อรภาวาสิริ หญิงแพรว

เปิดจำหน่ายไฟล์นิยาย PDF เรื่อง บ่วงอสูร NC25+ สำหรับนักอ่านที่ไม่สะดวกซื้อ e-book เปิดอ่านได้ในสมาร์ทโฟน,คอมพิวเตอร์,แท็บเล็ต,ไอแพด,ไอโฟน (ที่รองรับ) สนใจสอบถาม inbox เพจ(อรภาวาสิริ หญิงแพรว) e-mail : unny_lovely@hotmail.com

บ่วงอสูร ตอนที่4 จูบแรก

ชื่อตอน : บ่วงอสูร ตอนที่4 จูบแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2561 16:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ่วงอสูร ตอนที่4 จูบแรก
แบบอักษร

“เสน่ห์แรงไม่เบานี่” 

คล้ายกับว่าเขาได้พูดขึ้นมาอย่างลอยๆ แต่ดูเหมือนว่าคนที่กำลังโดนต่อว่ากลับไม่รู้ตัว อัยย์ญาดาเดินผ่านเขาไปอย่างหน้าตาเฉย             


"ฉันพูดกับเธอนั่นแหละอัยย์ญาดา” 

ร่างใหญ่เดินตามไปติดๆ ก่อนจะทนไม่ไหวเรียกชื่อให้เธอได้รู้ตัว             


“คะ?” 

ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้ยิน แต่ไม่คิดจะนำมาใส่ใจเลยต่างหาก คนอื่นจะรู้ไหม ว่าผู้ชายที่เป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัยที่ผู้หญิงหลายๆคนใฝ่ฝันหา ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่             


“คงสมใจเธอแล้วสินะ พอพลาดจากฉันก็เลยไปหาเพื่อนฉันแทน” 

เขารู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหาเรื่อง และไม่มีเหตุผลว่าทำไม             


“เปล่าค่ะ อัยไม่ได้คิดแบบนั้น”             

“ว๊าย!!!” 

มีบางอย่างเข้ามากระแทกแผ่นหลังเข้าอย่างจัง ยิ่งอยู่บนรองเท้าส้นสูงก็ยิ่งพยุงตัวได้ยากขึ้นจนเธอเสียหลัก แต่มือเจ้ากรรมดันไปคว้าเอาร่างของพิพัฒน์ จนทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้น             


“เห้ย!!!” 

เขาเองก็ตกใจไม่น้อย เมื่อจู่ๆโดนคว้าร่างแบบไม่ทันได้ตั้งตัว             


อุ๊บ!!!             

หลังจากที่ล้มลงกระแทกกับพื้นพรม ปากของทั้งคู่ก็ประกบกันอย่างเหมาะเจาะ ดวงตากลมเบิกกว้าง ก่อนจะรีบขยับใบหน้าออกห่าง ด้วยความอับอายสุดชีวิต


“ขอโทษค่ะ อัยขอโทษ” 

หลังจากที่พยายามลุกออกมาจากการทาบทับอยู่บนร่างใหญ่อยู่นาน อัยย์ญาดาก็รีบก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสู้หน้า


             พิพัฒน์ชะงักไปเพียงครู่ ก่อนจะรีบขยับตัวลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นชนาธรเดินตรงมาทางนี้             


“อัย เป็นอะไรหรือเปล่า?” 

ชนาธรรีบช่วยพยุงร่างบางขึ้นมาจากพื้นด้วยความเป็นห่วง            


 “เปล่าค่ะ อัยไม่เป็นไร” 

เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา              


 “มึงทำอะไรอัย” 

ชนาธรรีบหันไปถามผู้ต้องสงสัยทันที คงไม่มีใครอื่นนอกจากไอ้เพื่อนตัวดี             


“ไม่มีใครทำอะไรอัยหรอกค่ะ อัยสะดุดล้มลงไปเอง” 

อัยย์ญาดารีบตอบ เพราะไม่อยากให้มีปัญหา เธอแอบลอบมองใบหน้าของพิพัฒน์ก็เห็นนว่าเขายืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์             


“กูจะไปหาเปรียว” 

เป็นประโยคแรกที่พิพัฒน์พูดขึ้นหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเกินพิกัด ความรู้สึกวูบวาบที่ริมฝีปากมันทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบอยากจะฟาดงวงฟาดงา             


“เป็นอะไรของมัน” 

ชนาธรมองตามแผ่นหลังของเพื่อน ไม่เข้าใจว่าทำไมพิพัฒน์จะต้องกระแทกลมหายใจแรงถึงขนาดนั้น ท่าทางก็ดูแปลกๆ             


งานเลี้ยงดำเนินมาจนถึงวาระสุดท้าย ที่สาวสวยสุดมั่นอย่างปรียาจะต้องรับของแทนใจจากเพื่อนๆทุกคนที่มาร่วมงาน เสียงซุบซิบดังขึ้นถึงของขวัญจากพิพัฒน์ หลายคนอยากรู้ว่าเซอร์ไพรส์ใหญ่ของงานนี้คืออะไร             


“ดิฉันเปรียว ปรียา มีความซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่เพื่อนๆทุกคนมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ และงานนี้จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย ถ้าขาดคนสำคัญคนนี้ คนที่เปรียวเคารพรัก ขอเชิญพี่กรค่ะ” 

