Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 9 ด้านมืด (30%)

ชื่อตอน : บทที่ 9 ด้านมืด (30%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2561 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 ด้านมืด (30%)
แบบอักษร

บทที่ 9

หลังจากที่ทำความสะอาดร่างกายแล้วชายหนุ่มก็แต่งตัวเตรียมพร้อมออกไปข้างนอกอีกรอบ คืนนี้เขามีธุระที่ต้องสะสางให้เสร็จสิ้น ผู้ติดตามทั้งสองต่างไปรอที่โกดังแล้ว

ขณะเดินผ่านประตูห้องข้างๆ ในใจก็อดนึกถึงคนข้างในไม่ได้ โทสะที่มอดไปแล้วเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง เขาคิดว่าไปจัดการธุระข้างนอกก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการธุระในบ้าน แต่สมองกลับมีความคิดอะไรบางอย่าง ทำไมถึงไม่จัดการธุระทั้งสองพร้อมกันให้เสร็จทีเดียวล่ะ

มิเกลไม่คิดจะใช้มารยาทกับผู้อาศัยรายใหม่ เดินกลับเข้าไปในห้องหยิบกุญแจสำรองออกมาไขเข้าไปยังห้องนอนของหญิงสาว  

ร่างบางนอนขดตัวคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่ม สายตาคมกริบมองเห็นการเคลื่อนไหวน้อยๆจึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังนอนหลับ เขากอดอกพิงกรอบประตูเอ่ยคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ลุกขึ้นมาแต่งตัวออกไปข้างนอกกับฉัน” 

“ไม่ไป” หญิงสาวตอบแทบจะทันที ไม่แม้แต่จะเลิกผ้าออกมาชายตามองคู่สนทนาด้วยซ้ำ

“ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าหน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่งฉัน แต่ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือที่จะต้องแต่งตัวให้ผู้หญิง” ชายหนุ่มปรายตามองกระเป๋าเดินทางซึ่งวางทิ่มสายตาอยู่กลางห้อง ถือวิสาสะสาวเท้าเดินเข้าไปเตะเบาๆ จากน้ำหนักกระเป๋าทำให้รู้ว่าหล่อนยังไม่ได้เอาของออกมาแน่ๆ ซิปที่ยังไม่ได้รูดปิดเลื่อนออกเล็กน้อย ชายหนุ่มใช้เท้าเขี่ยเปิดออกดูของข้างใน

“จนจริงๆ” เสียงทุ้มเอ่ยดูถูกเมื่อเห็นเสื้อผ้าข้างใน

วืด

ร่างหนาเอียงตัวหลบหมอนหนุ่มที่ลอยฝ่าอากาศมา หญิงสาวบนเตียงยังอยู่ในท่ายกแขนเหวี่ยงของออกจากมือ ใบหน้าสวยฉายความไม่พอใจชัดเจน

“ไม่มีมารยาท”

“เร็วๆ ฉันไม่ออกไปกับผู้หญิงสกปรกหรอกนะ” ชายหนุ่มทำหน้ารังเกียจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในชุดเดิม ดูจากสภาพกระเซอะกระเซิงหัวยุ่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนคงยังไม่แม้แต่ล้างหน้าล้างตา 

หญิงสาวหูทวนลมกับคำสั่งของอีกฝ่าย ล้มตัวลงนอนคลุมโปงอีกรอบ 

“ต้องเปลี่ยนชุดชั้นในด้วยมั้ย เอาตัวไหนดี สีดำนี้ดีมั้ย มีแพนตี้เข้าชุดรึเปล่า” 

“ออกไป! ฉันจะเปลี่ยนชุด” หญิงสาวข่มความอดทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นตวาดแหว

เมื่อเห็นสิ่งของที่อีกฝ่ายกำลังถือพิจารณาด้วยใบหน้าจริงจัง เลือดก็พลันสูบฉีดจนใบหน้าซีดเซียวแดงก่ำในพริบตา ร่างบางกระโดดลงจากเตียงพุ่งไปแย่งชุดชั้นในจากมือหยาบรวดเร็วดุจนินจา ใช้ร่างของตนดันกำแพงหนาให้ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว 

“ไม่ให้ฉันช่วยแต่งตัวแล้วเหรอ ฉันเก่งทั้งถอดทั้งใส่นะ” เสียงทุ้มเจือเสียงหัวเราะ 

ปัง!

