email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ส้มตำเป็นเหตุ

ชื่อตอน : ส้มตำเป็นเหตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2561 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ส้มตำเป็นเหตุ
แบบอักษร

**“แกหัวเราะอะไรวะปลาย” หทัยรัตน์เดินเข้ามาถามเพื่อนที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ที่โต๊ะทำงาน ตั้งแต่ที่ขึ้นไปหาแฟนมานี่อารมณ์ดีเชียวมีอะไรพิเศษนักหนา

“ฉันหัวเราะเหรอ” พิรุณรักทำหน้าเหลอหลา

“เออ สิเหมือนคนบ้า เป็นอะไร เขาทำอะไรให้แกอารมณ์ดี หรือว่าได้ดอกสองดอก” พิรุณรักอ้าปากเหวอกับคำสันนิษฐานของเพื่อน

“บ้า พูดอะไรของแก”

“บ้า แต่หน้าแดง” หน้าแดงระรื่นของพิรุณรักยิ่งทำให้ตัวเองมีพิรุธ

“ไปทำงานเลยไป”

“ย่ะ หมั่นไส้คนมีความรัก” บางปากยิ้มกว้างกับคำแซวของเพื่อน

“ใครมีความรักเหรอจ๊ะน้องหวาน” ต้นหลิวถามอย่างตื่นเต้น ทำให้ทุกคนหันมาสนใจด้วย

“เอ่อ...เพื่อนหวานค่ะหวานพูดถึงเพื่อนอีกคน” หทัยรัตน์พูดแก้ตัวหันไปขยิบตาให้พิรุณรัก

“อ่อ”

คำแก้ตัวของหทัยรัตน์ทำให้ทุกคนเลิกสนใจแล้วหันกลับไปทำงานต่อ พิรุณรักก็กลับมาทำงานของตัวเอง

เมื่อตอนเที่ยงหลังจากที่ท่านประธานและเลขาได้ลองส้มตำพร้อมกับอาหารอีสานไปแล้วไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง เพราะกินเสร็จเธอก็ลงมาเลย

ชั่งใจอยู่ว่าจะไลน์ไปถามเขาดีไหม

(เป็นยังไงบ้างคะ) เธอตัดสินใจไลน์ไปถามเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ก็ไม่มีคนอ่าน คิดว่าเขาคงไม่เป็นอะไรคงยุ่งอยู่กับงาน

ทางฝั่งเจ้านายกับลูกน้อง ตอนนี้กำลังนั่งพิงโซฟาอย่างหมดแรง

“เจ้านายครับ ไปหาหมอไหมครับ” แซคหันไปถามแกริคที่หอบหายใจแรงเหมือนไปวิ่งร้อยเมตรมาทั้งที่เดินเข้าแค่ห้องน้ำ

“ถามตัวเองเถอะ” แกริคไม่คิดว่าแค่กินอาหารที่พิรุณรักอยากกินเขาจะท้องเสียได้ ในเมื่อเธอกินได้ทำไมเขากินไม่ได้

“โถ่ เราก็ไม่ต่างกันหรอกครับ โอ๊ย มาอีกแล้วผมขอเข้าก่อนนะครับ” แซคดีดตัวขึ้น

“แซค หยุด”

แซคเบรกตัวกะทันหันบิดตัวไปมาหันกลับมามองเจ้านายหน้าดำหน้าแดง

“อะไรครับ”

“ฉันเข้าก่อน” แซคอ้าปากเหวอ

“แต่ผมพูดก่อนนะครับ”

“ฉันเป็นใคร” แกริคเดินผ่านหน้าแซคไปเข้าห้องน้ำ

“เป็นเจ้านาย”

“รู้นิ”

ปัง

เสียงปิดประตูห้องน้ำทำไมมันสะเทือนใจคนที่อยู่ด้านนอกนัก

“โถ่” แซคโอดครวญ มองซ้ายมองขวา

เอาไงดีวะ ไปเข้าข้างนอกก็ได้วะ แซควิ่งปื๋อออกไปข้างนอก

“ผมหมดแรงแล้วครับ นี่เราไม่ได้กินยาถ่ายเข้าไปใช่ไหมครับ” แซคพูดอย่างหมดแรง

แกริคไม่คิดว่าตัวเองจะหมดท่าขนาดนี้ อาหารแค่นั้นมันทำให้เขาเป็นได้ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วพิรุณรักจะเป็นยังไงบ้างเธอจะเป็นเหมือนเขารึเปล่า มือแกร่งหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อที่จะโทรไปถามหญิงสาว แต่เห็นข้อความที่เธอส่งมาซะก่อน

