ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ล้มยักษ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ล้มยักษ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2561 22:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ล้มยักษ์
แบบอักษร

ตอนที่ 3

**ล้มยักษ์


“หือ" ไอ้ยักษ์ทำหน้ากวนตีนใส่ พาร่างสูงของมันก้าวมาหาผม ส่วนผมก็ถอยร่น รัวๆ อย่างระแวดระวังว่ามันจะมาเรื่องผมแบบไหน ที่ถอยไม่ใช่อะไร ผมมาตั้งหลักก่อนแค่นั้น

“ตาไม่มีหรือไม่แหกตาดูว่ามีคนอยู่ อย่าทิ้งเรี้ยราดเหมือนสันดานมึงสิ" ได้ทีใส่ก่อนเลยผม ยังเจ็บหัวที่มันโดนปากระป๋องใส่อยู่ไม่หาย ว่าแล้วก็ลูบหัวปรอยๆ ตัวเองอย่างโมโห

“ดูจะรู้จักนิสัยกูดีจังนะ" ไอ้ยักษ์ทำหน้าแปลกใจ ผมนี่อยากจะแหม มอม้ายาวๆ ไปตบหน้าให้มันสะบัดจริงๆ สันดานเหี้ยๆ ของมันกับไอ้เอช กระฉ่อนขนาดนั้น เอาแล้วทิ้งเหมือนหมาติดสัส ใครหูหนวกตาบอดไม่รู้ ก็โง่สุดๆ ละ

ดีนะ ที่ผมฉลาด

“อย่างกับกูอยากรู้นักนิ" ผมว่า แล้วนี่ผมจะมายืนคุยกับมันหาพระแสงง่าวไรว่ะ ผมหรี่ตาประเมินสถานการณ์หาทางหนี พอๆ กับเผลอมองรูปร่างมันด้วย

ชิ กล้ามใหญ่ใช่เล่น

“เฮ้ยๆ อย่าเข้ามานะ" เผลอมองกล้ามล่ำๆ มันไม่นาน ผมชี้หน้ามันรัวๆ อย่างตกใจเอามือทาบอกตัวเองไปด้วย ตาก็หันซ้ายหันขวารัวๆ ที่จู่ๆ มันยิ้มแปลกๆ แล้วเดินมาหาผม

มึงคิดอะไรชั่วร้ายอยู่ใช่ไหม

“มึงเพิ่งไปเอากับใครมาสินะ" มันเอาแขนเป็นกล้ามมัดๆ น่าลูบน่าคลำกอดอกแล้วถามผม ปากก็ยกยิ้มเยาะ ใช้สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดตีน แล้วมาหยุดตรงเสื้อผมที่เปิดกว้าง ที่ก่อนหน้านั้นไปอ่อยไอ้เอชมา ถึงผมจะติดกระดุมแล้วก็ตาม แต่มันก็เห็นหน้าอกขาวๆ ผมที่โผล่วับๆ แวมๆ ไหนจะเสื้อยับๆ หัวกระเซิงหลังจากวิ่งฝ่าลมฝ่าดินหนีพี่มายด์มาอีก ไม่แปลกที่มันจะมีความคิดต่ำๆ แบบนั้น

“อ้อ ก็นะ หนักหัวมึงไง๊" ผมครางรับ ทำท่าจัดเสื้อ และปัดๆ ทรงผมเล็กน้อย ไม่วายลูบก้นตัวเองปรอยๆ ซี้ดปากเหมือนเพิ่งโดนเอาหมาดๆ ไปด้วย

“ร่านดี" มันว่า แต่ก็ยังเดินมาหาผมเรื่อยๆ ผมที่ตอนแรกกะยืนนิ่งเชิดใส่เหมือนเดิม แต่รูปร่างส่วนสูงของมันกับผมต่างกันมาก มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันข่มขวัญผมได้มากโข ผมเลยเลือกเดินถอยหลังตาม แต่ก็เดินไม่กี่ก้าว ก็หยุดเพราะด้านหลังผมมันเป็นสระน้ำ

