Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 17 รื้อฟื้น1

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 รื้อฟื้น1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2561 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 รื้อฟื้น1
แบบอักษร

​สวัสดีค่าา ช่วงนี้อัพถี่หน่อยนะคะ เพราะจิ้งกลัวทุกคนหายไป แง T.,T เลยเอาอีกตอนมาฝากค่ะ แล้วสำหรับกิจกรรมขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมน้า มีทายถูกทายผิดบ้างแต่จิ้งจะเฉลยแล้วค่ะ! จิ้งเกิดวันที่ 7 ก.ย นี้เองงง ฮาาา >____< ยินดีกับเพื่อนๆที่เดาถูกกันนะคะ ผิดก็ไม่เป็นไรเนอะมีครั้งหน้าให้เล่นอีก ติดตามอีกนะคะ ^____^ แล้วก็ จากที่่อ่านคอนเม้นที่ทายกันมาและขอกันมา ขออนุญาต คุณ  Pobton กับ คุณ Supautch Aom 2233 รวมกันนะคะ เพราะเป็นเมซเซจกับแสตมป์ในเชิงความหมายรวมกันค่ะ แล้วก็ยินดีด้วยกับคุณ kira ที่เข้ามาขอคู่อย่างสกายแสตมป์ด้วยนะคะ แต่จิ้งขอบอกอีกครั้งนะคะว่านั้นเป็นตอนพิเศษ จะไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องหลักใดๆทั้งนั้นค่ะ เป็นแค่ตอนที่พิเศษใส่ไข่มาให้อ่าน XD และจะทยอยอัพให้ได้อ่านกันเนอะ! ราตรีสวัสดิ์จ้า ! 

_____________________________________________________________________________________________________________________________________

แสตมป์เข้าไปในบ้านหลังกลางที่ว่าเป็นบ้านของตัวเองอย่างใจเย็น สายตาก็กวาดสำรวจมองรอบข้างไปด้วยหลังจากที่เขาลังเลอยู่นานว่าจะไขเข้ามาเลยรึเปล่า ใจหนึ่งเขาเองก็อยากกลับมาจำให้ได้ไวๆอยู่แล้ว…แต่อีกใจของเขามันเหมือนกับว่าเขากำลังกลัว…กลัวอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองกลัวอะไรอยู่

“มีใครอยู่ไหมครับ?” เขาตะโกนถามออกมาพร้อมสายตาก็มองซ้ายมองขวาไปด้วยแม้จะเป็นคำถามที่ไม่ควรถามมันเลยก็ตามแต่เขาก็เผื่อเอาไว้ยามที่อาจจะมีใครอยู่กับเขา

“….”

แต่ทุกอย่างไม่เหมือนใจเขาคิดเพราะไม่มีเสียงตอบรับของใครสักคนบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้นั้นมีแค่เขาคนเดียวที่อยู่ แสตมป์ถอนหายใจออกพลางเปิดสวิชต์ไฟที่คลำหาจนเจอภายในบ้านก็สว่างในพริบตาบ้านโทนสีครีมกับน้ำตาลที่ดูเข้ากันอย่างลงตัวเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างก็กลมกลืนไม่มีอะไรดูประหลาดสำหรับเขา

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะมีบ้านแบบนี้อยู่คนเดียว…” แสตมป์พึมพำออกมาเบาๆพร้อมกับหิ้วกระเป๋าเดินทางของตัวเองวางลงบนโซฟาหนังสีดำก่อนจะสำรวจตรงตู้ใหญ่ที่ไว้โชว์ของมากมายที่มีอยู่ด้านใน

แสตมป์กวาดตามองเกียรติบัตรมากมายที่อยู่ในตู้ในนั้นมีตั้งแต่เขาประถมยันมัธยมปลายเลยก็ว่าได้มีรางวัลเล็กรางวัลน้อยรวมทั้งเหรียญที่ได้มาจากงานกีฬาสีจนเขาเองก็แอบสงสัยตัวเองว่าอดีตของเขาผ่านเรื่องมาขนาดนี้เลยเหรอ?

