จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความงามที่หาคำตอบไม่ได้

ชื่อตอน : ความงามที่หาคำตอบไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 228

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 08:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความงามที่หาคำตอบไม่ได้
แบบอักษร

เทพปีศาจคลั่งเป็นเพียงชายคนหนึ่ง..ในชุดขาวซอมซ่อ..ผมเผ้ารุงรัง..มองไปไม่คล้ายเป็นไฮยีน่าแวมไพร์แม้แต่น้อย..สองมือสองเท้ามีโซ่ล่ามด้วยกัน..พอจะทำให้ขยับแขนขาได้..

มองดูผิวเผินเหมือนไม่มีพิษสงอันใด..เป็นแค่ชายซอมซ่อคนหนึ่ง..ในชุดที่ราวกับนักโทษ..

เขาเดินออกมาจากด้านใน..และทหารอุตระคนที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล..ไขกุญแจปลดปล่อยเขาออกมาจากที่คุมขัง..

และเขาก็เดินออกมาราวกับคนปรกติ..

ก่อนจะหยุดตรงหน้านายกองปีศาจคลั่ง..คนที่ควบคุมเหล่าปีศาจคลั่งทั้งหลาย..

“..เทพปีศาจคลั่ง..”..เขาพูด.. “..สองคนนั่นเป็นปีศาจยิ่งกว่าปีศาจคลั่งทั้งหลาย..”

เทพปีศาจคลั่งมองดูการต่อสู้ระหว่างแพคเกจศศินากับเหล่าทหารอุตระ..

ดวงตาเขาทอประกาย..

“..มันก็แค่ปีศาจที่มาจากที่อันไกลโพ้นเท่านั้น..”

เขาพูดได้..และพูดได้อย่างไม่น่าเชื่อ..

“..เจ้าคิดว่า..จะสามารถชนะพวกมันได้หรือไม่..”

ดวงตาของเทพปีศาจคลั่งเป็นประกาย..

“..ข้าต้องการเจอใครสักคนที่เป็นคู่มือที่แข็งแกร่งเช่นนี้มานานนักหนาแล้ว..”

“..เยี่ยงนั้น..เจ้าก็จัดการพวกมันเถิด..”นายกองปีศาจคลั่งพูด..

เทพปีศาจคลั่งมีกริยาลิงโลด..

“..จดจำไว้..นี่ไม่ใช่เพราะเจ้าสั่งข้า..แต่เป็นเพราะข้าต้องการต่อสู้เอง..”

พูดจบก็คำรามเสียงราวกับสัตว์ร้ายที่เหนือกว่าสัตว์ร้ายทั้งมวล..

แพคเกจศศินากำลังต่อสู้อย่างเมามัน..พอได้ยินเสียงคำราม.ต่างคนต่างก็ชะงัก..

ทหารอุตระทุกคนก็ชะงัก..

วาหุสินธุสองนักดาบก็ชะงัก..

เสียงที่มีผลต่อการสะกดความรู้สึกของทุกคน..

เทพปีศาจคลั่งทะยานร่าง..และทิ้งตัวลงเบื้องหน้าของแพคเกจกับศศินา..

แพคเกจใจหายวาบ..ศศินาเองก็ไม่คิดว่าจะเจอตัวประหลาดอะไรสักตัวตรงหน้า..

ทั้งสองหนึ่งต่อยหมัด..หนึ่งฟันดาบเสี้ยวจันทร์..

เทพปีศาจคลั่งใช้สองมือ..หนึ่งมือตะปบหมัดของแพคเกจ..อีกมือคว้าข้อมือที่ถือดาบของศศินา..

ก่อนจะคำรามเสียงชวนข่มขวัญ..

ร่างของแพคเกจศศินาถูกกระแทกกระเด็นออกมา..

ทหารอุตระต่างถอยออก..เพราะเมื่อเทพปีศาจคลั่งปรากฏตัว..พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ขวางมือเท้า..

แพคเกจเม้มปาก..ลุกขึ้นจากการล้มเมื่อสักครู่..

“...ใครกันวะ..”

แพคเกจคำรามด้วยสำนวนภาษาปัจจุบัน..

เทพปีศาจคลั่งก้าวเท้าเข้าหา...

“..เจ้ามาจากที่อันไกลโพ้น..ย่อมจะมีอำนาจเหนือความตาย..”

เขาหัวเราะ..

“..เช่นเดียวกับข้า..”

แพคเกจเม้มปาก..ก้าวเท้าและต่อยหมัดสูญญตาออกไป..

หมัดที่ทำร้ายทหารอุตระกระจัดกระจายมานักต่อนัก..แต่กลับถูกสลายไปด้วยกระบวนท่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน..

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..แล้วก็เห็นกำปั้นหนึ่ง..ต่อยเข้าที่ปากครึ่งจมูกครึ่งเต็มที่..

แย่แล้ว..นี่มันอะไรกัน..

ศศินากระโดดเข้าหา..ฟันดาบเสี้ยวจันทร์ทั้งสองดาบด้วยเพลงดาบที่รวดเร็วราวกับสายลม..

ดาบเสี้ยวจันทร์สามารถฆ่าไฮยีน่าแวมไพร์หรือปีศาจคลั่งได้..แต่เมื่อเพลงดาบสิ้นสุด..ร่างของเทพปีศาจคลั่งกลับยืนตระหง่าน..เลือดแม้สาดกระจาย..แต่ก็สมานบาดแผลอย่างรวดเร็ว..

ศศินาอุทานออกมา..ก่อนจะถูกต่อยเต็มใบหน้าเช่นกัน..ร่างถึงกับปลิวลิ่ว..

นี่มันอะไรกัน...

สองปีศาจแห่งอนันตกาลประคองกัน..เช็ดเลือดที่ริมฝีปาก..ต่างคนต่างมองหน้า..

เทพปีศาจคลั่งก้าวเข้ามาช้า ๆ ...

“..ไม่ใช่ไฮยีน่าแวมไพร์..”แพคเกจอุทาน..

“..ปีศาจคลั่งพวกนี้..ถูกสร้างจากการป้อนตัวยาบางอย่างเข้าไปในร่างคน..ข้าเองก็ได้รับตัวยาเช่นกัน..แต่มันทำให้ข้าเป็นแบบพวกมันไม่ได้..”เทพปีศาจคลั่งพูด..

เขากำหมัด..

“..มันกลับทำให้ข้ากระหาย..อยากฆ่า..อยากต่อสู้..และพวกเจ้าทั้งสอง..คือคู่ต่อสู้ที่คู่ควร..”

ก่อนจะทะยานร่างใส่..

แพคเกจศศินาสบตากัน..

แบบนี้ก็ต้องแลกกันหน่อยล่ะ..

พลางทะยานร่างปะทะกันตรง ๆ ...

เสียงราวกับฟ้าผ่า..

สองปีศาจแห่งอนันตกาลต่างคนต่างก็ปลิวไปด้านหลัง...

