miew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 44

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2561 00:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 44
แบบอักษร



หลังจากขึ้นรถมาแล้ว รถทั้งคันตกอยู่ในความเงียบ เอรีนนั่งกุมมือตัวเองและมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ เอรีนเป็นเด็กสาวลูกครึ่งไทยอังกฤษ พ่อกับแม่พบรักกันตอนที่พ่อของเธอมาเที่ยวไทย เธอพูดไทยได้เนื่องจากผู้เป็นแม่สอน แต่เธอไม่เคยมาไทยสักครั้ง เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง ที่พ่อเคยมาเที่ยวไทยได้ในคราวที่เจอกับแม่ก็เพราะเก็บเงินอยู่นานปีจึงมาเที่ยวประเทศไทยสักครั้งเพื่อประสบการชีวิต แต่ในตอนนี้พ่อของเธอเสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคหัวใจ

แม่ของเอรีนชื่อ พิณยา เธอทำงานเป็นเด็กล้างจานและเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารริมทะเลของจังหวัดภูเก็ต แต่เดิมทีนั้นเธอเป็นคนอีสานเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ จนจับพลัดจับผลูได้ไปทำงานที่ภูเก็ต ด้วยความจนจึงต้องทำงานหนักพิณยาตอนนั้นอายุสามสิบต้นๆ เธอเป็นหญิงสาวที่ขยันขันแข็งทำแต่งานหาเงินจนไม่สนใจความรัก เธอก็หน้าตาใช้ได้ ติดจะคล้ำไปเสียหน่อยเพราะทำงานตากแดดตากลม ริมทะเล

และครั้งแรกที่เธอได้พบกับพ่อของเอรีนคือตอนเที่ยงวันในร้านอาหาร เดวิดหลงรักเธอเพราะเห็นพิณยาทำงานตากแดดร้อนๆโดยไม่บ่นเลยสักคำ หนำซ้ำยังยิ้มกว้างเวลาเสริฟอาหารลูกค้าอีก นั้นคือความประทับใจแรกพบของเดวิด

เดวิดเข้าไปทำความรู้จักกับเธอเพราะอยากพูดคุยจึงเข้าไปทักทาย ฮอลิเดย์ของปีนั้นมีความประทับใจหนึ่งคือความสวยงามของท้องทะเลและความสวยงามของพิณยา ถึงภาษาในการสื่อสารจะลำบากไปบ้างเพราะพิณยาไม่ได้เก่งหรือพูดคุยคล่อง เธอพอพูดถูลู่ถูกังกับชาวต่างชาติได้แต่ไม่ได้คล่องขนาดนั้น เดวิดเขาก็มีความสุขในทุกวันที่ดำเนินมา.... เมื่อครบกำหนดเวลาที่ต้องกลับบ้านเกิดเมืองนอน เดวิดของให้พิณยารอเขาอีกสามปีเขาจะมีหาเธออีกครั้ง และเดวิดขอให้เธอคิดทบทวนเรื่องของเขาในระหว่างรอ ถึงแม้เวลาพบกันมันจะสั้น แต่เขาแน่ใจว่ารักพิณยาเข้าให้แล้วจึงอยากใช้ชีวิตร่วมกัน และเขาจะสร้างเนื้อสร้างตัวพอที่จะสามารถพาพิณยาไปอยู่ด้วยภายในเวลาสามปี แล้วเขาจะกลับมาเอาคำตอบของพิณยาด้วย


...........


“ หลับไปแล้วหรอ? ” แซมถามครามหลังจากที่เห็นชายหนุ่มดึงเอาหญิงสาวร่างบางมาพิงอกของตัวเองไว้ เอรีนอยู่กับความคิดตัวเองเงียบๆ และเพราะอ่อนเพลียเธอจึงเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น ครามที่กลัวว่าหญิงสาวจะเอาหัวให้โขกกับกระจกรถจึงดึงร่างของเธอมาซบอกตัวเองไว้

“ อือ.. คงเพลีย เด็กอะไรก็ไม่รู้ทั้งดื้อ ทั้งหัวแข็ง ” ครามพูดพร้อมกับจุดยิ้มบางๆบนในหน้า แซมถึงกับตาโตอ้าปากพะงาบๆ ก็ไอ้คนโหดคนเด็ดขาดแบบครามมันยิ้มเป็นที่ไหน ถ้าไม่ได้ผลกำไรเท่าที่มันหวังมันถึงจะยิ้มออกมา!

“ อะ.. ไอ้คราม มึงยิ้มด้วย! โอ้ อะเมซิ่งว่ะ ” แซมพูดทักขึ้นเสียงดัง ครามส่ายหัวให้กับญาติผู้พี่ที่เกิดก่อนเขาไม่กี่เดือน ก่อนจะพูดเอ็ดแซมไปเหมือนเอ็ดเด็กน้อย

“ เสียงดังน่ะแซม เอรีนหลับอยู่ไม่เห็นหรือไง นั่งเงียบๆไปเลย ” ครามเห็นว่าแซมทำปากขมุบขมิบก่อนจะหันไปทำหน้าอ้อนคนที่ขับรถให้พวกเขาอยู่ตอนนี้ เขาพอจะเดาได้แล้วตั้งแต่แรกที่เจอธันว่าเป็นแฟนของแซม เพราะตอนที่แซมติดต่อให้เขามารับช่วงต่อ แซมเล่าเรื่องของธันให้ฟังบ้าง ไม่คิดเลยว่าญาติผู้พี่ที่เกิดก่อนไม่กี่เดือนของเขานั้นจะเปลี่ยนมาชอบพอเพศเดียวกัน ทั้งที่เมื่อก่อนชอบผู้หญิง ถึงจะนอนกับผู้ชายได้แต่ไม่เคยเห็นว่ามันจะควงคนที่ตัวใหญ่กว่าแบบนี้ สงสัยขี้เกียจเสียบแล้วจึงเปลี่ยนมาโดนเสียบแทน ครามคิดในใจพร้อมกับเอามือทัดผมที่ปรกหน้าให้คนที่ซบอยู่อกของเขาไปด้วย