(ขึ้นมาหาหน่อย) เขาส่งกลับไป มือไม้อ่อนแรง

“ผมเรียกหมอนะครับ”

“อย่าพึ่ง รอก่อน”

“รอทำไมครับ” แซคถามอย่างไม่เข้าใจ ท้องเสียจะตายอยู่แล้วจะให้รอทำไม

“รอปลายฝนก่อน”

แซดได้แต่ตบหน้าผากตัวเองแรงๆ จะตายอยู่แล้วยังจะอ้อนเมีย เป็นเอามากนะเจ้านายเขา

ติ๊ง

(มาหาหน่อย) คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันกับข้อความที่ตอบกลับมา

(มีอะไรรึเปล่าคะ หนูบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกหนูขึ้นไปหากะทันหันแบบนี้)

(ฉันกำลังจะตาย) เธออ้าปากเหวอ ตกใจกับคำตอบของเขา ดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

(เป็นอะไรไปคะ)

(ท้องเสียเพราะอาหารของเธอ มารับผิดชอบซะ) พิรุณรักเอามือสางผมแรงๆ เธอว่าแล้วไม่มีผิดว่าเขาต้องท้องเสีย เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ

(หนูจะขึ้นไปหาคุณได้ยังไง) พิรุณรักคิดหาข้ออ้างไม่ออกจริงๆ ว่าเธอจะหาเหตุผลอะไรเพื่อที่จะขึ้นไปที่ห้องท่านประธาน

เธอมองโทรศัพท์ที่เงียบไปหลังจากที่พิมพ์ข้อความตอบกลับไป

“ปลายเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ มีเรื่องอะไรรึเปล่า” ต้นหลิวถามเพราะเห็นหญิงสาวดูเหมือนมีเรื่องร้อนใจ

“เอ่อ..คือ”

“ปลายฝนครับ ขึ้นไปที่ห้องท่านประธานอีกรอบได้ไหม เหมือนคอมท่านจะกลับมามีปัญหาอีกแล้ว” พิรุณรักหันไปทางทัศนัย

“ได้ค่ะๆ งั้นปลายไปเลยนะคะ” พิรุณรักเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ไม่รีรอรีบวิ่งออกไปทันที

ร่างบางวิ่งกระหืดกระหอบมาที่หน้าห้อง

“คุณครับมีอะไรรึเปล่าครับ”

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณอาเธอร์ พอดีดิฉันมาพบคุณแกริคค่ะ” พิรุณรักกลอกตาไปมา เธอไม่รู้ว่าอาเธอร์รู้ความสัมพันธ์ของเธอกับแกริครึเปล่า

“งั้นเหรอ” อาเธอร์ขมวดคิ้วมองผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่ในชุดของพนักงาน ทำไมพนักงานตัวเล็กๆ แค่นี้ถึงมาพบแกริคมีเรื่องอะไรรึเปล่า

“ค่ะ งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” พิรุณรักเคาะประตูสองสามทีแล้วรีบเปิดเข้าไป

“แซคไปไหน” อาเธอร์มองตามเธอแล้วก็มองหาแซคด้วย ปกติแซคจะอยู่หน้าห้องตลอดแล้วนี่หายไปไหน อาเธอร์หันไปมองประตูห้องทำงานของแกริคอีกรอบ แล้วตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง

“เป็นยังไงบ้างคะ” พิรุณรักรีบวิ่งเข้าไปหาแกริคที่นอนหมดสภาพอยู่บนโซฟา หน้าซีดเผือดของคนตัวโตทั้งสองหันมามองเธอ แซคถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างโล่งอก คราวนี้เขาคงได้ไปหาหมอแล้วสินะ

“ทำไมสภาพแย่แบบนี้ หนูไม่น่าชวนพวกคุณกินเลย” จากสภาพของทั้งสองคนทำให้เธอรู้สึกผิด ถ้าเธอไม่ชวนพวกเขากินคงไม่เป็นแบบนี้ เธอน่าจะรู้ว่าท้องเขาอาจจะไม่รับอาหารแบบนี้

“หนูขอโทษนะคะ”

“ไปโรงพยาบาลกันไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง

“เรียกหมอมาที่นี่ก็ได้ครับ ถ้าขืนเราเดินลงไปในสภาพนี้พนักงานคงแตกตื่นกันหมด”

นั่นสินะ

“งั้นหนูจะโทรเรียกหมอนะคะ”

