้ระหว่างกำแพงและร่างของเขา

“คุณจะทำอะไรน่ะ?” หลินเมิ่งปกป้องตัวเองด้วยการเอาสองมือกันไว้ที่หน้าอก

เกาซีหัวเราะออกมาเสียงต่ำ กระซิบด้วยเสียงทุ้มพร่าว่า “หลินเมิ่ง...หลินเมิ่ง...ชื่อนี้...ช่างสวยงามจริงๆ น้า......”

เขาขยับตัวเข้าใกล้เหนือศีรษะของเธอ สูดดมกลิ่นหอมของเส้นผมเธออย่างหื่นกระหายและชั่วร้าย พูดจาคุกคามเธออย่างไม่เกรงใจ “หอมจริงๆ”

ใบหน้าของหลินเมิ่งพลันแดงซ่าน ทั้งอับอายและไม่ชอบใจ เธอรู้สึกว่านี่มันไม่ค่อยปกติแล้ว จึงตวาดเสียงเบาว่า “ปล่อยฉัน!”

เกาซีราวกับไม่ได้ยิน จับเข้าที่ปลายคางของเธอ ให้ริมฝีปากของเธอเข้าใกล้เขาอีกนิด แล้วถามว่า “เท่าไหร่?”

หลินเมิ่งขมวดคิ้ว

เกาซีจึงถามขึ้นอีกครั้งว่า “เท่าไหร่ล่ะ!? หนึ่งแสนหรือว่าสองแสน?”

หลินเมิ่งไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร คิ้วจึงยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นมากขึ้น มือของเขาออกแรงบีบคางของเธอหนักๆ จนเธอรู้สึกเจ็บ “ปล่อยฉัน!”

เกาซีค่อยๆ ชื่นชมใบหน้างดงามที่ดูราวกับออกมาจากภาพวาดตรงหน้าอย่างช้าๆ เสนอราคาสุดท้ายออกมาว่า “หนึ่งล้าน ขอซื้อตัวเธอหนึ่งคืน!”

ชั่วพริบตานั้นใบหน้าของหลินเมิ่งก็แดงก่ำขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวในทันที ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าเกาซีกำลังพูดถึงอะไร!

“คนชั่ว!” เขากล้าพูดอย่างนี้กับเธอได้ยังไง!

หลินเมิ่งโกรธจนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ

เกาซีที่ได้เห็นก็รู้สึกแปลกใจ ใบหน้าที่เรียวเล็กนี้เขาก็ได้พบเป็นครั้งแรก เพียงแต่รู้สึกว่ามันช่างสง่างามไม่เหมือนที่เขาเคยเห็นทั่วไป เมื่อเข้าไปมองใกล้ๆ อีกที ดวงตาที่เคลือบไปด้วยน้ำคู่นั้นก็ช่างทำให้คนรู้สึกว่ากำลังจมอยู่ในห้วงของความฝัน ใบหน้าที่ขาวบริสุทธิ์นั่นแต่ทำไมถึงทำให้ดวงตาคู่นั้นดูเย้ายวนขึ้นมาได้นะ คิ้วบางที่ได้รูปก็ดูช่างมีเสน่ห์ เป็นธรรมชาติเสียจนทำให้ชายหนุ่มต้องหลงใหล ตอนนี้ความโกรธเกรี้ยวของเธอ ทำให้ทั้งใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ ดูอ่อนหวานมีเสน่ห์เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่เขาตกหลุมรัก หางตาที่แดงระเรื่อ ราวกับว่าชั่วขณะนั้นหยาดน้ำตาที่ดูราวกับคริสตัลก็จะร่วงไหลลงมา

น่าหลงใหลชะมัด เขาก้มหน้าลง ไล้เลียริมฝีปากที่หอมหวานราวกับดอกไม้ของเธออย่างหิวกระหาย

เธอตกใจจนดวงตากลมโตเบิกกว้าง ขนตายาวกะพริบสั่นไหวไปมา ยื่นมือออกไปผลักร่างของเขาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ก็ราวกับว่าเขาจะเสพติดมันเข้าเสียแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ยากจะลืมชั่ววินาทีที่จูบเธอได้ ทั่วทั้งจิตวิญญาณของเขาราวกับโดนไฟดูดอย่างไรอย่างนั้น!

โดยธรรมชาติพละกำลังของผู้หญิงก็ย่อมที่จะก็อ่อนแอกว่าผู้ชายอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมกับเธอสักหน่อย เขาก็จะสามารถยับยั้งการดิ้นรนของเธอได้อย่างง่ายดายแล้ว เขาไล้เลียริมฝีปากของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ฟังเสียงของเธอเลยสักนิด ไม่ว่าใบหน้าของเธอจะหันหนีไปทางไหน ริมฝีปากของเขาก็จะตามไปติดๆ แล้วหลังจากนั้นก็จะละเลียดชิมความหอมหวานจากริมฝีปากนั้นอย่างเอาแต่ใจ

“อื้อๆ......”