“ แหวะ ทีเขาตื่นล่ะทำเข้ม ทีอย่างนี้ล่ะมาดูแล ” ไม่วายที่แซมจะแซะคราม เห็นมุมอ่อนโยนของครามแล้วมันคันคอยังไงก็ไม่รู้ อยากจะไออยากจะอ้วกออกมาทันที ธันเลยละมือจากพวงมาลัยรถแล้วจับหัวแซมให้หันไปข้างหน้ามองถนนตามเดิม

“ นั่งนิ่งๆอย่าซนครับน้อง เดี๋ยวจับตีก้นลาย ” แซมมองค้อนธันหน้าแดงๆ ก็ดันไปคิดว่าธันเอาอย่างอื่นฟาดก้นแทนมือนี่สิ ทำไมเขาเป็นคนลามกอย่างนี้! แค่คิดเสียงแกนกายของธันฟาดก้นตัวเองก็ดังแปะๆแล้ว! แซมเป็นคนลามกแน่นอนเขารู้ตัวดีและเขากำลังคิด ......อ๊าาาาส์ ซี๊ดดดดกส์.....

“ หึหึ ” แล้วความคิดหื่นกามก็พลันหยุดลงเมื่อแซมได้ยินเสียงหัวเราะของครามในลำคอ หน้าไหม้ลามไปจนถึงท้องแล้วตอนนี้ ดันเผลอคิดอะไรลามกๆเพลินซะได้! แต่พอจะอ้าปากถามครามก็พูดตัดบทขึ้นมาก่อน

“ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน ” ครามพูดขึ้นแล้วเบี่ยงสายตาจากแซมมาจับจ้องคนที่หลับซบอกอีกครั้ง เขาเองก็มีเรื่องให้เคืองใจ เรื่องก็แค่เอรีนไม่ชอบเขาอย่างใจนึก ทั้งที่ผู้หญิงมากมายออกจะชอบและต้องการครอบครองตัวและหัวใจของเขาแท้ๆ แต่กับเอรีนมันไม่ใช่ เธอเป็นหญิงสาวที่ดื้อดึงและเอาแต่หนีเขาตลอดจนต้องฉุดตัวมาทั้งที่เขายังไม่ทำให้เธอเต็มใจแบบนี้ ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ธันเองก็ขับรถไปเรื่อยๆจนถึงคฤหาสน์ของคราม ซึ่งครามได้ให้แซมหาซื้อไว้ให้ก่อนที่เขาจะเข้ามาคุมแก๊งฉลามขาวต่อ ด้วยอำนาจของเม็ดเงินจึงทำให้ซื้อคฤหาสน์หลังโตและตกแต่งพร้อมอยู่ภายในระยะเวลาสามเดือนได้ง่ายๆ



“ ถึงแล้วคราม บ้านที่ฉันหาซื้อให้สวยมากเลยนะ ” แซมภูมิใจเสนอเป็นอย่างมาก เพราะมันสวยจริงๆ ครามเป็นคนที่ไม่ชอบใช้พื้นที่ส่วนตัวกับคนอื่นจึงไม่อยู่บ้านเดียวกันกับแซม ส่วนแซมก็อยู่คอนโดกับธันเป็นส่วนใหญ่ แทบจะยกบ้านให้สาวใช้แม่บ้านคนสวนอยู่ไปแล้ว แต่ด้วยเป็นบ้านของตัวเองที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นของคุณปู่ แซมจึงต้องกลับไปนอนที่บ้านบ้างเวลาธันไปทำงานไกลๆแล้วเขาไม่สามารถไปด้วยได้

“ อือ สวย.. ขอบคุณที่มาส่งนะครับคุณธัน ผมรบกวนคุณเสียดึกดื่น ” ครามเขาออกมาจากรถแล้วมองเข้าไปข้างในตัวบ้าน ไฟในบ้านเปิดสว่างโล่ เขาหันไปขอบคุณธันที่เสียเวลามารับเขาที่สนามบินและพูดจาสุภาพเกรงใจเพราะเห็นว่าเป็นคนรักของญาติผู้พี่ของตน ส่วนแซมก็ทำหน้ามู่ทู่เพราะตัวเองก็ไปรับครามเหมือนกันแต่ไม่เห็นครามจะขอบคุณอะไรสักนิด

“ ครับ ผมว่านี่ก็ดึกแล้วเอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีกว่า ผมกับแซมจะกลับไปพักผ่อนด้วย แล้วเจอกันพรุ่งนี้ครับคุณคราม ” ทั้งสองร่ำรากันแล้วครามก็เปิดประตูรถด้านหลังออกกว้างก่อนจะสอดตัวเข้าไปอุ้มเอรีนออกมาจากรถ

“ พรุ่งนี้จะมาหาแต่เช้าเลย ฝันดีคราม ” แซมพูดพรางโบกมือหยอยๆก่อนจะวิ่งไปนั่งประจำที่เป็นตุ๊กตาหน้ารถให้กับธันอีกตามเคย แล้วรถของธันก็ขับเคลื่อนออกไปจากบ้าน สาวใช้สองสามคนออกมาต้อนรับคราม และต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าครามอุ้มหญิงสาวร่างบอบบางหน้าตาสะสวยเอาไว้แนบอก


“ จัดห้องไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม? ” ครามถามขึ้นเสียงเรียบ แม่บ้านที่มีอายุจึงตอบกลับและเดินนำครามขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน

“ เรียบร้อยแล้วคะ เดี๋ยวอิฉันจะพาขึ้นไป ” ครามเดินตามแม่บ้านขึ้นไปบนชั้นสอง แม่บ้านพาครามไปที่ห้องรับแขกที่มีของใช้ส่วนตัวที่พวกเธอเตรียมไว้ให้แล้ว มันเป็นห้องของผู้หญิง คราวแรกเธอก็แปลกใจและคิดว่าผู้ที่มากับเจ้านายจะเป็นหญิงสาวที่จัดจ้านกว่านี้ แต่เธอมองยังไงก็เห็นแค่เด็กสาวที่ดูอ่อนหวานและน่ารัก ส่วนนิสัยใจคอนั้นต้องรอดูเมื่อตอนที่เธอคนนั้นตื่น เธอเห็นว่าครามวางหญิงสาวที่อุ้มมาลงบนเตียงแล้วก็เตรียมจะออกจากห้องและปิดประตูให้ แต่ครามเอ่ยปากสั่งงานเสียก่อน

“ เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอด้วย ฉันจะกลับห้องไปพักผ่อน ” ครามพูดขึ้นก่อนจะลุกจากเตียงเขาลูบผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนของเธอสองสามครั้ง และเขาก็ลุกเดินออกไปจากห้อง ส่วนแม่บ้านก็ทำตามคำสั่งของครามทันที เสร็จทุกอย่างแล้วก็ออกจากห้องไป ก่อนไปเธอก็ล็อกห้องให้อย่างดี



“ หวังว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่ร้องขอกลับบ้านอีกนะ ”





..........20%.........

เอามาให้ก่อนยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วจะมาต่อ ให้อีก กลัวว่าจะหายไปนานเกิน บางทีเราก็รู้สึกว่ามันชักจะออกทะเล คู่ของครามเป็นชายหญิงเด้อ เราว่าถ้าแต่งให้ได้กับชายอีกมันก็จะมีแต่ผู้ชายในเรื่อง ขอพื้นที่ให้ชะนีน้อยยืนหน่อย ตอนนี้มันจะออกไปทางเรื่องเล่าย้อนหลังบ้างนะคะที่มาที่ไปของคู่คราม อย่าพึ่งเบื่อกันเด้อ จะพยายามมาให้ไวนะ




..........ต่อ.........




วันต่อมา กว่าที่เอรีนจะตื่นก็ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมงแล้ว หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นจากที่นอน นั่งอึนอยู่สักพักก่อนจะตื่นเต็มตาเพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอไม่ใช่ห้องของเธอ หญิงสาวเอามือขยี้ผมตัวเองที่มันฟูอยู่แล้วให้มันฟูรุงรังขึ้นไปอีก

“ โอ๊ยทำไมมีแต่คนชอบบังคับจัง! แม่นะแม่กล้าปล่อยลูกสาวตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลมากับผู้ชายได้ยังไงกัน เฮอะ! ” เอรีนเธอเป็นคนออกจะโก๊ะกระโหลก หัวแข็งและดื้ออยู่พอสมควร และเพราะว่าแม่ของเธอเคยสอนเอาไว้ว่าอย่าร้องไห้เวลาถูกรังแก เพราะยิ่งเราแสดงความอ่อนแอให้คนที่รังแกเราเห็น คนคนนั้นยิ่งจะได้ใจ เพราะงั้นเธอจึงอดกลั้นอดทนกับชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างตอนนี้ก็เหมือนกันเธอช็อกมากตอนที่แม่บอกว่าเธอต้องมาอยู่ที่ไทยกับคราม

“ เฮ้อ..... หรือจะมีผัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยก็ไม่รู้หรอกนะว่าเราสวยตรงไหน แล้วแม่ไว้ใจอีตาครามนี้ได้ยังไงกัน! ” ที่ต้องมาอยู่กับครามแบบนี้เพราะครอบครัวของเธอที่เหลือกันสองแม่ลูก และพวกเธอถูกคนมีอิทธิพลระดับกลางไล่บี้ พวกมันต้องการที่ดินของพ่อเลยส่งคนมาข่มขู่อยู่หลายครั้ง แต่แม่เธอกับเธอไม่ยอมขายให้ หนักสุดก็ตอนที่เธอเกือบถูกฉุดไปทำเมียนั่นแหละ แต่ดีที่ครามมาช่วยก่อน มันก็ไม่เชิงว่าช่วยหรอก เพราะครามยังไม่ทำอะไรเลยพวกนั้นก็หนีไปแล้ว ไม่รู้ว่าโชคดีในโชคร้าย หรือโชคร้ายซ้ำซ้อนกันแน่

“ พูดคำว่าผัวไม่ได้สิ ถ้าแม่ได้ยินโดนตีปากเจ่อแน่เลย ฮ้าววววว ” พูดกับตัวเองจบก็เปิดปากหาวซะกว้าง เธอเป็นคนเรียบร้อยน่ารักกับคนที่ควรจะทำ และบางครั้งเธอก็สำออยทำตัวน่าสงสารเหมือนกับตอนที่อยู่สนามบินนั่นแหละ แต่ถ้ากับคนสนิทจริงๆเธอก็จะแสดงความก๋ากั่นออกมาให้เห็นพอตัว เธอคิดถึงแม่อย่างปลงตกเพราะแม่ก็อายุมากแล้ว นับๆอายุแม่เธอก็ปาเข้าไปห้าสิบกว่าเธอเป็นห่วงที่ปล่อยให้แม่เผชิญปัญหาอยู่คนเดียว เธอก็สะบัดหน้าหวืดๆก่อนจะลุกจากเตียงนอนไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวหลังตื่นนอน



“ ว๊าย!! คะ.... คุณเข้ามาทำไมเนี่ย ” หญิงสาวตกใจอุทานเสียงดัง ก็ตอนที่ออกมาจากห้องน้ำแล้วเห็นครามนั่งกอดอกอยู่ที่โซฟาภายในห้องที่เธออยู่ แล้วเธอก็รีบกอดอกยืนเบี่ยงๆให้กับคราม เหมือนกลัวว่าครามจะเห็นอะไรต่อมิอะไรอยู่ใต้เสื้อคลุมอาบน้ำเสียอย่างนั้น