“ไปหาอาเธอร์ที่ห้องให้เขาจัดการให้” จริงอยู่ที่แกริคไม่มีศัตรูที่ประเทศไทยแต่เรื่องแบบนี้เขาเองก็ไม่อยากพลาด

“คะ คุณอาเธอร์เหรอคะ”

“ใช่ครับ”

“ค่ะๆ ได้ค่ะ” เธอมองหน้าแกริคและแซคก็รีบเดินออกจากห้อง ดีที่ชั้นนี้ไม่มีคนพลุกพล่าน มีแค่ผู้บริหารที่อยู่ชั้นนี้

แล้วห้องคุณอาเธอร์อยู่ตรงไหนเนี่ย พิรุณรักมองซ้ายมองขวาเดินไปตามทางที่คิดว่าใช่ และก็ใช่จริงๆ หน้าห้องของคุณอาเธอร์มีเลขานั่งอยู่

“เอ่อ..”

“มีอะไรรึเปล่าคะ” เลขาหน้าห้องเอ่ยปากตามเมื่อเห็นพนักงานของบริษัทเดินเข้ามา

“ดิฉันมาขอพบคุณอาเธอร์ค่ะ”

“ท่านไม่ได้เรียกนิคะ” นิสาจำได้ว่าไม่ได้มีคำสั่งจากคุณอาเธอร์ให้เรียกพนักงานขึ้นมาพบ

“เอ่อ..คือ คุณแกริคบอกให้ดิฉันมาค่ะ เรื่องด่วนมาก รบกวนหน่อยนะคะ” ในเมื่อไม่มีทางเลือกพิรุณรักก็ยกเอาชื่อแกริคขึ้นมาอ้าง

“คุณแกริคงั้นเหรอคะ” นิสาแค่ได้ยินชื่อของผู้บริหารใหญ่ก็สะดุ้ง

“ใช่ค่ะ”

“รอสั่งครู่นะคะ” ถึงจะไม่แน่ใจว่าผู้หญิงตรงหน้าพูดความจริงรึเปล่าและรู้จักกับคุณแกริคได้ยังไง แต่เธอก็ไม่อยากพลาด

“ค่ะ” เธอยกหูหาอาเธอร์และแจ้งรายละเอียด

“เชิญข้างในได้เลยค่ะ”

“ขอบคุณนะคะ” ความใจร้อนของพิรุณรักทำให้เธอไม่ได้เคาะประตู อาเธอร์ขมวดคิ้วมองคนที่มาขอพบเขาและเอาชื่อเจ้านายมาอ้าง ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวกันที่เจออยู่หน้าห้องเจ้านาย

“คุณอาเธอร์คะ เรียกหมอให้หน่อยค่ะ คุณแกริคกับคุณแซคไม่สบาย” ด้วยความร้อนใจทำให้เธอรีบพูด

“ใครไม่สบายนะครับ”

“คุณแกริคกับคุณแซคค่ะ ท้องเสีย”

“ท้องเสีย” อาเธอร์ทวนคำพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่ค่ะ คุณแกริคบอกให้ฉันมาหาคุณให้คุณเรียกหมอให้” อาเธอร์ไม่รอให้ผู้หญิงตรงหน้าพูดจบรีบเดินออกจากห้องตรงไปยังห้องเจ้านายทันที พิรุณรักได้แต่วิ่งตาม

นิสาได้แต่มองทั้งสองคนตาปริบๆ

อาเธอร์เข้ามาในห้องทำงานของแกริคก็เห็นเจ้านายกับเลขาหมดสภาพอยู่บนโซฟา รีบกดโทรศัพท์เรียกหมอมาที่นี่ทันที

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ครับ” อาเธอร์มองทั้งสองคนแล้วเลื่อนสายตาไปมองที่พิรุณรัก หญิงสาวทำตัวลีบทันที

“ปลายฝนมานี่” เสียงเรียกของแกริคทำให้ทุกคนหันไปมอง เธอชั่งใจอยู่ว่าควรเดินเข้ามาหาเขาดีไหม

“ยืนทำอะไรอยู่ มานี่” น้ำเสียงหงุดหงิดเอ่ยขึ้นซ้ำสอง ทำให้เธอต้องเดินเข้าไปหาเขานั่งลงใกล้ๆ คนตัวโต

อาเธอร์มองการกระทำของเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ ความสงสัยเกิดขึ้นในหัวเขาทันที แกริคพึ่งจะเดินทางมาถึงเมืองไทยได้ไม่นานทำไมถึงได้รู้จักพนักงานของบริษัทแถมเหมือนจะไม่ได้รู้จักกันแบบธรรมดา

“ไม่ต้องทำหน้าสงสัย นี่ปลายฝนผู้หญิงของฉัน” คำแนะนำของแกริคทำให้พิรุณรักอ้าปากเหวอ นี่เขาแนะนำกันอย่างนี้เหรอ

“คุณ..”

