ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 เริ่มแรด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เริ่มแรด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2561 16:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เริ่มแรด
แบบอักษร

ตอนที่ 2

เริ่มแรด

sds

![](data:image/gif;base64,R0lGODlhAQABAPABAP///wAAACH5BAEKAAAALAAAAAABAAEAAAICRAEAOw== "Click and drag to move")

“ถ้าถอย เอชจะปล่อยติมไหม..”

พูดจบผมก็ก้มหน้างุด มือก็ยังจับเสื้อมันไม่ปล่อย ยืนลุ้นดูปฏิกิริยาของมัน ที่จู่ๆ นิ่งไป ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อดูผลงานตัวเอง แต่สิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นไปตามที่คิด

มันกับไม่ใช่!

“ทำหน้าส้นตีนอะไรของมึง”

กึก

คำพูดแสนจะหยาบช้าสุดถ่อย ออกมาจากเบ้าหน้าที่เมื่อก่อนผมคิดว่ามันหล่อ แต่ตอนนี้ผมอยากจะดึงความคิดก่อนหน้านั้นปาใส่หน้ามันคืนจริงๆ น้ำตาที่ผมอุตส่าห์บีบมันออกมาสุดฤทธิ์แทบจะเหือดแห้งไปในพริบตา ผมเลยเงยหน้าขึ้นก่อนจะผลักมันออกจากตัวอย่างแรง

พลั่ก

“มึงสิหน้าส้นตีน! ” ผมตะโกนใส่หน้าแม่งเลย รู้สึกปรี๊ดขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็น มึงช่วยแหกตาดูหน่อยว่ากูอ่อยแค่ไหน มันไม่แทรกซึมเข้าเซลล์เบ้าตามึงหรือไง

“มึงว่าใคร! ” ไอ้เอชมันจับกระชากคอเสื้อผมแล้วยกลอยขึ้นสูง มือมันก็ยกง้างจะต่อยผม พอเจอผมสวนคืนหน่อยแทบจะองค์ลงเลยนะมัน

“ว่าเหี้ยไง ปล่อยกูนะโว้ย” ผมก็ยังคงปากดี สวนด่าใส่มันอย่างไม่กลัว พลางดิ้นเตะต่อยมัน ร้องแหกปากให้คนได้ยินทั้งมหาลัยแม่งเลย

เอาสิ

“มานี่เลยมึง” ไอ้เอชเจอผมด่าว่าเหี้ย คิ้วมันกระตุกดิ๊กๆ ทันที ก่อนจะลากผมไปทางหลังโรงยิม ที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน

ฉิบหายละ

“อะ ไอ้เอช มึงจะพากกูไปไหน ปล่อยนะโว้ย ช่วยด้วย ไอ้นี่มันจะลากผมไปทำมิดีมิร้ายยยย” ผมแหกปากร้องให้คนช่วย หน้าก็เริ่มซีดลงทุกทีเมื่อแหกปากแล้วไม่มีใครเข้ามาช่วยเลยสักคน ไอ้สัสเอชมันเลยยิ้มกระหย่องได้ใจ ลากผมจัดการแบบสบายๆ

ตุบ

“โอ้ย เจ็บนะ” ผมร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงที่พื้นเมื่อเจ็บที่ไหล่ หลังจากมันโยนผมใส่กำแพงอย่างแรง ไม่ทันที่ผมจะได้เตรียมตัวลุกขึ้นวิ่งหนี ไอ้เหี้ยเอชมันก็ย่อตัวลงมาหาผมซะก่อน

“ปากดีนักนะมึง มึงคิดว่าจะมีใครมาช่วยมึงงั้นหรอ” มันเอามือมาบีบกรามแล้วถามเสียงนิ่ง ผมเม้มปากแน่นมองหน้ามันอย่างโมโห พลางเอามือจับที่แขนมันเมื่อมันบีบซะกรามผมแทบหัก