ให้ตายสิ..ทำไมมันแข็งแกร่งอย่างนี้..

เทพปีศาจคลั่งตามติด..คว้าคอแพคเกจศศินาไว้คนละมือ..

ทั้งสองครางอ๊อคเมื่อคอถูกบีบ..

“..นึกว่าจะมีดีมากสักเพียงใด..”เทพปีศาจคลั่งร้อง..

แพคเกจศศินาเม้มปาก...

แต่แล้ว..ก็มีแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าปรากฏที่ปากถ้ำ..

ก่อนจะมีประกายแสงพุ่งเข้ามา..กระทบร่างเทพปีศาจคลั่งถึงห้าประกาย..

ควันขึ้นฉุยตามจุดที่ประกายแสงกระทบร่าง..

เทพปีศาจคลั่งขมวดคิ้ว..รู้สึกร้อนบริเวณที่ถูกประกายแสงกระทบ..อารามแปลกใจ..ก็ต้องปล่อยร่างของแพคเกจศศินา..และถอยออกมา..

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..

“.ริต้า..”

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์มาถึงแล้ว..

ร่างในชุดขาว..มีแสงสว่างแห่งจิตสูญญตาทำให้ทุกคนรู้สึกเกรงขาม..

ทหารอุตระหลายคนรีบกรูเข้ามา..แต่ก็กระเด็นไปด้วยอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น..

เทพปีศาจคลั่งหรี่ตา..

แม้จะมีวี่แววของความรู้สึกกระหายและอยากจะต่อสู้..แต่เมื่อจินดาพิสุทธิ์เข้ามาใกล้..ความรู้สึกนั้นก็ลดลงไปเรื่อย ๆ ..ราวกับแรงปรารถนาจะทำร้ายใครสักคน..กลายเป็นความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง..

ศศินากับแพคเกจถอยไปยืนเคียงข้างเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..

“..ริต้า..นี่มันเป็นตัวอะไรกัน..”ศศินาถาม

จินดาพิสุทธิ์ยิ้ม..

“..พี่นา..เค้าเหมือนกับพวกเรา..แต่ต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย..”

“..หือ..”แพคเกจอุทาน.. “..หมายความว่าอย่างไร..”

“..เขามาจากที่ที่แตกต่างจากมิติของเทพอสูรแห่งนี้..เหมือนกับพวกเรา..แต่คนละโลกกับพวกเรา..”

แพคเกจอุทานอีก..

“..เฮ้ย..มีด้วยหรือริต้า..ที่แบบนั้นน่ะ..”

“..สถานที่นั้นเรียกว่า..”จินดาพิสุทธิ์เว้นระยะคำพูด.. “..แคว้นสนธยา..”

เทพปีศาจคลั่งได้ยินสิ่งที่จินดาพิสุทธิ์พูด..ถึงกับขมวดคิ้ว..

“..เจ้ารู้จักแคว้นของข้า..”

“..ดินแดนที่อยู่เพียงปลายหางตา..แต่ดั้นด้นทั่วหล้าก็หาไม่พบ..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

เทพปีศาจคลั่งแค่นเสียง..

“..คนในแผ่นดินนี้..หากล่วงรู้ว่าแคว้นสนธยาอยู่ที่ใด..เกรงว่าไม่ใช่คนในแผ่นดินนี้แล้ว..”

พูดจบก็ทะยานเข้าหา..

จินดาพิสุทธิ์เห็นท่วงท่าที่ทรงพลังและดุร้าย..ก็ได้แต่ถอนหายใจ..

บางอย่างพุ่งจากร่างของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..

เป็นผ้าแพรสีขาวเบาบางที่พันรอบเอวของนาง..

เทพปีศาจคลั่งตะปบกรงเล็บสามครั้ง..

แต่ผ้าแพรสีขาวแปรเปลี่ยนรูป..ปัดป้องกรงเล็บได้สามครั้ง..

เพียงผ้าแพรเบาบาง..แต่สามารถทำให้กรงเล็บทรงพลังไม่อาจจะแสดงพิษสงอย่างไรได้..

ผ้าแพรขาวยืดยาวดุจมีชีวิต..เทพปีศาจคลั่งถูกก่อกวนจนไม่อาจจะจู่โจมได้อีกแม้แต่น้อย..

ผ้าแพรเหมือนแข็งแกร่ง..เหมือนอ่อนโยน..เหมือนแผ่วพลิ้ว..เหมือนทรงพลังราวกับดาบเหล็กกล้า..

นี่มันอะไรกัน..

ไม่ช้า..ผ้าแพรก็มัดร่างของเทพปีศาจคลั่งสำเร็จ..

เขาเหมือนขัดใจ.จับผ้าแพรและกระชาก..แต่ร่างจินดาพิสุทธิ์กลับแน่วแน่นิ่งสงบมั่นคง..ราวกับขุนเขา..

แต่ผ้าแพรกลับยกร่างเขาขึ้นราวกับมันเป็นมือและแขนที่ทรงพลังของอสูร..

และจับร่างเขาฟาดลงพื้นไปห้าครั้ง...

ก่อนจะคลายจากการมัดร่าง..และเลื้อยพลิ้วไปพันรอบเอวเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เช่นเดิม..

นี่มันผ้าแพรอะไรกัน..

แพคเกจกับศศินาได้แต่อ้าปากค้าง..

แน่นอน..ไม่มีใครเคยเห็นผ้าแพรอะไรอย่างนี้มาก่อน..

เทพปีศาจคลั่งพยายามลุกขึ้น..ยืนโงนเงน..สบัดหัว..

“..เจ้าเป็นใครกันแน่..ไฉนมีของเล่นของแคว้นสนธยาข้าด้วย..”

ของเล่นหรือ..

“..ของเล่น..น่าขำ..ยังคิดว่าสิ่งนี้เป็นของเล่นอีกหรือไร..”

จินดาพิสุทธิ์วาดมือออก..แพรขาวสองชายลอยขึ้นเป็นท่าต่อสู้...

“..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..”เทพปีศาจคลั่งอุทาน.. “..นี่ท่านมีสิ่งนี้ได้อย่างไร..”

เทพปีศาจคลั่งจะมากจะน้อย..เมื่อเห็นผ้าแพรที่แปลกประหลาด..ก็ทำให้เขาชะงักงัน..

ก่อนจะตัวสั่นระริก..

ถึงกับทรุดลง..คุกเข่าอย่างหมดท่า..

“..ข้าไม่นึกว่าจะเจอท่าน..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ได้โปรด..อย่าได้..อย่า..”

ท่าทีของเทพปีศาจคลั่งกลับแตกต่างไปจากเดิม..

ตรงนี้..แม้แต่จินดาพิสุทธิ์ก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน..

เทพปีศาจคลั่งมีกริยาหวาดวิตกเกินเหตุสักหน่อย..