เสียงปิดประตูใส่หน้าเป็นคำตอบจากหญิงสาว เสียงปึงปังในห้องทะลุผ่านประตูหนาออกมาเป็นระยะ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ รู้สึกสนุกราวกับเป็นผู้ชนะก็ไม่ปาน 

รถสปอร์ตหรูแล่นไปตามถนนที่เธอไม่รู้จัก หญิงสาวเอนศีรษะพิงกระจกมองทัศนยีภาพสีขาวโพลนสลับสีน้ำตาลภายนอกที่ผ่านไปแบบไม่ช้าไม่เร็ว บนตักมีเสื้อโค้ทหนังหนักอึ้งของชายหนุ่มคลุมอยู่ กลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์เด่นชัดราวกับว่าเขาแนบร่างอยู่กับเธอก็ไม่ปาน ยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ ตั้งแต่รู้จักคนผู้นี้ เธอก็โดนเอาเปรียบนับครั้งไม่ถ้วน ปลายคิ้วเรียวกระตุกน้อยๆ เป็นอารมณ์อย่างเดียวที่หลุดออกมาจากใบหน้านิ่งสงบ

ชายหนุ่มเหลือบตามองคนข้างๆเป็นระยะ หญิงสาวอยู่ห่อตัวอยู่ในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวดำขลับปล่อยสยายระข้างแก้ม ใบหน้าไร้เครื่องสำอางค์ดูซีดเซียวอยู่บ้าง แต่รวมๆแล้วกลับทำให้ฤดูหนาวนี้ดูอบอุ่นขึ้นมาไม่น้อย

“สรุปว่าใส่ชุดไหนมา ใช่ที่ฉันเลือกให้รึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบภายในรถ

หญิงสาวจิกเล็บใส่โค้ทหนังบนตัก ปรารถนาให้ของชิ้นนี้เป็นหนังหน้าของผู้พูด

ชายหนุ่มไม่คิดจะง้างปากคนข้างๆให้ตอบ ดื่มด่ำกับความเป็นผู้ชนะภายในใจ

โครกกกกก

เสียงแปลกประหลาดทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองหน้าด้านข้างของหญิงสาว ใบหน้าฉายความฉงนสงสัย

โครกกกกก

เสียงปริศนายังคงดังอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าเฉยเมยเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงเห็นชัดภายใต้สายตาของชายหนุ่ม เขาเลื่อนสายตาจากใบหน้าลงต่ำไปยังร่างบาง ได้คำตอบแทบจะทันทีว่าที่มาของเสียงมาจากไหน

“นี่เธออดอยากขนาดนั้นเลยเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยปนเสียงหัวเราะ

“ฉันลืมไป บ้านหลังนั้นไม่ค่อยมีคนอยู่ เลยไม่ได้ซื้ออะไรติดไว้”

“คุณเรียกที่นั่นว่าบ้านเหรอ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประชดประชัน แต่ชายหนุ่มไม่ได้ติดใจอะไร

“จะเรียกว่าหนึ่งในทรัพย์สินของฉันก็ได้” 

ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดรถสปอร์ตก็จอดใกล้ๆกับร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอไม่คิดจะทรมานตัวเองอยู่แล้ว จึงลงรถตามอีกฝ่ายไปแต่โดยดี

ร่างกำยำข่มความหนาวยืนขวางเบื้องหน้า ชายหนุ่มปรายตามองเสื้อโค้ทของตนในอ้อมแขนของหญิงสาว หมายจะเตือนให้อีกฝ่ายรู้หน้าที่ว่าควรจะทำอะไรต่อไป

หญิงสาวยื่นของในมือให้ชายหนุ่ม เขาเพียงแค่เลิกคิ้วมองแต่ไม่ได้รับไป

“ใส่ให้หน่อยสิ” 

‘หน้าไม่อาย’ หญิงสาวคิดในใจ กวาดสายตามองผู้คนที่เดินผ่านไปมา 

ควับ!

โชคดีที่เขาปฏิกิริยาว่องไว ชายหนุ่มเอื้อมมือคว้าเสื้อของตนก่อนที่มันจะหล่นกองบนพื้น ก่อนที่จะได้ทำสงครามเรียกน้ำย่อยกับคนตรงหน้า มือบางของหญิงสาวกลับปัดเศษละอองหิมะเบาๆบนไหล่ของเขาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม 

“ขอโทษนะคะ มือลื่นไปหน่อย” ไม่รอให้ชายหนุ่มได้สติแล้วคิดบัญชีเธอกลางที่สาธารณะ หญิงสาวเบี่ยงร่างเดินหนีทันทีที่พูดจบ โดยไม่ทันได้เห็นรอยหยักยิ้มและแววตาพราวระยับจากคนเบื้องหลัง


______________________________________

​สวัสดีค่าผู้ท่านทุกคนนนนน 

ก่อนอื่นเลย สองมือพนมก้มกราบขออภัยที่หายไปนาน....ปีกว่าๆเอ๊ง (ทำตาปริบๆ อย่าโกรธเค้าเลยนะ)

ตอนก่อนหน้านี้ดราม่ากันพอกรุบกริบ กลับมาทั้งทีก็ถึงเวลาผ่อนคลายกันบ้างเนาะ 

มีใครคิดเหมือนกันบ้างมั้ยคะ ว่าอยู่กับมิเกลนี่ใช้ชีวิตอยู่ยาก 55555


พูดคุยทักทายเข้ามาได้น้า แสดงตัวหน่อยเน้อว่ายังอยู่ 

1 คอมเม้นต์ = 1 กำลังใจนะคะ 

อย่าลืมให้กำลังใจเค้าบ้างน้าา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น