Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 16 แฮกเกอร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 แฮกเกอร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2561 13:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 แฮกเกอร์
แบบอักษร

สวัสดีค่า ทุกคนนน ช่วงนี้จิ้งงานเยอะอีกแล้วค่ะโฮ รอบนี้อาจจะหายไปอีกแล้วนะคะ แต่จะกลับมาต่อแน่ๆค่ะ คิดถึงหนุ่มๆกันไหมเอ่ย >< ตอนนี้จะตึงเครียดหน่อยเนอะ!

______________________________________________________________________________________________________________________________

“เบลล่า....?”

 เหมือนโลกทั้งใบได้ถูกหยุดหมุนลงเมซเซจเจอหญิงสาวที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในเวลาแบบนี้อย่างไม่ค่อยเข้าใจคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันไปในทันที สาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเขายังไม่ได้บอกเบลล่าเลยด้วยซ้ำว่าจะกลับไทยเมื่อไหร่วันไหนและกี่โมงทำไมเบลล่าถึงมาได้ถูกเวลาแบบนี้ล่ะ?

“เซอร์ไพร์ซไหมคะพี่เมซ เบลล่าถามนายสกายมาแล้วมารอรับพี่เลยนะ!”

 เหมือนเบลล่าเดาใจเขาถูกเธอระบายยิ้มออกมาคล้ายสำเร็จที่ทำให้แฟนของเธอตกใจได้แบบนี้แต่ทันทีที่เมซเซจได้ยินว่าสกายบอกก็หันไปมองสกายทันที สกายที่มองพวกเขาก่อนอยู่แล้วก็ยักไหล่เบาๆราวกับไม่ใช่ความผิดของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ก็คนเป็นแฟนกันก็ต้องแบบนี้อยู่แล้วสิเขาหวังดีจะตายไป

แสตมป์ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็มองทั้งสามอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไหร่เพราะเขาจำหญิงสาวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวแต่จากภาพตรงหน้าของเขามันทำให้เขารู้สึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเขาต้องเป็นคนพิเศษสำหรับเมซเซจแน่นอน


แปล็บ...


“…?” แสตมป์ชะงักไปเมื่ออยู่ๆเขาก็รู้สึกเจ็บแปล็บตรงหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองเหมือนหัวใจของเขามันจะเรียกร้องอะไรที่เขาก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน...

“แสตมป์...หิวรึยัง?”

สกายถามแสตมป์ออกมาเพราะตั้งแต่อยู่บนเครื่องยันถึงตอนนี้แสตมป์ยังไม่กินอะไรเนื่องจากก่อนขึ้นเครื่องบินแสตมป์กินขนมปังเมล่อนชิ้นโตพร้อมกับนมสดไปก่อนเครื่องออกแล้ว

“อื้อ ผมหิวนิดหน่อยน่ะ”แสตมป์พยักหน้าออกมาเบาๆตอนนี้ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วเขาเองก็ชักจะหิว เขาสะบัดหัวทิ้งเรื่องราวที่เต็มไปด้วยคำถามของเขาในใจออกก่อนจะยิ้มให้สกาย

“งั้นไปกันเนอะ? ไอ้เมซ กูไปกับแสตมป์ก่อนนะ” สกายเลยจับกุมมือของแสตมป์ขึ้นมาโดยไม่รอให้เจ้าตัวได้ตั้งตัวพร้อมกับบอกเพื่อนของตัวเอง

“เฮ้ย...แต่...”

“พี่เมซไปทานข้าวกับเบลล่านะคะ เบลล่าเองก็หิวมากเลยยังไม่ได้ทานอะไรเลย!” 

หญิงสาวคว้าแขนของเมซเซจที่กำลังจะไปแน่นแล้วพูดอย่างอดอ้อน เมซเซจมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย...เขาควรเลือกสักทางสินะ....

“อือ งั้นไปทานข้าวด้วยกันนะครับเบลล่า” สุดท้ายเขาก็ต้องเลือกหญิงสาวของตัวเองไปก่อน แม้ในหัวของเขากำลังเป็นห่วงเรื่องแสตมป์ก็ตาม



ณ ร้านอาหาร


“...พี่เมซเหนื่อยเหรอคะ?” เบลล่าเอ่ยออกมาเมื่อหลังจากที่เธอและเมซเซจเข้ามาร้านอาหารหรูในห้างแห่งหนึ่งแล้ว เมซเซจเอาแต่มองจานของตัวเองแต่ไม่มีท่าทางจะหยิบมีดมาหั่นเสต๊กขึ้นมากินสักที

“…เอ่อ.....ก็นิดหน่อย พี่เพิ่งมาทีนี่ครับ”เมซเซจยิ้มแห้งให้เบลล่าก่อนจะลงมือหั่นสเต๊กขึ้นมากินคำหนึ่ง เขาไม่ได้หิวเลยด้วยซ้ำไปแต่ถ้าไม่มากับเบลล่าก็คงโดนโกรธแน่นอน

“งั้นเสร็จนี้จะกลับเลยก็ได้นะคะเบลไม่อยากให้พี่เมซเหนื่อย” หญิงสาวพูดออกมาแล้วดูดหลอดจากน้ำทับทิมสีแดงสดของตัวเองอย่างสง่าและบรรจง เป็นนางแบบทุกท่าทางมันก็ต้องเป๊ะอยู่แล้ว

“ครับ เบลล่าเป็นไงบ้างล่ะ?”