“..มีแต่ท่าน..ถึงได้ขอไมตรีละเว้นข้า.ได้โปรด..”

จินดาพิสุทธิ์นิ่ง..

“..ทำไมข้าถึงช่วยท่านได้..ประหลาดนัก..”

“..เพราะ.ท่านผู้นั้น..ท่านผู้นั้น..”

ขาดคำ..ทุกคนก็เห็นอะไรบางอย่าง.. “ปรากฏ.” ขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป..

คนเพียงสามคนเท่านั้น...

แต่สามคนนี้กลับทำให้เทพปีศาจคลั่งถึงกับตาเหลือกลนลาน..รีบเข้ามาเกาะขาจินดาพิสุทธิ์..

“..ได้โปรด..ได้โปรด..ช่วยข้าด้วย..ช่วยด้วย..”

แต่หนึ่งในสามคนนี้ทำให้จินดาพิสุทธิ์ตะลึงงัน..

แม้แต่แพคเกจกับศศินาก็ถึงกับต้องมองหน้ากันเป็นเชิงสงสัยไต่ถาม...

แต่ก็ไม่มีคำตอบ..

เพราะทั้งสองไม่ล่วงรู้มาก่อนถึงความนัยอันพิสดารข้อนี้..

จินดาพิสุทธิ์ยืนนิ่งสงบ..

ชายสองคนเดินเข้ามา..และหิ้วปีกเทพปีศาจคลั่งที่ดูจะเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย..

กลายเป็นคนที่ไม่มีพิษสงใด ๆ ..ยินยอม..ไม่อาจจะต่อต้านหรือต่อสู้ได้แม้แต่น้อยนิด..

ชายสองคนหิ้วปีกเทพปีศาจคลั่งออกไปห่าง ๆ ...

ในขณะที่เปิดทางให้ใครคนหนึ่ง..เข้ามาเผชิญหน้ากับจินดาพิสุทธิ์..

หญิงสาวขาวใส..มีใบหน้าและสีหน้าที่ชวนให้ค้นหา..เหมือนไม่มีวันหาคำตอบที่ถูกต้องได้.

นางสวมชุดขาวคลุมยาว..สดใส..บริสุทธิ์..

สีหน้าของจินดาพิสุทธิ์เหมือนเก้อเขิน..ทำอะไรไม่ถูก..

“..ข้าไม่นึกว่าจะได้พบท่านที่นี่..”หญิงสาวสีหน้าประหลาดคนนั้นพูด.. “..แต่เพราะการที่แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของท่านสัมผัสกับร่างของมัน..พวกข้าถึงติดตามมันได้..ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยข้า..แม้ไม่ได้ตั้งใจก็ตาม..”

“..อจินไตย..ท่าน..”จินดาพิสุทธิ์เอ่ยทักทาย..

“..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราที่มีชื่อเลื่องแผ่นดิน..ไฉนถึงทำตัวอึกอักปานนี้..”เหมือนหญิงชุดขาวจะเย้าหยอก..

แพคเกจกับศศินามองหน้ากัน..

ศศินาอดถามไม่ได้..

“..ขอถามแม่นาง..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เป็นญาติผู้น้องข้า..ไฉนนางถึงไม่ได้เอ่ยถึง...”

หญิงชุดขาวยิ้ม..

“..ข้า.อจินไตย..เจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..ท่านก็คงมาจากที่ไกลโพ้นเช่นเดียวกันสินะ..”

นางจับมือจินดาพิสุทธิ์ไว้..

“..สำหรับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ท่านนี้..นางมีอันใดที่ข้ารู้สึกสนิทสนม..และก็รู้สึกประหลาดใจเพราะนางเป็นคนเดียวที่ฝึกวิชาจากลูกแก้วมนตราจนสำเร็จ..ลูกแก้วมนตรานี้เป็นของในแคว้นสนธยา..แต่มีคนนำพาออกมา..หาคนในแผ่นดินที่ฝีกปรือใช้พลังแห่งอากาศมนตราได้ยากยิ่ง..คาดว่าจะมีเพียงแต่เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ทำได้..ท่านว่านางน่าสนใจหรือไม่ล่ะ..”

พูดจบก็จุมพิตเบา ๆ ที่แก้มใสของจินดาพิสุทธิ์..

“..ข้าแม้เป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..แต่ก็มีหน้าที่ตามจับตามล่าผู้กระทำผิดแห่งแคว้นที่หลบหนีออกมากลับไปรับโทษ..หน้าที่เยี่ยงบุรุษ..แต่ก็เป็นสิ่งที่ข้าอาสาท่านพ่อกระทำด้วยตนเอง..วันนี้..ได้พบนักโทษร้ายแรงที่บังอาจหลบหนีแฝงกายมาเป็นปีศาจคลั่งแห่งแคว้นอุตระ..ถือว่าเป็นผลงานที่วิเศษทีเดียว..”

ก่อนจะหอมแก้มเจ้าหญิงแห่งจันทราอีกครั้ง..

“..ได้พบเจอท่านอีกครั้ง.ก็ยิ่งน่ายินดีนัก..”

แพคเกจกับศศินาอ้าปากค้าง..

เจ้าหญิงอจินไตยช่างพูดช่างเจรจา..รูปโฉมงดงาม..อ่อนหวานน่ารัก..หารู้ไม่ว่าทำให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่จิตใจว่างเปล่า..ไม่อาจจะรักษาความว่างเปล่าได้อีก...

อจินไตยหันไปทางชายทั้งสองที่ดูจะเป็นบริวาร..

“..ควบคุมตัวนักโทษกลับไป..”

ชายทั้งสองที่ควบคุมตัวเทพปีศาจคลั่งต่างก็โค้งศีรษะ..

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย..

“..อจินไตย..ท่านจะไปแล้วหรือ..”

สีหน้ากระวนกระวาย..กริยาเหมือนไม่อยากให้คนตรงหน้าจากไปไหนอีก..

เจ้าหญิงอจินไตยชะงัก..ก่อนจะยิ้มแย้มปานบุปผาแรกแย้ม..

“..ท่านดูจะมีภารกิจ..ข้าคงไม่อาจเป็นอุปสรรคให้ท่าน..”

“..ไม่..อจินไตย.ท่านไม่ใช่อุปสรรค..แต่ท่าน..”จินดาพิสุทธิ์พูดไม่ออก..

อจินไตยหันมาทางบริวารทั้งสอง..

“..เยี่ยงนี้เถิด..ท่านคุมนักโทษกลับแคว้นไปก่อน..ข้าเสร็จภาระกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..จะกลับไปภายหลัง..”

บริวารทั้งสองรับคำ..ควบคุมเทพปีศาจคลั่ง..และไม่ช้า..ก็ไม่มีใครเห็นคนทั้งสามอีก..

ไม่มีใครเห็นว่าคนทั้งสามหายไปไหน..

จะมาก็มาจะไปก็ไป..ไร้ร่องรอยให้สืบสาว..