จนกระทั่งสายตาหยุดลงที่กรอบรูปขนาดเล็กกรอบหนึ่งที่มีภาพถ่ายอยู่สามคนคือชายหญิงวัยสี่สิบปลายๆพอๆกันทั้งคู่กับภาพ…ของเขาเองที่รับใบที่คาดว่าเป็นใบปริญญาเนื่องจากชุดที่เขาใส่นั้นเป็นชุดครุยสีดำสง่า

“….” แสตมป์เปิดตู้ขึ้นมาหยิบกรอบภาพขึ้นมาดูแล้วเขาก็อมยิ้มเล็กน้อยเพราะรูปภาพพวกนี้มีแต่คนยิ้มรึเปล่าทำให้เขารู้สึกมีความสุขและอบอุ่นในใจแปลกๆ

เขาหลับตาลงพยายามทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาพยายามทบทวนบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในชีวิตของเขาก่อนเกิดอุบัติเหตุ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองปล่อยให้เป็นแบบนี้เด็ดขาด…

‘แม่ แตมป์จบแล้ว!...’

‘จริงเหรอลูก เก่งจังเลย’

ภาพในหัวของเขาตอนนี้เหมือนม้วนฟิลม์ของหนังบางอย่างที่ไม่ได้ถูกใช้งานมาเนิ่นนานอาจจะขาดหายไปบ้างนั้นทำให้แสตมป์ขมวดคิ้วแล้วพยายามคิดทบทวนต่อเท่าที่ทำได้

‘แตมป์น่ะ….’

แต่เหมือนเขาจะคว้าน้ำเหลวขึ้นมาเพราะเขาจำอะไรที่เป็นเนื้อความไม่ได้…แสตมป์พยายามคิดแล้วคิดอีกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัวของเขาแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็วนอยู่แค่นั้นจนเขาต้องถอนหายใจพร้อมกับวางกรอบรูปลงไป

“แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ไหนกัน…” แสตมป์พูดคุยอยู่คนเดียวพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา สายตาก็เหม่อมองไปยังทางข้างหน้าของตัวเองที่เป็นโทรทัศน์จอแบนจอหนึ่งอย่างว่างเปล่า

ทำไมนะ….ทำไมเขาต้องกลายเป็นคนความจำเสื่อมกันถ้าหากเขาจำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะก็…ก็คงจะดีสิ

แสตมป์นั่งคิดไปมาอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับเดินขึ้นชั้นบนเพื่อหาห้องตัวเอง จะได้ขอนอนสักงีบหนึ่งก่อนลงมาหาอะไรกินแล้วกันเพราะระหว่างทางเขาเห็นว่ามีเซเว่นอยู่ไม่ไกลมากนักไม่น่าใช่ปัญหาอะไรสำหรับเขา


แอ๊ดด…


แสตมป์ลองเปิดห้องที่คิดว่าน่าจะเป็นของเขาเนื่องจากมีป้ายไม้แขวนไว้ตรงประตูโดยเขียนคำว่า ‘STAMP’ เอาไว้ทำให้เขาค่อนข้างมั่นใจเลยว่านี่มันห้องของเขาเอง

แต่เมื่อเข้ามาเขาก็ชะงักไปเล็กน้อยเพราะโทนของห้องดูผิดคาดนิดหน่อยเนื่องจากแสตมป์คนก่อนนั้นได้ทำการเปลี่ยนห้องนี้ครั้งยิง่ใหญ่โดยทำให้เป็นญี่ปุ่นมากขึ้นอย่างเช่นมีเสื่อทาทามิที่เขาไม่คิดว่ามันจะมี มีเตียงที่ดูหนานุ่มสบายๆพร้อมกับผ้าห่มที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ว่ายังไงก็ดูเป็นลายญี่ปุ่นไหนจะมีหนังสือที่ถูกวางอย่างเป็นระเบียบรวมทั้งพวกฟิกเกอร์ที่แสตมป์คนก่อนนั้นอาจจะสะสมมาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็ได้

“สุดยอดไปเลย…” เขาพึมพำออกมาเบาๆ แล้ววางกระเป๋าลงตรงมุมห้องก่อนจะชะเง้อหน้าไปดูฟิกเกอร์ของเขาเองที่ตัวเขาแต่ก่อนนั้นอาจจะลำบากแค่ไหนกว่าจะได้มาแต่ละตัว

ซึ่งดูก็ดูแล้วว่าแต่ละตัวมันของแท้และน่าจะแพงน่าดู แต่เพราะอะไรกันล่ะเขาถึงชอบสะสมของแบบนี้กัน…แสตมป์เข้าไปดูหนังสือเขาก็พบว่ามันมีถึงสี่ชั้นและกับอีกสี่ตู้ที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่อะไรด้านใน


แกร๊กๆ….


