อรภาวาสิริ หญิงแพรว

เปิดจำหน่ายไฟล์นิยาย PDF เรื่อง บ่วงอสูร NC25+ สำหรับนักอ่านที่ไม่สะดวกซื้อ e-book เปิดอ่านได้ในสมาร์ทโฟน,คอมพิวเตอร์,แท็บเล็ต,ไอแพด,ไอโฟน (ที่รองรับ) สนใจสอบถาม inbox เพจ(อรภาวาสิริ หญิงแพรว) e-mail : unny_lovely@hotmail.com

บ่วงอสูร ตอนที่3 งานเลี้ยงส่งที่ภูเก็ต

ชื่อตอน : บ่วงอสูร ตอนที่3 งานเลี้ยงส่งที่ภูเก็ต

คำค้น : บ่วง อสูร NC18+ 25+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2561 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ่วงอสูร ตอนที่3 งานเลี้ยงส่งที่ภูเก็ต
แบบอักษร

อัยย์ญาดาเดินลงมาจากตึกคณะก็เห็นว่าเมธานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอรู้ตัวว่ามาช้าเลยรีบกล่าวคำขอโทษ

             “รอนานไหมเมธา อัยขอโทษนะ พอดีคุยกับเฟื่องฟ้าแล้วก็แสงดาวเพลินไปหน่อย”             


“ไม่เป็นไรหรอก สำหรับอัยต่อให้นานกว่านี้เราก็รอได้”

 เมธาเองก็แอบรักเพื่อนสนิทมานานหลายปี อยากจะบอกความในใจให้อัยย์ญาดารู้แต่ก็ยังไม่มีโอกาส  


           “อื้ม งั้นเรารีบไปกันเถอะ” 

ทั้งอัยย์ญาดาและเมธาเดินเคียงคู่กันออกไป โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่ที่ตามดูอยู่ห่างๆ             


“เป็นไงล่ะ ซื่อๆใสๆของมึง” 

พิพัฒน์ทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะผลักร่างของชนาธรออกมาจากมุมตึก            


 “กูเคยถามอัยแล้ว มันก็แค่เพื่อนสมัยมัธยม ไม่มีอะไรหรอก”             


“ไม่มีอะไร หรือมึงคิดน้อยไปกันแน่”             


“แล้วมึงจะมาแซะกูเรื่องอัยทำไมวะ มึงเดือดร้อนอะไรไม่ทราบ” 

การที่เพื่อนของเขาไม่ชอบอัยย์ญาดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจจะทำให้พิพัฒน์ไม่เห็นด้วยกับการที่เขาเริ่มจะคิดจริงจังกับสาวน้อยขึ้นมา            


 “เปล่า กูก็แค่เป็นห่วงมึง ยัยนั่นไม่เห็นมีอะไรดีเลยสักนิด” 

พิพัฒน์สะอึกไป ก่อนจะตั้งสติได้ทัน คงเป็นเพราะเขารู้สึกไม่ชอบขี้หน้าอัยย์ญาดา คนอะไรทำไมชอบทำหน้ามึนอยู่ได้ตลอดเวลา             


“มึงไม่ต้องห่วงกูหรอกเพื่อน เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า ได้ข่าวว่าเปรียวสอบชิงทุนไปฝรั่งเศสได้ มึงโอเคนะ”

 ชนาธรตบบ่าเพื่อนสองสามที            


 “อืม” 

พิพัฒน์รู้สึกเหมือนโดนจี้ใจดำเข้าอยากจัง นานนับเดือนแล้วที่เขาไม่ได้เจอกับปรียา และเข้าใจว่าหญิงสาวคงมัวแต่ยุ่งกับเรื่องสอบอยู่ เลยไม่อยากรบกวน



            ในวันเสาร์อัยย์ญาดาตื่นมักจะตื่นแต่เช้าเพื่อช่วยมารดาขายขนม เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กับที่นี่ได้ไม่ถึงปี บ้านของเธอคือห้องเช้าเล็กๆ แต่ยังดีที่เป็นย่านเศรษฐกิจเลยพอทำมาหากินได้บ้าง               

“ขนมหมดแล้วเหรอจ๊ะ?” 

เสียงที่คุ้นหูทำให้เธอต้องรีบเงยหน้าขึ้นมาจากการเก็บกวาดหน้าโต๊ะ             


“พี่เปรียว สวัสดีค่ะ วันนี้ขนมขายดีมาก ไม่มีอะไรเหลือเลยค่ะ” 

อัยย์ญาดายิ้มร่าดีใจ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้รุ่นพี่อย่างปรียา            


 “น่าเสียดายจัง พี่กะว่าจะมาเหมาขนมปั้นสิบของแม่ฤดีสักหน่อย” 