“ จะเสียงดังไปทำไม? แค่มาเข้ามาดูว่ายังนอนอยู่หรือเปล่า นี่ก็จวนจะเที่ยงแล้วข้าวเช้าเธอก็ยังไม่ได้กิน เลยขึ้นมาดู ” ครามพูดเสียงรีบเหมือนเคย เอรีนรู้ดีว่าครามนั้นไม่ปล่อยให้เธออยู่เป็นส่วนตัวได้นานหรอก แต่เธอคิดไว้แล้วว่าถ้าหนีไม่ได้ก็อยู่มันที่นี่แหละ มีข้าวให้กินครบสามมื้อก็โอเคแล้วสำหรับเธอ

“ ฉันก็ตื่นแล้วเนี่ย แค่เจสแลคเพราะเวลาเปลี่ยนนิดหน่อย คุณเห็นแล้วก็กลับออกไปสิ ฉันจะแต่งตัว ” เธอพูดและมองครามอย่างหวาดระแวง เห็นนิ่งๆอย่างนี้ แต่คนคนนี้แหละจอมฉวยโอกาส จำได้ว่าครั้งแรกที่เธอขอบคุณที่เขาช่วยเอาไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจนั้น ตอนนั้นเขาหอมแก้มเธอด้วย!! บ้าไปแล้ว!

“ จะมาตามไปกินข้าวเที่ยง และฉันขอเตือนเธอไว้ว่าอย่าคิดหนี ถ้าไม่อยากถูกจับในฐานะแรงงานต่างด้าวหนีเข้าเมืองมา ” ก็แน่ล่ะ เธอไม่มีเอกสารยืนยันตัวเองว่าเป็นใคร แถมหน้าก็ฝรั่งได้พ่อขนาดนี้ตำรวจคงหาว่าเป็นต่างด้าวลักรอบเข้าเมืองแน่ แถมเธอไม่รู้จักใครไม่รู้ว่าจะไปทางไหน อีกทั้งเธอยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ของประเทศไทยเลย รู้แต่ว่ากรุงเทพนั้นมันเป็นเมืองใหญ่ ที่ท่องเที่ยวสุดเบสิคคือพัทยากับภูเก็ต ส่วนที่อื่นนั้นเธอไม่รู้อะไรเลยนอกจากที่แม่เล่าให้ฟัง

“ อือ! ไม่คิดหนีหรอกค่ะ อีกอย่างนะ ฉันNo money!! ” เธอว่าออกมาหน้าบึง ไม่มีเงินคือสิ่งที่ทำให้ตายได้แม้ว่าจะอยู่ในประเทศที่เราสามารถใช้ภาษาของเขาสื่อสารได้ดีก็ตาม คุณลองคิดดูสิ ถ้าหากคุณมีเงินคุณจะสามารถไปไหนก็ได้บนโลกใบนี้ แถมมีสิทธิพิเศษเข้านอกออกในประเทศที่ว่าเข้ายากที่สุดได้ด้วยเพราะคุณรวย และด้วยเหตุนี้แค่เธอลองคิดว่าหนีออกไปได้จนถึงปากซอยของหมู่บ้านแล้วหลงทาง สามวันต่อมาคงตายอย่างอนาถเพราะหิวข้าวแน่นอน

“ รู้ก็ดี แต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงไปกินข้าวข้างล่าง ” นี้แหละเอรีน ตอนแรกที่ครามเห็นหวานๆนิ่มๆนั้นมันไม่ใช่ เอรีนชอบเถียงและดื้อพอสมควรแต่ก็ดีที่ไม่รั้นจนเข้าขั้นน่ารำคาญหรอก อะไรที่เป็นไปไม่ได้เธอก็จะยอมรับมันว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างเช่นตอนนี้ที่หนีไม่ได้เธอก็จะไม่คิดหนี พอพูดเสร็จครามก็หันหลังเดินออกไปจาห้องของเธอ เอรีนก็ได้แต่แลบลิ้นปลิ้นตาให้คนที่เดินออกไป

“ ย้ำอยู่นั่นแหละ รู้แล้วว่าหนีไม่ได้ เซ็งชะมัด !!! ” เธอเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ พอเปิดมันออกแล้วอยากจะกรี๊ด ก็เธอไม่ชอบใส่กระโปรง!! แต่ในตู้ไม้ใบนี้อัดแน่นไปด้วยชุดกระโปรงเนี่ย! เธอไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่เลย!



ในห้องอาหารที่วันนี้มีผู้ร่วมโต๊ะอยู่แล้วสองคนคือ แซมและคราม ส่วนธันนั้นต้องไปจัดการงานเอกสารให้กรเรื่องของแก๊งฉลามขาวจึงไม่อยู่พูดคุยกับทั้งสอง เอาง่ายๆคือมาปล่อยแซมทิ้งไว้ตามคำขอของแซม ธันทักทายและแนะนำตัวกับครามอีกครั้งแล้วขับรถออกไปทำงานต่อเลย

“ แล้วตกลงเรื่องมันเป็นไงมาไงอะ ” แซมถามในสิ่งที่ตนเองอยากจะรู้ ครามเองก็ไม่รู้จะเริ่มจากส่วนไหน เอรีนเข้ามาพัวพันจนเรื่องมันมาขนาดนี้ได้ยังไงก็ไม่ทราบได้ จบต้นชนปลายกันรุงรังไปหมด

