AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ถูกเชิญเฝ้าองค์จักรพรรดิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ถูกเชิญเฝ้าองค์จักรพรรดิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 81

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2561 08:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ถูกเชิญเฝ้าองค์จักรพรรดิ
แบบอักษร

ตอนที่ 12 ถูกเชิญเฝ้าองค์จักรพรรดิ

ค่ำคืนที่แสนสงบหลังจากที่เหน็ดเหนื่อย (ตรงไหน) กับการซื้อที่เกือบทั้งหมดของเขตนี้มาเป็นของตัวเอง ยิ่งเป็นเขตที่ประกาศให้ทุกคนอพยพไปที่อื่นระหว่างที่ไผ่กำลังกว้านซื้ออยู่แล้ว

ทำให้ทหาร และเหล่าชาวบ้านที่มองมาดูด้วยแววตาที่เวทนา ว่าจะซื้อไปทำไม ในเมื่อที่นี่จะถูกทำลายในอีกไม่เกิน 2 วันแล้ว อันที่จริงพวกเขาจะเอาเขต 1 หรือเขตนี้ทั้งเขตเลยก็ได้ คงไม่มีใครที่ไหนเขามาจับกุมอะไรหรอก

นั่นเพราะเมื่อได้ยินประกาศคนเกือบทั้งหมดต่างอพยพไปที่อื่นแล้วทั้งนั้น แต่พวกไผ่ก็ดีอย่างที่มามอบเงินแลกกับที่อันไร้ค่าซึ่งจะถูกทำลายอีกไม่นาน กับเงินจำนวนมากที่สามารถนำไปเป็นค่าใช้จ่ายและค่าตั้งถิ่นฐานสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา ส่วนคนไม่มีที่ก็ซวยไปที่ต้องตายที่นี่

**.................................................

**ณ ห้องทำงานของชายชราผู้คุมเขต (เขาคือคนที่คุมห้องเวทเคลื่อนที่ด้วย)

“ท่านดูร่า พวกข้าหานักผจญภัยที่มาจากเดเรนซ์เจอแล้วขอรับ ตอนนี้พวกเขากำลังกว้านซื้อพื้นที่อันไร้ค่าของเขตนี้ไปเกือบทั้งหมด แม้ทางการจะประกาศว่ามีกองกำลังจากอาณาจักรซีเรียสนับแสนบุกมาที่นี่ พวกเขาก็ยังคงกว้านซื้อต่ออยู่อีกขอรับ” น้ำเสียงของทหารรายงานด้วยท่าทีแข็งขันปนความสงสัย และสิ่งนี้ก็สร้างความสงสัยให้กับดูร่าเช่นกัน

“พวกเขาจะกว้านซื้อไปทำไม ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขตนี้จะถูกทำลายในอีกไม่ช้า” ชายชรากุมคางด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้

“แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?” ชายชราถามต่อ

“อยู่ที่ร้านของเจ้าโง่บิลเลี่ยม ลูกชายของนายช่างบิลเล็ตซ์ขอรับ” เสียงตอบของทหารตรงคำว่าบิลเลี่ยมแสดงความดูถูกออกมาเต็มประดา

ส่วนคำว่าบิลเล็ตซ์นั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูน ดูร่านิ่งไปสักพักเพื่อคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรดี อันที่จริงองค์ราชาบอกให้ทาบทามพวกเขาไปเข้าเฝ้าโดยเร็วที่สุด

ไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ตาม ถึงขนาดที่ท่านสั่งให้ใช้เวทเคลื่อนย้ายส่งไปยังห้องโถงของท่านได้ นี่นับว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับกลุ่มนักผจญภัยจากเดเรนซ์เป็นอย่างยิ่ง

“เจ้ารีบพาข้าไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปพร้อมกับกำลังทหาร 10 นาย” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงที่กดดันตัวเอง

“ทำไมเอาไปแค่ 10 นายขอรับ”

“ไม่ต้องถามมาก รีบพาข้าไปเถอะ”