“ถอยไป" ผมไม่สนคำด่ามัน เพราะพวกมันก็มองผมร่านและแรดอยู่แล้ว ด่าอีกมันก็ไม่ทำให้หน้าหนาๆ ของผมบางลงหรอก

หนาแบบโบกปูนกรบขนาดนี้

ไม่สะเทือนไอติมคนนี้หรอก

“กลัวกูรึไง แต่แบบมึงคงไม่กลัวมั้ง ดูท่าคงวิ่งเข้าใส่" มันไม่หยุดตามที่ผมบอก ยังเดินมาเรื่อยๆ จนหยุดยืนตรงหน้าผม ตัวใหญ่ยักษ์ของมันตอนนี้ยืนค้ำหัวผมอยู่

“เหอะ แต่ที่รู้ๆ อย่างน้อยกูก็ไม่วิ่งใส่มึงแน่ๆ " ผมแหงนหน้าขึ้นแค่นเสียงเยาะตอบ เอามือผลักมันออกให้พ้นห่างจากตัว เมื่อมันเดินเข้ามาใกล้ ไม่งั้นผมนี่แหละจะตกน้ำแทน

แต่ทวาหลังจากที่ผมผลักมัน..

“เหวอๆ หมับ” ผมร้องเสียงหลง ไอ้ยักษ์แทนที่มันจะเซที่โดนผมผลัก แต่เป็นผมเองที่เซถอยหลังแทนจนเกือบตกน้ำ ดีที่เอื้อมมือไปจับเสื้อของไอ้ยักษ์ไว้ทัน จากนั้นก็พ่นลมหายใจรัวๆ อย่างโล่งอก ส่วนหน้าผมตอนนี้อย่าได้พูดถึงเลย

อย่างเหวอแดก

ส่วนมัน..

“หึ" นอกจากหัวเราะในลำคอไม่พอ ยังทำหน้าเหนือกว่าผมอีก จากนั้นมุมปากมันก็ยกขึ้น พร้อมกับเอามือมันมาจับที่ไหล่ผมสองข้างแล้วพูดขึ้นมา

“อาบน้ำ ล้างคราบคาวหน่อยเป็นไง”

“เฮ้ย!! ”

ผลั่ก

ตูม!

ไม่ทันที่ผมจะได้แหกปากร้องห้าม ร่างอันบอบบางน่าถะนุถนอมของผมก็โดนไอ้ยักษ์ใจทรามโคตรของโคตรเหี้ยผลักผมลงน้ำอย่างแรง พร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ ตรงที่มันผลักผมก็เป็นตรงที่น้ำลึกด้วย และที่สำคัญ

ผมว่ายน้ำไม่เป็น!

“อึก ช่วยด้วย!” ผมตะเกียกตะกายร้องไห้มันช่วย ในใจก็หวาดกลัวลนลานไปหมด มือตะเกียกตะกายน้ำไปมา เหมือนร่างผมจะจมลงเรื่อยๆ เหมือนยิ่งไขว่คว้ายิ่งจม อากาศที่หายใจยิ่งน้อย ส่วนไอ้ยักษ์ก็ยืนกอดอกมองผมด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเลยสักนิด

“ฮึก วะ ว่ายน้ำไม่เป็น ช่วยด้ว..อึก” ผมร้องเรียกเสียงขาดๆ หายๆ น้ำก็ล้นเข้าปาก ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก น้ำตาเริ่มไหลออกมาปะปนกับน้ำด้วยความกลัว

“ยะ ยักษ์ ช่วย..อึก” ผมเรียกมันอีกครั้งเมื่อรู้สึกทนไม่ไหว ร่างกายมันหนักอึ้งไปหมด มือที่ไขว่คว้าตะเกียกตะกายเริ่มหมดแรง แต่ใบหน้าของไอ้ยักษ์ยังคงนิ่งเรียบไม่ทุกข์ร้อน จนสุดท้ายทนไม่ไหวผมก็ปล่อยให้ร่างกายตัวเองให้จมลง

ครั้งนี้มันแกล้งผมแรงจริงๆ

ตูม!

