email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ส้มตำปูปลาร้า

ชื่อตอน : ส้มตำปูปลาร้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2561 08:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ส้มตำปูปลาร้า
แบบอักษร

ด้านคนที่ลงไปซื้อส้มตำแซคยื่นเมนูที่ผู้หญิงของเจ้านายจดให้แม่ค้า แล้วยืนรออยู่หน้าร้าน แม่ค้าส้มตำเองเห็นเป็นฝรั่งก็ไม่กล้าพูดเพราะพูดไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะบอกยังไงให้ลูกค้ารูปหล่อเข้าไปรอข้างใน เลยเดินไปหาลูกค้าประจำให้มาพูดช่วย

“นี่หนูมุตา ช่วยป้าหน่อย”

“อะไรคะป้า” มุตากับเพื่อนๆ ในแผนกมากินข้าวร้านนี้พอดี

“พอดีมีฝรั่งมาซื้อส้มตำ ป้าอยากจะบอกว่าให้เขาเข้ามานั่งรอในร้านเพราะคิวอีกนานโขแต่ป้าพูดไม่เป็น ไปช่วยพูดให้ป้าหน่อย” ทั้งโต๊ะหันไปมองคนที่ป้าบอกว่าเป็นฝรั่ง พอเห็นทั้งโต๊ะก็อ้าปากค้าง

“นั้นมันคุณแซคใช่ไหมพี่ทัศเลขาท่านประธาน”

“ใช่”

“คนนั้นใช่ไหมป้าที่มาซื้อส้มตำ”

“ใช่ๆ คนนั้นแหละ” ทุกคนในโต๊ะหันไปมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย มีแค่หทัยรัตน์คนเดียวที่รู้ว่าใครใช้ให้แซคมาซื้อส้มตำ

ยัยปลายฝนกินอะไรที่มันแพงๆ หน่อยก็ไม่ได้มีแฟนรวยซะขนาดนี้

“งั้นหนูไปพูดให้ค่ะป้า” มุตาอาสา ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าสางผมให้เข้าที่เข้าทาง

“น้อยๆ หน่อยยัยมุตา นอออกแล้วนั่น” มุตาไม่โกรธกับคำแซวหรือแขวะของพี่ร่วมงานแต่กลับยิ้มสวยๆ แล้วเดินไปให้เลขาของท่านประธานด้วยรอยยิ้มสว่างจ้า

“สวัสดีค่ะ”

แซคขมวดคิ้วเมื่อมีคนมาทัก มองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ตัวเล็กๆ เพียงแค่ไหล่เขา แถมยังยิ้มเหมือนคนบ้า แต่ดูเหมือนจะเป็นพนักงานของบริษัท

“มีอะไรรึเปล่าครับ” แซคตอบด้วยสีหน้าเรียบๆ ดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เข้าหาเขาเพราะอะไร

“เอ่อ..คือ” มุตาเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกทันทีที่เจอสายตาแบบนั้น ปากบางเม้มเข้าหากัน รู้สึกไม่ชอบสายตาของอีกฝ่าย เธอคิดผิดรึเปล่านะที่อาสามา

“ครับ”

“คือคุณป้าเจ้าของร้านวานให้ฉันมาบอกคุณให้ไปนั่งรอข้างในก่อนค่ะ คิวเยอะกลัวว่าคุณจะเมื่อย” มุตาพูดจบก็รีบเดินหันหลังกลับทันที

แซคขมวดคิ้วเข้าหากัน อะไรของเขาเมื่อกี้ยังทำเหมือนจะอ่อยอยู่เลย แซคไม่สนใจแต่ก็เดินเข้าไปนั่งรอในร้าน เพราะเขาเองก็เมื่อยเหมือนกันแล้วแดดประเทศไทยร้อนจะตายถ้าได้ไปนั่งรอในร่มคงดี