**................................................

**ณ ที่พักอันแสนสงบ เพราะแทบจะไร้ผู้คนอาศัยอยู่ มีก็แต่เหล่าชาวบ้านผู้อาภัพที่อยู่รอความตายในบ้านเรือนของคนอื่น บ้างก็มีกลุ่มคนไล่คุ้ยหาอาหารตามซอกตามมุมของบ้านแต่ละหลังเพื่อยังชีพของตน

กลุ่มคนสิบสองคนมุ่งเดินทางไปยังร้านค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นของบิลเลี่ยม ลูกชายที่ไม่เอาไหนของช่างผู้รังสรรค์บิลเล็ตซ์

ในความเงียบ เสียงฝีเท้าของทหารรวมกับเสียงล้อรถลากไปตามถนน และไปจอดตรงหน้าร้านของบิลเลี่ยม อันเป็นเป้าหมายของพวกเขา เหล่าทหารทั้งสิบนายออกมาตั้งแถวคุ้มกันในคืนที่มีแสงจันทร์ส่องพอให้เห็นอะไรเป็นอะไร

“มาเยี่ยมกันดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้มีอะไรหรือ!!” เสียงอันเรียบนิ่งของบุรุษเอ่ยขึ้น เป็นเสียงที่ดูคล้ายกับว่าเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่แต่ความกดดันนั้นไม่ใช้ของเล่น

ดูร่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง กระนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนก่อนดี และจะทำให้พวกเขาเข้าไปทูลองค์ราชาได้ยังไง ไม่สิต้องเรียกว่าองค์จักรพรรดิต่างหาก

“ข้าได้รับรายงานมาว่าพวกท่านได้กว้านซื้อพื้นที่เขตนี้ไปเกือบทั้งหมด จึงอยากจะรู้เหตุผลว่าซื้อพื้นที่ไร้ค่าที่กำลังจะถูกทำลายนี้ไปทำไม” เสียงของชายชราเอ่ยออกมาทำให้คิ้วของไผ่เลิกขึ้น

“หืม ท่านบอกว่ามันเป็นพื้นที่อันไร้ค่างั้นหรือ ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ” เสียงเฉยเมยของไผ่ตอบกลับมา

“ที่นี่จะถูกทำลายโดยกองกำลังทหารของอาณาจักรซีเรียสในอีกไม่กี่วันนี้ พวกท่านจะอยู่กันไปทำไม ตอนนี้องค์จักรพรรดิได้ประทานโอกาสให้ข้าได้มาเชิญพวกท่านไปทูลเฝ้า” เสียงของชายชราเอ่ยเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว ไม่มีการยืดเยื้อใด ๆ

“องค์จักรพรรดิเรียกพบเลยเหรอ ยิ่งกว่าที่คาดไว้อีกแฮะ ก็นึกว่าจะมาเก็บค่าธรรมเนียมเล็กๆ น้อยๆ จากการกว้านซื้อที่จำนวนมากเสียอีก อืม เอาอย่างงั้นก็ได้ พวกข้าจะไปพบองค์จักรพรรดิของพวกเจ้า” เสียตอบรับอันเรียบนิ่งของไผ่เอ่ยขึ้น พลันก็มีเงาๆ หนึ่งโผล่ขึ้นตรงหน้าเขาแล้วเผยให้เห็นตัวตนของบุคคลหนึ่ง ฮอปนั่นเอง

“เฮีย สรุปแล้วหัวหมาได้ใช้ไหม” เสียงอันเป็นกังวลของฮอปเอ่ยออกมา

“ไม่ได้ใช้แล้วฮอป น่าเสียดายจริงๆ ว่าจะเอามาโยนขู่เพื่อเป็นค่าธรรมเนียม แต่ไหนได้ กลับถูกเชิญพบจักรพรรดิเกินคาดหมายเสียงั้น” ไผ่พูดกับฮอป เจ้าตัวที่ได้ฟังและโอดด้วยความเสียดาย