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางแพคเกจกับศศินา..

“..ฝากพี่นากับแพคช่วยจัดการทางนี้ด้วย..”

แพคเกจอมยิ้ม..

“..ริต้า..ตกลงเจอสาวแล้วจะทิ้งงานเลยหรือ..”

“..แพค..ไม่เอานะ..ไม่แซว..”

ศศินาหัวเราะ..

“..พี่จัดการให้..อย่าลืมกลับมาสมทบด้วยล่ะ..”

“..ไม่ลืมหรอกค่ะพี่นา..”จินดาพิสุทธิ์เหมือนจะตื่นเต้นหน่อย ๆ ...

อจินไตยจับมือเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..

ไม่ช้า..ทั้งสองก็หายไปจากตรงนั้น..หายไปโดยไร้ร่องรอย...

แพคเกจศศินาหันมาทางทหารแคว้นอุตระที่ยังตะลึงกับเรื่องราวทั้งหมด..

แพคเกจกำหมัด..พยักหน้ากับศศินา..

“..พี่นา..ลุยแหลกกันต่อ..”

ศศินากระชับดาวเสี้ยวจันทร์..

“..ได้เลย..แพค..”

แล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง...

.....

ร่างของจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยเหมือนอยู่ในสภาวะอวกาศที่ว่างเปล่า..แต่สว่างไสว..

คนของแคว้นสนธยา..สามารถผ่านเข้ามาในสภาวะนี้ได้..

ซึ่งความจริงแล้ว..แคว้นสนธยาเหมือนกับสถานที่ที่มีแต่คนเล่าลือ..ไม่อาจจะบอกได้ว่าอยู่ ณ ที่แห่งหนใด..

นั่นเพราะ..แคว้นแห่งนี้..อยู่ในดินแดนแห่งสนธยา..ดินแดนที่ซุกซ่อนในมิติที่ทับซ้อนกันกับมิติแห่งเทพอสูร..

สองเจ้าหญิงเหมือนสวมกอดกัน..และประกบริมฝีปาก..

ร่างทั้งสองเหมือนหมุนช้า ๆ ไปตามสภาวะที่ไม่มีอะไรนั้น...

จวบจนจินดาพิสุทธิ์ผละออก..

อจินไตย์ยิ้มเอียงอาย...

“..ริต้า..เธอนี่น่าจะเจ้าชู้เหมือนปีศาจค้างคาวคนนั้นนะ..”

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย..

“..เธอเรียกฉันว่าริต้า..”

“..เธอก็รู้..อยู่ในสภาวะนี้..ความจริงทั้งหลายจะปิดบังฉันไม่ได้..และฉันอดที่จะทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งเดิม ๆ ที่เธออาลัยโหยหายไม่ได้หรอกนะ..แม้แต่สำนวนพูดที่เธอคุ้นชิน..”

จินดาพิสุทธิ์หลบสายตาอีกฝ่าย..

“..อจินไตย..ฉันคิดถึงเธอตลอด..นับแต่..”

“..อือม์..ฉันก็คิดถึงเธอนะริต้า..”

“..อจินไตย..ฉันแทบบ้าอยู่แล้ว..คิดถึง..รัก..อยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา..”

“.ริต้า..”อจินไตยวางนิ้วที่ริมฝีปากงดงามของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา.. “..เก็บความรักไว้ก่อนเถิด..เธอก็รู้ว่า..เราสองไม่อาจจะชิดใกล้ได้ตลอดดังที่เธอต้องการ..”

“..เธอไม่รักฉันใช่ไหมอจินไตย..ทำไมถึงพูดแบบนี้..”

แทนคำตอบ..เจ้าหญิงอจินไตยกลับประกบปาก..

วาบหวาม..รัญจวนใจนัก..

ทำให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราแทบจะตายให้ได้..

“..สักวันหนึ่งนะริต้า..สักวันหนึ่ง..”

อจินไตยผละออกจากรอยจูบที่อ่อนโยนนั้น...

“.ทำไมต้องสักวัน..วันนี้ไม่ได้หรือไง..”

“..เธอยังมีภาระ..และภาระของเธอยังไม่สิ้นสุด..”อจินไตยพูดเสียงอ่อนหวาน.. “..ฉันคงมาหาเธอได้ตามโอกาสอันเหมาะสมเท่านั้น..แต่..”อจินไตยหลับตา.. “..เรายังสามารถเจอกันได้ในอนาคต..ไม่นานนี้..ภาระของเธอจะต้องเกี่ยวกับแคว้นสนธยาของฉัน..”

จินดาพิสุทธิ์เหม่อมองอย่างซึมเซา..

อจินไตยคว้ามือของจินดาพิสุทธิ์..ก่อนจะวางที่หน้าอกของตัวเอง..

“..ใช้โอกาสให้เต็มที่เถอะ..ริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่เข้าใจในบางเรื่อง..แต่ก็ไม่อยากจะมากความในบางเรื่อง..

มือของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราลูบคลำทรวงอกที่งดงามที่สุดในจักรวาลนี้สำหรับเธอเอง..

ทรวงอกที่แม้จะมีผ้านุ่มปกปิด..แต่ก็รู้สึกถึงความงดงามและชวนสัมผัส..

เสียงครางแผ่วเบาของอจินไตยทำให้จินดาพิสุทธิ์หายใจแรงขึ้น...

สภาวะที่ล่องรอยราวไม่มีน้ำหนัก..ทำให้ทั้งสองผลัดเปลี่ยนท่าทีท่าทางตอบสนองและรุกไล่..

ไม่ช้า..ชุดขาวกระทัดรัดกับคลุมยาวก็เหมือนล่องลอยอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองคน..

ร่างเปล่าเปลือยเหมือนผลัดกันชิมอย่างเอร็ดอร่อย...

หอมหวานนัก..หอมหวานยิ่ง..

ประกายหยาดน้ำอันสดใส..หลั่งไหลออกมาจากกลีบดอกไม้ที่แสนสวย..ไร้มลทินกระทั่งยองใยก็ไม่มี..งดงามปานดอกไม้แห่งสวรรค์..

ดอกไม้งดงามสองช่อ..กลับผลัดกันดูดดื่มกันเองราวราวกับแมลงภมรกับดอกไม้คือสิ่งเดียวกัน

หยาดประกายแห่งน้ำหวานเกสร..กลับลอยละล่อง..เพราะ ณ ที่แห่งนี้..เหมือนไร้น้ำหนักใด ๆ ..

สีหน้าของเจ้าหญิงทั้งสอง..คือสีหน้าของนางฟ้า..และแน่นอนว่านางฟ้าย่อมอยู่ในสวรรค์..

สวรรค์คล้ายอยู่แค่เอื้อม..เพียงแค่สัมผัสที่อ่อนละมุนเท่านั้น..

“..อจินไตย..”เสียงจินดาพิสุทธิ์คล้ายละเมอ..