มือเท้าของหลินเมิ่งทั้งตบตีเขา ทั้งเตะเขา แต่กลับทำอะไรเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย! เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจ คิดที่จะใช้ลิ้นของตนเปิดริมฝีปากของเธอ รุกล้ำเข้าไปในปากเล็กที่อ่อนนุ่มนั่น กลิ่นอายของเพศชายที่ยากจะคุ้นชินลอยเข้าจมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา ใบหน้าที่เข้ามาใกล้และลิ้นที่ตวัดไล้เลียอย่างสะเปะสะปะบนริมฝีปากเธอนั้นทำให้หลินเมิ่งรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างมาก! เธอทั้งรู้สึกร้อนรนและรู้สึกหวาดกลัว เพียงพริบตาที่เบ้าตาก็มีน้ำตาเอ่อคลอ ดูราวกับกระต่ายที่อยู่ในอุ้งมือของนายพรานอย่างไร้หนทางที่จะรอดพ้น

เธอกัดฟันแน่น เม้มริมฝีปาก ในใจร้องตะโกนขอความช่วยเหลือไม่หยุด ในหัวพลันปรากฏภาพของหรงหลินขึ้นมาในทันที!

ตอนนั้นเกาซีลืมตัวไปเสียสนิท เขาพยายามรุกล้ำเข้าไปในปากของหลินเมิ่งอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีคนมาผลักไหล่ของเขาออกอย่างรุนแรง แค่เพียงครั้งเดียวก็สามารถผลักเขาออกจากร่างของหลินเมิ่งได้ เกาซียังไม่ได้ทันจะได้มีปฏิกิริยาตอบรับ หมัดที่รุนแรงหมัดหนึ่งก็พลันกระแทกเข้าที่มุมปากของเขา เพียงพริบตาฟันหนึ่งซี่ของเขาร่วงออกมาจากปาก!

“ไอ้สารเลวหน้าไหนวะ!”

 เกาซีพ่นคำด่าออกมาอย่างหยาบคาย ถ่มน้ำลายออกมาครั้งหนึ่ง สิ่งที่ออกมานั้นมีทั้งเลือดมีทั้งฟัน เขาเงยหน้าขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว โกรธจนอยากจะเห็นหน้าว่าเป็นไอ้คนตาไม่มีแววคนไหนกัน แต่พอเห็นว่าคนที่ต่อยเขานั้นเป็นหรงหลิง เขาก็พลันอึ้งไปชั่วขณะ

หรงหลิงในตอนนี้ บนใบหน้าไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย สีหน้าดูเหมือนจะราบเรียบ แต่ดวงตาของเขาคู่นั้นกลับมีความรู้สึกที่ทำให้คนไม่กล้าจะสบตา นั่นเป็นดวงตาของสัตว์ป่า ถ้าหากกล้าที่จะมีเรื่องกับเขาล่ะก็ จะต้องตายแบบศพไม่ครบแน่นอน! เกาซีเองก็มีอำนาจและฐานะทางสังคม จนสามารถนับได้ว่าเขาก็มีหน้ามีตาเป็นอย่างมาก ถ้าหากว่าเป็นคนอื่น เขาก็คงต่อยกลับไปแล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหรงหลิง ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางลงมือได้เลย เขาถูกอำนาจที่มีของหรงหลิงทำให้ตกตะลึงอยู่กับที่ ผู้ชายคนนี้ ก่อนหน้านี้ตนก็เพียงแต่รู้สึกว่าเขาโดดเด่นนิดหน่อย ราวกับว่าจะเก่งกาจเหนือคนอื่นๆ อยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นเขาตอนนี้แล้ว เกาซีก็พลันรู้สึกว่าตัวเองดูผิดไป อีกทั้งยังผิดไปอย่างมหันต์เลยด้วย ผู้ชายสูงใหญ่คนนี้ จริงๆ แล้วเขาก็คือราชาแห่งความมืดมิดคนหนึ่ง สีหน้าที่อบอุ่นและรอยยิ้มที่ราบเรียบนั่นก็เป็นเพียงแค่การเสแสร้งของเขาเท่านั้น!