เธอมักจะแวะเวียนมาที่นี่เป็นประจำ เลยรู้จักกับน้าฤดีซึ่งเป็นมารดาของอัยย์ญาดาเอง             


“แม่ออกไปส่งขนมคงกลับเข้ามาตอนบ่ายเลยค่ะ แล้วพี่เปรี้ยวเป็นยังไงบ้างคะ อัยย์ไม่ได้เจอพี่เปรียวเป็นเดือนเลย”             


“พี่สอบชิงทุนไปเรียนต่อดีไซเนอร์ที่ฝรั่งเศสได้แล้วนะ”             


“จริงเหรอคะ อัยดีใจกับพี่ด้วยจริงๆนะคะ” 

อัยย์ญาดาน้ำตาซึม ปรียาดีกับเธอมาก อดดีใจไม่ได้ที่พี่สาวได้มีโอกาสทำตามความฝันตัวเอง            


 “ถ้าอัยดีใจกับพี่จริง งั้นอย่าลืมมางานเลี้ยงส่งพี่นะ” 

เธอถือโอกาสวางการ์ดเชิญลงในมือของอัยย์ญาดา             


 “สำหรับอัย พี่ให้วีไอพี จะพาเพื่อนไปกี่คนก็ได้นะ”             


“แต่นี่มันที่ภูเก็ตนี่คะ อัยคงไปไม่ได้หรอกค่ะ” 

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูสลดลงเมื่อเห็นชื่อสถานที่ รีสอร์ตที่ติดท็อปเท็นของเอเชีย เพียงแค่ราคาตั๋วเครื่องบินเธอยังไม่มีปัญญาจ่ายด้วยซ้ำ            


 “พี่คุยกับพี่แบงค์แล้ว อีกสักพักคงมาชวนอัยไปด้วยกันเองแหละ” 

ดูท่าทางว่ารายนั้นจะเอาจริง ข่าวที่ชนาธรตามจีบเด็กปีหนึ่ง ชนิดที่ว่าเช้าถึงเย็นถึง ไม่มีใครในมหาวิทยาลัยที่ไม่รู้


             “แต่ว่าอัย...”            


 “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น พี่เตรียมตั๋วเครื่องบินให้อัยกับเพื่อนๆแล้ว ส่วนน้าฤดีพี่เพิ่งโทรไปขออนุญาตเมื่อตะกี้เอง ไฟเขียวทางผ่านฉลุย”             


“ก็ได้ค่ะ อัยจะไป”

 เพื่อพี่สาวที่เธอรักและเคารพ นี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนที่ปรียาจะไม่อยู่นานนับหลายปี หรืออาจกระทั่งจนถึงเธอเรียนจบ             


“ถ้าอย่างนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์เจอกันนะ”             


“ค่ะ พี่เปรียว”            

 หลังจากที่ปรียากลับไปแล้ว เธอจึงเปิดอ่านการ์ดเชิญอีกที เห็นชื่อพิพัฒน์อยู่ในบัตรเชิญด้วย เพราะเขาสปอนเซอร์หลักของงานนี้สินะ เกิดเป็นความลำบากใจที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาอีกครั้ง ทั้งที่ตัวเองก็ยังคงตัดใจไม่ได้เสียที            



  ในวันที่เดินทาง เธอต้องคอยหลบสายตาของพิพัฒน์ที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตร เขาคงไม่พอใจที่เห็นเธอยังคงป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆตัว ถ้าหากไม่เป็นเพราะปรียา เธอเองก็ไม่อยากเจอกับเขาเหมือนกัน             


“โอ้โห! วิวโคตรสวยเลย” 

ท่าทางเฟื่องฟ้าจะตื่นเต้นมากกับวิวระเบียงห้องพักที่สามารถเห็นน้ำทะเลสีฟ้าครามจนสุดสายตา             


“อย่างกับฝันเลยเนอะ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสมายืนอยู่ในที่หรูๆแบบนี้อีกไหม” 

แสงดาวเองก็เพ้อไม่ต่างกับเฟื่องฟ้า คงมีแต่อัยย์ญาดาคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกอินอะไรด้วยเลย             


“อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเวลางานเลี้ยงแล้ว อัยว่าเรารีบอาบน้ำแต่งตัวกันเถอะ เดี๋ยวจะไปสาย” 

เธอรีบเดินไปเปิดกระเป๋าก่อนจะหยิบชุดเดรสสีฟ้าออกมา เพื่อจัดเตรียมเอาไว้             


“เหลือเวลาตั้งนาน ออกไปเดินเล่นที่ขายหาดก่อนดีกว่า ยังไงก็มาถึงแล้ว” 

เฟื่องฟ้ารีบพรวดพลาดออกไปจากห้อง เพราะอยากวิ่งเล่นบนหาดทรายมานานแล้ว             


“ไปด้วยกันสิอัย” 

แสงดาวตามออกไป และไม่ลืมที่จะหันกลับไปชวนอัยย์ญาดาให้มาด้วยกัน



            **“มึงว่าชุดนี้ดูเป็นไง”**

ชนาธรลองสวมชุดในตีมสีฟ้าขาวอยู่หน้ากระจก เพราะเขาตั้งใจจะให้เป็นชุดคู่กับอัยย์ญาดาพอดี            


 “ก็ดี” 

พิพัฒน์ตอบแบบขอไปที เพราะมัวแต่นั่งกดเกมในโทรศัพท์มือถือที่กำลังต่อสู้ดันอย่างเมามันส์             


“แล้วมึงไม่ออกไปหาเปรียวเหรอวะ” 

พักหลังมานี้ดูเพื่อนรักของเขาไม่ค่อยกระตือรือร้นเข้าหาปรียาเหมือนแต่ก่อน หรือว่ามันกำลังพยามทำใจอยู่?


