sadalone

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ร่างใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ร่างใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2561 02:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ร่างใหม่
แบบอักษร

​ผมตื่นขึ้นมางัวเงียอยู่พักหนึ่งก่อนเข้าไปล้างหน้าแปรงฟัน ระหว่างกำจัดน้ำลายบูดก็พบว่ามีสิ่งผิดปกติ แปรงสีฟันมีเพิ่มมา.. เดี๋ยวก่อน มองดีๆ ที่นี่ไม่ใช่ห้องน้ำของผม!

ขณะสับสนก็เห็นเงาสะท้อนในกระจกเป็นเด็กหนุ่มอายุราว 18 ปี หน้าตาดี ผิวขาวสะอาด หุ่นสูงยาวซิกแพคแน่น โบกมือไปมาเงานั้นก็ทำตามอย่างไม่ผิดเพี้ยน พอยกมือหยิกแก้มตัวเอง

"เจ็บ.."

ผมครางเบาๆ

โชคดีที่ผมประสบเรื่องน่าตกใจมามากจนเกิดภูมิต้านทานระดับหนึ่ง มาทบทวนเรื่องเมื่อคืนกันก่อน

หลังจากไปเที่ยวกับแฟนสาวและดื่มจนเมา.. เชี่ย! หลังจากดื่มจนเมาก็จำอะไรไม่ได้!

"เสร็จหรือยัง?"

เสียงนุ่มใสดูเอื่อยๆ แฝงไปด้วยความรังเกียจกระทบเข้าหู ผมหันไปมองที่ประตูห้องน้ำ เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เธอสวมชุดนอนสีฟ้า อายุไม่น่าเกิน 15 ปี สีหน้าประมาณว่าต้องการจะใช้ห้องน้ำ ผมจึงเดินออกมา ยกห้องน้ำให้สาวน้อยคนนี้..

เหมือนผมจะเข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่นแล้วสิ

หลังจากอาบน้ำหาเสื้อผ้าใส่เรียบร้อยผมก็ลงไปหาข้าวกิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท้องต้องอิ่มอยู่เสมอ

บ้านหลังนี้มีสองชั้น เป็นบ้านเล็กๆ ที่มี 2 ห้องนอน 1 ห้องครัว 1 ห้องนั่งเล่น ในห้องครัวบนโต๊ะอาหารดูเหมือนมีครอบครัวสุขสันต์นั่งกินอาหารเช้าอยู่

"เชษฐ์! ทำไมแต่งตัวแบบนี้กัน ไม่ไปโรงเรียนหรือไง"

คนที่พูดอย่างเหนื่อยใจคือผู้หญิงวัย 30 ต้นๆ ผมเดาออกเลยว่าสมัยสาวๆ เธอสวยขนาดไหน ที่จริงตอนนี้เธอก็สวยอยู่ สวยแบบผู้ใหญ่น่ะ

ชายที่แก่กว่าหน้าตาเข้มดุใส่แว่นกรอบทองหันมามองผมด้วยหางตาแต่ไม่พูดอะไร ส่วนสาวน้อยที่เจอบนห้องทำเหมือนผมเป็นอากาศธาตุ

"เอ่อ.. ผมไม่รู้ว่าวันนี้ต้องไปโรงเรียน จะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ล่ะครับ"

หลังจากลงมาอีกรอบก็กินข้าวเช้าไปเงียบๆ มีไส้กรอก แฮม ไข่ดาว ขนมปังและนม

ที่หน้าบ้านผมยังไม่รู้ว่าต้องไปโรงเรียนยังไง อันที่จริงไม่รู้ว่าต้องไปโรงเรียนไหนด้วยซ้ำ คนที่น่าจะเป็นพ่อเจ้าของร่างเดิมเดินเข้ามาหาเขามีชื่อว่าสมบูรณ์

"วันนี้พ่อต้องไปแต่เช้า แกแวะไปส่งน้องด้วย"

คุณพ่อขับรถเก๋งคันเก่าออกไปแล้ว ผมหันไปมองสาวน้อยน่ารักในชุดนักเรียนมัธยมต้น

"โรงเรียนของเธอไปทางไหนนะ"

คำตอบที่ได้คือสายตาที่มองมาราวกับมองขยะเปียกกองหนึ่ง

เดี๋ยวก่อนเซ่ แค่จำทางไปโรงเรียนน้องสาวไม่ได้มันร้ายแรงขนาดนั้นเลย?