เจ้าหญิงแสนสวยระบายลมหายใจหอมหวานนั้นออกมา..ขานรับด้วยเสียงเจือสะอื้นของลมหายใจ

“..ริต้า..แม่นางริต้าของข้า..”

“..อจินไตย..อย่าได้ไป..”

“..ความรักของเรา..ก็คล้ายกับความฝัน..แต่มันจะเป็นจริงได้เสมอ..แม่นางริต้า..”

“..เธอชอบเรียกฉันว่าริต้า..ทั้งที่..”

“..ยามใดที่เธอเป็นจินดาพิสุทธิ์ที่แท้จริง..ฉันอาจจะเรียกเธออย่างนั้นได้ตลอดไปนะริต้า..”

ยิ้มอย่างแสนหวาน..พลิกตัวจุมพิตเบา ๆ ..

ก่อนจะกระซิบข้างหู..

“..ถ้าเธอเป็นจินดาพิสุทธิ์ที่แท้จริง..เธอจะเข้าใจคำว่าอจินไตย..และนั่น..คือการที่เราได้อยู่ร่วมกันตลอดกาล..”

ก่อนจะผละออก...จูบที่ริมฝีปากอย่างดูดดื่ม..

จูบจนจินดาพิสุทธิ์เคลิบเคลิ้มราวขึ้นสวรรค์..

ก่อนที่ร่างของอจินไตยจะจางหาย..

และร่างของจินดาพิสุทธิ์ก็ร่วงหล่นลงบนพื้นหญ้านุ่ม..

มืด..ไม่มีความสว่างอีก..

เจ้าหญิงลึกลับแห่งแคว้นสนธยาหายไปแล้ว..นำพาเอาร่างของจินดาพิสุทธิ์ตกอยู่ท่ามกลางพื้นหญ้านุ่มนวล..รองรับร่างกายเปล่าเปลือยได้พอดี..

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ...มองไปบนฟ้า..

ผ้าแพรยาวที่เหมือนเชื่อมติดกับร่างกายราวปีกแมลงสามารถขมวดได้เอง..และกวาดรั้งเสื้อผ้าของเจ้าหญิงที่กองตกอยู่ให้เข้าใกล้..

เหมือนจะสวมใส่ให้เจ้าหญิงแห่งจันทราราวกับเป็นบ่าวทาสผู้สัตย์ซื่อ..

จวบจนสวมรองเท้าทรงขอบสูงนุ่มนวลแต่ปกป้องอากาศหนาว..จินดาพิสุทธิ์ก็เท่ากับแต่งกายเรียบร้อย..

แพรขาวม้วนพันรอบเอว..พาดสองบ่าปล่อยชายพลิ้วไหว..

“..เจ้าคงไม่ชอบใจ..ที่ข้ารักนางสินะ..”จินดาพิสุทธิ์พูดปานละเมอ..

แพรพรรณที่เคลื่อนไหวราวมีชีวิตไม่มีท่าทีอันใด..

ความสุขผ่านไปอย่างกระชั้นสั้น..แต่มันก็คือความสุข..

กลับจากสวรรค์..สู่โลกแห่งความจริง..โลกแห่งการต่อสู้อีกแล้วสินะ...

.....

โลกปัจจุบัน…

กัษษากรกับคิตตี้มาถึงจังหวัดกาญจนบุรี..ที่ด่านเจดีย์สามองค์ตั้งอยู่..

ด้วยการเคลื่อนที่ของอสูร..ใช้เวลาไม่นานนัก..

“..ทำไมไม่พาเราไปที่หมายเลยล่ะคิตตี้..”กัษษากรอดถามไม่ได้..

ทั้งสองปรากฏตัวในเมืองซึ่งมีความคึกคัก..

คิตตี้หัวเราะ..

“..จะมากจะน้อย..สองคนนั่นก็ยังเป็นเด็กนะ..”

“..จริง ๆ ก็แค่สามขวบ..แต่ก็โตเป็นเด็กวัยรุ่นอายุสิบสามแล้ว..”

“..เชื่อเหอะ..ธรรมชาติเด็กยังไงก็ชอบเที่ยวชอบสนุก..ฉันเคยเป็นเด็กมาก่อนนะกัสจัง..”

กัษษากรนึกถึงตอนที่ตัวเองอายุสิบสาม..

ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย..

“..ฉันคงไม่ใช่เด็กในมิติแห่งนี้..เพราะสมัยที่ฉันอายุสิบสาม..วัน ๆ มีแต่ฝึกเพื่อเป็นนักรบ…”

“..หัดเรียนรู้วิถีชีวิตของคนมิตินี้ไว้เถอะนะกัสจัง..”

คิตตี้พูดจบก็พากัษษากรมาถึงสำนักงานท่องเที่ยว..

กัษษากรอุทานออกมา..

“..นี่หมายความว่ายังไง..”

“..ตัวเมืองมันไม่มีอะไรน่าเที่ยวหรอกนะกัสจัง..ฉันเองก็จำได้ไม่หมดว่าที่จังหวัดนี้..มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง..การค้นหาว่าธีร์กับไอไปไหน..บางทีอสูรก็ตอบยาก..แต่หากใช้ความรู้สึกนำทาง..น่าจะดีกว่า..”

ทั้งสองมองดูโบร์ชัวร์..และสถานท่องเที่ยวที่เป็นแผนที่..

“..น้ำตก..”..กัษษากรพึมพำ..

“..ไม่ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์นัก..”..คิตตี้ให้ความเห็น.. “ถ้าเป็นที่นี่ก็น่าจะเป็นไปได้นะกัสจัง..”

กัษษากรครางอือม์..

“..ชื่อน้ำตกก็น่าเที่ยวไม่น้อย..น้ำตกวังหมาป่า..”

“..เหมือนเพิ่งค้นพบใหม่..เค้าบอกว่าสวยจริง ๆ ..น้ำตกผ่านชะง่อนหินดูคล้ายรูปหมาป่า..”

“..คิดว่าสองคนนั่นคงไปที่นี่แหละ..”

ทั้งสองหันมายิ้มให้เจ้าหน้าที่..ซึ่งคอยดูแลไม่ห่าง..กัษษากรอดถามไม่ได้..

“..พี่คะ..มีเด็กชายหญิงสองคนมาที่นี่หรือเปล่า..”

เจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวยิ้ม..

“..มีค่ะ..มาสอบถามทางไปที่น้ำตกวังหมาป่าด้วย..เป็นหลานคุณใช่ไหมคะ..”

“..อ๋อ..ค่ะ..”กัษษากรยิ้ม..

“..เที่ยวให้สนุกนะคะ..ช่วงนี้น้ำกำลังดี..ไม่แรงมาก..วิวกำลังสวยเลยค่ะ..”

คิตตี้ก็ยิ้มให้เจ้าหน้าที่..ดึงร่างกัษษากรออกมาจากสำนักงานท่องเที่ยว..