“ เรื่องมันยาว ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ” ครามพูดขึ้นหน้านิ่ง เรื่องมันเริ่มจากที่เขตพื้นที่ในความควบคุมของครามถูกมาเฟียแก๊งไหนไม่รู้เอายามาปล่อย พวกนั้นเสี่ยงหลายอย่างเพื่อแลกกับเงินและความเสียหายของพื้นที่ที่ครามควบคุมอยู่ มันคาราคาซังนานพอสมควร และวันแรกที่เขาสุ่มลงพื้นที่เขาก็ได้เจอกับเอรีนเลย

“ เล่าเลยสิ กูนั่งฟังได้ทั้งวันเลย ว่าง ” แซมตอบหน้ามึนใส่คราม ครามก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเล่าเรื่องที่เป็นมาให้ฟัง เขาไม่ได้ลงรายละเอียดหรือเจาะลึก แต่ก็เชื่อว่าคนที่นั่งฟังเรื่องราวที่เขาเล่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นจะเข้าใจ


“ สรุปว่าไม่ได้จับตัวสาวคนนั้นมา แต่แม่ของเธอฝากให้มึงดูแลเพราะกลัวลูกสาวไม่ปลอดภัยว่างั้น ” หลังจากฟังครามเล่าแซมก็สรุปออกมา แม่งอยากได้ที่ดินเพื่อสร้างโรงงานผลิตยาเถื่อนขายทอดตลาดมืดเลยมาข่มขู่ครอบครัวของสาวคนนั้นนี่หว่า แซมคิดในใจและก็นั่งพิงไปกับเก้าอี้ ข้าวปลาไม่กินมันแล้ว นี่ก็ว่านั่งคุยกันนานแล้วแต่ไม่เห็นวี่แววของหญิงสาวว่าจะลงมาสักที

“ อือ แต่กว่าจะพามาได้ก็ยากใช่เล่น เห็นบอบบางอย่างนั้นแต่ถึกกระโหลกอย่างกับผู้ชาย ” ครามพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ในขณะที่ครามเล่าเรื่องราวให้แซมฟัง เอรีนก็ยืนแอบฟังอยู่ไม่ไกล เธอจำต้องใส่ชุดกระโปรงลงมาจากห้อง แต่ได้ยินเรื่องราวที่ครามกำลังเล่าเสียก่อน เพื่อไม่ให้ขัดจังหวะ เธอเลยยืนฟังที่ข้างกำแพงแทน

“ เฮ้.. ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงอย่าพูดถึงเธอแบบนั้นสิ ” แซมแย้งขึ้นมา ก็ดูพูดสิ ก็เหมือนกับสาวอ้วน เขาไม่ได้อยากอ้วนเสียหน่อยแล้วมาเรียกว่ายัยอ้วนยัยหมู ใครเขาจะไปรู้สึกดี แล้วลักษณะนิสัยคนเรามันก็ต่างกัน คนฟังอาจจะคิดไม่ตกกับคำที่เราพูดออกไปโดยไม่คิดอะไรเลยก็ได้นะ!

“ ฉันก็เป็นแบบนั้นจริงๆนั่นแหละค่ะ.. คุณครามพรุ่งนี้พาฉันไปซื้อกางเกงใส่ด้วยนะ กระโปรงมันไม่เหมาะกับฉันเลยสักนิด ” เอรีนเธอเดินเข้าไปที่โต๊ะอาหารแล้วพูดขึ้น เธอนั่งลงข้างๆกับแซม เอรีนอยู่ในชุดกระโปรงยาวพริ้วสวยสีฟ้าอ่อน ซึ่งเธอใส่แล้วสวยมากเหมาะกับเธออย่างกับชุดนี้ตัดขึ้นมาเพื่อให้เธอใส่โดยฉะเพราะเลย

“ ทำไมลงมาช้า ” ครามถามเสียงเรียบตามแบบฉบับคนขรึม แซมมองดูคนที่นั่งข้างๆเขาว่ามันใช่คนเดียวกันที่เกาะแขนอ้อนวอนเขาเมื่อคืนหรือไม่ แต่ไม่มีตรงไหนเลยบอกว่าไม่ใช่เธอคนนั้น

“ ก็เห็นคุณคุยกับเขาอยู่ ฉันไม่อยากขัดจังหวะนี้คะ มันเสียมารยาท ” เธอพูดตอบครามเสียทันควัน ที่จริงมันไม่มีมารยาทหรอกกับการยืนฟังคนอื่นคุยกัน แต่แก้ตัวไว้ก่อน

“ แล้วที่แอบฟังแบบนั้นไม่เสียมารยาทอย่างงั้นสิ ” ครามพูดสวนกลับเหมือนกัน แต่มีหรือที่เอรีนจะไม่เถียง เขารู้ว่าใบหน้าหวานปานตุ๊กตาอย่างเธอคนนี้ต้องหาเรื่องมาเถียงข้างๆคูๆอยู่แล้ว

“ ฉันไม่ได้แอบ.. แค่ไม่ปรากฏตัวออกจากมุมอับสายตาก็แค่นั้นเอง ” นั่นไง เดาผิดที่ไหน แซมนั่งมองสองคนเถียงกัน ก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้าต่อปากต่อคำครามขนาดนี้ เห็นเมื่อคืนขอร้องเขาให้ช่วยอย่างน่าสงสาร

“ นั่นหรอที่เรียกว่าเหตุผล มันฟังไม่ขึ้นนะ ” ไอ้นี้ก็ต่อปากต่อคำไม่เลิก

“ ไม่ใช่เหตุผล แค่พูดเฉยๆ ” ทางนี้ก็ไม่หยุดอีก

“ พอเลยทั้งสองคน เถียงกันเป็นเด็ก ” จนแซมคนนี้ทนไม่ไหวต้องห้ามทัพ ไม่คิดว่าเธอจะต่อปากต่อคำกับครามไม่เลิก ถ้าไม่หยุดไว้ก่อนคงเกิดสงครามเย็นกลางโต๊ะอาหาร

