ทิพย์วารี

ประกาศค่ะ บทที่13 ทนไม่ไหวต้องระบายอารมณ์ 100% มัซ้ำกันนะคะ ไม่สามารถลบได้เพราะรีดได้สนับสนุนไปแล้ว รีดที่รักทุกท่านเลือกอ่านตอนไหนก็ได้นะคะ ไรท์ต้องขออภัยรีดที่รักเป็นอย่างสูงนะคะ🙏🙏🙏🙏

บทที่ 1 เด็กบ้านแตก 50%

ชื่อตอน : บทที่ 1 เด็กบ้านแตก 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2561 17:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เด็กบ้านแตก 50%
แบบอักษร

บทที่ 1 เด็กบ้านแตก


เวลาผ่านไปเกือบสิบปีเด็กหญิงรัตติยากร กาญจณานุวัฒน์ ก็โตเป็นสาวและกำลังจะเข้าเรียมหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัดเชียงรายที่เป็นบ้านเกิดของคุณยายเพ็ญนภา

บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ตั้งโดดเด่นกลางไร่ผลไม้เกือบสองร้อยไร่ มีทั้งส้ม ลำไย มะม่วง กล้วย ที่เป็นรายได้ของคุณเพ็ญนภาแต่ไม่ใช่รายได้หลักเพราะท่านเพิ่งกลับมาดูแลไร่เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เองพื้นเพท่านเป็นคนอำเภอแม่จันแล้วแต่งงานกับหนุ่มกรุงเทพก็ใช้ชีวิตที่กรุงเทพพอสามีเสียชีวิตท่านก็กลับมาฟื้นฟูไร่ให้มันมีชีวิตอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ดูแลจริงๆจังๆมานานเพราะไม่มีใครมาดูแล จะมีแค่ครอบครัวของนายต้อยกับสมพรที่ท่านจ้างให้ดูแลสวนและอนุญาติให้สองผัวเมียเก็บผลไม้ไปขายมาจุนเจือครอบครัวส่วนท่านก็ไปๆมาๆเพราะต้องดูแลหลานสาว

“ไอ้หนุ่ม พี่บอกให้แกไปเอาตะกร้ามาเร็วๆไง.” เสียงหวานดังแว่วมาจากริมลำธารหรือที่คนทางเหนือเรียกว่าห้วยเป็นธารน้ำธรรมชาติที่ไหลมาจากบนภูเขา คนเป็นยายส่ายหน้าเมื่อได้ยินเสียงหลานสาวที่ทำตัวเหมือนเด็กผู้ชายเข้าไปทุกวัน

“ผมหาไม่เจอครับพี่ลูกหว้า ไม่รู้แม่เอาไปไว้ไหนครับ” เสียแตกเนื้อหนุ่มของไอ้หนุ่มตอบลูกพี่ที่สั่งไปแล้วไม่ได้ดั่งใจสาวน้อยคนสวยจะให้ลูกน้องเอามารับมะม่วงที่เธอเก็บจะได้ไม่ตกเสียหาย

“แล้วยัยนุ่นล่ะ ได้อะไรมาบ้าง” 

“นุ่มเอามีดกับน้ำปลาน้ำตาลพริกป่นกุ้งแห้งปลาร้ามาแล้วค่ะ” นุ่นยกตะกร้าใบขนาดกลางที่มีกระปุกสี่ห้าอันวางอยู่ให้คนตัวเล็กบนต้นมะม่วงที่นั่งห้อยขาลงมารอสองพี่น้องไปเอาของที่เธอสั่ง

 “งั้น นุ่นทำพริกน้ำปลาหวานเอาให้อร่อยนะเดี๋ยวพี่จัดการมะม่วงเอง ไอ้หนุ่มรับมะม่วงนะอย่าให้ตกพื้น” เสียงหวานดังแว่วๆสั่งนั่นนี่โน่นเด็ดมะม่วงที่อยู่ใกล้มือโยนลงมาให้หนุ่มรับเกือบสิบลูกก็มีหลุดมือไปบ้างแต่ไม่เป็นไรจนสุดท้ายทั้งสามคนก็นั่งกินมะม่วงน้ำปลาหวานกันอย่างอร่อย