เสียงน้ำสาดกระเซ็นอย่างแรงจากแรงกระโดด จากนั้นร่างกายผมที่กำลังจมลงกับถูกรวบคว้าตัวไว้จากอ้อมแขนใหญ่ของใครบางคนอุ้มขึ้นเหนือผิวน้ำ

เฮือก

“แค่กๆ ๆ ” พอถูกดึงขึ้นจากน้ำแล้ว ผมก็สำลักแล้วไอจนหน้าดำหน้าแดง กอบโกยอากาศเข้าปอดรัวๆ โดยที่ร่างกายถูกอีกคนว่ายพาขึ้นฝั่งอย่างช้าๆ และคนที่ช่วยผมก็เป็นคนเดียวกับที่มันผลักผมลงไป ขึ้นฝั่งได้มันก็ผลักผมล้มลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี

ทั้งที่มันผลักผมตกน้ำ

“แค่กๆ อึก กะ เกินไปแล้วนะ” ผมกุมหน้าอกตัวเองแล้วไอไม่หยุด ตวัดสายตาแดงก่ำมองมันอย่างโกรธแค้น หยดน้ำจากผมไหลร่วงปะปนกับน้ำตาที่มันเอ่อล้นที่กระบอกตา

“โทษที นึกว่ามึงว่ายน้ำเป็น” มันพูดแบบไม่สำนึก ผมเม้มปากที่สั่นระริกไว้ กำมือสองข้างแน่น ต่อให้ผมว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็นมันก็ไม่มีสิทธิผลักใครลงน้ำแบบนั้น

และมันรู้ไหม ว่าตอนนั้นผมกลัวแค่ไหน

ปึก ปึก

“ฮึก มึงมันเหี้ย ไอ้ยักษ์ ไอ้เลว ไอ้ชั่ว มึงแกล้งกูแรงเกินไปแล้วนะ” ผมลุกขึ้นวิ่งไปทุบตีมันอย่างเจ็บใจทั้งโกรธต่อให้เป็นมันที่ลงมาช่วยผมไว้ก็ตาม ผมก็ไม่ซึ้งใจกับความช่วยเหลือจอมปลอมของมันหรอก

“ฮือ กูว่ายน้ำไม่เป็นมึงไม่รู้รึไง น้ำเข้าปากกู ฮึก แล้วกูหายใจไม่ออกด้วย ฟืด” มือเล็กขยุ้มเสื้อและทุบตีมันอย่างแรงพร้อมทั้งร้องไห้ด่ามันไปด้วย ไม่วายสูดน้ำมูกเสียงดัง จนไอ้ยักษ์ทำหน้าแหย แล้วดันตัวผมออก แต่มีหรือผมจะปล่อย ทำผมขนาดนี้แล้ว

“แล้วมึงทำไมไม่บอกกู” มันว่า

“ไอ้ควาย! กูตะโกนบอกมึงแล้วไง แต่มึงก็นิ่งเฉย ปล่อยให้กูจมน้ำ” ผมเงยหน้าด่ามันว่าควายแสกหน้ามันเต็มๆ จนมันคิ้วกระตุก มันกำลังจะผลักผมแต่ต้องหยุดชะงักมือผมพูดออกมา

“รู้ไหม กูกลัวแค่ไหน ฮืออ” ผมร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวจริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง ผมเคยจมน้ำอยู่ครั้งหนึ่ง มันทำให้ผมกลัวและฝังใจเรื่องจมน้ำมาจนถึงตอนนี้

