Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 8 เข้าหา (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 8 เข้าหา (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2561 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 เข้าหา (จบตอน)
แบบอักษร

พิมพ์นาราลงมือค้นข้าวของภายในห้องที่เรียกว่า ‘ครัว’ อย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวผูกปมให้กับความว่างเปล่าตรงหน้าขณะที่อีกมือก็เปิดตู้ข้างๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งตู้เย็น ตู้เก็บของ ลิ้นชักต่างๆ นอกจากกระเบื้องและแก้วแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นๆเลยทั้งสิ้น ไม่มีอาหารสด อาหารแห้ง หรืออะไรที่มนุษย์สามารถทานได้ซักอย่าง 

‘นี่เป็นบ้านคนจริงเหรอ!’ 

หญิงสาวล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง เข้าเว็ปเสริชหาซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ใกล้ที่สุด มันค่อนข้างไกลเลยทีเดียว ในสมองคิดถึงภาพโรงจอดรถ ไม่ต้องพูดความจริงที่ว่าเธอขับรถไม่เป็น หรือต่อให้เธอขับรถเป็น เธอก็ไม่คิดจะไปใช้ข้าวของของอีกฝ่าย 

เทคโนโลยียุคนี้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น หญิงสาวเลื่อนเปิดแอพพลิเคชั่นปุกหมุดเรียกรถแท็กซี่มารับไปยังซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ใกล้ที่สุด ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี อย่างน้อยๆแท็กซี่ที่นี่ก็ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร

และครั้งนี้เธอเรียนรู้ว่าโลกนี่ไม่เที่ยงแท้ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน...ที่ไหนๆในโลกก็มีแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร หลังจากที่เธอไปเปลี่ยนชุดแล้วออกมายืนรอด้านหน้าเกือบครึ่งชั่วโมง นอกจากความเงียบและหิมะโปรยปราย ไม่มีสิ่งมีชีวิตอะไรผ่านมาทั้งนั้น 

เธอเช็คในแอพพลิเคชั่นอีกครั้ง นอกจากรถที่ปฏิเสธเธอไปก่อนหน้านี้ก็ไม่มีรถคันไหนอยู่ใกล้ๆอีกเลยมือเย็นเฉียบกระชับเสื้อโค้ทมองถนนอันเวิ้งว้างเบื้องหน้า ก่อนที่จะตัดสินใจใช้สองขาเดินออกไปตามกระเพาะเรียกร้อง รถสีดำคันหนึ่งก็มาจอดนิ่งตรงหน้า

เป็นชายหนุ่มที่เธอไม่เคยพบหน้าผู้อ้างว่าเป็นคนดูแลที่นี่ เขาได้รับคำสั่งมาบอกให้เธอกลับไปรอในบ้าน อีกไม่นานจะมีคนมารับออกไปข้างนอก ที่นี่ไม่อนุญาติให้คนนอกเข้ามา ดังนั้นเธอจึงได้คำตอบว่าแท็กซี่ไม่ได้ปฏิเสธผู้โดยสาร แต่เจ้าที่ของบ้านหลังนี้แรงเกินไป

เมื่อรู้ว่าขัดขืนไปก็เท่านั้น เธอจึงกลับเข้าไปรอในบ้านแต่โดยดี ระหว่างที่รอคน เธอก็อดนึกถึงผู้เป็นเจ้าของบ้านไม่ได้ เขาช่างมีพฤติกรรมและความคิดที่แปลกพิลึก จับคนมาขังเพื่อฆ่าเวลาแท้ๆ นอกจากคำอ้างข้างๆคูๆที่บอกว่าให้มาทำงาน เธอยังไม่เห็นเอกสารหรืออะไรเกี่ยวกับงานซักกระผีก อยู่ที่นี่ไม่เปลืองแรง ไม่เปลืองความคิดและสมอง แต่เปลืองตัวและเปลืองสุขภาพจิตโดยแท้ 

หญิงสาวเท้าคางเหม่อลอย ขณะที่กำลังใช้ความคิดว่าจะหาข้ออ้างลางานที่ไทยเพิ่มอย่างไรไม่ให้โดนไล่ออก เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาก็ปลุกเธอออกจากภวังค์เสียก่อน