เขาพยายามเปิดตู้ดูก็พบว่ามันถูกล็อคเอาไว้ เขาเลยไปที่ตู้อื่นๆก็พบว่าถูกล็อคเช่นกัน แสตมป์เลยคิดว่ามันต้องมีอะไรสำคัญกับเขามากแน่นอนแต่เขาคงต้องหากุญแจให้เจอก่อนเท่านั้นเอง

“ฮ้าวว…” พอซนไปมาก็เหมือนกินแรงเจ้าตัวทำให้เขาอ้าปากหาวออกมาเล็กน้อยพร้อมขยับแว่นของตัวเอง เอ้อ…เขาลืมเล่าเรื่องแว่นของตัวเองให้ฟัง

หลังจากที่เขาได้ออกจากโรงพยาบาลเขาก็ไปร้านขายแว่นด้วยเพราะเนื่องจากอยู่โรงพยาบาลหลายวันทำให้เขารู้ว่าตัวเองสายตาสั้นมากเพราะบางทีเขาก็มองอะไรแทบไม่เห็นเหมือนกัน ครั้นจะใส่คอนแทคเลนส์เขาก็กลัวว่าตัวเองจะลืมถอดออกบ้างจะลืมใส่บ้างทำให้เขาเลือกเอาแว่นดีกว่าเพราะถ้าเป็นแว่นแค่หยิบใส่เวลาจำเป็นเท่านั้นเอง

แต่ด้วยราคาที่สูงและโหดขนาดนี้ต้องขอบคุณเมซเซจนั้นแหละที่อุสาห์ออกเงินแทนเขาเองทั้งๆที่เขาอาจจะมีเงินอยู่ก็ได้(มองโลกแง่ดี) นั้นทำให้เขาตั้งสัญญากับเมซเซจเลยว่าจะรีบตอบแทนในสักวันที่จำได้แน่นอน!

พอนึกถึงเรื่องของเมซเซจแล้วทำให้แสตมป์แอบยิ้มออกมานิดหน่อยเขาก็ไม่รู้ว่าอดีตของพวกเขาสองคนมันเป็นอย่างไรบ้างเพราะมีแต่สกายคนเดียวที่เล่าเรื่องของสกายกับเขาให้ฟังไม่มีเขากับเมซเซจเลยเพราะว่าสกายเองก็ไม่ได้บอกอะไรกับเขานอกจากบอกแค่ว่าเขาก็เจอเมซเซจพร้อมสกาย

“มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น…” เขาพูดออกมาเบาๆแล้วค่อยๆเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่มของตัวเองอย่างสบายมันสบายมากกว่าที่เขาคาดไว้ซะอีก

ทำให้ไม่นานแสตมป์ก็เผลอหลับไปอย่างง่ายดาย….



‘แสตมป์ ตื่นได้แล้ว’ เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งปลุกเรียกให้ร่างบางตื่นขึ้นมา แสตมป์งัวเงียเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเขากำลังนอนตักกับชายคนหนึ่ง…ที่เขาเห็นหน้าไม่ชัดนักสวมชุดนักเรียนและพวกเขาทั้งสองคนอยู่ในสวนหญ้าแห่งหนึ่งที่ถ้าให้เดาก็คงไม่พ้นของโรงเรียนแน่นอน

‘หื้ออ’ แสตมป์ก้มลงมองตัวเองก็พบว่าตัวเองนั้นก็ใส่เสื้อนักเรียนอยู่เช่นกัน นี่มันอะไรกันเนี่ย? เขากำลังฝันอยู่งั้นเหรอ?