“นุ่นทำน้ำปลาหวานอร่อยสุดยอดเลย” ลูกหว้ายกนิ้วให้นุ่นแล้วหยิบมะม่วงจิ้มกินอย่างอร่อย

“ถ้านุ่นทำไม่อร่อยก็เสียชื่อแม่หมดสิคะพี่ลูกหว้า ” เด็หญิงชมตัวเอง "พี่ลูกหว้าจะอยู่นานมั้ยคะ” นุ่นถามลูกพี่สาวที่มักจะมาอยู่กับคุณยายในช่วงปิดเทอมหากไม่ได้ไปเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศ

“พี่จะมาเรียนที่นี่นะ น่าจะสักสี่ปีมั้ง.” ลูกหว้าตอบหน้าตาเฉยแต่สองพี่น้องมองเธอตาโต

“จริงเหรอครับ / จริงเหรอคะ.”

“ใช่สิ ใครจะมาพูดเล่นล่ะ” ลูกหว้ามองสองพี่น้องที่เธอรักและเอ็นดูเหมือนน้องจริงๆเธอเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องมีแต่น้องสาวน้องชายลูกของน้าชายที่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่จึงไม่สนิทกันและแม่ของเธอก็มีปัญหากับน้องสะใภ้ด้วยจึงทำให้ลูกของน้าชายไม่ค่อยชอบเธอกับแม่

“พี่ลูกหว้าไม่ไปเรียนเมืองนอกเหรอคะ” นุ่นถามอย่างสงสัยลูกหว้าไปเรียนซัมเมอร์บ่อยๆก็นึกว่าเตรียมตัวไปเรียนต่อเมืองนอก

“ไปสิ พี่รอจบตรีก่อนแล้วค่อยไปต่อโทต่อเอกน่ะ” ลูกหว้าเรียนโรงเรียนสตรีชื่อดังมาตั้งแต่เด็กเรื่องภาษาอังกฤษเธอจึงแน่นไหนจะไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษอีกล่ะทำให้เธอพูดภาษาอังกฤษคล่องปรือ

“ดีจังเลยค่ะ นุ่นจะได้มีคนช่วยติวหนังสือจะไม่ง้อพี่หนุ่มแล้วล่ะ” นุ่นพูดอย่างดีใจที่จะมีคนเก่งช่วยติวหนังสือให้ก่อนทั้งสามจะแยกย้ายกันเข้าบ้าน

ร่างเพรียวนั่งกอดเข่าตรงระเบียงมุมส่วนตัวมองไปทางภูเขาสูงที่มีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมมีดคลึ้มไปทั่วตั้งแต่เช้าแล้วจนบ่ายฝนก็ยังตกๆหยุดๆ

“เป็นอะไรไปอีกล่ะฮึ หลานยาย.” คุณเพ็ญนภานั่งลงข้างหลานสาวที่หันมาโอกอดท่านซุกตัวในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคุณยายที่ปลอบใจเธอทุกครั้งที่มีปัญหา คุณเพ็ญนภา สาวสวยชาวแม่จันจากบ้านไปเรียนต่อที่กรุงเทพได้พบรักกับคุณเสกสรรค์ ทรัพย์ไพศาล หนุ่มหล่อลูกชายนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พันล้านและแต่งงานกัน มีลูกสองคน จีรนันท์ ทรัพย์ไพศาล วัยสี่สิบสามปีลูกสาวคนโตที่สืบทอดธุรกิจของครอบครัวแทนบิดาได้อย่างดีเยี่ยมแต่งงานกับ วาคิน กาญจนานุวัฒน์ วัยสี่สิบห้าปี อดีตพระเอกชื่อดังในอดีตและปัจจุบันก็ยังทำงานในวงการควบคู่กับ บริษัทนำเข้ารถยนต์หรูธุรกิจส่วนตัวของเขาที่ร่วมหุ้นกับรุ่นน้องและช่วยธุรกิจครอบครัวที่เขาทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ของโรงพยาบาล แบงค์คอก อินเตอร์เนชั่นเนล และในเครืออีกนับสิบแห่งทั่วประเทศมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ลูกหว้า หรือ รัตติยากร กาญจนานุวัฒน์ วัยสิบเจ็ดปี และเลิกกันตอนลูกสาวอายุได้สิบสองปีเพราะเมียจับได้ว่านอกใจ