‘นึกถึงพระ พระก็มา อายุยืนจริงๆ’ เธอคิดในใจเมื่อเห็นผู้มาใหม่เต็มตา

ชายหนุ่มยังคงหล่อเหลาทรงเสน่ห์ แต่ก็มาพร้อมกับความรู้สึกไม่ชวนให้เข้าใกล้เหมือนเดิม ร่างสูงกำยำแต่งกายเหมือนพวกนักธุรกิจตามปกแม็กกาซีน ขาดเพียงแต่ไม่มีเสื้อสูท และกระดุมเสื้อเชิ้ตก็ปลดลงมากเกินไป อากาศภายนอกไม่สามารถทำอะไรผิวหนังหนาๆของเขาได้เลยสินะ 

“คิดจะออกไปข้างนอกหรือคิดจะหนีไป” มิเกลกอดอกพิจารณาอีกฝ่าย

“ฉันคงคิดหนีไปตัวเปล่าหรอก ข้าวของฉันก็อยู่ที่นี่ ฉันไม่ได้รวยแบบคุณนะถึงจะได้ใช้เงินเป็นกระดาษ” หญิงสาวกรอกตา

“ชาติที่แล้วคงมีคนเผาเงินให้คุณเยอะสินะ” เธอเสริมอีกประโยค

“อะไรนะ” ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟายาว ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ไม่มีอะไรหรอก” เธอแอบขำในใจที่อีกฝ่ายโดนด่าขนาดนี้แต่ยังไม่รู้สึกตัว

“แล้วนี่จะออกไปไหน” ผู้เป็นเจ้าของสถานที่เอ่ยถาม

“ซุปเปอร์มาเก็ต” หญิงสาวตอบห้วนๆ

“จะซื้ออะไรก็จดมาแล้วกัน เดี๋ยวฉันให้คนไปจัดการให้ แต่เธอควรรู้ไว้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ออกไปไหนโดยพละการ ฉันไม่ได้ให้เธอมาพักร้อนอยู่ที่นี่นะ หน้าที่ของเธอคืออยู่กับฉัน ทำตามคำสั่งฉัน เข้าใจไหม”

“นี่คุณ” หญิงสาวประจันหน้ากับอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจัง ผู้ถูกเรียกเพียงเลิกคิ้วน้อยๆ ไม่ได้ขานรับอะไร

“ถ้าอะไรที่ฉันทำให้คุณไม่พอใจฉันก็ขอโทษด้วยจริงๆ แต่ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ว่าฉันก็มีชีวิตของตัวเอง มีงานที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าคุณให้ฉันอยู่ที่นี่เพราะอะไรที่มันเป็นการเป็นงานจริงๆ ฉันจะไม่ปฏิเสธเลย แต่นี่คุณแค่ให้ฉันอยู่ฆ่าเวลา เป็นของเล่นที่มีชีวิตงั้นเหรอ ฉันขอร้อง ปล่อยฉันไปเถอะ อะไรที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป ...” อย่าให้ฉันเกลียดคุณไปมากกว่านี้เลย เธอต่อประโยคท้ายในใจ 

“เธออยากได้เท่าไหร่” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ความไม่พอใจประทุออกมาเหมือนน้ำกำลังเดือด

“คุณคิดว่าทุกอย่างตีราคาเป็นตัวเลขกลมๆได้งั้นเหรอ” หญิงสาวเกล่าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ฉันจะสะสมเงินทำไมถ้ามันใช้ซื้อของที่อยากได้ไม่ได้” รอยยิ้มทรงเสน่ห์ยิ้มเยาะ ปรายตามองในฐานะที่เป็นผู้อยู่เหนือกว่า

“ชีวิตหรืองานการที่เธอว่า ฉันจะจ่ายให้ ถ้าเธออยากได้เงินฉันก็จะให้เดี๋ยวนี้เลย อยู่กับฉันมีแต่ได้กับได้ เธอควรขอบคุณพระเจ้าด้วยซ้ำที่มีโอกาสแบบนี้ในชีวิต!” 