ไม่ช้า..ก็มีคนหลายคนเข้ามาในสำนักงานท่องเที่ยว..และสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงคนในรูปถ่าย...ซึ่งก็คือกัษษากรและคิตตี้..เจ้าหน้าที่ดูฉงนแต่ก็บอกไปตามความเป็นจริงว่า..ทั้งสองเหมือนจะไปที่น้ำตกวังหมาป่า...

เมื่อได้ความแล้ว..หนึ่งในจำนวนคนหลายคนนั้นก็ยกวิทยุขึ้น..

“..ระดมกำลังไปที่นั่น..เชื่อว่าลูนาร์วูแมนกับสาวเสียงอสูรต้องไปที่น้ำตกวังหมาป่าแน่นอน..”

.....

น้ำตกวังหมาป่า..ยังคงมีความงดงามตามธรรมชาติมากอยู่..ไม่โดนรุกล้ำทำลายให้รกตาด้วยร้านค้าหรือความเป็นชุมชน..

คิตตี้กับกัษษากรปรากฏกายขึ้นที่นี่..

รอบ ๆ บริเวณเงียบงัน..วันนี้ไม่ควรจะมีนักท่องเที่ยวนัก..เพราะไม่ใช่ช่วงวันหยุด..

คิตตี้มองดูน้ำตกที่ไหลรินผ่านชะง่อนหินรูปหมาป่า..แอ่งน้ำด้านหน้ามีน้ำใสไหลรินชวนให้ลงไปแหวกว่ายนัก..

“..กัสจัง..เด็ก ๆ อยู่ที่นี่แน่..อสูรทำให้ฉันรู้สึกได้..”

กัษษากรยิ้ม..

“..ว่าแต่พวกเขาอยู่ไหน..”

“..พวกเขาเหมือนไปตรงไหนสักที่..แต่บริเวณนี้แน่นอน..”

คิตตี้หลับตา...

“..อสูรคงทำให้สองคนนั่นรู้แล้วว่าเรามา..พวกเขาไม่รู้อยู่ที่ไหน..แต่ก็คงไม่คิดหนีเราไปไหนหรอก..เพราะการมาที่นี่..ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย..เหมือนเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำ..”

“..ถ้างั้น..”

“..พักผ่อนกันก่อนเถอะกัสจัง..ว่ายน้ำเล่นก็ได้..เดี๋ยวพวกเขาจะมาหาเราเอง..คงจะบอกให้เรารู้สักทีว่า..พวกเขามาที่นี่ทำไม..”

พูดจบก็เดินไปที่แอ่งน้ำหน้าน้ำตก..

“..อสูรบอกว่า.แถบนี้ไม่มีใครอื่นอีก..ดีจริง..จะได้แก้ผ้าเล่นน้ำได้..”

กัษษากรหัวเราะ..

“..เอาจริงหรือคิตตี้..บ้าน่า..”

“..เอาจริง..กัสจัง..มาสิ..”

ไม่พูดเปล่า..ค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าทีละส่วน..จนเหลือแต่ชั้นในสองชิ้น..

และหย่อนขาลงน้ำ..แช่ตัวอย่างสบาย..

คิตตี้เมื่อถอดเสื้อผ้า..ก็ทำเอากัษษากรกลืนน้ำลายแล้ว..

หุ่นดีมากเลย..แม้หน้าอกเล็กไปหน่อยก็เถอะ..

คิตตี้หันมาทางกัษษากร..

“..ลงมาสิกัสจัง..น้ำเย็นสดชื่นดีนะนี่..”

“..บ้า..ฉันอายนะคิตตี้..”

“..จะลงมาทั้งชุดเต็มยศก็ไม่ว่า..แต่จะเป็นหวัดเอานะ..”

กัษษากรหัวเราะ..

“..ได้..”

ตัวเองก็เปลื้องเครื่องแต่งกาย..เหลือแต่ชุดชั้นในสองชิ้น..ก่อนจะกระโจนลงแอ่งน้ำ..ว่ายไปหาคิตตี้..

คิตตี้หัวเราะ..ไม่ได้มีโอกาสเล่นน้ำสนุกสนานกันแบบนี้มานานแล้ว..

ต่างคนต่างวักน้ำรดกัน..เล่นกัน..และไปจบที่ริมโขดหิน..

ต่างคนต่างก็โอบรอบคอกันและกัน..

ปรกติคิตตี้สูงกว่ามาตรฐานหญิงทั่วไป..แต่กัษษากรสูงกว่านั้นอีก..

น้ำสดชื่นเย็นสบาย..หยาดน้ำเกาะที่ใบหน้าสองสาว..ขับความงามที่ชวนมองไปอีกแบบ..

ทำให้วาบหวามดีนัก..

จนกัษษากรโน้มตัวลง..และจูบที่ริมฝีปาก..

คิตตี้จูบตอบ..กัดปาก..และดูดที่ริมฝีปากกัษษากร..

“..กัสจัง..ขอโทษนะ..แม้ว่าจะรักเธอ..แต่ก็คิดถึงแพค..เธอก็คงคิดถึงพี่นาด้วยใช่ไหม..”

กัษษากรพยักหน้า..แต่ก็ยังดูดริมฝีปากด้านบน..

“..ถ้าหากว่า..สองคนนั่นอยู่ที่มิติเร้นจริง..และไม่มีใคร..”กัษษากรพูด.. “..หากจะหันมามองและรักกัน..ฉันกับเธอก็คงรู้สึกดีใจ..สำหรับฉัน..หากแพคดูแลศศินาจริง..ฉันก็หมดห่วง..”

คิตตี้ยิ้ม..

“..กลัวว่า..พี่นาจะดูแลแพคน่ะสิ..แพคน่ะ..เธอก็รู้..ลีลาเยอะจนน่ารำคาญ..อยู่กับพี่นาคงเป็นเมียอีกนั่นแหละ..”

ทั้งสองชนหน้าผากกัน..

“..อยากจะ..”กัษษากรพูด..แต่คิตตี้ปิดปากไว้..

“..รู้นะกัสจัง..เธอจะทำอะไร..แต่ก็เกรงใจเด็ก ๆ หน่อย..พวกเขาจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้..ติดเรทคงไม่ดีนะกัสจัง..”

กัษษากรหัวเราะเบา ๆ ..

“..ถ้างั้น..บอกได้เลยนะว่าคืนนี้คงนอนกันช้าหน่อยล่ะ..ทำให้ฉันรู้สึกขนาดนี้แล้วนี่..”

“..แต่จูบกันยังไม่ถือว่าเกินเรต+18..นะกัสจัง..”

“..เด็กรับได้เหรอ..”กัษษากรเอียงหน้า..และจูบอีก..

ต่างฝ่ายต่างก็กอดและจูบกันนิ่ง..หวาน..จนไม่อยากจะผละออก..

รอบบริเวณมีแต่เสียงน้ำตก..

และท่ามกลางความเงียบ..ความหวานที่ชวนฟิน..