และลูกชายคนเล็ก เทิดไทย ทรัพย์ไพศาล วัยสี่สิบปีแต่งงานกับ สมฤทัยลูกสาวนักธุรกิจห้างหรูที่มีอยู่ทั่วประเทศมีลูกสองคน ลดามาศ หรือ น้องลดาวัยสิบห้าปี ลูกสาวคนโตและ ลภณ วัยสิบสามปี  เมื่อสามีเสียชีวิตคุณเพ็ญนภาก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียงอยู่บ้านเกิดให้ลูกสาวลูกชายบริหารธุรกิจต่อจากสามีเมื่อลูกสาวเลิกกับสามีท่านก็ไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพกับเชียงรายเพื่อดูแลหลานสาวและตอนนี้ท่านต้องมาอยู่แม่จันถาวรเพราะหลานสาวเลือกเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงราย

รัตติยากรเป็นเด็กที่ครอบครัวแตกแยกอยู่กับแม่ที่ดูแลธุรกิจของครอบครัวส่วนเธอก็อยู่กับคุณยายและพี่ต่ายพี่เลี้ยงที่เธอรู้จักตั้งแต่จำความได้จนเธออายุได้สิบสองปีเป็นครบรอบวันเกิดที่เด็กหญิงรัตติยากรจดจำไปตลอดชีวิตคือพ่อแม่เลิกกันเพราะพ่อลืมว่าเป็นวันเกิดของเธอแล้วพาคู่ควงไปกินอาหารที่ภัตตาคารลอยฟ้าและเป็นสถานที่เดียวกับแม่และคุณยายพาเด็กหญิงรัตติยากรไปเลี้ยงฉลองวันเกิดแล้วจ้ะเอ๋เข้าพอดีก็เกิดเรื่องพ่อกับแม่ทะเลาะกันและเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งว่าพ่อนอกใจแม่ทำให้ทั้งสองหย่าขาดจากกันทั้งที่ยังรักเธอจึงกลายเป็นเด็กบ้านแตกไปโดยปริยาย

พ่อไม่ได้แต่งงานใหม่แต่มีผู้หญิงไม่ขาดส่วนแม่ก็ทำแต่งานไม่สนใจผู้ชายที่เข้ามาจีบ ลูกหว้ารักแม่มากและไม่อยากไปนอนบ้านพ่อในวันศุกร์กับวันเสาร์ตามที่พ่อกับแม่ได้ตกลงกันไว้เธอจึงอ้างนั่นอ้างนี่เพื่อจะได้ไม่ไปนอนบ้านพ่อแต่บางครั้งก็อดสงสารท่านไม่ได้

 “ไม่มีอะไรค่ะคุณยาย หว้าแค่ห่วงแม่จะอยู่คนเดียวหากหว้ามาเรียนที่นี่ค่ะ.” รัตติยากรเผยความในใจให้ยายของเธอรู้

“งั้นเรียนที่กรุงเทพดีมั้ยลูก แม่นันท์เค้าจะได้ไม่เหงา.” คุณยายบอกหลานสาวท่านก็เป็นห่วงลูกสาวเหมือนกันถึงแม้จะมีทั้งแม่บ้าน เลขาและบอดี้การ์ดแต่ท่านก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ไม่ค่ะ หว้าอยากเรียนที่นี่ค่ะ ไม่เป็นไรหว้าให้พี่ต่ายคอยดูแลคุณแม่ให้ค่ะ” สาวน้อยไว้ใจพี่เลี้ยงสาวมากเพราะต่ายดูแลคุณหนูของเธอมาตั้งแต่เด็กจนพบรักกับสามีที่เป็นคนขับรถให้แม่จึงทำให้ต่ายกับสมพงษ์ทำงานให้แม่ของเธอมานานแล้วตอนนี้เธอโตขึ้นดูแลตัวเองได้และมีคุณยายคอยดูแลจึงให้พี่เลี้ยงอยู่กรุงเทพคอยดูแลแม่