“เออๆ เลิกร้องได้แล้ว มึงจะแหกปากร้องไห้คนทั้งมหาลัยได้ยินหรือไง” น้ำเสียงมันอ่อนลงเล็กน้อย ไม่พอยังดุผมอีก ไม่รู้มันสำนึกอะไรบ้างหรือเปล่า เพราะเมื่อกี้มันเกือบทำให้ผมจมน้ำแล้วนะ

“เออ! กูจะแหกปากร้องไห้แม่งได้ยินทั้งมหาลัยหมดเลย ว่ามึงมันเหี้ย ละ..อึก” ผมผลักมันออก ตะโกนด่ามันเสียงดัง ก่อนเสียงตัวเองจะขาดหายเมื่อเห็นกล้ามหน้าท้องของมันที่ลู่เปียกน้ำจนเห็นเป็นลอนๆ

อื้อหือ

“และอะไร” มันถามต่อ คงไม่ทันเห็นอาการผมตอนนี้ ที่กำลังตกตะลึงกับหน้าท้องของมันอยู่เงียบๆ พลางกลืนน้ำลายเบาๆ น้ำตาที่ไหลเป็นพรากๆ ก่อนหน้านั้นหยุดมลายหายไปในพริบตา

“นะ น่าจับ เฮ้ย มะ มึงมันเหี้ย เลวเกินคน จิตใจต่ำตม รังแกคนไม่มีทางสู้” กว่าจะคิดคำพูดออกมาได้ ลิ้นแทบพันกัน เพราะไอ้ก้อนกลมๆ เป็นรอนๆ นั้นทำให้ผมสติแตกกระเจิง ไม่พอมันยังจับเสื้อของมันขึ้นขยุมบิดน้ำ จนโชว์กล้ามท้องน้ำผิวสีน้ำตาลและเห็นไรขนอ่อนรำไร แถมยังเสยผมที่เปียกน้ำขึ้นอย่างเช็กซี่

โอ้ว แม่เจ้า

“อะ แฮ่ม! เลวฉิบหาย ”

ผมกระแอมแสร้งด่ามันอีกครั้ง ส่วนตาก็มองแทบจะเอาหน้าไปแนบก้อนแน่นๆ นั้น ส่วนมันก็ปล่อยให้ผมด่ามันอยู่อย่างนั้น สงสัยคำด่าผมคงจะเป็นแค่ลมบางๆ ที่ผ่านทะลุหูของมัน

“เออ กูเลว กูไม่เคยบอกว่าตัวเองดี” มันสะบัดเสื้อของมันเล็กน้อยแล้วเงยหน้าตอบผม ส่วนผมก็เอาแต่มองตามเนื้อในร่มผ้ามัน จนต้องรีบหันไปมองหน้ามันกลัวว่ามันจะรู้ว่าผมมองกล้ามหน้าท้องมันอยู่ พอรู้ว่าพูดแบบนั้นผมก็เบ้ปากแรงใส่ แล้วเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

“กูหนาว” ผมบอกมัน เมื่อเริ่มรู้สึกหนาวจนปากสั่น เลิกสนใจกล้ามท้องมันชั่วคราว

“บอกกูทำไม” มันเลิกคิ้วสงสัยที่จู่ๆ ผมก็พูดว่าหนาวออกมา จะไม่ให้หนาวได้ไง ตัวเปียกทั้งตัว แถมลมก็แรงด้วย ตอนนี้ผมยืนกอดตัวเองตัวสั่นงกๆ อยู่ มันไม่แหกตาดูหรือไง ใครจะถึกและบึกบึนอย่างมันกันหล่ะ

“มึงผลักกูตกน้ำนะ ตอนนี้กูหนาวมาก ไปส่งกูที่หอเลย” ได้ทีก็ใช้มันเลย เพราะมันหาเรื่องแกล้งผมก่อน และมันต้องชดเฉยไถ่โทษไปส่งผมที่หอ ถ้าตัวเปียกแบบนี้แท็กซี่คงไม่รับผมหรอก