นั่นสิ ใครจะมาช่วยผมว่ะ

“ละ แล้วมึงจะเอาไง จะตีก็ตี ยังไงกูก็ไม่อยู่ฝ่ายมึงอย่างแน่นอน” พูดไปก็หดคอไป ตอนนี้ผมเป็นรองมันอยู่มาก พูดได้ว่าไม่มีทางสู้มันได้เลย ถ้าเกิดมันซ้อมหรือทำร้ายผม ก็ไม่มีใครรู้อย่างแน่นอน

ทำอย่างอื่นก็ว่าไปอย่าง

“จะอยู่ฝ่ายพวกไอ้ไฟงั้นสิ” มันถามเสียงเย็น มือที่บีบคางผมกลับบีบแน่น จนผมต้องจับมือมันยั้งแรงไว้ เพราะมันเจ็บจนน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว มึงโมโหไรเนี้ย

“ใช่ อย่างน้อยพวกนั้นก็ไม่มาหาเรื่องกูบ่อยแบบพวกมึง” ผมโกหกไป ไหนๆ แม่งก็ทึกทักว่าอย่างนั้นแล้ว ผมก็เลยตามเลย ที่จริงพวกนั้นมันก็หาเรื่องพวกผมอยู่ แต่ตอนนั้นผมมีไอ้หมูไง เลยจัดการพวกนั้นแบบสบายๆ

“หึหึ งั้นหรอ” จู่ๆ มันก็หัวเราะแบบไม่น่าไว้ใจ ยิ่งทำให้ผมใจเสียหนักเข้าไปอีก ไม่รู้มันคิดอะไรอยู่ ผมเลยรีบคิดหาทางที่จะหลุดพ้นออกจากตรงนี้อย่างฉุกละหุก

ก่อนจะนึกอะไรดีๆ ออก

“หรือที่มึงมายุ่งกับกูแบบนี้ มึงชอบกูหรอ” ผมยื่นหน้าเข้าไปถาม รู้สึกกระดากปากที่พูดแบบนั้นออกไป แต่ถ้าไม่หาวิธีที่ทำให้มันปล่อยผมได้ ผมก็จะใช้วิธีนี้แหล่ะ ดูท่ามันจะเกลียดพวกเกย์ด้วย ถึงได้แขวะผมเรื่องผู้ชายนัก

พรึบ

และได้ผล มันสะบัดมือมันออกจากหน้าผมอย่างแรงเหมือนรังเกียจ ก่อนลุกขึ้นยืนมองผมด้วยหางตา จนผมแทบจะหน้าคว่ำ แม่งจะลุกก็ลุกไอ้ควายหนิ

“ชอบกูก็ไม่บอก ที่จริงมึงก็หล่อนะ” ผมเกาคางเก้อเขินก่อนจะบิดตัวหันหลังให้มันไปมา คล้อยลับหลังมันผมแทบจะอ้วกตัวเองที่พูดชมมันแบบนั้น

“ทำไมกูต้องตาต่ำชอบคนอย่างมึงด้วย” คำพูดเจ็บแสบของมันทำให้ผมที่ยืนหันหลังอยู่ถึงกำมือแน่น แยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะหลับตาลงแล้วท่องพุธโท ในใจให้เย็นลง

โว้ย ปากหมาจริง

“ใครจะไปรู้หล่ะ เห็นชอบทำลับๆ ล่อๆ แถมมึงยังพามาที่ๆ คนไม่ค่อยเดินผ่านอีก คิดอะไรอยู่ละซี่” ผมรีบหันหน้ามาหามัน พลางเอานิ้วจิ้มๆ ที่อกล่ำของมันเบาๆ แสดงใบหน้าที่ระเรื่อแดงเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี จนไอ้ห่าเอชมันปัดมือผมออกอย่างแรง

“ที่กูพามึงมาที่นี่ เพราะกูจะได้จัดการมึงง่ายๆ ไง” มันเริ่มเอาโหมดโหดมาข่มผม แต่มีหรอตอนนี้ผมจะกลัว ผมก็ยังหน้าด้านแสดงมารยาอันน้อยนิดของผมต่อ