คุณเพ็ญนภาลูบศรีษะเล็กของหลานสาวเบาๆ รัตติยากรอายุยังน้อยแต่มีความคิดความอ่านกว่าอายุอยู่กรุงเทพออกงานสังคมกับพ่อแม่หรือกับปู่ย่ารัตติยากรเป็นเด็กเรียบร้อยน่ารักพูดจาอ่อนหวานใครเห็นก็รักใคร่เอ็นดูกับกิริยามารยาทและหน้าตาสวยงามน่ารักสมกับเป็นลูกสาวอดีตพระเอกชื่อดัง รัตติยากรไม่สนใจงานในวงการเหมือนพ่อทั้งที่มีแมวมองและผู้จัดทั้งหลายติดต่อพ่อแม่ของสาวน้อยเพื่อให้แสดงละครเดินแบบถ่ายโฆษณาแต่รัตติยากรไม่เคยสนใจปฎิเสธหัวชนฝา จีรนันท์ก็ไม่อยากให้ลูกเข้าวงการผิดกับวาทินที่พยายามหว่านล้อมลูกสาวให้รับงานในวงการสุดท้ายก็ต้องยอมเพระลูกสาวไม่ชอบ

“แล้วจะไปซื้อหนังสือหนังหามอบตัวเมื่อไหร่ล่ะ” คุณยายก็ถามหลานสาวผลการเรียนของรัตติยากรสามจุดแปดเด็กสาวไม่ได้เรียนเก่งแต่เธอขยันอ่านเขียนเรียนรู้และยังมีเวลาเที่ยวเล่นเหลือเฟือถือว่าเป็นพรสวรรค์ของหลานสาว

“อีกสองวันค่ะ คุณยายขาหว้าอยากไปเที่ยวบนดอยค่ะเดี๋ยวเปิดเรียนแล้วลูกหว้าก็ไม่ได้ไป ปีหนึ่งนี่เพื่อนรุ่นพี่บอกว่าเรียนหนักมากนะคะ” คนตัวเล็กอยากไปเที่ยวจึงพูดโน้มน้าวคุณยายเพื่อให้ได้ไปเที่ยวบนดอย

 “จะไปเที่ยวอีกแล้วหรือลูก เมื่อวานก็พึ่งไปมานะพักบ้างเถอะดูสิผิวดำหมดแล้วนะลูกหว้า” แทนที่จะห่วงสวยห่วงงามเหมือนผู้หญิงทั่วไปหลานสาวของท่านก็ทำตัวก๋ากั่นเที่ยวเล่นในไร่กับเด็กสองคนที่เป็นลูกของแม่บ้านคนสนิทของท่าน

“นะคะคุณยาย หว้าสัญญาค่ะว่าไปอีกแค่วันเดียวค่ะ แล้วหว้าจะอยู่บ้านไม่ไปไหนจนกว่าจะเปิดเทอมค่ะ” สาวน้อยมากเล่ห์สัญญากับคุณยาย

“จริงเหรอลูก” คุณเพ็ญนภาหรี่ตามองหลานสาวอย่างไม่อยากเชื่อ รัตติยากรเจ้าเล่ห์เป็นที่หนึ่งหากอยากได้อะไรจะยอมทุกอย่างแต่พอได้ดั่งใจแล้วก็จะมีคำพูดข้ออ้างจิปาถะมาแก้ต่างเพื่อล้มสัญญา

“จริงๆค่ะคุณยาย” สองยายหลานต่อรองกันอย่างชนิดที่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่เพราะท่านเลี้ยงหลานสาวมากับมือจึงรู้นิสัยเป็นอย่างดีและลูกหว้าก็สนิทกับคุณยายมากกว่าญาติผู้น้องทั้งสองจึงเป็นที่มาของหลานรักหลานชังที่น้าสะใภ้พูดกระแนะกระแหนเธอบ่อยๆ

“ก็ได้ ยายอนุญาตให้ไปแต่ห้ามกลับค่ำ โอเคมั้ย ถ้าไม่ ยายก็ไม่” ผู้เป็นยายก็มีกฎกติกาที่หลานสาวต้องยอมรับเหมือนกัน