“ เฮ้อ... เอรีนนี่พี่ชายของฉัน ชื่อแซม แซมนี่เอรีน ” ครามถอนหายใจก่อนจะแนะทำทั้งสองให้รู้จักกัน เอรีนหันไปทักทายแซมด้วยน้ำเสียงสุภาพตามมารยาทที่ควรมี

“ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ.. เมื่อคืนขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณตกใจ ตอนนั้นฉันคิดว่าลองขอร้องอ้อนวอนคุณดูเผื่อคุณจะช่วยฉันได้ ” เธอบอกออกมาโดยที่จ้องหน้าแซมไม่หลบ ดวงตาหวานสีน้ำตาลกลับดูคมกริบขึ้นมาจนแซมหาคำตอบเกือบไม่ถูก

“ อา... ขอโทษด้วยนะครับ คุณมากับคราม ผมเองก็ช่วยคุณไม่ได้หรอก ผมไม่สามารถก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาได้ นอกจากมันจะเกินขอบเขตจริงๆผมก็ได้แค่เตือน ” แซมยิ้มเจื่อไปให้เอรีน รู้สึกเธอจะน่ากลัวกว่าที่คิด ให้อารมณ์แบบนางพญาเป็นบางครั้ง ประมาณนั้น

“ เฮ้อ... งั้นฉันคงหนีไปไหนไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่าล่ะคะ แม่ฉันเป็นคนไทยแต่ฉันไม่เคยได้มาเที่ยวไทยเลย ฉันอยากรู้จักประเทศนี้ให้มากขึ้น ” เธอพูดพร้อมกับยิ้มหวานให้กับแซม แซมไม่ได้คิดเรื่องนับถือรุ่นกับเธอมากนัก เพราะเด็กต่างชาติมักจะไม่ค่อยถือเรื่องนี้กันเท่าไหร่ เหมือนกับเพื่อนต่างวัยอะไรเทือกนั้น

“ เอ่อ... อือเอางั้นก็ได้ครับ ผมอยากให้คุณได้รู้จักกับน้องๆผมนะ แต่ช่วงนี้ครามมันคงยังไม่อยากให้คุณไปไหนมากนัก ถ้ามีโอกาสผมจะแนะนำพวกเขาให้คุณรู้จัก ” แซมตอบกับเธอไป แล้วแม่บ้านก็ตักข้าวให้กับเธอ เอรีนกินเยอะใช่เล่น แน่ล่ะเธอยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้นะ



“ ตกลงจะมารับตำแหน่งแบบเต็มตัว วันมะรืนนี้ใช่ไหม? แล้วต่อจากนั้นอีกสองวันก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับนายในฐานะผู้บริหารคนใหม่ ” แซมพูดขึ้นหลังจากนั่งคุยกับครามมาสักพัก เพราะกินข้าวเสร็จเอรีนก็ขอเดินดูบ้านโดยมีลูกน้องของครามกับสาวใช้แม่บ้านเดินตาม เขาเลยตกลงอะไรที่ต้องทำซึ่งแซมเองก็ให้เวลากับไม่มากไม่น้อยเท่าไหร่

“ อือ.. ตามนั้นแหละ ” ครามตอบแซมไปตามนั้น แล้วไม่นานเอรีนก็เดินกลับมาที่แซมและครามอยู่ ระหว่างเดินดูบ้านเธอชวนแม่บ้านคุยด้วย เพราะเธอเข้ากันได้ดีกับสาววัยห้าสิบ แม่เธอก็อายุราวๆนี้


“ จะกลับแล้วหรอคะ? ” พอเธอเดินมาถึงก็เห็นแซมลุกขึ้นพอดี เพราะธันมารับแล้ว แซมจะไปเล่นกับสองแฝดลูกของขิงต่อ

“ ครับ ” แซมพูดพร้อมกับยิ้มให้เธอ ธันเดินตามสาวใช้เข้ามาในบ้านพร้อมกับเอกสารส่วนหนึ่งเอามาให้ครามอ่านทำความเข้าใจเพราะมันเป็นประโยชน์ต่อครามที่จะมารับหน้าที่บริหารต่อจากกร กรได้ปรับอะไรหลายอย่าง ครามจะได้เริ่มต่อจากกรได้ด้วยดี

“ มารับแล้วครับ.. อยู่นี่ดื้อหรือเปล่า? ” ธันถามขึ้นยิ้มๆ ทำเอาแซมหน้างอทันที เขาไม่ใช่เด็กเสียหน่อย มาดื้ออะไรล่ะ

“ บอยเฟรนด์คุณนี่น่ารักดีนะคะแซม ” เธอพูดกระซิบกระทราบกับแซมแล้วหัวเราะคิกคัก เธอดูก็รู้ว่ามีซัมติงอะไรที่พิเศษสำหรับสองคนนี้ แซมเขินหน้าแดงก่อนจะตอบกลับไป

“ อย่ามาล้อกันนะเอรีน.. กลับล่ะ พี่ธันครับกลับกันเถอะแซมอยากไปหาสองแฝดแล้ว ” แซมเดินลิ่วไปหาธันทันที เขาไม่อยากอยู่ต่อก็เพราะสายตาล้อเลียนของเอรีนนี่แหละ

“ งั้นผมขอบตัวก่อนนะครับ ไปครับเด็ก ” ธันพูดกับครามก็จะยื่นมือไปจับมือของแซมแล้วพากลับ ได้ยินแต่เสียงเอรีนอยู่ข้างหลัง

“ บ๊ายบายค่ะ สองคนนี้เหมาะกันจังเลยน๊าาาา ” เธอโบกมือไหวๆให้กับคนทั้งสองที่เดินออกจากบ้านไป เธอออกจะชื่นชอบความรัก ไม่ว่าจะเพศไหนหรืออายุเท่าไหร่ แต่ถ้ามันคือความรักเธอชอบหมด ยกเว้นเสียแต่ว่าจะไม่บังคับกันให้รัก เธอไม่ชอบแบบนั้น บังคับกันแบบนั้นมันจะไปมีความสุขอะไร