“จัดการที่ว่า..คือไรหรอ” ผมเอียงคอถามเสียงใส ทำหน้าราวกับเพิ่งหลุดออกมาจากทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่พอผมยังเริ่มปลดกระดุมเสื้อที่คอออกทีละเม็ดอีก

“มึงทำเหี้ยไร” ไอ้เอชทำหน้าตื่นเล็กน้อย ยังมองผมเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจ และยังดูถูกผมไม่เปลี่ยน

“ก็ทำแบบที่เขาทำกันไง แบบนี้..” ผมพูดแล้วกัดปากยั่วช้อนมองมันหน่อยๆ ก่อนจะลงทุนเปิดเสื้อออกเห็นแผ่นอกขาวเนียนน่าสัมผัส ดีที่วันนี้ผมไม่ได้ใส่เสื้อซับในมา เลยเหมาะเจาะที่จะอ่อยมันพอดี

เข้าทางเลย

“ร่านมากนะมึง” มันว่าใส่ผมอย่างเหยียดๆ แต่แหม ตามึงนี่มองหน้าอกผมเยิ้มเชียว สงสัยปากกับใจไม่ตรงกัน

“เปล่าสักหน่อย” ผมเอียงหน้าทำท่าน่ารักใส่ แล้วรีบเอามือไปคล้องที่คอมัน จนรู้สึกได้ว่าตัวมันชะงักเกร็งข้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดันตัวผมออก ผมเลยรีบกระโดดกอดคอมันแน่น

“ออกไปจากตัวกู! ” ไอ้เอชแทบจะจับเหวี่ยงผมออกจากตัว แต่มีหรือจะสู้มือปลาหมึกแบบผมได้ ผมเลยกอดคอมันแน่นกว่าเดิม ไม่วายเอาขาเกี่ยวเอวมันไปด้วย

เอาสิ รู้จักไอ้ติมน้อยไปซะแล้ว

“งื้อ ไม่ปล่อย เอชน่ากินจัง งั่ม” ผมกัดเข้าที่คอมมันเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นเลียเล็กน้อยตรงที่กัด ไอ้เอชถึงกับยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มือที่มันดันผมออกกับหยุดชะงักค้าง

เป็นไงหล่ะ

“แล้วเอช อยากกินไอติมมั้งหรือเปล่า ฟู่~” ผมพูดเสียงแหบพร่า เป่าลมใสหูมันเล็กน้อย จนรับรู้ได้ถึงผิวหนังของมันที่ลุกชัน ลมหายใจของมันที่เริ่มหนักหน่วงขึ้น ผมจึงยกยิ้มเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่ทำกำลังได้ผล

“ว่าไง อยากกินไอติมไหม”

ผมเริ่มรุกหนัก ผละออกจากคอมันแล้วมาเอียงคอถามเสียงน่ารัก มองใบหน้านิ่งของมันที่มองผมอยู่ โดยไม่รู้ว่าตอนนี้มันกำลังคิดอะไร ผมเดาสีหน้านิ่งๆ ของมันไม่ออกเลยตอนนี้ แต่มันก็ดี ผมจึงใช้จังหวะที่มันยังยืนนิ่งแข็งทื่อแบบนี้ ชิ่งหนีมัน

แต่ก่อนไปขอส่งท้ายให้มันหน่อย

“ถ้าอยากกิน ก็มาหานะ จุ๊บ**~****”**

ว่าแล้วก็จูบส่งท้ายเบาๆ ที่ปากสีคล้ำของมัน จากนั้นผมก็ผละออกจากตัวมันอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งหนีออกจากตรงนั้นโดยไม่หันหลังหลับไปมองว่าตอนนี้มันกำลังทำหน้ายังไงอยู่ แต่ช่างหัวมัน ขอแค่ให้ผมหลุดพ้นจากมันได้ก็พอ ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปหาคณะบริหารที่ตอนนี้พี่มายด์คงรอผมเก้อแล้ว

ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงคณะบริหาร ด้วยสภาพที่หอบแดกเหมือนวิ่งหนีโจรมา ก่อนจะเห็นร่างสูงของใครบางคนยืนถือช่อดอกไม้ในมือ ส่วนมืออีกข้างก็ถือถุงเล็กบางอย่างอยู่ ผมเลยรีบวิ่งตรงไปหาคนนั้นทันทีก่อนจะร้องเรียกเสียงใส

“พี่มายยยยยด์” ผมเรียก แล้วพาร่างเล็กของตัวเองวิ่งหน้าบานไปหา

“ไงครับ น้องติม แล้วนี่ไปทำไรมาครับ มีแต่ฝุ่น เหงื่อเต็มหน้าเชียว” พี่มายด์ทัก ก่อนก้มสำรวจตัวผมไปมา ไม่วายเอามือเช็ดเหงื่อที่หน้าให้ผมอย่างไม่รังเกียจอีก

งื้อ แสนดีจัง

“ติมรีบวิ่งมาหาพี่มายด์ไงครับ ฝ่าฝุ่นและดินมา ร้อนด้วย” พูดจาอ้อนเอาใจหน่อย พลางบ่นอุบเล็กน้อยเหมือนร้อนจริงๆ แล้วสะบัดเสื้อตัวเองที่เปิดกระดุมจนถุงกลางอกไปมา พี่มายด์ถึงกับมองตาไม่กระพริบเชียว

“พี่มายด์ครับ” ผมเลยเรียกดึงสติหน่อย

“คะ ครับ”

“พี่มายด์โทรหาติม มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามออกไป ทั้งๆ ที่รู้อยู่ เพราะผมแอบมองช่อดอกไม้และถุงใบเล็กนั้นไว้แล้ว รอลุ้นว่ามันคืออะไร

“อะ อ่อ นี่ครับ ดอกไม้” พี่มายด์ยื่นดอกไม้มาให้ผม พร้อมเกาท้ายทอยเขินๆ

“ขอบคุณครับ” ผมรับมาแล้วยิ้มหวานให้ พี่มายด์เป็นผู้ชายที่แสนดีจริงๆ ผมเริ่มจะรู้สึกผิดเบาๆ ที่ทำกับพี่เขาแบบนี้

“แล้วนี่ พี่ให้” ถุงใบเล็กที่ผมรอลุ้นว่ามันคืออะไร ก็ถูกยืนมาให้ตรงหน้าผม

“อะไรหรอครับ” ผมแสร้งทำหน้าตื่นเต้น

“เปิดดูสิ” พี่มายด์ว่า ไม่รอช้าผมก็รับถุงใบเล็กมาแล้วเปิดดูว่าข้างในมันคืออะไร และสิ่งที่ผมเห็นข้างในทำให้ผมตาเบิกกว้าง

“โทรศัพท์” ผมเงยหน้ามองพี่มายด์แบบอึ้งๆ โทรศัพท์ไอโฟนสีดำรุ่นล่าสุดราคาเกือบสี่หมื่น อยู่ในถุงใบเล็กที่ผมลุ้นนักลุ้นหนาว่าคืออะไร

“เห็นน้องติมบอกว่า โทรศัพท์พัง พี่เลยซื้อให้” พี่มายด์ว่าแล้วส่งยิ้มใจดีให้ผมอีก ตอนเจอกันที่ผับผมบอกกับพี่มายด์ว่าโทรศัพท์พัง แต่ไม่คิดว่าเขาจะใจกล้าซื้อโทรศัพท์ให้ แถมเป็นรุ่นล่าสุดที่โคตรแพงอีก

“เอ่อ ติมว่ามันแพงไปนะครับ ติมไม่กล้ารับหรอก” ผมส่งคืนแทบจะทันที ถึงผมจะชอบอ่อยผู้ชายไปทั่ว แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะไปเอาเงินหรือให้ใครซื้อของแพงๆ ให้ ผมแค่หาความสุขใส่ตัวโดยมองผู้ชายหล่อๆ ให้ชุ่มหัวใจแค่นั้น