“ไม่ต้องห่วงหรอก อาเธอร์มันไม่ปากสว่างหรอก” แกริครู้สึกหมั่นไส้ในความคิดมากของหญิงสาวที่กลัวคนอื่นจะรู้นัก

“ครับ ผมไม่ยุ่งเรื่องของเจ้านาย” อาเธอร์พูดเสียงเรียบ ถึงจะอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้แต่เขาก็รู้ว่าไม่ควรถาม ยอมรับว่าตกใจกับสิ่งที่ได้รู้ นี่เจ้านายเขาเป็นสมพรานกินไก่วัดไปแล้วเหรอ

“แต่ผมอยากรู้ว่าใครทำให้คุณเป็นแบบนี้” อาเธอร์ยังไม่หมดความสงสัยในเรื่องนี้

“ฉันเองค่ะ ฉันให้พวกเขากินส้มตำและอาหารอีสาน” พิรุณรักยกมือขึ้นอย่างยอมรับผิด

“ส้มตำ ทำไมถึง..”

“ไม่ต้องพูดมาก ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก”

แซคเบ้ปากมองบนให้เจ้านายที่บอกไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เข้าห้องน้ำตั้งหลายรอบ และเขาก็อยากจะพูดด้วยว่าเป็นมากเลยต่างหาก แต่เกรงใจคนเห่อแฟน กลัวว่าจะโดนลูกหลง

“แต่ยังไงมันก็เป็นความผิดของหนูอยู่ดี ต่อไปหนูจะไม่ให้คุณกินอะไรแปลกๆ อีก” เห็นเขาเป็นแบบนี้เธอคงไม่กล้าให้เขากินอาหารที่เขาไม่คุ้นชินอีก

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก”

ลูกน้องทั้งสองคนอ้าปากเหวอให้กับทั้งคำพูดและการกระทำของเจ้านาย

แกริคเอนตัวลงนอนบนตักนุ่มๆ ของพิรุณรักหน้าตาเฉยโดยไม่เกรงใจว่ามีใครอยู่ในห้องสักนิด ต่างจากหญิงสาวที่ทำตัวไม่ถูก

“คุณ”

“เฉยๆ ฉันหมดแรง”

“แต่..ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เรานะคะ” พิรุณรักกระซิบพูดกับเขา ถ้าอยู่กันสองคนเธอจะไม่ห้ามเขาเลยถ้าทำอย่างนี้ แต่นี่มีคนอื่นอยู่ด้วย

“ใครสน พวกนายสนใจฉันรึไง” แกริคหันไปถามลูกน้อง

“ไม่สนครับ” แซคเอ่ยขึ้น หันหน้าไปมองทางอื่น

พิรุณรักได้แต่ถอนหายใจกับคนเอาแต่ใจยอมให้เขาทำตามใจตัวเอง ลูกน้องทั้งสองคนก็แยกตัวไปนั่งคนละมุม จนกระทั่งหมอมาถึงก็ตรวจและจ่ายยาให้ส่วนมากจะเป็นพวกเกลือแร่ หมอยังให้ดูอาการถ้าสามสี่วันอาการยังไม่ดีขึ้นให้ไปโรงพยาบาลทันที

“ผมขอเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” แซคเดินเข้าห้องน้ำอย่างหมดแรง

“หนูเอาเกลือแร่ไปผสมน้ำให้นะคะ”

พิรุณรักดูแลทั้งสองคน เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเลิกเดินเข้าห้องน้ำเธอก็ขอตัวกลับลงไปทำงาน ถึงแกริคจะไม่ยอมก็เถอะ

“เป็นไงบ้างปลายเรียบร้อยดีไหม”

“อ่อ เรียบร้อยดีค่ะ” คนที่มัวแต่ห่วงคนข้างบนสะดุ้งเล็กน้อย

“ดีแล้ว”




พักฉาก NC มาผ่อนคลายๆก่อนเนอะ ฮ่าๆๆ**

<div>**เม้นๆให้กำลังใจด้วยน๊าาาา  **</div>

ความคิดเห็น