“ช่างเถอะ ถือว่าฉันไม่เคยพูดอะไร” หญิงสาวใบหน้าเหยเก หัวคิ้วย่นเข้าหากัน ตั้งแต่เล็กจนโตเธอพึ่งเห็นตัวอย่างของคำว่าสีซอให้ควายฟัง  หากจะดันทุรังพูดต่อไปก็เปลืองน้ำลาย ร่างบางลุกขึ้น แทบจะก้าวออกจากห้องทันที

หมับ

ฝ่ามือคีมเหล็กคว้าเข้าที่แขนเรียวก่อนที่เธอจะได้ก้าวเท้าด้วยซ้ำ ร่างบางหันกลับมาเผชิญกับใบหน้าถมึงตึงของอีกฝ่าย

“ฉันยังพูดไม่จบ ถ้าฉันไม่ให้เธอไป เธอก็ไม่ไหนไม่ได้!”

“คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตของฉันนะ!”

“ดี!! ถ้าฉันไม่ใช่เจ้าของชีวิตเธอ งั้นฉันไปเป็นเจ้าของชีวิตเพื่อนของเธอดีมั้ย ได้ข่าวว่าสองคนนั้นดูมีความสุขดีนี่ เธอกับฉันมาพนันกันกันว่าพวกนั้นจะสุขได้นานซักแค่ไหนเชียว”

“หยุดเอาชีวิตคนอื่นมาขู่ซักที!” เสียงหวานตวาดกร้าว บิดแขนพยายามดิ้นรนออกจากเงื้อมมือของอีกฝ่ายที่ดึงเธอเข้าไปชิดร่างหนานั่น

“คุณมันคนขี้อิจฉาชัดๆ ถ้าไม่มีเงินซะอย่าง คนอย่างคุณจะนับเป็นตัวอะไรได้”

“พิมพ์นารา!!!” ชายหนุ่มโมโหถึงขีดสุด ดวงตาวาวโรจน์ แทบอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายตรงหน้า

“อยากรู้ใช่มั้ยว่าหน้าที่ของเธอที่อยู่ที่นี่คืออะไร ฉันจะให้เธอเริ่มงานเดี๋ยวนี้เลย!” 

วงแขนแข็งแรงรัดร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด จมูกโด่งซุกไซร้เข้าไปที่ซอกคอกรุ่น หาทางระบายอารมณ์ปรารถนาที่ยังไม่เสร็จสิ้นก่อนหน้านี้

“ไอ้โรคจิต!” หญิงสาวเบือนหน้าหนี มือทั้งสองทั้งข่วนจิกทุบตีกำแพงตรงหน้า 

รอยแดงเป็นปื้นปรากฎบนผิวเนื้อของชายหนุ่มในทุกตารางที่มือบางของหญิงสาวลากผ่าน หลายครั้งที่ฝ่ามือของหล่อนปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาจังๆ นอกจากเพิ่มโทสะแล้ว แรงแมวป่วยนี้มีหรือจะทำอะไรเขาได้ ชายหนุ่มกระชากเสื้อโค้ทของอีกฝ่ายจนกระดุมหลุดขาดออกจากกัน การรุกรานทวีความหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ มือหนาผลักร่างบางลงไปที่โซฟาก่อนจะทาบทับตามลงไป

พิมพ์นารารู้สึกเหมือนเล่นเครื่องเล่นที่สวนสนุก โลกหมุนไปมา อาการป่วยกับความหิวประดังเข้ามาฉับพลันทำให้หน้ามืดวิงเวียน สัมผัสจากคนตรงหน้าชวนให้ขยะแขยงถึงที่สุด เธอรู้สึกมวนท้องขึ้นมากระทันหัน ปิดปากป้องกันน้ำย่อยไม่ให้พุ่งออกมา

“อือ!! อือ!!” มือบางทุบไหล่หนาพัลวัน หมายจะเตือนให้อีกฝ่ายถอยออกไป

มิเกลมองคนใต้ร่างที่นอนลืมตาโพล่ง ปิดปากทุบเขาไม่หยุด นี่หล่อนรังเกียจเขาขนาดนี้เลย! ความไม่พอใจทำให้ชายหนุ่มผุดลุกขึ้น ดึงแขนข้างที่ปิดปากของอีกฝ่ายออกให้ลุกขึ้นมาประจันหน้า