“โธ่ว อุตส่าห์สละพื้นที่ในแหวนเพื่อยัดหัวหมาหวังจะได้ทำประโยชน์แท้ๆ เฮ้อ งั้นก็” ฮอปบ่นไพร้อมกับหันไปทางดูร่า จู่ๆ ก็มีหัวสุนัขโผล่ออกมา เขาโยนไปทางกลุ่มทหารที่พิทักษ์ดูร่าทันที

“ถือว่านั่นเป็นของขวัญจากพวกข้าก็แล้วกัน” เสียงที่เปลี่ยนมาเป็นเย็นเยียบของฮอปเอ่ยขึ้นทำให้เหล่าทหารถึงกับขาสั่นโดยไม่รู้ตัว ดูร่ามองดูหัวสุนัขที่ถูกโยนมา พิจารณามันสักครู่พลันก็เบิกตากว้างในทันที

“นะ นี่มัน!! ” เสียงอุทานของดูร่าเอ่ยด้วยความตระหนก เหล่าทหารเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้จึงรีบถามทันที

“เกิดอะไรขึ้นเหรอท่านดูร่า” เสียงเข้มแข็งแต่แฝงด้วยความหวาดกลัวถาม

“ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้านี่คือจ่าฝูงหมาป่า ประเภทริวออนด์ ระดับของมันไม่ต่ำกว่า 3 ดาว ข้าเคยเห็นครั้งหนึ่งตอนที่เหล่านักผจญภัยกิลด์ระดับสูงของอาณาจักรเราออกล่า ทุ่มกำลัง 150 นาย ตายมากกว่าครึ่ง กว่าจะได้มันมา 1 ตัว หลังจากนั้นก็ไม่มีกลุ่มไหนสนใจล่ามันอีกเลย แม้ว่าชิ้นส่วนของมันจะมีค่ามากก็ตามที แต่กับคนกลุ่มนี้ ....ข้าไม่แน่ใจ และไม่รู้จะพูดยังไงดี” เสียงอันสั่นเครือของดูร่าพูดกับเหล่าทหาร เสียงนี้ไผ่ก็ได้ยินอย่างชัดเจน

พลันคิดในใจว่า* หัวหมานี่มันมค่าขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ระดับ 4 ดาวนี่นะ แล้วไอ้ที่เราสั่งให้โนบุจัดการไอ้ 5-6 ดาวมาทำเบคอน ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มันไม่เรียกว่าบรมโคตรมีค่าเลยเหรอ อืม อย่างนี้เราคงต้องเพิ่มราคาของผลิตภัณฑ์เสียแล้ว*

“สิ่งนั้นจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของท่าน แล้วเรื่องหลักล่ะ จะให้พวกข้าไปหาจักรพรรดิเมื่อไหร่” เสียงของไผ่พูดแทรกทำให้ดูร่าชะงัก พลันก็นึกได้ว่าตนมาทำอะไร

“ถะ ถ้าเป็นตอนนี้จะได้หรือเปล่า” ดูร่าพูดด้วยน้ำเสียงอันสั่น ไผ่ไม่ถามความเห็นของใครตอบรับโดยไม่ต้องคิด

“ได้ งั้นก็รีบนำไปสิ!” เสียงตอบรับอันเรียบนิ่งของไผ่พูดขึ้น ฉับพลันก็มีคนอีก 4 คนมาอยู่ข้างกายเขาโดยที่ดูร่าสัมผัสไม่ได้เลยว่ามาได้อย่างไร

“ดะ ดะ ได้” ดูร่าตอบรับด้วยขาที่สั่น เขาไม่รู้ว่าชะตากรรมข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ถ้านำพวกนี้ไปเฝ้าองค์จักรพรรดิได้ เขาจะได้รางวัลแน่นอน อย่างน้อยก็ย้ายไปอยู่เขต 7 อันเป็นเขตระดับสูงได้