“ตกลง โอเคค่ะ” คนกลัวไม่ได้ไปเที่ยวก็ตอบทั้งตกลง ทั้งโอเคทำให้คุณยายยิ้มขำกอดหลานสาวแน่น ท่านน่าจะมีลูกหลายๆคนจะได้มีหลานเยอะๆ ดูสิตอนนี้ท่านก็กำพร้าหลานมีกับเขาแค่สามคนเองแล้วทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่มีก็ใช้กันไม่หมดแล้วพอคิดได้ก็สายไปแล้ว

#ม่ายสาวพราวเสน่ห์ที่เก็บตัวมานานควงหนุ่มฝรั่งก้ามปูไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนสุดแสนจะโรแมนติก เปิดตัวแบบนี้ จะมีข่าวดีหรือเปล่าคะ# ข่าวพาดหัวหนังสือกอสซิบฉบับเช้าวันนี้และข่าวทางสื่อออนไลน์ที่แชร์กันไปทุกสำนักที่ชอบเรื่องของชาวบ้านว่าใครแฟนใคร ใครเลิกกันใครแอบกินกันใครแต่งงาน และสารพัดเรื่องใต้เตียงของคนดังทั้งหลายที่สามารถขายข่าวได้

“คุณทินขาเห็นข่าวเมียเก่าคุณหรือยังคะ” พัสวีดาราสาวสวยคู่ควงคนล่าสุดที่อยู่ได้นานกว่าใครยื่นโทรศัพท์ให้อดีตพระเอกคนดังดูข่าว

“ข่าวอะไร.” วาทินรับโทรศัพท์มาอ่านดูใบหน้าหล่อตึงขึ้นแดงขึ้นก่อนจะปาโทรศัพท์ในมือไปกระทบผนังห้องอย่างแรง

“ปั้ง..”

“คุณทิน.” ดาราสาวร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่เธอเพิ่งซื้อมาไม่นานเหลือแต่เศษชิ้นส่วนเละกระจายสามหมื่นกว่าหายวับไปกับตา

“เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่ไปเลือกมาว่าจะเอารุ่นไหน” น้ำเสียงห้วนดังขึ้นนัยน์ตาแข็งกร้าวอย่างไม่พอใจอดีตภรรยาที่เลิกกันไปเมื่อห้าปีก่อนควงหนุ่มไปดินเนอร์ ทั้งที่ตัวเองมีผู้หญิงรอบเอวแต่ยังหวงก้างของที่ไม่มีสิทธิ์

“คุณทินโกรธที่คุณนันท์มีแฟนเหรอคะ หรือคุณยังรักเธออยู่คะ” พัสวีพูดอย่างหึงหวงเพราะเธอก็หวังตำแหน่งภรรยาของวาคินอยู่

“ไม่ใช่เรื่องของเธอนะพัสวี อยู่ในที่ของเธออย่ามาวุ่นวายก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน ถ้าทำไม่ได้ก็ไปซะ” อดีตพระเอกดังพูอย่างไม่รักษาน้ำใจของดาราสาวคนสวยที่หลงใหลรสสวาทของเขาจนยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเขาซึ่งเธอก็อยู่ได้นานกว่าใครอาจเป็นเพราะชื่อเสียงเงินนทองและสังคมไฮโซที่เธอก้าวขึ้นไปยืนจุดนั้นก็เป็นได้

“ไม่ค่ะ คุณทินอย่าพูดอย่างนี้สิคะ พัสรักคุณทินแค่ถามดูเฉยๆค่ะ อย่าโกรธพัสนะคะ พัสขอโทษค่ะ” นางร้ายหน้าสวยรีบเข้าไปกอดและขอโทษวาทินที่มองพัสวีด้วยสายตาเย็นชาแต่เวลาอยู่บนเตียงเขาอ่อนหวานเร่าร้อนดุดันบทรักของเขาถึงอกถึงใจเธอมากแม้อายุจะห่างกันถึงสิบปีแต่เธอไม่แคร์เพราะวาทินยังดูหนุ่มแน่นพละกำลังของเขาเหลือเฟือและการดูแลเทคแคร์ของเขาก็เต็มที่เหมือนกันยามเธอป้อนเขาอย่างถึงใจ

“ถ้าอยากอยู่ด้วยกันอย่างยุ่งเรื่องส่วนตัวของผมอีก จำไว้” อดีตพระเองคนดังย้ำกับคู่ควงคนปัจจุบันที่อยู่ด้วยกันมาเกือบปีแล้วเขาชอบตรงที่พัสวีไม่ไม่เรื่องมากแม้จะขี้หึงแต่เขาก็เอาอยู่