หญิงสาวตาเหลือก ไม่สามารถข่มความคลื่นไส้ได้อีกต่อไป

“แหวะ”

น้ำย่อยกลิ่นเปรี้ยวราดไปยังเสื้อของชายหนุ่ม ไม่ทันให้ผู้โชคร้ายได้ตั้งตัว ระลอกที่สองก็ตามมาติดๆ

หญิงสาวอาเจียนใส่ชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนเขาเป็นชักโครกก็ไม่ปาน เนื่องจากกระเพาะว่างเปล่า สิ่งที่ออกมาจึงไม่มีอะไรนอกจากน้ำและลม เธอแสบคอจนน้ำหูน้ำตาไหล มือที่ค้างบนไหล่หนากุมสาบเสื้อราคาแพงแน่น ทรมานเหมือนอวัยวะภายในจะหลุดออกมาด้วย

เหมือนเอาน้ำเย็นมาราด แต่โชคร้ายที่นี่คือน้ำย่อย! ชายหนุ่มตาค้าง มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างตะลึงงัน กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ลอยมาทำให้เขาแทบอยากจะบีบคออีกฝ่ายให้แหลกคามือ หล่อนกล้าใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาหยุดเขา!

“ฉันต้องฆ่าเธอแน่!” ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

มิเกลกระชากมือบางให้ออกจากตัว หมดอารมณ์สนุกกับอีกฝ่าย ร่างหนาลุกขึ้นถอดเสื้อเชิ้ตราคาแพงโยนไปตรงหน้าหญิงสาวด้วยความโมโห นัยน์ตาสีครามวาวโรจน์จ้องมองพร้อมเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุล ก่อนจะหันกายเดินออกไปหมายจะชำระตัวทำความสะอาดเป็นอันดับแรก

หญิงสาวก้มหน้าปิดปากกุมท้อง เอนร่างด้านข้างพิงโซฟาเนื้อนุ่มอย่างหมดแรง น้ำตายังไม่หยุดไหลง่ายๆ เธอไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแสบคอหรือโมโหกันแน่ เมื่อไม่รู้จะจัดการยังไง จึงได้แต่นั่งหลับตาข่มความวิงเวียนทรมานเงียบๆ 

เมื่อคิดว่าชายหนุ่มคงจะตามมาราวีไม่เลิก เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดที่กว่าจะรวบรวมกลับมาได้ก็แทบจะแตกกระเจิงออกไปทันที เธอไม่อยากรอให้ปีศาจมารังควานชีวิตเป็นคำรบที่สอง หญิงสาวกัดฟันแน่น ลืมตาพยายามลุกขึ้นเดินกลับห้องพัก ฉวยสิ่งของต่างหน้าจากชายหนุ่มติดตัวไปด้วย

สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากปิดประตูคือการเหวี่ยงของในมือลงพื้น ฝ่าเท้าในสลิปออนกระทืบเหยียบย่ำเสื้อเชิ้ตสีดำใต้ฝ่าเท้าราวกับว่ามันเป็นแมลงน่ารังเกียจ เธอปรารถนาให้แรงเหยียบนี้ส่งไปยังผู้เป็นเจ้าของมันได้ แน่นอนว่าเธอไม่ปล่อยให้มีหลักฐานมามัดตัว หลังจากได้ระบายอารมณ์แล้วผ้าขี้ริ้วราคาแพงก็ได้ไปนอนในถังขยะภายในห้อง

ร่างบางนอนขดบนเตียง กินโทสะจนอิ่มท้อง ซุกหน้ากับหมอนปล่อยน้ำตาซึมลงไปหยดแล้วหยดเล่า


_______________________________________________________________________________

สวัสดีผู้อ่านค่า อุอิ <3

ขอเสียงทักทายคนที่หลงเข้ามาหน่อยได้มั้ยคะ

1 เม้นต์ = 1 กำลังใจเนาะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น