หลังจากนั้นแซมก็ไปหาเด็กๆที่บ้านของขิง โดยที่มีปลาเก๋าอยู่เล่นกับเด็กๆก่อนอยู่แล้ว ทุกวันนี้พวกเขาสองคนมาสิงอยู่บ้านของกรเล่นกับน้องซันและน้องกันต์ทุกวัน

“ หวัดดีครับพี่แซม เมื่อคืนเป็นไงบ้างครับที่ไปรับญาติอะ ” ปลาเก๋าถามขึ้นหลังจากรอให้แซมมาที่บ้านขิง ก็คนมันอยากรู้ล่ะนะ

“ ก็ไม่มีไรมากหรอก.... แค่ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งที่มาด้วย สวยมากเลยล่ะ ” แซมพูดขึ้นทำเอาปลาเก๋าตาโตอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม

.

.

.

.

.

“ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ” แซมเล่าเรื่องที่รู้ๆมาให้ปลาเก๋าและขิงฟัง ทั้งสองดูสนอกสนใจเป็นอย่างมากในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ซักไซร้อะไร หลังจากนั้นแซมก็ฟัดสองหมูที่อยู่ในชุดหมีไปหนึ่งยก




วันต่อมา

วันนี้ปลาเก๋าอยู่บ้านไม่ได้ไปหาขิงเพราะตั้งใจว่าจะทำข้าวเที่ยงไปกินกับปิงที่บริษัทเพราะได้สูตรอาหารง่ายๆมาทำ และบริษัทที่ว่านี้ปิงเป็นเจ้าของ เมื่อก่อนปลาเก๋าไปที่บริษัทกับปิงตลอดแต่เพราะช่วงนี้ติดหลานแฝดเลยไม่ได้เข้ามาเป็นเดือนๆแล้ว

“ เรียบร้อย! ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า ” ร่างบางจัดของลงตะกร้าเสร็จเรียบร้อยแล้วฮัมเพลงขึ้นไปอาบน้ำอย่างสบายใจ วันนี้ทำกับข้าวง่ายสองอย่างและมีแซนด์วิชไว้ให้ปิงกินเป็นของว่างด้วย



“ พี่โชคครับ ไปหาคุณปิงกันเถอะ ” ปลาเก๋าแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ โดยใส่เสื้อเชิ้ตสีสว่างอย่างสีเหลืองเปลือกไข่ที่เก็บชายเสื้อเข้าข้างในกางเกงสแล็คพอดีตัวขายาวสีดำ และใส่รองเท้าหนังขัดมันด้วย ดูดีไม่หยอก จนตะกร้าที่ปลาเก๋าถือไม่เข้ากับลุคของเขาในวันนี้เลย

“ ไม่เอาคนอื่นไปด้วยอีกมันจะดีหรอครับ ผมโดนทัณฑ์บนขึ้นมาใครจะรับผิดชอบครับเนี่ย ” โชคทำหน้าเซ็งแล้วเปิดประตูรถให้กับปลาเก๋านั่งด้านหลัง เพราะอยากไปเซอร์ไพรส์ปิงไงเลยต้องไปกันแค่สองคนเนี่ย

“ เดี๋ยวผมรับผิดชอบเองครับ ” โชคเลยได้แต่ขับรถไปส่งปลาเก๋าให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ แต่สวัสดิภาพของเขานี่สิ จะยังอยู่ดีหรือเปล่าถ้าปิงโกรธขึ้นมา


ร่างบางเดินเข้าไปในบริษัทที่เรียกได้ว่าเป็นนายทุนเงินกู้ขนาดใหญ่ก็ว่าได้ เขายิ้มให้กับทุกคนที่เดินผ่านและมันก็เป็นเรื่องปกติที่ไม่ได้เห็นมานานก็เท่านั้น คนที่รู้จักปลาเก๋าก็จะยิ้มตอบเพราะรู้ว่าคนสำคัญของเจ้านายมา แต่คนไม่รู้จักเขาคนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มี ก็เพราะตอนนี้เขาเจอกับคนที่ไม่รู้จักอยู่

“ เข้าไปข้างในไม่ได้นะคะ ” เลขาสาวสวยหน้าห้องประธานบริษัทลุกขึ้นมาขัดขวางปลาเก๋าทันที เขาแค่มองดูแล้วก็เลยเอ่ยปากขึ้น

“ งั้นแจ้งคุณปิงให้ทีครับว่าปลาเก๋ามาหา ” เขาพูดขึ้นอย่างสุภาพเพราะอย่างน้อยก็เป็นคนที่พึ่งจะเคยเห็นหน้ากันครั้งแรก เขาไม่ได้สนิทเหมือนคนเก่าที่เคยนั่งประจำที่ตรงนี้ที่จะได้พูดกันสนิทสนม ถ้าจำไม่ผิดคนเก่าน่าจะลาคลอด

“ ไม่ทราบว่าได้นัดกับคุณปิงรึเปล่าคะ ” เธอถามปลาเก๋าอีกครั้งพร้อมกับมองเขาทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพกับคนที่ไม่รู้จัก ซึ่งปลาเก๋าเองก็ไม่ชอบด้วย

“ ไม่ได้นัด.. แต่คุณควรทำตามที่ผมพูดนะ ถ้าคนข้างในไม่ประสงค์ที่จะเจอผมคุณค่อยบอกผมอีกครั้ง คุณไม่ควรทำกิริยากับคนไม่รู้จักแบบนี้ ” ปลาเก๋าพูดขึ้นพร้อมกับมองเธอแบบเดียวกันที่เธอมองเขา ไม่รู้ว่าคนตรงหน้ามาทำงานหรือมาทำอย่างอื่น ก็แต่งตัวได้น่าเอาไปนั่งตู้กระจกรอให้คนเรียกใช้บริการจริงๆนะสิ