“เป็นอะไรมุตาหน้าบึ้งมาเชียวอ่อยคุณแซคไม่สำเร็จรึไง” ต้นหลิวแซวคนที่ทำหน้าฮึดฮัดเข้ามา

“อ่อยอะไรใครอ่อยหนูไปบอกให้เขาเข้ามานั่งในร้านเฉยๆ” มุตาพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง เธอไม่ชอบสายตาของผู้ชายคนนั้น ชิ ไม่น่าเดินไปให้เมื่อยเลย

“จ๊ะไม่อ่อยเลย ว่าแต่ท่านประธานกินส้มตำด้วยเหรอวะ” ต้นหลิวถามด้วยความสงสัย หทัยรัตน์คันปากยิกๆ อยากจะพูดว่าเพื่อนเธอเองที่อยากกินแต่ก็พูดไม่ได้ ได้แต่แสดงสีหน้าสงสัยเหมือนกับอื่นๆ ผวานาให้ทุกคนอย่าคิดถึงปลายฝนที่ขึ้นหาไปท่านประธานเลย

“เขาก็คนไหม โอ๊ยเจ้ ผมพูดผิดตรงไหน” มาร์คพูดขึ้นแล้วก็โดนฝ่ามืออรหันของต้นหลิวเข้า

“ฉันรู้ว่าเขาก็คน แต่คนระดับนั้นมันแปลกไปไหม” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“บางทีท่านอาจจะเป็นคนติดดินก็ได้นะ ท่านเป็นลูกครึ่งไทยนิไม่แปลกหรอกที่จะกินพวกนี้เป็น” หทัยรัตน์หาข้อแก้ตัวให้

“ก็จริง”

“หล่ออยู่แล้วยิ่งหล่อขึ้นไปอีกนะท่านประธานของเรา ไม่เหมือนเลขา” มุตาชมเจ้านายใหญ่แต่แขวะเลขา

“แหมยัยมุตาพอเขาไม่เล่นด้วยหน่อยก็ว่าเขา” มุตาส่งค้อนให้คนรู้ทัน

“มาแล้วๆ ส้มตำเผ็ดๆ” ส้มตำและอาหารถูกนำมาเสิร์ฟทั้งหมดก็เลิกคุยกันแล้วหันมากินข้าวเพื่อที่จะได้ไปทำงาน แต่สายตาก็แอบเหลือบไปมองเลขาของท่านประธานไม่ได้

แซคมองกลุ่มพนักงานของบริษัทที่นั่งกินข้าวอยู่แถมยังแอบมองเขาเป็นระยะเขาจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงของกรวิทย์และเป็นเพื่อนของพิรุณรัก

ทุกคนคงสงสัยว่าทำไมเขามาซื้อส้มตำ

“ได้แล้วพ่อหนุ่ม” ป้าเจ้าของร้านเดินเอากับข้าวใส่ถุงพร้อมมาให้พูดด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงเป็นภาษาไทย

“ครับ” ป้าอ้าปากค้างที่ได้ยินภาษาไทยตอบกลับมา

“พูดไทยได้เหรอพ่อ”

“ครับ นิดหน่อย” แซคตอบกลับด้วยน้ำเสียงแปร่งๆ เขาก็เคยเรียนภาษาไทยถึงจะไม่เก่งเท่าเจ้านายแต่ก็ฟังออกพูดได้

“โอ้ว ดีจริงนี่จ๊ะทั้งหมดสามร้อยยี่สิบบาท”

“นี่ครับ ไม่ต้องทอน” แซคยื่นเงินให้ คิดในใจทำไมถูกจัง

“ไม่ได้ๆ ต้องทอนป้าไม่ใช่คนเอาเปรียคนต่างชาติ” ป้ารับแบงก์พันมารีบควานหาเงินทอนในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน

“ไม่เป็นไรครับป้า ผมอยากให้เอาเปรียบไปก่อนนะครับ” แซคเดินออกมาทันที เขาเดินเข้าไปในบริษัทก็มีแต่พนักงานมองเพราะคงแปลกใจที่เห็นเลขาท่านประธานถือถุงส้มตำ

“สามเดือนเธอว่ามันมากหรือน้อยเกินไปที่เราจะทำความรู้จักกัน” แกริคคิดว่าเขาจะใช้เวลาสามเดือนในการทำความรู้จักตัวตนของเธอจริงๆ จังๆ

“สำหรับหนูมันน้อยไปค่ะ” พิรุณรักพูดตามความคิดของเธอ สามเดือนสำหรับเธอมันน้อยไปจริงๆ เธออยากอยู่กับเขานานกว่านี้ อยากอยู่ตลอดไปเลยก็ว่าได้ แต่เขาจะให้สิทธิ์นั้นกับเธอรึเปล่าก็อีกเรื่อง

“ใช่ มันน้อยไป ลาออกจากงานเลยดีไหมจะได้ไม่มีปัญหา” แกริคพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่อีกคนกลับคิดไปไกลแล้วว่าเขาอยากให้เธอเป็นแค่นางบำเรอของเขาอยู่บนเตียง เวลาสามเดือนเขาคงอยากใช้ให้คุ้ม แล้วคำว่าแฟนของเขามันหมายความว่าอย่างไร

“หนูไม่ลาออกค่ะ หนูบอกแล้วไงคะ หนูไม่ใช่นางบำเรอบนเตียงของคุณ” ตากลมโตกะพริบถี่ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลความน้อยใจเสียใจเกิดขึ้นทันทีที่ความคิดแล่นไปถึงจุดนั้น

“นี่ ฉันพูดฉันบอกไปนี่ไม่รับรู้อะไรเลยใช่ไหม” แกริครู้สึกโมโหคนที่เข้าใจยาก คิดอะไรเป็นตุเป็นตะ

“รู้ค่ะ” ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ก้มหน้ามองตักของตัวเอง

“รู้อะไร บอกฉันหน่อย” เขานั่งลงบนโซฟาแล้วเฉยคางมลของเธอให้เงยขึ้นมาสบตา

“หนู...”

“ฉันบอกไปแล้วไงว่าเธอไม่ใช่นางบำเรอบนเตียง เราเป็นอะไรกันพูดสิ” สายตาอ่อนโยนที่เขาส่งมาทำให้เธอรู้สึกผิดที่พูดออกไปแบบนั้น และก็เข้าใจในทันทีว่าที่เขาพูดหมายความว่ายังไง ความผิดทุกอย่างมันอยู่ที่เธอเอง เธอยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยเรื่องของเรา

“เรา...เป็นแฟนกันค่ะ"พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

“เด็กดี อย่าพูดให้ตัวเองดูไร้ค่าอีก ฉันไม่ชอบเข้าใจไหม” แกริคเห็นน้ำตาคลอเบ้าของหญิงสาวแล้วทำให้ใจเขาหล่นวูบ ดึงร่างบางเข้ามากอด จูบลงบนกลุ่มผมของเธอเบาๆ

“ค่ะ หนูขอโทษค่ะ ที่คิดแบบนั้น แต่หนูอยากให้คุณให้เวลาหนูหน่อย คุณก็รู้ว่าเรื่องของเรามันเร็วเกินไปแล้วคุณก็เป็นถึงท่านประธาน” พิรุณรักอธิบายให้เขาฟัง ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าคนนี้คือแฟนเธอ แต่เธอขอทำใจอีกแป๊บกับคำนินทาของคนอื่น ทุกคนต้องว่าเธอจับเขาแน่นอน

“ฉันรู้ ถึงฉันจะอยากประกาศให้คนอื่นรู้แค่ไหนก็ตาม”

“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ”

“แต่ถ้าถึงสามเดือนแล้ว ฉันมีเรื่องให้เธอตัดสินใจ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน

“เรื่องอะไรคะ”

“ยังไม่บอกตอนนี้ ให้ถึงวันนั้นก่อน”

“บอกตอนนี้ไม่ได้เหรอคะ”

“ไม่ได้ ถ้าอยากให้ฉันบอกตอนนี้ เธอต้องเปิดเผยเรื่องของเราให้คนอื่นรู้ด้วย เลือกเอา” พิรุณรักหน้ามุ่ย

“ก็ได้ค่ะ หนูจะรอ” เธอเดาไม่ออกเลยว่าเขาจะให้ตัดสินใจเรื่องอะไร

ก๊อกๆ

“แซคคงมาแล้ว”

แซคเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถุงกับข้าวในมือ พิรุณรักเห็นก็วิ่งเข้าไปช่วยถือ

“เรามีจานไหมคะ” เป็นเพราะถ้าจะรับประทานอาหารมีแต่สั่งขึ้นมากินเธอเลยไม่รู้ว่ามีจานรึเปล่า

“น่าจะมีนะครับ เดี๋ยวผมไปหามาให้” แซคเดินออกไปจากห้อง พิรุณรักก็หยิบถุงกับข้าวออกมา เธอสั่งตำไทยใส่พริกแค่เม็ดเดียวมาให้ท่านประธานกับเลขาด้วยกลัวว่าทั้งสองคนจะกินปลาร้าไมได้ แล้วก็มีต้มแซบ ลาบหมู ตับหวาน ทุกอย่างไม่เผ็ด เธอหวังว่าเขาจะกินได้

“มีอะไรบ้าง” แกริคเดินเข้ามาดูด้วยเห็นหญิงสาวกลืนน้ำลายหลายรอบเลยสนใจ อาหารที่เธอซื้อมามันน่ากินและอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ

“นี่ค่ะ ตำไทยของคุณกับคุณแซค แล้วก็มีต้มแซบ ลาบหมู ตับหวาน อ่อ ฉันลืมไปมีไก่ย่างด้วย แล้วก็ข้าวเหนียว ข้าวสวยเผื่อคุณกินไม่ได้” พิรุณรักแนะนำเขาทีละอย่าง แต่คนตัวโตดูเหมือนจะไม่รู้จักสักอย่างเพราะคิ้วเข้มๆ ยังขมวดเข้าหากัน ทำให้เธอรู้สึกกังวล

“สั่งอาหารมาเพิ่มดีไหมคะ หนูกลัวคุณกินไม่ได้”

“ไม่ต้องหรอก ยังไม่ได้ลองเลย อาหารพวกนี้คือที่เธอชอบกินงั้นเหรอ”

“ใช่ค่ะ ส้มตำนี่อร่อยมากของโปรดหนูเลย” พูดแล้วทำท่าซีดปาก แค่คิดก็น้ำลายไหล

“มาแล้วครับ” แซดเดินเข้ามาพร้อมกับจานและถ้วย

“มาค่ะ นั่งเลยค่ะ หนูจัดการเอง” พิรุณรักจัดการแกะกับข้าวทุกอย่างเทใส่จาน จัดจานให้ทุกคนเรียบร้อย

“คุณกินข้าวเหนียวหรือขาวสวยดีคะ” คำถามนี้เธอตั้งใจถามทั้งสองคน แกริคมองข้าวที่อยู่ในห่อ

“เธอกินอะไร” เขาทำหน้าครุ่นคิด

“หนูกินข้าวเหนียวค่ะ”

“เอาแบบเธอ” พิรุณรักตาโต

“เคยกินรึเปล่าคะ”

“ไม่เคย”

“ไม่เคยก็กินข้าวสวยดีกว่าค่ะ แค่นี้หนูก็กลัวว่าท้องคุณจะรับไม่ไหวแล้ว”

“เอามาเถอะน่า”

“ให้เจ้านายไปเถอะครับ” ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง

“ก็ได้ค่ะ แล้วคุณแซคล่ะคะ”