รัตติยากรตื่นมาก็เห็นข่าวของแม่กับ เมลสัน จิวานี่ นักธุรกิจไมโครซอฟท์ ชาวไอร์แลนด์ที่แม่แนะนำให้เธอรู้จักว่ากำลังคุยกันอยู่และถามเธอว่าหากแม่จะคบกับเมลสันได้มั้ย เธอยอมให้แม่คบกับเมลสันเพราะอยากให้แม่มีความสุขบ้างไม่ใช่ยุ่งกับงาน

“เป็นไงแม่เราเป็นข่าวดังอยู่นะเนี่ย” เสียงของคุณยายพูดดังมาจากด้านหลังก่อนจะนั่งลงข้างหลานสาวที่เอนตัวพิงหมอนสามเหลี่ยมอ่านข่าวของแม่

“จะไม่เป็นข่าวได้ยังไงคะคุณยาย อดีตเมียพระเอกดังเชียวนะคะ .” ลูกหว้าพูดแล้วยิ้มตอนนี้เธอโตพอที่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงเลิกกันและไม่ได้มีเธอคนเดียวที่พ่อแม่เลิกกันมีอีกตั้งมากมายหลายครอบครัวที่เป็นแบบเธอแต่บังเอิญเธอมีพ่อเป็นคนดังจึงทำให้มีแต่คนสนใจอยากรู้เรื่องของครอบครัว

“เหรอจ้ะ แล้วลูกหว้าจะว่ายังไงล่ะหากแม่เขามีแฟนใหม่จริงๆน่ะ” เสียงคุณยายฟังแปร่งๆไปท่านเป็นห่วงความรู้สึกของหลานสาวมากกว่าใคร

“ก็ไม่ว่าไงค่ะ หว้าก็อยากให้แม่มีความสุข แม่ทำแต่งานหากลุงเมลสันทำให้แม่มีความสุขหว้าก็ยินดีให้เขาดูแลแม่ค่ะ แต่ต้องมั่นใจก่อนนะคะ” ลูกหว้าตอบยายตามที่เธอคิด

“ลูกหว้าไม่โกรธแม่นันท์จริงเหรอลูก” คุณเพ็ญนภาก็ห่วงทั้งลูกทั้งหลานแต่ก็อยากให้ลูกหลานมีความสุขหาก    จีรนันท์จะแต่งงานอีกครั้งท่านก็ไม่ว่าแต่ต้องให้หลานสาวเห็นด้วยและยินยอม

“ทำไมหว้าต้องโกรธแม่ด้วยล่ะคะคุณยาย หว้าต้องดีใจกับแม่สิคะที่แม่จะมีความสุข.”

“ลูกหว้าโตขึ้นมากนะลูก เอาเถอะยังไงมันก็เป็นแค่ข่าวแม่นันท์ยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย พวกเราคิดมากไปเองเนาะ” สองยายหลานยิ้มให้กันก่อนที่รัตติยากรจะโทรไปหามารดา

“หวัดดีค่ะแม่จ๋า ทำอะไรอยู่คะ.”

“หวัดดีจ้ะยัยตัวเล็ก แม่กำลังจะไปทำงานจ้ะ ที่โทรมาหาแม่เพราะข่าวใช่มั้ยลูก” จีรนันท์ดีใจที่ลูกสาวโทรมาแต่เสียงแผ่วในตอนท้ายกลัวลูกสาวไม่พอใจข่าวของเธอกับเมลสัน

“เปล่าค่ะ โทรมาเพราะคิดถึงแม่ค่ะ แล้วลุงเมลสันเป็นยังไงบ้างคะ.” ลูกหว้าถามถึงผู้ชายของแม่

“ก็ดีจ้ะ เมลสันซื้อของมาฝากลูกด้วยจ้ะ บ่นเสียดายที่ไม่ได้เจอลูกหว้าด้วยจ้ะ.” เสียงของแม่มีความสุขเมื่อพูดถึงเมลสันแล้วเธอจะเห็นแก่ตัวได้ยังไงหากแม่มีความสุขเธอก็มีความสุขด้วยขอแค่เมลสันจริงใจและรักแม่จริงไม่นอกใจมีแม่เป็นคู่ชีวิตคนเดียวก็พอแล้ว

