อรภาวาสิริ หญิงแพรว

เปิดจำหน่ายไฟล์นิยาย PDF เรื่อง บ่วงอสูร NC25+ สำหรับนักอ่านที่ไม่สะดวกซื้อ e-book เปิดอ่านได้ในสมาร์ทโฟน,คอมพิวเตอร์,แท็บเล็ต,ไอแพด,ไอโฟน (ที่รองรับ) สนใจสอบถาม inbox เพจ(อรภาวาสิริ หญิงแพรว) e-mail : unny_lovely@hotmail.com

บ่วงอสูร ตอนที่1 เป็นส่วนเกิน

ชื่อตอน : บ่วงอสูร ตอนที่1 เป็นส่วนเกิน

คำค้น : บ่วง อสูร NC18+ 25+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2561 21:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ่วงอสูร ตอนที่1 เป็นส่วนเกิน
แบบอักษร

ร่างบางในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดังกำลังเดินข้ามถนนในขณะที่รถบีเอ็มดับบลิวคันหรูป้ายแดงได้ขับผ่านหน้าของเธอไป เธอย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเจ้าของรถยุโรปคันนั้นก็คือพิพัฒน์ รุ่นพี่ที่เรียนอยู่คณะวิศวฯ เธอแอบหลงรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่ในความนิ่งเรียบของใบหน้านั้นกลับมีเสน่ห์เหลือร้าย ซึ่งจัดว่าเป็นหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยในตอนนี้เลยก็ว่าได้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา แต่ผู้ชายที่ดูเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง อย่างเขานั้นหรือ ไม่มีทางที่ชายหางตามามองคนอย่างเธอ เพราะผู้หญิงที่เขาชอบและตามจีบอยู่ก็คือ..             


“อัย” 

เสียงของปรียาเรียกเธอจนหลุดออกจากภวังค์ เธอแต่แอบคิดเฝ้าฝันอยู่คนเดียว             


“ค่ะ พี่เปรียว” 

เปรียว ปรียา รุ่นพี่ปีสอง และยังเป็นพี่รหัสของเธออีกด้วย อัยย์ญาดาหันไปมองหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าของปรียาสวยสง่า แถมยังหุ่นดีจนใครๆก็ต่างอิจฉา ซึ่งต่างจากเด็กกะโปโลแบบเธอโดยลิบลับ            


 “ทานอะไรหรือหรือมายัง” 

ปรียารับไหว้จากน้องรหัสด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม             


“อัยทานมาจากบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ”

 อะไรที่ประหยัดได้ เธอก็จะประหยัด เพราะฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย เธอต้องตื่นมาช่วยมารดาทำขนมขายทุกเช้า             


“พอดีว่าพี่กรโทรมาชวนพี่ทานข้าว แต่พี่อยากให้อัยไปด้วย”

 ปรียาจับมือคนตรงหน้าเอาไว้             


“เอ่อ...คืออัยอิ่มแล้วค่ะ” 

ใจเธอเต้นแรงขึ้น คล้ายว่าจะดีใจ? หรือเสียใจ? จะเป็นแบบไหนดีล่ะ เพราะยังไงคนที่พิพัฒน์ชอบก็คือพี่เปรียว ไม่ใช่เธอ             


“ไม่ต้องปฏิเสธเลย ไปกันเถอะ ถ้าอัยอิ่มแล้วก็แค่นั่งเป็นเพื่อนพี่ก็พอ" 

ปรียาไม่สนใจดึงมือของรุ่นน้องให้เดินตามมา เธอรู้สึกเอ็นดูอัยย์ญาดาเหมือนกับเป็นน้องสาวแท้ๆ ชอบในความขยัน และกตัญญู แถมอัยย์ญาดายังดูเป็นเด็กซื่อๆใสๆไม่มีพิษภัย ต่างจากคนเมืองกรุงที่เอาแต่ใส่หน้ากากเข้าหากัน   


          “แต่ว่า...” 

ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร สายตาก็พลันไปเห็นร่างสูงของพิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่เปิดตลอด24ชั่วโมง เพียงอแค่ได้เห็นใบหน้าของคนที่แอบรัก หัวใจของเธอก็เต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมาข้างนออกด้านซ้าย


             “สวัสดีค่ะพี่กร” 

ปรียากล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างคนที่มีมารยาท               


เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเห็นเด็กรุ่นน้องคนเดิมที่ชอบตามปรียามาด้วยทุกครั้งจนน่าหงุดหงิด           

“เปรียวพาอัยมาด้วย พี่กรคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ” 

เธอคงจะบ้าไปแล้วที่ไม่คิดมีใจให้กับหนุ่มหล่อและแสนจะเฟอร์เฟ็คอย่างพิพัฒน์ เพราะเธอยังมีความฝันที่ต้องทำให้สำเร็จจึงยังไม่อย่างมีห่วง               


สะ...สวัสดีค่ะ” 

กว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอก็แทบจะเป็นลมจับ ยิ่งได้เห็นใบหน้าของเขาในระยะใกล้ๆแบบนี้             


“ไม่หรอกครับ ทานหลายๆคนก็สนุกดี” 

เขาจำใจกัดฟันมองผ่านใบหน้าของอัยย์ญาดาไป ก่อนจะยื่นช่อกุหลาบสีแดงสดไปตรงหน้าให้ปรีชารับเอาไว้สื่อแทนความในใจของตนอย่างเปิดเผย             


“ขอบคุณค่ะ งั้นเอาให้อัยถือไว้ก่อนแล้วกันนะคะ” 

ปรียาปัดผ่านเพราะลำบากใจที่จะรับ ทุกครั้งที่เจอกันพิพัฒน์มักจะมีของติดไม้ติดมือมาด้วยเสมอ             


“เอ่อ ครับ” 

เขาจำใจอีกครั้ง โดยการยื่นช่อดอกกุหลาบไปให้เด็กหน้ามึน ที่เอาแต่ยืนมองด้วยตาปริบๆ             


กว่าเธอจะตั้งสติได้และรับดอกกุหลาบมาจากพิพัฒน์ก็ทำเอาเกือบลืมหายใจ แต่เธอก็ย่อมรู้ตัวเองดีว่าเป็นเพียงแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งไม่ได้สวยหรือโดดเด่นอะไรให้เทพบุตรอย่างเขาต้องหันมาสนใจ ขออยู่ในมุมเล็กๆที่ได้เฝ้ามองเขาก็เพียงพอแล้ว             


อัยย์ญาดาพอจะรู้มาว่าอาหารในร้านนี้ราคาแพงมาก เธอกับเพื่อนจึงไม่เคยแวะเวียนมา เพราะเสียดายเงินในกระเป๋า เธอจึงไม่กล้าสั่งอาหารอะไรเลย ได้แต่อึกอักอ่านชื่อเมนูและราคาอยู่นานด้วยความเกรงใจ ส่วนเขานะเหรอ...


             “ข้าวหน้าปลาไหล ไขหวาน ซาซิมิ แล้วก็น้ำเปล่าครับ” 

พิพัฒน์สั่งอย่างคล่องแคล่ว เพราะเขามาทานที่ร้านนี้เป็นประจำจนรู้ว่าเมนูไหนที่อร่อยและถูกปากที่สุด 


             “ขอเป็น ข้าวหน้าแซลมอน ซูชิไซส์เล็ก น้ำส้มคั้นค่ะ” 

สั่งตามมาด้วยปรียา เธอเองก็ชอบทานอาหารญี่ปุ่นเหมือนกันโดยเฉพาะเมนูปลาดิบต่างๆ             


“แล้วอัยล่ะ เอาอะไรจ๊ะ” 

ปรียาหันไปถามคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าอ่านเมนูไม่พูดไม่จาจนพนักงานร้านต้องยืนรอ             


“คืออัย...เอ่อ...เอาแค่น้ำเปล่าแก้วเดียวค่ะ” 

ด้วยความเกรงใจเธอแทบจะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองพิพัฒน์เลยด้วยซ้ำ            


 “งั้นขอเป็นราเมนกับน้ำเปล่าให้เธอแล้วกันครับ” 