"ฉันไปเองได้"

พูดแบบนั้นแล้วเจ้าหล่อนก็เดินไปที่ถนน ในฐานะพี่ชายผมจะปล่อยเธอไปได้ยังไงทั้งยังได้รับภารกิจมาจากคุณพ่อให้ไปส่งเธอที่โรงเรียนอีก ผมรีบวิ่งตามไปติดๆ

ใบเฟิร์นขึ้นรถประจำทางมีที่นั่งสองแถว เหมือนเธอจะไม่พอใจอย่างมากที่ผมมานั่งข้างเธอ

จนกระทั่งรถมาจอดที่หน้าโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งใบเฟิร์นหันมาขมวดคิ้วใส่ผม

"แล้วนายจะลงตามมาอีกทำไม"

ดูท่าน้องสาวคนนี้ไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไหร่นัก

"ใบเฟิร์น พี่มีเรื่องจะถาม พี่เรียนอยู่โรงเรียนอะไร?"

ถามยังไม่ทันจบยัยน้องสาวสะบัดหน้าหนีเข้าโรงเรียนไปซะงั้น ยังดีที่มีตัวย่อติดอยู่ที่ปกเสื้อผมจึงถามคนแถวนั้นและมาถึงโรงเรียนได้ในที่สุด

ดูจากจำนวนดาวแล้ว เจ้าของร่างควรอยู่ ม.6 แต่ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหนนี่สิ ขณะกำลังจะไปเดินหาห้องธุรการก็มีแขนมาล็อกคอจากด้านหลัง

"ไอ้เชษฐ์วันนี้ไม่ไปโต๊ะเหรอวะ"

ชายผิวคล้ำตัวใหญ่คนนี้อาจจะเป็นเพื่อนเจ้าของร่างผมคาดเดาความสัมพันธ์และตอบไปตามสมควร

"วันนี้เบื่อๆ"

"เบื่อเลยมาโรงเรียน แปลกๆ นะมึง"

"ช่างเถอะน่า ว่าแต่ห้องเรียนกูอยู่ไหนวะ"

ผมตามน้ำพูดอย่างสนิทสนมไปกับชายผิวคล้ำที่ยังไม่รู้ชื่อ

"ไอ้เวรนี่ห้องเรียนยังจำไม่ได้ เสือกมาโรงเรียนอีกนะมึง"

คุยกับชายผิวคล้ำคนนี้จนรู้ว่า เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กเกเรหัวโจกประจำโรงเรียน เป็นที่รังเกียจของเหล่าครูบาอาจารย์และเป็นที่หวาดกลัวของเหล่าเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ว่าง่ายๆ ขยะสังคมดีๆ นี่เอง

เริ่มรู้เหตุผลที่น้องสาวไม่ค่อยชอบหน้าผมแล้วล่ะ

โต๊ะเรียนของผมอยู่ท้ายสุด ที่นั่งข้างๆ ว่างเปล่าเหมือนไม่มีใครอยากนั่งด้วย ส่วนชายผิวคล้ำที่มาส่งเขาไม่ได้เรียนห้องนี้

ตั้งแต่ผมเข้ามา ห้องที่เคยเสียงดังสนุกสนานก็เงียบกริบ บ้าเอ๊ย.. แบบนี้ท่าจะมีปัญหาในการหาเพื่อนแล้วนะไอ้เชษฐ์เอ๊ย แต่ผมไม่ได้คิดมากเรื่องของสุรเชษฐ์ ในหัวผมตอนนี้ได้แต่สงสัยว่า ในเมื่อตัวผมกลายเป็นสุรเชษฐ์ แล้วใครกลายเป็นผม?

ระหว่างกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็มีกระดาษA4มาวางบนโต๊ะแล้ว

แบบสอบถามมหาลัย?