พุ่มไม้ด้านตรงข้ามกับน้ำตกกระเพื่อมไหว..

วัตถุสีดำมะเมื่อมสอดจากใบไม้ที่ดกหนา..

นี่คือกระบอกปืนไรเฟิลติดลำกล้อง..

ระยะกำลังพอจะยิง...

คนที่ควบคุมกระบอกปืนพูดเสียงแผ่ว..

“..จัดการทั้งสาวเสียงอสูรและลูนาร์วูแมนในครั้งเดียว..”

เขาคือชายในชุดลายพรางของทหาร..

และชายชุดลายพรางอีกคนก็พูดว่า..

“..คงตายแบบไม่รู้ตัวเพราะกำลังฟินกันอยู่แบบนี้..”

“..น่าเสียดายนะ..สวยทั้งคู่..แต่มากินกันเองแบบนี้..”

“..ถือเป็นการลงโทษที่บังอาจทำให้ผู้ชายขาดแคลนผู้หญิงก็แล้วกัน..”

ทหารที่เล็งปืนไรเฟิลสอดมือที่โกร่งไก..

แต่ขณะจะยิง..ก็มีอะไรบางอย่างมาบดบังกล้องเล็งจนมืดไปหมด..

เพื่อนทหารที่อยู่ใกล้ตกตะลึง..

“..เฮ้ย..”

แล้วร่างเขาก็ถูกเหวี่ยงไปอีกทาง..

ในขณะที่ทหารที่เล็งไรเฟิลอุทานอย่างตกใจ..นิ้วเหนี่ยวไกแบบนิ้วลั่น..

ตูม..ปืนระเบิด..

เพราะลำกล้องปืนงอโค้งแบบไม่น่าจะเป็นไปได้..

รอบบริเวณมีการเคลื่อนไหวแล้ว..

ทหารพรานที่ซุ่มอยู่ต่างก็ยกปืนเล็งยิงอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว..

เสียงปืนแผดลั่นไปทั่ว..

กัษษากรกับคิตตี้ยังคงจูบกอดกันโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น..

เหมือนโลกนี้มีแต่พวกเธอเพียงแค่สองคนเท่านั้น...

.....

ทหารพรานเหล่านี้..เป็นหนึ่งในหน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์ที่ถูกส่งมาไล่ล่ากัษษากรและคิตตี้..

หน่วยงานที่หูตากว้างไกล..สืบเสาะข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว..

เพียงแค่กัษษากรกับคิตตี้มาถึงจังหวัดกาญจนบุรี.และเดินปะปนกับคนในพื้นที่..ก็สามารถตามรอยได้แล้ว..

เมื่อรู้ว่าทั้งสองไปที่น้ำตกวังหมาป่า..ก็ส่งข่าวให้ทหารพรานมาไล่ล่า..

กำลังของแวมไพร์ฮันเตอร์ปะปนแฝงกายอยู่ทุกพื้นที่..และปรับลักษณะการปฏิบัติการณ์ไปตามภูมิประเทศ..

สถานที่ที่เป็นป่า..เป็นน้ำตก..ก็ต้องใช้ทหารพราน..

แต่ใครจะคิดว่า..เวลานี้..ทหารพรานที่ระดมกันมายี่สิบกว่าคนเพื่อจัดการกับลูนาร์วูแมนและสาวเสียงอสูร..กลายเป็นปั่นป่วนราวกับพวกเขาเป็นเด็ก..

ร่างสองร่างพลิ้วหาย..เคลื่อนไหวราวกับไม่ใช่มนุษย์..

ทหารคนหนึ่งยังไม่ทันได้ตั้งตัว..ร่าง ๆ หนึ่งของเด็กหนุ่มก็ปรากฏ..และบิดปากกระบอกปืนเอ็มสิบหกงอราวกับทำจากพลาสติกอ่อนนุ่ม..

ก่อนจะต่อยด้วยหมัดซึ่งสามารถแสดงพลานุภาพได้ในระยะประชิด..ทำให้ทหารคนนั้นร่วงลง..

อีกคนจะยกปืนยิง..แต่มือเล็ก ๆ ก็โผล่จากดงใบไม้เหนือศีรษะ..บิดคอทหารคนนั้นดังกร็อป..ร่วงไปจนได้..

คนอื่นประทับปืนยิงไปบนต้นไม้..แต่ร่างเล็ก ๆ ก็พลิ้วกระโจนหาย..

แล้วก็มีกิ่งไม้ดีดมาจากไหนไม่รู้..ฟาดใบหน้าทหารร่วงไปอีกคน..

เด็กหนุ่มที่เมื่อสักครู่ปรากฏกาย..ก็หายไปอีกครั้ง..

และทิ้งตัวลงจากต้นไม้..ขี่คอทหารคนหนึ่ง..พลิกตัวใช้เท้าบิดคอดังกร๊อบ..แล้วก็พลิ้วหายไปอีก..

คนหนึ่งขัดใจ..ดึงระเบิดมือ..เห็นพุ่มไม้ไหว ๆ ก็ถอดสลัก..และขว้างไปตรงนั้น..

แต่ลูกระเบิดดังกล่าวกลับถูกขว้างมากลิ้งหลุน ๆ เบื้องหน้า..ทิศที่ขว้าง..กลายเป็นอีกทางหนึ่ง..

แต่ก็ทำให้ทหารคนนั้นร้องลั่น..

“..ชิบหายแล้ว..”

เหมือนร่างตัวเองจะโดนจับเหวี่ยงไปอีกทาง..ก่อนจะมีเสียงระเบิด..อย่างน้อยก็รอดพ้นถูกระเบิดฉีกขาดร่างกายเป็นชิ้น ๆ ได้..

ทหารพรานถูกจับเหวี่ยงออกมาจากบริเวณนั้นคนแล้วคนเล่า..

แม้ว่าอาวุธครบมือ..ปืนแผดเสียงไม่หยุด..แต่ก็ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น..

“.ถอย..”คนที่เหมือนเป็นหัวหน้าพูด..ตัวเองก็เพิ่งถูกโยนออกมา..ดีที่ไม่บาดเจ็บ..

ทหารพรานยี่สิบกว่าคน..อาวุธครบมือ..เวลานี้..ต่างร้องโอดโอย..แต่ไม่มีใครถึงแก่ชีวิต..

“..เหลือคนเป็นหัวหน้ายังพูดได้..”เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูด..

“..งั้น..ทำให้เค้าพูดไม่ออกดีกว่า..”

ผบ.หมู่ที่เป็นผู้นำได้ยินเสียงถนัด..

แต่เขาไม่ทันได้ทำอะไร..ร่างเด็กหนุ่มก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างปาฏิหาริย์..

เด็กหนุ่มคนนั้นต่อยหมัดออกหนึ่งหมัด..ต่อยถูกทรวงอก..