“ ฉันไม่จำเป็นต้องแจ้งคุณปิงหรอก คนแบบเธอไล่ไปให้พ้นๆได้ยิ่งดี ท่าทางดูยังเด็กแบบนี้ คงจะไม่พ้นเด็กขายหรอก เข้ามาอ่อยคุณปิงละสิไม่ว่าถึงจะแต่งตัวดูดีหน่อยแต่เห็นแค่นี้ก็รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร กลับไปเถอะนะ นี่พี่เตือนด้วยความหวังดีถ้าไม่งั้นพี่จะเรียก รปภ. ให้มาลากน้องออกไป ” ปลาเก๋าถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกไปซะแล้ว อุตส่าห์แต่งตัวให้เข้ากับสถานที่แต่กลับถูกมองว่าเป็นเด็กชาย เขาก็อยากจะบอกเธอคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเหมือนกันว่าเขามองเธอไม่ต่างจากที่เธอมองเขาหรอก

“ มีอะไรกัน.. คุณปลาเก๋ามาหาคุณปิงหรอครับ เชิญด้านในเลยครับ แล้วมาคนเดียวหรอครับทำไมไม่ให้การ์ดมาด้วย ถ้าคุณปิงรู้ว่าคุณไปไหนไม่มีการ์ด พวกผมได้ตายกันพอดี ” ปลาเก๋ายังไม่ได้พูดอะไรตอบโต้เลขาหน้าห้อง ภพก็เดินเข้ามาทักเพราะได้ยินเสียงแว่วๆว่ามีคนคุยกันและเพราะจะเอาเอกสารไปให้ปิงด้วยเลยเร่งเท้าเขามาดู และก็เห็นว่าเป็นปลาเก๋า จึงเข้ามาทักและเปิดประตูให้ปลาเก๋าเดินเข้าไปอีกด้วย การทักทายอย่างนอบน้อมและการดูแลปฏิบัติเป็นอย่างดีของภพทำให้เลขาหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าก้มตาทันที

“ ก็แค่มาอยากมาทานข้าวเที่ยงกับคุณปิงเองครับ.. ว่าแต่คุณสุดาลาคลอดแล้วเขาไม่ได้บอกเลขาคนใหม่หรอครับว่าผมเป็นใคร ถึงไม่ยอมให้ผมเข้าพบคุณปิง ” เลขาหน้าห้องสะดุ้งเฮือก เธอไม่เคยเห็นปลาเก๋าเข้าบริษัทมากับปิงสักครั้งไม่ผิดที่เธอจะไม่รู้จักเขา และเธอก็กระเสือกกระสนอยากจะมาทำงานที่นี่ก็เพราะเงินเดือนที่สูงจึงตื้อญาติห่างๆอย่างสุดาอยู่นานจนเธอได้เข้ามา และเธอก็ฝันสูงอยากจะเป็นคนที่ได้ควงปิงดูสักครั้งเพราะเธอเองก็เป็นคนที่สวย แต่ที่เธอไม่รู้คือปิงมีคนที่สำคัญอยู่แล้ว

“ ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันไม่รู้ ดิฉันจะปรับปรุงตัวไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกค่ะ ” เธอลนลานพูดออกมา ซึ่งภพก็พอจะรู้ว่าเธอคงพูดจาไม่ดีเอาไว้มากจึงได้กลัวขนาดนี้ แต่เขาต้องรายงานเรื่องนี้กับปิงอยู่ดี ซึ่งเธอก็คงต้องรับผลที่ทำเอาไว้เองทั้งหมด

“ คุณกนก ผมเสียใจด้วย ผมต้องรายงานเรื่องนี้กับคุณปิงอยู่ดี คุณจะได้รับเงินชดเชยสามเดือนตามเงินเดือนของคุณ ทางบริษัทคงต้องเชิญคุณออก ” เธอถึงกับเข่าอ่อน เธอเพื่งจะเริ่มงานได้เพียงหนึ่งอาทิตย์เอง เงินเดือนที่นี่ตกเดือนละสามหมื่นไม่รวมโอที หางานที่เงินดีแบบนี้ไม่ได้ที่ไหนแล้ว เธอต้องเป็นแบบนี้เพราะความใฝ่สูงของเธอเองแท้ๆ ถ้าปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนคงได้อยู่ยาวๆ แต่เป็นแบบนี้แล้วจะโทษใครได้นอกจากตัวเธอเอง แล้วปลาเก๋าและภพก็เดินเข้าไปข้างในห้องของปิงทันทีที่ภพพูดจบ









ขอโทษที่หายไปนาน. เป็นไงบ้างคะ เราแต่งมาให้ชิมแล้วเฝื่อนคอขมลิ้นกันบ้างไหมเอ่ยคู่ชายหญิง รสชาติมันอาจจะแปลกๆไปนะคะ มีหลายคนบอกชายหญิงมันไม่แซ่บไม่นัว เค้าเสียใจนะเตงให้กำลังใจเค้าหน่อยจิ ถ้าเฮิร์ทขึ้นมาเค้าจะคิดอะไรไม่ออกแล้วเนื้อเรื่องมันก็จะไม่เดินแล้วเราก็จะหายไปนาน ขอกำลังใจโหน่ย มาโอ๋เราที กระซิกๆ แฮ่!! แต่เราก็พยายามแต่งไม่มันไม่สาวจ๋าน้ำตาคลอจนเกินไปนะ คู่นี้ออกไม่เยอะหรอก เราถนัดจิ้นชายชาย มากกว่าชายหญิง มันฟินกว่าเยอะ! แล้วเจอกันใหม่น๊าาาา

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น