เกาซีค่อยๆ หรี่ดวงตาลงอย่างช้าๆ ขดร่างเข้าหากันอย่างเงียบๆ แล้วรีบเช็ดเลือดที่มุมปาก

ทางด้านหลินเมิ่งเมื่อเห็นว่าหรงหลิงมาแล้ว เธอก็ทั้งร้องไห้และทั้งยิ้มออกมา ท่าทางดูเหมือนกับกระต่ายน้อยที่ถูกทำให้ตกใจก็ไม่ปาน รีบโผเข้าสู่อ้อมกอดของหรงหลิงอย่างรวดเร็ว มือกำเสื้อผ้าที่อยู่ตรงหน้าอกของเขาแน่น ขดตัวอยู่กับร่างของเขา

หรงหลิงยื่นมือข้างหนึ่งออกไปกอดร่างของเธอไว้ สายตายังคงจ้องมองไปที่เกาซีอย่างเยียบเย็น ทั้งร่างราวกับมีความรู้สึกอยากจะฆ่าคนขึ้นมา

ในขณะที่ผู้ชายทั้งสองคนกำลังจ้องมองกันนิ่งๆ อยู่นั้น ประธานเกาที่ได้รู้เรื่องก็เข้ามาทันที เมื่อเห็นว่าลูกชายของตัวเองถูกต่อยจนมุมปากช้ำ อีกทั้งยังมีเลือดออก ก็พลันรู้สึกเจ็บปวดใจ รีบร้อนก้มหัวให้กับหรงหลิงเพื่อขอโทษ

“ประธานหรง คือว่านี่...โธ่ น่าละอายจริงๆ ผมเองที่ไม่ได้สั่งสอนลูกชายให้ดี จนเขาทำเรื่องที่เลอะเลือนแบบนี้ ประธานหรงครับ คุณเป็นคนมีจิตใจกว้างขวาง อย่าได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยนะครับ ผมต้องขอโทษแทนลูกชายของผมด้วย”

หรงหลิงพ่นลมหายใจออกมา เค้าโครงหน้าที่ได้รูปดูราวกับดาบที่แหลมคม

“ประธานเกา คุณก็สอนลูกชายของคุณได้ไม่ดีจริงๆ นั่นล่ะ การกระทำแบบนี้ของลูกชายคุณ ทำให้ตัวผมเองก็ไม่ค่อยจะเชื่อมั่นในตัวคุณและบริษัทของคุณสักเท่าไหร่แล้วสิ ผมว่านะ เรื่องที่เราจะเจรจากันในวันนี้คงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้วล่ะครับ”

“นี่ ประธานหรง......” เกาชางหมิงรีบร้อนอยากจะพูดอะไรออกมา แต่หรงหลิงก็ไม่ได้ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย กึ่งโอบกึ่งกอดพาร่างของหลินเมิ่งหันหลังจากไป เงาร่างที่ทระนงเด็ดขาดของเขา ดูเปี่ยมล้นด้วยอำนาจเป็นอย่างมาก

เกาชางหมิงกระวนกระวายเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปที่ลูกชายของตัวเอง ก็โกรธจนต้องพ่นคำด่าออกมา “วันนี้แกทำบ้าอะไรของแกหา!? ผู้หญิงของหรงหลิงเป็นคนที่แกไปแตะต้องได้เหรอ!? ไอ้เด็กเลว วันนี้แกสร้างเรื่องใหญ่แล้ว ธุรกิจของฉันกำลังไปได้ดี แต่กลับถูกแกพังลงจนไม่เป็นท่า!”

ในใจของเกาซีรู้สึกละอาย แต่วัยรุ่นอย่างเขาก็ต้องมีเลือดร้อน มีความรู้สึกต่อต้านกันบ้าง ตอนนี้เขาทำได้แค่ยื่นมือออกไปลูบเลือดสดๆ ที่มุมปากของตัวเอง พึมพำออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจ “ก็แค่ทำธุรกิจเองไม่ใช่เหรอไง ถ้าทำกับหรงหลิงไม่ได้ ก็ไปหาคนอื่นทำด้วยสิ!”

“แกจะไปเข้าใจอะไร!” เกาชางหมิงโมโหจนต้องตะคอกออกมา “ถ้าหากฉันไม่ได้ร่วมธุรกิจกับหรงหลิงครั้งนี้ หลังจากนี้ตระกูลเกาก็จะไม่มีที่ยืนในเมือง J แล้ว! แก...แก...แก...แกทำให้ฉันโมโหจะตายแล้ว!”

เกาซีตกใจ ตอนนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจความเสียหายของเรื่องราวในครั้งนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว

“พ่อ งั้นพ่อว่า ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงกันดี?”

“จะทำอะไรได้อีกเล่า!?” เกาชางหมิงสบถออกมาอย่างไม่พอใจ ในดวงตาพลันเกิดประกายขึ้นมาในทันที “ล้มตรงไหน ก็ต้องลุกขึ้นตรงนั้น!”

เขา เกาชางหมิงทำธุรกิจมาค่อนชีวิต ผ่านความยากลำบากมาก็มากมาย เขาไม่มีทางที่จะมาล้มลงตรงนี้แน่!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น