“หว้าก็เสียดายค่ะที่ไม่ได้เจอลุงเมลสัน เอาไว้คราวหน้านะคะแม่จ๋า พรุ่งนี้หว้าต้องไปมหาลัยแล้วจะต้องเตรียมตัวอีกค่ะ”

“งั้นแม่จะไปหาลูกอาทิตย์หน้านะจ้ะ วันนี้แม่มีประชุมเดี๋ยวเสร็จแล้วแม่จะโทรหาลูกหว้านะคะลูก”จีรนันท์มองเวลาในข้อมือแล้วบอกลูกสาว

“ค่ะแม่จ๋า รักษาสุขภาพด้วยนะคะ รักแม่จ๋าม้ากมากค่ะ.”

“แม่ก็รักลูกหว้าม้ากมากจ้ะ” สองแม่ลูกก็วางสายเมื่อคุยเสร็จ คุณเพ็ญนภามองหลานสาวคุยโทรศัพท์กับแม่แล้วท่านก็ยิ้มที่รัตติยากรไม่มีท่าทีจะโกรธแม่ที่เป็นข่าวกับหนุ่มฝรั่ง

“แม่เราว่าไงบ้างล่ะลูกหว้า.”

“แม่กำลังเข้าประชุมค่ะ อืม หว้าฟังเสียงแม่ก็ดูจะแฮ้ปปี้ดีค่ะ หว้าไม่ได้สนใจข่าวคนอื่นจะว่ายังก็แล้วแต่เขาเราไปห้ามความคิดพวกเขาไม่ได้ แม่ยังโสดลุงเมลสันก็โสดหากจะรักกันก็ไม่ผิดใช่มั้ยคะคุณยาย.”

“ใช่แล้วลูก คนในครอบครัวเราสำคัญกว่า แล้วไหนว่าจะไปเที่ยวดอยล่ะเปลี่ยนใจแล้วเหรอจ้ะ” คุณยายถามหลานสาวเมื่อวานยังมาอ้อนท่านไปเที่ยวแต่นี่ก็สายมากแล้วทำไมยังไม่แต่งตัวอีก

“หว้ากำลังจะบอกคุณยายค่ะ ว่าหว้าเปลี่ยนใจแล้วไว้ไปมะรืนนี้ดีกว่าค่ะ พอดีเพื่อนหว้าจะเข้าหอกันค่ะ” หลานสาวพูดอย่างประจบคุณยาย

“อย่างนี้นี่เอง งั้นก็ตามใจยายจะเข้าเมืองสักหน่อยหรือว่าจะไปกับยายมั้ย” ท่านชวนหลานสาวเผื่ออยากไปซื้อของ

“คุณยายไปเถอะค่ะหว้านอนดูทีวีดีกว่าค่ะ” ลูกหว้าบอกคุณยายแล้วท่านก็ลุกขึ้นเดินออกไปเมื่อหลานสาว

ไม่ยอมตามไปด้วย

รัตติยากรนอนดูทีวีอยู่ตรงชานเรือนสุดร่มรื่นกับนุ่นที่มาอยู่เป็นเพื่อนพี่ลูกหว้าของเธอ

“ตู้ดๆตู้ดๆ.”เสียงโทรศัพท์ของลูกหว้าดังขึ้นสาวน้อยก็หยิบมาดูเห็นเบอร์ของพ่อโชว์อยู่จึงรับสาย

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ.”

“สวัสดีค่ะลูกหว้า หนูทำอะไรอยู่ลูก”..............

                                                    TTTTTTTTT

ลูกหว้ามาแล้วจ้าาา

ตอนนี้ไรท์นำเนอน้องลูกหว้านางเอกของเราก่อนนะคะ พระเอกเราแจ้งเกิดตอนหน้านะคะ 

ขอบคุณรีดที่รักมาๆๆค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ของรีดที่รักทุกท่านส่งกำลังใจใหไรท์นะคะ

 สู้ตายค่าาา จุ๊บบบๆๆ

ความคิดเห็น