พิพัฒน์รีบสั่งแทน ก่อนที่เด็กคนนี้จะทำให้เขาขายขี้หน้าไปมากกว่านี้             


อัยย์ญาดาลอบมองใบหน้าคมคายเป็นระยะ พิพัฒน์แสดงสีหน้าเรียบตึงในขณะที่มองจ้องมา ทำเอาเธอทำตัวไม่ถูกรู้สึกแขนขาเกะกะไปหมด ไม่รู้ว่าจะนำมันไปวางไว้ตรงไหนดี             


มีผู้หญิงมากมายที่อยากเข้าใกล้เขา พิพัฒน์รู้ในข้อนี้ดี ส่วนเด็กอัยย์ญาดาก็คงเป็นหนึ่งในนั้นด้วย บางทีเขาก็แอบนึกขำในกิริยาท่าทางที่ดูเลิกลักและร้อนรนจนผิดสังเกต ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่แอบชอบเขาเหมือนกันสินะ   


          “ว่าแต่ปิดเทอมนี้เปรียวมีโปรแกรมจะไปเที่ยวไหนหรือยังครับ”

 เขาหันไปคุยกับปรียา เพราะจะชวนเข้าประเด็นหลัก ปลายเดือนนี้เขากับเพื่อนๆจะไปทริปทะเลเลยอยากใช้โอกาสนี้เพื่อได้ใกล้ชิดกับเธอ             


“เปรียวมีสอบชิงทุนพอดีเลยค่ะ คงต้องเร่งอ่านหนังสือให้หนักกว่าเดิม ขอโทษด้วยนะคะพี่กร ถ้าเปรียวจะขอปฏิเสธ” 

เธอไม่อยากถูกบิดาบังคับให้ต้องคบหากับพิพัฒน์จึงคิดที่จะหาหนทางให้กับตัวเอง เธอจะต้องไปเรียนต่อที่ประเทศฝรั่งเศสให้ได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว             


“เปรียวยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะไปฝรั่งเศสอีกเหรอครับ” 

พิพัฒน์ชะงักไป เพราะตัวเองนั้นมีใจให้กับปรียาอยู่ไม่น้อย และไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนใดที่จะทำให้เขาสนใจได้แบบเธออีกแล้ว             


“ให้เปรียวได้ทำตามฝันของตัวเองเถอะนะคะ” 

เธอยิ้มให้กับพิพัฒน์ด้วยความจริงใจ และหวังว่าเขาจะเข้าใจ             


“การที่เปรียวทำแบบนี้ เป็นการปฏิเสธที่จะคบกับพี่ด้วยหรือเปล่าครับ” 

เป็นคำถามที่ชวนให้อึดอัด แต่เขาก็อยากรู้คำตอบ            


 “เอาเป็นว่า เปรียวขอเวลาให้ได้ทำตามความฝันของตัวเองจนสำเร็จก่อน แล้วเปรียวจะกลับมา” 

หลังจากที่เธอพูดจบก็พบกับความเงียบ จนเธอต้องยื่นมือออกไปแล้ววางทาบลงบนมือใหญ่คล้ายกับจะปลอบประโลม             


“พี่จะรอเปรียว” 

มือใหญ่อีกข้างยกขึ้นมากุมมือบางเอาไว้ ราวกับเป็นคำมั่นสัญญา ถึงแม้ในเวลานี้ปรียาจะยังคงไม่ตอบรับเขา แต่เธอก็ได้บอกเอาไว้แล้ว ว่าจะกลับมา เธอต้องกลับมาหาเขาอย่างที่บอกแน่             


‘ใครก็ได้ช่วยหยิบฉันออกไปจากตรงนี้ที’ 

และนี่คือความในใจของอัยย์ญาดาในเวลานี้ เธอได้แต่มองพิพัฒน์กับปรียาราวกับว่าตัวเองได้กลายเป็นส่วนเกินอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แววตาของเขาที่ส่งทอดออกมาดูลึกซึ้งและมีความมุ่งมั่นอยู่เต็มเปี่ยม




ขอกำลังใจ กดถูกใจนิยาย ให้หญิงแพรวกันด้วยน๊า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น