ในรถม้ามีคนอยู่ทั้งหมด 7 คน รวมดูร่า เขานั่งสั่นไม่ยอมถามและไม่กล้าเอ่ยปากใดๆ ท่ามกลางแรงกดดันของนักผจญภัยทั้ง 6 ดูร่ากลัวว่าจะถูกสังหารกลางทาง แต่จนแล้วจนรอดจนไปถึงห้องโถงของวงเวทเคลื่อนย้ายที่ตอนนี้มีคนอออยู่เต็มไปหมด ก็ไม่มีการลงมือสังหารใดๆ ดูร่าจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ท่ามกลางชาวบ้าน พ่อค้า และกลุ่มคนต่างๆ ที่มารอแถมข้ามเขตแดนเทพ และมีจำนวนมากที่ไปยืนตรงวงเวทอีกวงที่ใช้สำหรับเดินทางข้ามเขต 3 ไปยังเขต 4 ซึ่งตรงนี้จะเดินทางได้รวดเร็วกว่า แถวจึงลดทอนไปเรื่อยๆ

ดูร่าพากลุ่มของไผ่ไปยังห้องทำงานตัวเอง พลันก็เปิดกลไกตู้หนังสือจนมันเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องโล่งๆ ห้องหนึ่ง ข้างในมีเพียงวงเวทเคลื่อนย้ายอีกแบบ เป็นเวทเคลื่อนย้ายเฉพาะไปยังห้องโถงของจักรพรรดิ

“ขอเชิญพวกท่านเข้ามายืนในวงเวทนี้เถิด ข้าจะพาไปยังห้องโถงขององค์จักรพรรดิ ตอนนี้ทางนั้นได้แจ้งมาแล้วว่าองค์จักรพรรดิทรงรออยู่ตรงห้องโถง” ดูร่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ พลันก็เป็นคนไปยืนกลางวงเวทคนแรก กลุ่มของไผ่ก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย

เมื่อครบหมดทุกคนดูร่าก็ร่ายเวทมนตร์เปิดกลไกเวทเคลื่อนย้าย แสงเรืองรองส่องประกายเจิดจ้าพลันมวลพลังก็เคลื่อนย้ายพวกเขาไปยังอีกแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

เมื่อแสงเจือจางลงเผยให้เห็นห้องโถงขนาดกว้างเท่าสนามฟุตบอล ที่ประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่ามากมาย

เหล่าทหารที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงจำนวนร่วมพันสร้างความน่าเกรงขาม ข้างหน้าคือบัลลังก์จักรพรรดิที่มีบุรุษอายุร่วม 50 ปี นั่งเท้าคางอย่างหยิ่งทะนง บรรยากาศรอบตัวเขาเผยให้เห็นถึงความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ ชุดอันหรูหราประดับด้วยของล้ำค่ามากมายบ่งบอกว่าทะนงในอำนาจมากเพียงไหน

เหล่าทหารระดับสูงยืนเรียงเป็นแถวหน้ากระดานป้องกันการโจมตีจากศัตรู และนักผจญภัยแรงค์ S 10 คนที่ได้ชื่อว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ยืนขนาบข้างรอคอยการเรียกใช้งานด้วยใบหน้าเย่อหยิ่งแววตาที่มองดูเหมือนกับทุกสิ่งต่ำต้อย ไผ่ ฮอป โนบุ นานะ คิวบิลัส และแพตตี้ต่างเผยยิ้มออกมาโดยที่ไม่มีใครนัดหมาย เสมือนกับว่าบังเอิญเจอเรื่องสนุก ๆ เข้าให้แล้ว ท่ามกลางคิ้วขององค์จักรพรรดิและอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่กระตุกด้วยความไม่พอใจอยู่แวบหนึ่ง

“พวกเจ้าจงคุกเข่า ต่อหน้าองค์จักรพรรดิผู้สูงศักดิ์แล้วจะมัวยืนนิ่งอยู่ทำไม” เสียงทหารระดับสูงตะเบ็งเสียงอันดังกึกก้องทำให้ดูร่าเข่าคู่ลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัว

แต่ว่า

“จงคุกเข่าเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ!!! ” เสียงอันห้าวหาญที่แฝงด้วยความโกรธตะเบ็งออกมาอีกครั้งด้วยความดังที่มากกว่าเดิม

........................................********

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น