เสียงเหมือนกระดูกซี่โครงหัก..ร่างของผบ.หมู่กระเด็นไป..กระอักเลือด..พูดไม่ออก..

พยายามฝืนยกปืนเอ็มสิบหกขึ้น..แต่ปืนกระบอกนั้นก็ลำกล้องงอ.ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป..

หยิบปืนพกสำรองขึ้น..ก็มีแต่ด้าม..ตัวกระบอกปืนถูกหักหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้..

“..กลับไปเถอะ..อย่ามารบกวนนายแม่กับอาเรา..”เสียงเด็กสาววัยรุ่นพูด..

ใครจะกล้ารบกวนอีก..

ทหารพรานทั้งยี่สิบกว่าหอบหิ้วกันล่าถอย..บางคนหมดสติ..บางคนบาดเจ็บ.แต่ก็ไม่มีใครตายเลยแม้แต่คนเดียว

เด็กสองคนปรากฏกาย.เด็กหนุ่มสาว..แต่งตัวกะทัดรัด..มองตามทหารทีค่อย ๆ ล่าถอยอย่างสะบักสะบอม..

มีมือมาจับบ่าของเด็กสาว..

ทั้งสองหันขวับ..

คิตตี้กับกัษษากรแต่งตัวเรียบร้อย..แต่ร่างยังเปียกโชกเพราะน้ำ..

“..เอาล่ะเจ้าตัวดีทั้งสอง..”กัษษากรพูดยิ้ม ๆ .. “..บอกนายแม่กับคุณอามาแต่โดยดี..ว่าหนีออกมาทำไม..ทำให้ทุกคนวุ่นวายกันไปหมด..”

เด็กหนุ่มครางเฮ้อ..เด็กสาวยิ้ม..

“..นายแม่โกรธหรือคะ..แต่ไอก็เคลียร์ให้นายแม่แล้วนะคะ..ไม่อยากให้นายแม่กับคุณอาเสียอารมณ์..”

“.แก่แดด..”คิตตี้หัวเราะอย่างเอ็นดู.. “..จริง ๆ นายแม่กับคุณอารู้แล้วว่าพวกทหารนั่นมาซุ่มอยู่..เรื่องแค่นี้..อสูรจัดการง่ายนิดเดียว..”

เด็กหนุ่มดูเซ็ง ๆ ...

“..บอกแล้ว..ไอ..เรื่องแค่นี้เราไม่ต้องออกแรงหรอก..”

“..ธีร์..”กัษษากรกอดคอเด็กหนุ่มจากด้านหลัง.. “..นายแม่ก็ต้องการให้หนูออกมาหานายแม่เหมือนกันนะ..”

“..นายแม่ก็รู้..เดี๋ยวไอกับธีร์ก็ออกมาเองแหละ..”

คิตตี้พูดว่า..

“..ไหน ๆ ก็จัดการเรื่องตัวขัดจังหวะไปแล้ว..ทีนี้บอกได้หรือยัง..ว่าพวกเธอสองคนมาทำไมที่นี่..”

ธีร์ทำสำรวมขึ้นมาทันที..

ก่อนจะมองท้องฟ้า..

ไอพูดขึ้นว่า..

“..คืนวันพระจันทร์สีเลือด..สาวเสียงเทพร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..ส่งปีศาจร้ายกลับสู่ที่ที่มันจากมา..”

ธีร์พูดอีกว่า..

“..วันนี้เป็นวันพระจันทร์สีเลือดอีกครั้ง..แม้จะไม่ตรงกับวันที่ย่าสองย่าป้อนทำเรื่องที่ลือลั่น..แต่ก็ใกล้เคียงมากแล้ว..วิหารประตูสวรรค์แม้จะไม่ได้ดึงแวมไพร์ออกจากโลกมนุษย์เหมือนเดิม..แต่อย่างน้อย.วันนี้มันจะส่งอะไรบางอย่างมาให้เรา..สิ่งที่จำเป็นสำหรับธีร์กับไอ..”

คิตตี้กับกัษษากรมองดูหน้ากัน..

“..ทำไมไม่บอกพวกเราก่อนล่ะ..”คิตตี้ถาม

“..เรื่องพวกนี้..รู้มากก็ไม่ดีนะครับคุณอา..”

“..แต่พวกมันก็รู้แล้วนะ..พวกแวมไพร์ฮันเตอร์..”กัษษากรพูด.. “..ซึ่งหากพวกมันรู้..เทวีแวมไพร์ก็ต้องรู้..”

“..สำหรับเทวีแวมไพร์..คงจะรู้แน่นอน..แต่นางจะขัดขวางเราไม่ได้หรอกค่ะ..”ไอพูดบ้าง..

“..เราต้องไปตามระยะเวลากำหนด..คืนนี้ จันทร์สีเลือด..มันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเราแน่นอน..”ธีร์โอบไหล่ไอที่เหมือนเป็นน้องสาว.. “..มีแต่นายแม่กับคุณอา..ต้องช่วยเรานะครับ..มีแต่อสูรของคุณอากับสายเลือดแท้แห่งจันทราของนายแม่เท่านั้นที่ทำเรื่องพวกนี้ได้..”

กัษษากรมองดูเด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยน..

“..จะให้นายแม่กับคุณอาช่วยอะไร..”

“..ปกป้องพวกเรา..ให้พิธีกรรมบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้..ผ่านพ้นไปให้ได้..”

“..พิธีอะไรหรือ..”

“..พิธีรับอำนาจบางอย่างที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร..แต่ก็ต้องทำ..”ไอพูดบ้าง..

“..หือ..”

“..อำนาจที่ทำให้เราสองคนสามารถต่อกรกับเทวีแวมไพร์ได้..”

ธีร์มีสีหน้าขรึม..

“..และมีแต่เราสองคนเท่านั้น..ที่สามารถจะต่อสู้กับนาง...”

กัษษากรกับคิตตี้ถึงกับมองหน้ากัน..

ใช่..ทั้งธีร์กับไอ..ถือกำเนิดมาโดยเป็นตัวแทนแห่งเทพทีวูและไอซิส..

แต่มีบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองไม่อาจจะพัฒนาไปได้มากกว่านี้..การศึกระหว่างเทพเจ้าจึงต้องรอไปก่อน..

หรือว่า..มันมีวิธีทำให้ทั้งสองมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น..จนเทียบเท่ากับเทวีแวมไพร์ที่เวลานี้ไม่มีใครชนะได้แล้ว..

ปริศนาทั้งมวล..ควรจะเฉลยได้ในค่ำคืนพระจันทร์สีเลือด..ที่วิหารประตูสวรรค์..หรือด่านเจดีย์สามองค์ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการปราบแวมไพร์..

แรกเริ่มเหมือนกัษษากรกับคิตตี้จะไม่รู้สึกอะไรมาก..แต่วาระที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้..

ทำให้ทั้งสองรู้สึกเครียดกว่าช่วงเวลาก่อนหน้านี้มากมายนัก...

.......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น