“ทำไมกูต้องทำตามที่มึงบอก” นั่นไง คำพูดมัน ผมรู้อยู่แล้วว่ามันต้องปฏิเสธและไม่มีทางทำตามที่ผมบอกย่างแน่นอน งั้นลองเอาสิ่งที่มันทำกับผมไปบังคับให้มันยอมดู

“แค่นี้มึงทำให้ไม่ได้หรือไง ก่อนหน้านี้มึงเกือบจะฆ่ากูนะ!” ผมพูดเสียงสั่นใส่มัน ตาก็แดงก่ำจะร้องไห้อีกครั้ง จนสุดท้ายก็ไหลอาบใบหน้า จนต้องยกมือปาดออกลวกๆ มองมันอย่างตัดพ้อ

“เออๆ เรื่องมากสัส” มันเสยผมอย่างหัวเสีย สุดท้ายก็ยอมผม

“อุ้มด้วย” ผมบอก ยื่นมือสองข้างไปหามัน ส่วนไอ้ยักษ์แทบจะวิ่งไปถีบผมลงถามอีกครั้งเมื่อได้ยินที่ผมขอเมื่อกี้

“มึงแค่ตกน้ำ ไม่ได้พิการ” มันเอานิ้วจิ้มๆ หน้าผากผมอย่างแรง เหมือนเตือนสติผม

“อุ้มกูแค่นี้มันจะตายหรือไง!” ผมเริ่มเบะปากจะร้องอีกครั้ง เอาโหมดดราม่านางเอกเจ้าน้ำตามาเรียกอีกครั้ง เอาสิ มึงทนความดื้อด้านของผมได้แค่ไหนก็ทนไป ไม่ยอมอุ้ม ผมก็จะดิ้นร้องให้มันอุ้มจนได้เลย คอยดู

“อุ้ม!” ผมสั่งเสียงดัง จนคนแถวนั้นที่แอบมองดูอยู่ห่างๆ ถึงกับสะดุ้งไปด้วย

“โว้ย เออๆ รู้งี้กูถีบมึงเสร็จแล้วเดินหนีดีกว่า” มันว่าอย่างหัวเสีย แต่ก็เดินมาอุ้มผมท่าเจ้าสาวอย่างไม่เต็มใจ ผมจึงรีบเอาแขนคล้องเกี่ยวคอมันไว้แน่น เผื่ออยู่ดีๆ มันของขึ้น เผลอเหวี่ยงผมลงพื้นขึ้นมาทำไง

“แค่เนี้ย” ผมว่า ไอยักษ์ถึงกับทำหน้าโหดใส่ผม จนผมหดคอลงแล้วเนียนซบแผ่นอกมันไปซะเลย

งื้อ แน้นแน่น

จากนั้นไอ้ยักษ์มันก็อุ้มผมแบบไม่เต็มใจ แต่ก็ยังยอมอุ้มผม ตอนแรกผมก็สงสัยอยู่ว่าอย่างมันคงไม่ยอมแน่ๆ แต่มันก็ทำผมอึ้งและแปลกใจไม่น้อยที่มันยอม สงสัยจะรู้สึกผิดที่ทำผมเกือบจมน้ำแน่ๆ ว่าแล้วไอ้ยักษ์ก็เดินดุ่มๆ ไปยังลานจอดรถคณะ แต่ระยะทางที่ไปก็ไกลพอสมควร ผมจึงใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สักหน่อย จนไอ้ยักษ์หยุดชะงักแล้วเดาะลิ้นอย่างข่มอารมณ์

“มึงเลิกเอานิ้วเขี่ยนมกูสักที!” ไอ้ยักษ์หันมาตะคอกผมเสียงดัง จนผมต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่เงยหน้ามองมันแล้วยิ้มน้อยๆ

“ทำไม เสียวหรอ” ว่าแล้วก็เอานิ้วเขี่ยเล่นตรงนมวนมันไปมา ส่วนมืออีกข้างก็เกี่ยวคอมันไม่ปล่อย ไอ้ยักษ์ทำท่าจะทุ่มตัวผมลง ผมเลยรีบเอามือที่เหลือเกี่ยวคล้องคอมันอย่างตกใจ