เสียงปรบมือดังขึ้น พร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินก้าวขึ้นไปบนเวที พิพัฒน์เปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง และในตอนนี้เธอยังคงยืนยันในคำเดิม ว่าไม่ได้คิดกับเขาไปมากกว่านั้น            


 แสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องไปตรงกลางที่มีปรียากับพิพัฒน์ยืนคู่กัน             


“พี่ยินดีกับเปรียวด้วยนะ ขอให้เปรียวประสบความสำหรับอย่างที่ใจน้องต้องการ วันใดที่ท้อแท้ก็ยังมีพี่ยืนอยู่ตรงนี้เสมอ” 

หลังจากที่พิพัฒน์กล่าวจบ เสียงปรบมือก็ยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า             


อัยย์ญาดายืนน้ำตาปริ่ม ทั้งสองคนดูเหมาะสมกันมาก ถึงแม้ว่าในตอนนี้พี่เปรียวจะยังไม่ยอมรับรักจากเขา แต่เธอเชื่อว่าคงสักวันที่เธอนะได้เห็นคนที่เธอรักทั้งคู่ได้มีความสุขด้วยกัน



            หลังจากที่งานเลี้ยงเสร็จสิ้น ต่างคนก็ต่างแยกเข้าห้องพัก แต่พิพัฒน์กลับยืนอยู่ที่ชายหาดและในมือของเขาก็มีขวดไวน์ราคาแพง             


“ทำไมมึงไม่ขอหมั้นเปรียววะ” 

ชนาธรเดินเข้าไปหา หลังจากที่ยืนมองดูเพื่อนรักห่างๆอยู่นานแล้ว             


“ขอไปก็เท่านั้น เปรียวไม่รับหมั้นจากกูหรอก” 

เขารู้จักกับปรียามาหลายปี แล้วก็รู้ว่าเธอเป็นคนมุ่งมั่น พูดคำไหนคำนั้น ไม่มีเปลี่ยนแปลง             


“ถ้ามึงคิดแบบนี้ แล้วจะวางแผนเรื่องแหวนไปทำไม กูก็ลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่มึงจะล้วงเอาแหวนออกมาสักที” 

ชนาธรได้แต่ถอนหายใจ ถ้าเป็นพิพัฒน์คนก่อนคงไม่น่ายอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้            


 “กูขออยู่คนเดียวได้ไหม” 

เขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบ ก่อนจะยกขวดไวน์ขึ้นดื่มอีกครั้ง             


“เออๆๆ งั้นก็อย่าดึกให้มากล่ะ กูขึ้นห้องละ” 

ถึงแม้จะรู้สึกเป็นห่วงแค่ไหน แต่ก็จำใจต้องเดินออกมา แล้วปล่อยให้พิพัฒน์ได้อยู่คิดอะไรเพียงลำพัง  



  **“ห๊ะ!!!”**             

“แกจูบกับพี่กร”              

 “เบาๆสิเฟื่องฟ้า แสงดาว” 

เสียงดังแปดหลอดของทั้งคู่ทำให้เธอหวั่น เกรงว่าจะมีใครป่านมาได้ยินเข้า เรื่องมันน่าอับอายจะตาบ             


“ก็มันน่าตกใจนี่นา” 

แสงดาวแทบลมจับแทนเมื่อจิตนาการถึงเรื่องที่อัยย์ญาดาเล่าให้ฟัง             


“แล้วยังไงต่อ อัยจูบพี่กร แล้วพี่กรจูบอัยหรือเปล่า?” 

ทั้งเฟื่องฟ้าและแสงดาวตั้งใจฟังคำตอบอย่างมุ่งมั่น             


“จะบ้าเหรอ แค่ปากชนกัน ไม่ถึงกับจูบ”

 ใช่แล้ว แบบนี้ยังไม่เรียกว่าจูบหรอก อัยย์ญาดาได้แต่คิดปลอบใจตัวเองไม่ให้หวั่นไหว             


“โอ้ย! ฟินแทนเลยอ่ะ นี่ถ้าพี่แบงค์รู้ว่าแกยังชอบพี่กรอยู่ คงเกิดศึกชิงนางกันขึ้นมาแน่ๆเลย” 

ชนาธรก็นิสัยดี ส่วนพิพัฒน์ก็เดือนมหาลัย แถมยังหล่อลากไส้อีกต่างหาก ถ้าเป็นเธอคงเลือกไม่ถูกเลย


             “ไม่หรอกเฟื่องฟ้า อัยว่าจะตั้งใจเลิกชอบพี่กรให้ได้ แบบจริงๆจังๆแล้วล่ะ” 

อัยย์ญาดาคิดอย่างมุ่งมั่น ยังไงเขาก็เลือกที่จะรักและรอพี่เปรียวคนเดียว ถึงแม้เธอจะทำให้พิพัฒน์หันมาสนใจได้ แต่ก็คงชั่วคราวเท่านั้น ผู้หญิงพวกนั้นคงเป็นได้แค่ของเล่น เหมือนกับคนที่เธอเคยเจอในห้องน้ำ ตัวจริงสำหรับเขายกให้พี่เปรียวเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น



ขอกำลังใจ กดถูกใจนิยาย ให้หญิงแพรวกันด้วยน๊า

เข้ามาพูดคุยกับหญิงแพรวได้ที่ Facebook (เพจ)

 พิมพ์ตรงช่องค้นหา >> อรภาวาสิริ หญิงแพรว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น