ถึงผู้ชายส่วนมากจะเต็มใจซื้อให้ผมก็เถอะ

“พี่ให้ คืนแบบนี้พี่เสียใจนะครับ” พี่มายด์พูดเหมือนน้อยใจ ทำหน้าตาหน้าสงสารอีก ยิ่งทำให้ไอติมคนนี้ใจบางเข้าไปอีก

เฮ้อ ขนาดทำหน้าเศร้ายังหล่อ

“แต่..” ผมกำลังจะปฏิเสธ เสียงหล่อนุ่มของพี่มายด์ก็อ้อนขึ้น

“นะครับ”

โอ้ยย หัวใจผม

“ก็ได้” ผมตอบรับแบบเขินสุดๆ อันนี้คือเขินจริงไม่ได้แอคติ้งเหมือนตอนแสดงใส่ไอ้ห่าเอช ที่ไม่รู้แม่งได้สติหรือยัง

“พี่มายด์ ติมมีเรื่องจะพูดด้วย” เมื่อเขินได้ไม่นาน ผมก็พาพี่เขาเข้าสู่โหมดจริงจัง ยิ่งพี่มายด์ทำตัวแสนดีกับผมแบบนี้ ผมยิ่งรู้สึกผิด

“หืม ว่าไงครับ” พี่มายด์ครางรับ ไม่พอยังปัดนุ้นนี่นั่นบนหัวผมอีก พี่มายด์จะทำให้ผมเขินไปถึงไหนเนี้ย ภูมิต้านทานผู้ชายแสนดียิ่งน้อยๆ อยู่ ผมถึงกับสูดหายใจลึกๆ เพื่อเด็ดขาดกับสิ่งที่จะพูด พร้อมท่องบางอย่างในใจรัวๆ

อย่าใจอ่อนไอติม ผู้หล่อๆ คนอื่นรออยู่

“ผมไม่ได้คิดกับพี่มายด์เกินกว่าพี่ชายนะครับ” ผมเถลตรงใส่ทันที ไม่อ้อมไม่ค้อมให้เสียเวลา เป็นครั้งแรกที่ผมคิดผิดอย่างมากที่ไปอ่อยผู้มหาลัยเดียวกัน ส่วนพี่มายด์ถึงกับชะงักทันที เปลี่ยนจากปัดฝุ่นที่หัวผม มาลูบแทน

“ติมไม่ชอบพี่หรอครับ” พี่มายด์พูดเสียงเศร้า แต่ยังคงลูบหัวผมไม่หยุด

“ชอบครับ ชอบมาก แต่ไอติมคงไม่เหมาะกับพี่มายด์หรอก พี่มายด์แสนดีและใจดีเกินไป” คุมผมไม่อยู่หรอก ผมต่อในใจ เอาตามจริงคนอย่างพี่มายด์ใครได้เป็นแฟน คงดีใจเหมือนถูกหวย เหมือนได้เทพบุตรมาครองยังไงยังงั้น แต่สำหรับผมไม่ใช่ พี่มายด์ยังไม่ใช่สำหรับผม

“พี่มายด์ก็รู้ว่าติมเป็นคนยังไง ไม่อยากนั้นติมคงไม่ไปที่นั่นแทบทุกคืนหรอก” ผมบอก ก่อนจับมือที่ลูบหัวตัวเองออก แล้วยิ้มให้พี่เขา

“หยุดที่พี่ไม่ได้หรอ”

“ขอโทษนะครับพี่มายด์” ผมตอบออกไป สงสารก็สงสาร ขนาดผมกับพี่มายด์ทำมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขึ้นมีอะไรกัน พี่มายด์ยังเป็นขนาดนี้ ดีที่ผมมีกฎให้ตัวเองว่าต้องเจอผู้หล่อๆ โดนๆ ถึงใจหน่อย ผมถึงจะยอมทอดกายอันบอบบางให้