“เล่นไรเนี้ย!” ผมแหวด่ามัน ใจหายหมด

“มึงสิเล่นส้นตีนไร อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากให้กูอุ้มไปโยนน้ำอีก” มันขู่เสียงโหด ผมได้แต่จิ๊ปากยอมอยู่นิ่งๆ และอยากจะเอามือข่วนหน้ามันให้ลายจริงๆ เล่นหน่อยก็ไม่ได้ ทำเป็นหวง

เดี๋ยวกัดแม่งขาดเลย

“หนาวจุง” เดินไปสักพักผมก็บ่น แล้วซุกหน้าเข้ากับอกมัน ไอ้ยักษ์ถึงกับหยุดชะงักอีกครั้ง พร้อมกับข่มอารมณ์อยากจะเหวี่ยงผมลงพื้นเต็มที่ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ว่าอะไรรีบเร่งฝีเท้าแทบจะวิ่งไปที่ลานรถ

“พี่ยักษ์ค่ะ” เสียงเรียกของชะนีที่เพิ่งเรียกเข้าฉาก ลอยมาแต่ไกล พร้อมกับพาร่างสะโอดสะองนมโตเดินอืดอาดส่ายนมมาทางพวกผม

“แนน” ไอ้ยักษ์เรียกชื่อชะนีนังนั้นแล้วหยุดเดินทันที ผมเลยหันขวับไปจิกตามองนางชะนีที่มาขัดขวางเส้นทางการกลับหอของผม

“พี่ยักษ์จะไปไหนคะ แนนจองร้านอาหารไว้แล้วนะ” นางแอ๊บเสียงใสถาม ไม่วายปรายตามองผมอีก ผมเลยสะบัดหันหน้าหนีซุกที่คอไอ้ยักษ์แทน

“เดี๋ยวพี่มา” มันบอกชะนีนางนั้น แล้วทำท่าจะเดิน แต่แขนชะนีนมโตก็มาดึงกล้ามล่ำของไอ้ยักษ์ไว้ บังอาจนักมาแตะกล้ามล่ำของมันที่ผมเพิ่งจับไป

“แล้วนี่ใครคะ” ชะนีถามมันอย่างสงสัย เพราะผมกับไอ้ยักษ์ตัวเปียกทั้งคู่ แถมมันยังอุ้มผมแบบนี้อีก ใครไม่คิดอะไรก็บ้าแล้ว ขนาดผมยังคิดเลย

“แค่หมาตกน้ำหน่ะ” ไอ้ยักษ์ตอบ ผมนี่แทบเงยหน้าจากคอที่ซบทันที

“กูไม่ใช่หมา” ผมสวนมันคืน มองชะนีนมโตนี้ไปด้วย หน้าตาก็สวย แต่ไม่น่าตาต่ำมาคบกับไอ้เหี้ยๆ สันดานเลวๆ แบบไอ้ยักษ์เลย ปากก็หมา

“เออ มึงแรด ลืมไป” มันด่าผม

“ไอ้ยักษ์!!”

“ทำไม”

“สรุปเด็กคนนี้เป็นใครคะพี่ยักษ์” นางชะนีคงรู้สึกเป็นส่วนเกินที่ผมกับไอ้ยักษ์ไม่สนใจ เลยเข้ามาแทรกแซงระหว่างที่ผมกับไอ้ยักษ์เถียงกันอยู่

“ไม่มีไร แนนไปรอพี่ที่ร้าน เดี๋ยวพี่ตามไป” ไอ้ยักษ์หันไปบอกชะนีที่ดูท่าจะฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่อง ขนาดบอกแล้วยังนิ่งเฉย แล้วยังดื้อด้านถามอีก

“แต่”