‘ขี้เซานะเรา’

‘อื้ออ พี่…?’ เขากำลังมึนงงกับตัวเองไม่น้อยเลยตอบอะไรไม่มากนอกจากลุกขึ้นนั่งดีๆแล้วพยายามจัดเสื้อของตัวเองให้เรียบร้อยและเข้าที่อยู่

‘เรากลับบ้านกันเลยไหม พี่ไปส่งแสตมป์เหมือนเดิมนะครับ’ คล้ายอีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถามของแสตมป์ เจ้าตัวลุกขึ้นมาสพายกระเป๋าก่อนจะส่งมือมาให้แสตมป์

‘อื้ม!’ แสตมป์แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเหตุการณ์แต่เขาก็พยักหน้าออกมาพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของคนตรงหน้า พวกเขาสองคนก็จูงมือเดินไปตามทางด้วยกันสองคนโดยมีพูดคุยกันออกมาบ้างเป็นบางทีแต่ส่วนมากแสตมป์จะเป็นฝ่ายชวนคุยมากกว่า จนพวกเขาทั้งสองคนได้เดินมาถึงที่ที่หนึ่งทำให้อีกฝ่ายหยุดฝีเท้าลง

‘แสตมป์…’

‘อะไรเหรอครับ?’ แสตมป์ถามออกมาแต่ใจเขาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายค่อยๆปล่อยมือออกจากมือของเขา

แสตมป์ขมวดคิ้วแน่นแล้วรีบกุมเอาไว้เหมือนเดิมแต่เหมือนฝันในครั้งนี้เขาจะไม่สามารถควบคุมมันได้เพราะสุดท้ายมือของอีกฝ่ายก็หลุดจากมือของเขาไปอยู่ดี

‘พี่มีอะไรจะบอกเรา อยากบอกมาตั้งนานแล้ว’

‘พะ พี่อยากบอกอะไรผม?’ เขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ หัวใจของเขาเหมือนกำลังเต้นออกมาอย่างรุนแรงแบบที่เขาไม่เคยเป็น เขาจ้องมองคนตรงหน้าที่เขาไม่เห็นหน้าชัดๆจากเจ้าตัวสักที

‘เราเลิกกันไหม? พี่อยากพอแล้ว’

‘อะไรนะ…’

‘เราเลิกกันเถอะ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แค่นั้น’ น้ำเสียงของคนตรงหน้าคล้ายเปลี่ยนไปเป็นหน้ามือหลังมือก่อนที่เจ้าตัวจะถอยหลังแล้วเดินออกไปจากแสตมป์ แสตมป์เบิกตาโตเขาพยายามขยับขาวิ่งตามไปแต่ก็ขยับตัวไม่ได้เลยสักนิดคล้ายกับว่าส่วนขาของเขามันเป็นก้อนหิน

‘โธ่เอ๊ย! ผมไม่เอา ไม่เอา!’ เขาตะโกนออกมาแล้วทุบขาของตัวเอง น้ำตามากมายระรื้นออกมาเต็มคลอเบ้าตาของเขาไปหมดก่อนที่มันจะไหลลงและไหลลงเรื่อยๆ เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วหัวใจของตัวเอง ทำไม ทำไมเขาถึงได้เจ็บขนาดนี้ และทำไมอีกฝ่ายต้องทิ้งเขาด้วย

เหมือนภาพทุกอย่างจะถูกจบลงคล้ายละครที่ถูกปิดม่านลง แสตมป์ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝัน

ไม่มีภาพของเขาที่ใส่ชุดนักเรียนหรือใครคนนั้นที่ปรากฎตัวหาเขาจริงๆแต่สิ่งที่ยังเป็นความจริงคือตาของเขาที่มันเปียกมาจากน้ำตาของเขาเองและหัวใจของเขาที่มันเจ็บแปลบขึ้นมา

“เราฝันอะไรของเรา” เขาพูดขึ้นมาขณะที่มือก็เกลี่ยน้ำตาของตัวเองที่รินไหลไปเรื่อยๆ มันฝันไม่ดี….ไม่ดีเลยจริงๆ



วันต่อมา


กริ๊งงง….กริ๊งงง….


เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นทำให้แสตมป์ที่กำลังทำความสะอาดบ้านรีบตะโกนออกไปเพื่อบอกคนด้านนอกให้รับรู้

“ครับๆๆ ผมยังอยู่!” เขารีบวางไม้ถูพื้นของตัวเองลงก่อนจะเร่งฝีเท้าของตัวเองไปทางประตูให้ไว แล้วก็ยิ้มกว้างออกมาเมื่อพบว่าคนที่มาหาเขาคือเมซเซจนั้นเอง

“พี่เมซ!” เขารู้สึกตื่นเต้นแล้วรีบเปิดประตูรั้วให้อีกฝ่ายเข้ามา เมซเซจก็ส่งรอยยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านเมื่อประตูรั้วถูกเปิดให้แล้ว

“ว่าไง เป็นไงบ้าง?”