แต่ช่วงนี้ผมยังหาผู้แบบนั้นไม่ค่อยเจอเลย ขาดมานานละ ไม่รู้ไปมุดหลบที่ป่ากับชะนีอยู่หรือเปล่า

“พี่ขอโอกาสได้ไหม” พี่มายด์เริ่มตื้อ

“พี่มายด์ทำใจได้หรอ ที่เห็นผมไปกับผู้ชายไม่เว้นแต่ละคืน” ผมเอาเรื่องจริงมาพูด เพราะผมไปกับผู้ชายทุกคืนจริง แต่ไม่ได้ค้าง แค่ออกไปแล้วแยกย้ายกัน เพราะผมมีมารยานิดๆ หน่อยถึงสลัดหลุดออกมาได้โดยไม่เปลืองตัวมาก

“แต่พี่..”

“พี่มายด์ครับ ติมขอโทษที่ทำให้พี่มายด์เข้าใจผิดนะครับ ถ้างั้น นี่ครับ ติมไม่เอาแล้ว และขอโทษด้วยที่ทำให้พี่มายด์คิดไปไกล” และคิดไปเอง ผมไม่พูดประโยคสุดท้าย ก่อนคืนถุงโทรศัพท์และช่อดอกไม้คืนพี่เขา จากนั้นก็วิ่งออกมาไม่หันไปมองพี่มายด์อีกเลย

“ไอติม! ”

พี่มายด์เรียกผมเสียงดัง จนผมต้องรีบวิ่งหนีหลบไม่ให้พี่เขาเห็น ถึงแม้จะดูใจร้ายและรู้สึกผิด แต่ผมก็ไม่อยากให้มันเรื้อรังและยืดเยื้อไปมากกว่านี้ ผมโง่มากที่เช็คไม่ดีว่าพี่เขาเรียนอยู่ที่ไหน แต่ดีที่ผมไหวตัวไม่ได้บอกว่าเรียนคณะอะไร ไม่งั้นพี่มายด์ได้ตามผมถึงคณะแน่

“ฟู่” ผมถอนหายใจหนักเมื่อหลบอยู่หลังพุ่มไม้ หลังจากหลบหนีจากพี่มายด์ได้ วันนี้สงสัยเป็นวันซวยของผมที่ต้องที่ทั้งไอ้เหี้ยเอชแล้วก็พี่มายด์ จนทำผมเหนื่อยอยากจะกลับไปทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มของตัวเองซะตอนนี้

ผมจึงตัดสินใจโพล่หัวออกมาจากหลังพุ่มไม้ดูเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ว่าพี่มายด์ไม่ตามมาแล้ว ก่อนจะเดินออกมาเพื่อไปนั่งแท็กซี่กลับห้อง และความซวยผมก็ยังไม่หมด

โป๊ก

“โอ้ย ใครว่ะ” ผมร้องเสียงหลงพลางกุมหัวตัวเองแน่น แล้วมองหาที่มาของกระป๋องเบียร์ ที่ไม่รู้เหี้ยตัวไหนมันโยนมาใส่

“กูเอง โทษที นึกว่าถังขยะ” ผมหันพรึบไปตามเสียงที่มันพูด ก่อนจะชี้หน้ามันด้วยมือที่สั่น มันเอาตาตุ่มของมันมองหรือไง หรือตามันพิการกันแน่

“ไอ้สัสยักษ์! ”





มาแล้วววว ดูท่านังยักษ์จะเป็นรายต่อไป 555

นังเอชเจอน้องติมไป ถึงกับนิ่งเชียว ที่นิ่งๆนี่คิดไรอยู่ป่าววว ถถถถ

ตอนหน้า นุ้งติมจะทำให้นังยักษ์ถึงกับเข่าทรุดเลยทีเดียว

จะยังไงมารออ่านนะจ้าาา

ความคิดเห็น