“ผมก็อยากลองข้าวเหนียวด้วยครับ” เอาเข้าไป

“งั้นลุยเลยค่ะ”

พิรุณรักจัดการกับข้าวตรงหน้าทันทีเพราะตอนนี้เธอหิวมากแล้ว เลยเที่ยงมาหลายนาทีแล้วด้วยต้องรีบกินแล้วลงไปทำงาน สองหนุ่มได้แต่มองเธอตาปริบๆ

“ทำไมไม่กินล่ะคะ”

“อันไหนต้องกินกับอันไหนเธอก็บอกฉันก่อนสิ” พิรุณรักหัวเราะออกมาเบาๆ

“อ่อ งั้นชิมนี่ หนูสั่งให้เขาใส่พริกเม็ดเดียว คุณแซคกินเลยค่ะ” พิรุณรักตักตำไทยให้แกริค เขาก็ตักขึ้นมาชิมเคี้ยวๆ แล้วกลืนลงคอ รสชาติหวานๆ เปรี้ยว

“เป็นไงคะ อร่อยไหม” พิรุณรักทำหน้าลุ้น

“ก็พอได้ แล้วนั้นอะไรไม่เหมือนกันเหรอ” แกริคเห็นว่ามันก็เป็นเส้นเหมือนกัน เธอเรียกมันว่าส้มตำ เลยอยากรู้ว่าที่เธอตักให้เขาชิมกับที่อยู่ตรงหน้าเธอมันแตกต่างกันยังไง

“อ่อ อันนี้ตำปูปลาร้าค่ะ เผ็ดมากคุณกินไม่ได้หรอก” ส้มตำมีปูเป็นตัวๆ วางอยู่ พริกหลายสิบเม็ดทำให้มีสีสันมากขึ้นรสชาติของมันแซบสะใจและถูกใจพิรุณรักมาก แต่ฝรั่งสองคนนี้คงกินไม่ได้

“อยากลอง” แกริคพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

“แต่..”

“ตักมา” สั่งเสียงเฉียบขาด

“อย่ามาว่าหนูทีหลังก็แล้วกัน”

แซคมองทั้งสองคนตาปริบๆ เขาเองก็ลองตักอาหารเข้าปากรับรู้รสชาติมันถูกปากมากทีเดียว แต่มีอีกอันที่เขายังไม่ได้ชิมเช่นกันคือตำปูปลาร้าของพิรุณรัก

“ผมเอาด้วยครับ”

“อ่ะๆ ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องบอกว่ากินไม่ได้ก็ไม่เชื่อ” เมื่อจนปัญญาเธอก็เลื่อนส้มตำไปตรงหน้าทั้งสองคน เธอตักคำเล็กๆ ให้แกริค แล้วลุ้นว่ากินแล้วเขาจะเป็นยังไง เธอกินยังเผ็ดเลย

แกริคตักส้มตำเข้าปาก รสชาติแรกที่รับรู้คือความเผ็ดมีกลิ่นตุๆ ตามมาเขารีบคายมันออกมาทันที

“อ๊า”

“เผ็ดครับ อูยย” แซคเองก็เป็นเหมือนกัน

“เห็นไหมหนูบอกแล้ว” วุ่นให้หญิงสาวคนเดียวรินน้ำให้เป็นประวิง หูแดงหน้าแดงเถือกทั้งเจ้านายลูกน้องหลุดมาดท่าประธานกับเลขาเสียงเนี๊ยบไปเลย

พิรุณรักอยากจะหัวเราะกับท่าทางของทั้งสองคนก็ได้แต่อดไว้ แต่ถ้าใครมากเห็นคงตกใจช็อกไปแน่ๆ บอกแล้วไม่เชื่อก็ได้แต่สงสารล่ะ




ชอบไม่ชอบบอกด้วยนะคะ

ความคิดเห็น