“ไอ้ยักษ์ กลับเดี๋ยวนี้!” ผมเลยพูดขัดขึ้น ใช้น้ำเสียงข่มไอ้ยักษ์เล็กน้อย ส่วนไอ้ยักษ์ถึงกับหันขวับเลย

“มึงสั่งใคร”

“มึงแหละ กลับๆ กลับห้องเรากัน” พอได้ยินเสียงเข้มๆ ของมันเข้าหน่อย ผมเลยใช้โหมดอ้อนเข้าใส่ พลางเอามือรั้งคอกอดแน่น แล้วเอาหน้าถูๆ ไถๆ บนซอกคอมันไปมา

“หมายความว่าไงคะ” ชะนีเริ่มแผงฤทธิแล้ว เมื่อเห็นผมพูดและทำท่าท่างแบบนั้น ส่วนไอ้ยักษ์มันก็ยืนนิ่งร่วมมือกับผมดี๊ดี

“งื้อ ยักษ์กลับกัน นะๆ ” เมื่อชะนียังตื๊อ ผมก็เพิ่มระดับอ้อนขั้นสูงเปลี่ยนจากถูๆ ซอกคอมาเป็นที่แผ่นอกล่ำๆ ของมันแทน แล้วพูดเสียงงุ้งงิ้งอ้อนอย่างหนัก คราวนี้ชะนีถึงกับปรี๊ดหลุดมาดเลยทีเดียว

“พี่ยักษ์!”

“ย้ากก งั่ม”

กึก

“มึง!” ไอ้ยักษ์เรียกผมเสียงดังลั่น เมื่อกี้ผมรับรู้ได้ถึงอาการสะดุ้งและอาการเซของมันได้ หลังจากที่ผมงับหัวนมของมันที่ชูแข็งเด่นออกมาจากเนื้อผ้า ที่ผมอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสัมผัส แค่คิดว่าคงหยุดไอ้ยักษ์ให้มาสนใจผมได้ก็พอ และมันก็ได้ผล และไม่คิดว่าจะทำให้ไอ้ยักษ์เสียหลักได้ขนาดนี้ด้วย

หรือว่า..

จ๊วบ

ว่าแล้วผมใช้ปากครอบผ่านเนื้อผ้าบางเข้าหัวนมของมันคราวนี้ ดูดขบจนเกิดเสียง ไอ้ยักษ์ถึงกับทรงตัวไม่อยู่ ย่อตัวลงเล็กน้อย กัดฟันแน่นมองผมด้วยสายตาวาวโรจน์ขึ้นมา

นี่มึงโมโหหรือเสียว

“ไอติม!” มันเรียกชื่อผมเสียงดัง แต่แทนที่ผมจะกลัวกับยิ้มหวานใส่ เอานิ้วสะกิดปลายยอดอกของมันที่ผมเพิ่งดูดไป ตรงนี้สินะ ที่ทำให้ไอ้ยักษ์ปักหลั่นถึงกับเข่าอ่อนได้ขนาดนี้ ผมเลยยิ้มกริ่ม เหลือบมองชะนีที่อ้าปากค้างเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็ล้วงเสื้อไอ้ยักษ์ล้วงลงไปด้านล่าง แล้วพูดขึ้นมา

อยากโดนเอาต่อแล้วอ่า..”

น้องติมลูกกกกก ><

น้องติมนี่น่ารักจริงๆ แรดแบบน่ารัก 555

เห็นแบบนี้ บอกเลย น้องติมเรา ไม่ซิงนะจ้าาาา อิอิ

นังยักษ์เจอน้องติมอ่อยใส่ขนาดนี้ จะทนไหมถามใจดู หุหุ

น้องติมจะเป็นสไตแบบ เกลียดแต่ชอบแรดใส่ พอเขาเล่นด้วยกลับหนี (แต่อย่างว่ามีหรือผัวๆ จะปล่อย><)

ตอนหน้ารออ่านได้นะจ้าาาา**

ความคิดเห็น