“ก็…เรื่อยๆครับ” แสตมป์ตอบออกมาตรงๆ เมื่อคืนพอเขาตื่นก็พบว่ามันเป็นเวลาสองทุ่มแล้วเขาเลยตัดสินใจอาบน้ำแล้วทำข้าวไข่เจียวกินไปแล้วก็ขึ้นนอนเลยไม่ได้ไปเซเว่นอย่างที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้แต่แรก

“แล้วดีขึ้นบ้างรึเปล่า”

“อืมม…บางอย่างก็จำได้แค่คร่าวๆเอง เฮ้อ”เขาบ่นออกมาขณะที่เขานำอีกฝ่ายไปนั่งในห้องรับแขก แต่แล้วคำพูดที่เหมือนหลุดออกจากบ้านเมซเซจดังขึ้นทำให้แสตมป์หันไปมองขวับทันที

“ไม่ได้มานานแล้วนะเนี่ย…”

“พี่หมายความว่ายังไง?”

“เอ่อ ไม่มีอะไร” เมซเซจปฎิเสธทันทีแม้ว่าจะมีสายตาของแสตมป์กำลังจ้องมองเค้นเอาคำตอบออกจากปากของเขาให้ได้ เรื่องอะไรกันที่เขาจะยอมบอกแสตมป์

เพราะบ้านหลังนี้เขารู้และเขาเองก็เคยมาบ้านของแสตมป์ครั้งหนึ่งแล้วก็ว่าได้ พอเห็นว่าคนตัวเล็กไม่เลิกพยายามจ้องมองเขาอยู่ทำให้เขาต้องกระแฮ่มตัวเองออกมาเล็กน้อยแล้วเข้าเรื่องที่ตนตั้งใจมาบอกกับแสตมป์

“พี่คุยกับทางบริษัททัวร์ของฮานะให้แล้ว เขาบอกว่าถ้าแสตมป์พร้อมจะทำงานเมื่อไหร่ก็มาได้เลย เพราะเขาจะไม่ไล่นายออกแน่นอน”

“จริงเหรอครับ!” แสตมป์รีบโพล่งออกมาอย่างดีใจ เพราะเขาเองก็แอบกังวลว่าตนนั้นอาจจะตกงานรึเปล่า เมซเซจเลยพยักหน้าให้เชิงว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่นิดเดียว

“ใช่แล้ว เพราะงั้นสบายใจได้เลย”

“ขอบคุณพี่เมซมากๆนะครับ ผมจะรีบกลับไปเลย” แสตมป์ยกมือไหว้ขอบคุณเมซเซจที่ดูมีบุญคุณกับเขามากนักแล้วยิ้มแก้มปริออกมาอย่างดีอกดีใจ

“อื้อ” เมซเซจไม่ได้กล่าวอะไรนอกจากยกมือขึ้นลูบหัวของแสตมป์ไปมาเบาๆอย่างเอ็นดู “ยินดีด้วยนะที่อย่างน้อยๆก็มีบริษัทคอยดูแลด้วยแล้วงานก็ไม่ได้ถูกดีดออกด้วย”

“ยิ่งกว่าผมกลับบ้านถูกอีกครับ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ จนกระทั่งเขาเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออกมาเลยมองหน้าเมซเซจอย่างจริงจัง

“พี่เมซเซจ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”

“ว่ามาสิ” เมซเซจเลยขานรับกลับแล้วนั่งยืดขาของตัวเองอย่างสบายๆพร้อมรอฟังเรื่องที่แสตมป์อยากจะถามเขาเหลือเกิน

“พี่กับแสตมป์  เราเคยเป็นอะไรกันมาก่อนเหรอ?”

รอยยิ้มของเมซเซจเหมือนถูกแช่ไว้แค่นั้นก่อนที่มันจะค่อยๆละลายหายไปเหมือนน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่กำลังระเหย


ความคิดเห็น