             “แล้วมึงไม่ออกไปหายัยเด็กอัยเหรอวะ” 

เขารู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่เห็นหน้าอัยย์ญาดาที่สนามบินแล้ว             


“กูถามมึง มึงก็มาย้อนกูอีก” 

ดูเหมือนว่าพิพัฒน์จะอารมณ์ไม่ปกติ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สงสัยว่ามันจะเป็นไบโพล่าร์



            ร่างบางในชุดเดรสสีฟ้าน้ำทะเลก้าวเข้ามาในงานด้วยความไม่มั่นใจ เธอถูกเฟื่องฟ้ากับแสงดาวจับแต่งหน้าทำผมจนลืมไปเลยว่าหน้าเดิมที่ไร้เครื่องสำอางนั่นจืดชืดเพียงใด             


“อัยเดินไม่ค่อยถนัดเลยแสงดาว” 

การทรงตัวบนร้องเท่าส้นสูงขนาดสี่นิ้วเป็นครั้งแรกในชีวิต ทำให้อัยย์ญาดารู้สึกประหม่าและไม่มั่นคง ราวกับว่าเธอจะล้มลงได้ทุกเมื่อ             


“ทนอีกนิดนะอัย ใส่ไปนานๆเดี๋ยวก็ชินเอง”

 อัยย์ญาดาเป็นคนเรียบร้อย ซึ่งต่างจากเธอที่ชอบปาร์ตี้ การเดินบนส้นสูงจึงไม่เป็นปัญหา            


 “อัย”

 ชนาธรเดินเข้าไปหา ก่อนจะมองอัยย์ญาดาด้วยสายตาที่ชื่นชม ในคืนนี้เธอดูน่ารักราวกับเจ้าหญิง บวกกับชุดที่สวมใส่ยิ่งขับผิวให้ดูขาวเนียนละเอียด ถ้าหากไม่เห็นเพื่อนของเธอสองคนที่เดินมาด้วย เขาเองก็คงจำไม่ได้            


 “งั้นเราเราขอตัวก่อนนะ” 

เฟื่องฟ้าดึงแขนแสงดาวให้ออกมา เพราะอยากเปิดโอกาสให้อัยย์ญาดาอยู่กับชนาธรสองต่อสอง             


“ทำไมพี่แบงค์มองอัยแบบนี้ล่ะคะ” 

สายตาของชนาธรที่มองมาทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจ บางทีชุดนี้มันอาจจะไม่เข้ากับเธอก็ได้             


“ก็น้องอัยดูสวยแล้วก็น่ารักมากเลยครับ เอาซะพี่แทบจำไม่ได้เลย” 

เขาหวังให้อัยย์ญาดามีท่าทีเขินอายบ้าง เพียงสักนิดก็ยังดี เพราะแสดงให้เห็นว่าเธอรู้สึกหัวใจเต้นแรงในยามที่อยู่กับเขา             


“อะแฮ่ม!” 

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดคอ พร้อมกับใบหน้าของพิพัฒน์ที่ดูนิ่งเรียบ แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกว่ามันยียวนกวนประสาทชอบกล             


“โทษทีนะที่เข้ามาขัดจังหวะ พอดีแผงความคุมไฟในงานมีปัญหา เปรียวเลยอยากให้มึงไปช่วยดูหน่อย” 

พอพูดจบเขาก็หันหน้าไปมองทางอื่น             


“งั้นน้องอัยรอพี่อยู่ตรงนี้แป๊บหนึ่งนะครับ” 

นี่ถ้าหากไม่ติดว่าอัยย์ญาดายืนอยู่ตรงนี้ด้วย เขาคงสวนกลับพิพัฒน์ไปแล้ว ทั้งที่มันเองก็ซ่อมไฟเป็น ยังจะมาใช้คนอื่นต่ออีก



วร๊ายยยยยๆๆๆ ผู้ชายหน้าวร๊ายๆมาแล้ว นางคิดจะทำอะไรกันแน่ 

ขอกำลังใจ กดถูกใจนิยาย ให้หญิงแพรวกันด้วยน๊า

เข้ามาพูดคุยกับหญิงแพรวได้ที่ Facebook (เพจ) 

 พิมพ์ตรงช่องค้นหา >> อรภาวาสิริ หญิงแพรว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น