ผมคิดและเขียนไปตามสมควร เป็นมหาวิทยาลัยแถวล่างหรือไม่ก็เอกชนที่เข้าง่ายๆ

ผู้ที่เดินมาเก็บแบบสอบถามเป็นเด็กสาวดูเรียบร้อยมัดผมเปียด้านหลังสวมแว่นบางๆ มองครั้งแรกผมก็รู้ว่าเธอเป็นคนสวย

"ฉะ.. ฉันมาเก็บแบบสอบถามค่ะ"

เธอพูดอย่างสุภาพ ผมไม่อยากทำให้ลูกกว้างน้อยกลัวเสือมากไปกว่านี้จึงส่งให้ดีๆ แถมรอยยิ้มไปอีกหนึ่ง ยังไงใบหน้านี้ก็หล่อขนาดดาราอาย รอยยิ้มนี้หวังว่าจะกู้ภาพลักษณ์ของสุรเชษฐ์คืนมาได้บ้าง

แต่เหมือนผลลัพธ์จะไม่ใช่อย่างที่คิดหัวหน้าห้องสุดสวยวิ่งหนีไปแล้ว

การเรียนครึ่งวันแรกไม่มีอะไรยาก ยังไงเด็กมหาลัยอย่างผมก็เคยผ่านมาก่อนทบทวนนิดหน่อยก็เข้าใจได้หมด

ช่วงพักเที่ยงชายผิวคล้ำมาชวนผมไปนั่งกินข้าวด้วยกัน แน่นอนว่าผมต้องปฏิเสธขืนไปอยู่กับกลุ่มนักเรียนน่ากลัวพวกนั้น ภาพลักษณ์ที่พยายามจะสร้างใหม่ได้ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

เลิกเรียนผมไม่ลืมแวะไปรอใบเฟิร์นที่หน้าโรงเรียนสตรี รออยู่นานก็เห็นน้องสาวเดินออกมากับเพื่อนอีกสองคน ผมเข้าไปทักด้วยรอยยิ้ม

"ไง"

เพื่อนๆ ของเธอตกใจจนเกือบกัดลิ้นตัวเอง

"เฟิร์น แล้วเจอกันนะ บาย"

ใบเฟิร์นมองเพื่อนสองคนที่รีบหนีไปก่อนหันมาจ้องเอาเรื่องผม

"มาทำไม"

"รับน้องกลับบ้าน"

ผมตีหน้ามึน

เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น มีบางคนถึงกับมองผมด้วยสายตาขยะแขยง นี่สุรเชษฐ์ไปทำเรื่องไม่ดีอะไรไว้กันแน่ถึงขนาดถูกมองข้ามความหล่อของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

"พี่เชษฐ์.."

มีเสียงเรียกเป็นเสียงที่หวานมาก ผมมองข้ามไหล่บางๆ ของใบเฟิร์นไปก็เห็นเด็กสาวอีกคนยืนกุมมือ

เสียงซุบซิบดังกว่าเดิม สายตาทิ่มแทงก็มากกว่าเดิม ใบเฟิร์นขมวดคิ้วเดินจากไปเหมือนไม่อยากข้องเกี่ยว

"เธอเป็นใคร"

เมื่อผมถามไปแบบนั้น สาวน้อยหน้าหวานก็ร้องไห้ทันที

เวรแล้วไง.. หรือเด็กคนนี้จะเป็นแฟนของเชษฐ์?

บ้าเอ๊ย!

ในที่สุดผมต้องจูงแขนบางๆ ของเด็กสาวออกไปจากไทยมุงตรงนั้นก่อน

ที่สวนสาธารณะผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวข้างน้ำพุ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา สาวน้อยนั่งอยู่อีกฝั่งของเก้าอี้

เงียบจนได้ยินเสียงใบไม้ตกพื้น ยัยเด็กนี่ตั้งแต่ถูกลากมาก็ไม่พูดไม่จา ดีหน่อยที่หยุดร้องไห้ได้

"ไม่ได้คุยกันนานแล้วนะคะ ตั้งแต่เรื่องนั้น.."

เรื่องนั้น? เรื่องไหนฟร้าา ช่วยพูดให้เคลียร์หน่อยไม่ได้หรือไง

"พี่เป็นยังไงบ้าง"

"เธอ.. โอ๊ย!"

ผมกำลังจะถาม ก็มีของแข็งฟาดเข้ามาจากด้านหลัง มันคือไม้กอร์ฟ

"พี่เชษฐ์!"

เด็กสาวตกใจรีบเข้ามาพยุงผมขึ้นจากพื้นก่อนหันไปถลึงตาใส่คนที่มาใหม่

"คุณพ่อ!"

"พาลลิตากลับบ้านไป"

ชายใส่สูทอายุราว 40 ปี มาดนักธุรกิจใหญ่ โบกมือสั่งลูกน้อง

"คุณหนูเชิญครับ"

"ไม่! ปล่อยฉัน คุณพ่อ! หนูมาหาเขาเองพี่เชษฐ์ไม่ผิด ปล่อยฉันนะ!"

สาวน้อยถูกพาขึ้นรถไปแล้ว

ร่างกายนี้ค่อนข้างแข็งแกร่งแม้จะหัวแตกผมก็ยืนขึ้นมาได้ไม่ยาก

"ฉันเตือนแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเสนอหน้าเหม็นๆ ของแกมาใกล้ลูกสาวฉันอีก"

เขาจุดบุหรี่ราคาแพงขณะเอ่ย

"แกไปเอานิ้วมันมาให้ฉัน"

"ครับนาย"

นิ้ว! ผมหน้าซีดเผือด

ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่โผเข้ามาด้วยหมัดขวาผมหลบไปตามสัญชาตญาณสวนไปด้วยเข่าเต็มๆ จนชายคนนั้นคายของเก่าออกมาเลยทีเดียว ร่างกายนี้ปฏิกิริยาช่างยอดเยี่ยม! เหมือนผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน

นักธุรกิจใหญ่โบกมือเบาๆอีกที บอดี้การ์ดที่เหลือสี่คนก็เข้ามาล้อมผมไว้

"เรื่องนี้ที่จริงเรามีทางออกอย่างสันติ ใช่ไหมครับ?"

"สันติ? ฉันเห็นแก่หน้าพ่อของแก ยอมไว้ชีวิตแกหนึ่งครั้ง แต่แกยังกล้ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก! คนอย่างแกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ตัดนิ้วมันมา!"

ไม่น่าลากยัยหน้าหวานนั่นมาคุยด้วยเลย!

"ยศ"

ผู้ที่เพิ่งมาก็เรียกชื่อนักธุรกิจใหญ่ด้วยเสียงหนักแน่นน่าเกรงขามคนนั้นคือนายสมบูรณ์พ่อของเชษฐ์ ผมเห็นใบเฟิร์นนั่งในรถยนต์รุ่นเก่าที่จอดอยู่ไกลๆ ด้วย

"พี่บูร? ครั้งนี้ถึงพี่มาด้วยตัวเองก็หยุดฉันไม่ได้ บุญคุณครั้งเก่าก่อนของพวกเราหมดไปแล้ว"

ยศมองบูรด้วยสายตาเย็นเยียบ

"ฉันรู้ ลูกชายเป็นเหมือนเงาสะท้อนของผู้เป็นพ่อ เชษฐ์มันโตมาเป็นแบบนี้เพราะฉันเลี้ยงดูมันไม่ดีเอง แกอยากได้นิ้วใช่ไหม มาเอานิ้วฉันไปแทน!"

บูรพูดโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนสักนิดเหมือนนิ้วมือของเขาไม่ได้มีค่าใดๆ

ผมยืนอึ้ง.. ผู้ชายมีอายุคนนี้สปิริตความเป็นพ่อยิ่งใหญ่มากจริงๆ!

"พี่บูรเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่อีกต่อไปแล้วพี่กลับไปเถอะ อย่าทำให้ฉันลำบากใจเลย"

สมบูรณ์แย่งมีดสปาร์ต้าร์มาจากบอดี้การ์ดคนหนึ่ง ฟันลงที่นิ้วทั้งห้าอย่างไม่ลังเล

"พ่อ!"

ผมตกใจหน้าซีดเผือด คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน ใบเฟิร์นที่แอบมองในรถยกมือปิดตาทนดูไม่ได้

ฉัวะ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น