“หลังจากเบลกลับมาเบลก็บอกให้คุณพ่อจัดการเลยค่ะคุณพ่อบอกว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย” 

เธอเล่าถึงตั้งแต่เธอกลับมาแล้วเธอก็ฟ้องพ่อของเธอเป็นการเอาใหญ่และแน่นอนว่าพ่อที่หวงลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างเบลล่าจะเอาให้ถึงที่สุดซึ่งเธอเองก็รอจิกหน้าไอ้คนที่ทำเรื่องแบบนี้กับเธอให้หายเจ็บแค้นเลย

“ว่าแต่ คุณไกด์เนี่ยทำไมเขาทำเหมือนไม่รู้จักเบลล่ะคะ?”

“แสตมป์ความจำเสื่อมน่ะ” เมซเซจพูดออกมาสั้นๆทำให้หญิงสาวเบิกตาโตขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะถามออกมาทันที

“แบบนี้ก็ตกงานน่ะสิ!” เธอโพล่งออกมาเสียงดังด้วยซ้ำ

“เบลล่า...” เขาขมวดคิ้วเมื่อเบลล่าถามคำถามที่ไม่สมควรจะถามออกมาเลยด้วยซ้ำ เบลล่ารีบทำหน้าไม่รู้ไม่เห็นกับคำพูดของเธอทันที

“อุ๊ย...”

“ทางบริษัทฮานะจะพิจารณาอีกทีหนึ่งหลังจากแสตมป์จำทุกๆอย่างได้ ตอนนี้ก็มีแต่ต้องช่วยให้ความจำกลับมานั้นแหละ พวกพี่เลยช่วยกันอยู่นี่ไง”

“แล้วพี่จะช่วยอะไรได้บ้างละคะ? พี่ก็เพิ่งรู้จักเขาในทัวร์ไม่ใช่รึไง?”

“….”

คำถามอีกคำถามหลุดออกจากสาวปากไวอย่างเบลล่าแต่คำถามนี้เมซเซจถึงขั้นชะงักไปในทันที เบลล่าไม่รู้เรื่องราวของเขากับแสตมป์หรอก

...แต่เขาก็รู้สึกจุกที่โดนคำถามแบบนี้ออกมาเพราะถ้าเอาเข้าจริงเขาสามารถทำอะไรได้บ้างเขาเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

“แล้วนายสกายก็อีกคนหนึ่ง ทำเหมือนรู้จักกันมานานงั้นแหละ เบลว่าส่งให้พ่อแม่ของเขาดูแลไปไม่ดีกว่าเหรอคะ? ”

“เบลล่า...”

“นั้นก็ผู้ชายนี่ ดูแลตัวเองมันยากตรงไหนเป็นภาระให้คนอื่นซะเปล่า หรือว่าสกายกับแสตมป์ไรนั้นเป็นแฟนกัน ยิ๊ เบลล่ารับไม่...”


ตึง!!


“!!!!”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบลงไปเมซเซจก็ทุบโต๊ะเสียงดังจนเบลล่าสะดุ้งเฮือกไม่เพียงแต่เธอที่ตกใจแต่คนอื่นๆในร้านอาหารก็ตกใจเช่นกันเพราะเสียงมันดังมากด้วยซ้ำ

“พี่ว่าเบลไม่รู้อะไรแล้วก็อย่าพูดจะดีกว่านะ” เมซเซจจ้องหน้าเบลล่าอย่างจริงจังเป็นดวงตาที่แข็งร้าวและเยือกเย็นจนเบลล่าที่อยู่ในอาการตกใจทำหน้าไม่เข้าใจนัก เขาไม่ชอบคำพูดของหญิงสาวตรงหน้าเลยมันทำให้เขาไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักและอย่างเบลล่าจะรู้อะไรกัน...

“พะ พี่เมซเซจหมายความว่ายังไงคะ?”

“คนที่ไม่รู้อะไรอย่าพูดเลยดีกว่า พี่ว่ามันน่ารำคาญว่ะ ไม่ชอบเลยผู้หญิงแบบนี้” สิ้นเสียงของเมซเซจทำให้เบลล่ากรี๊ดลั่นออกมาในร้านก่อนที่หญิงสาวจะถลึงตามองเมซเซจคล้ายโกรธเธอคว้ากระเป๋าใบเล็กแบนด์ดังของเธอมาสะพายก่อนจะรีบไปอย่างโกรธและเสียหน้าเสียงส้นสูงสีดำของเธอดังกระแทกตึงตังระหว่างออกไปจนมันเงียบหายเมื่อเธอไปได้ไกลแล้ว

“เฮ้อ....อะไรของกูวะเนี่ย” เมซเซจเอนพิงโซฟาไปแล้วขยี้ผมของตัวเองอย่างหงุดหงิดเขาไม่แม้แต่จะไปตามง้อหญิงสาวที่หายไปแล้วแม้แต่นิดเดียว ได้แต่ยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองเขาบ้าไปแล้วรึไงกัน


ตึ้ง!


เสียงข้อความของเขาดังขึ้นมาทำให้เขาคว้าโทรศัพท์ตัวเองบนโต๊ะขึ้นมาแล้วก็พบว่าเป็นข้อความของต้าร์นั้นเองที่ทักเข้ามาหาเขา

‘ไอ้เมซ มาหากูหน่อยที่คอนโดกู –ต้าร์’



ณ หมู่บ้านศิวาลัย

“เฮ้ออ คิดว่าจะไม่ได้กลับบ้านแล้วเนอะ แสตมป์?”

 สกายเอ่ยออกมาพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อหลังจากที่เขากับแสตมป์แวะทานอาหารกันเสร็จเขาก็ตรงกลับบ้านของแสตมป์ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้ ถามว่ารู้ที่อยู่ได้อย่างไรเพราะแสตมป์พกแทบทุกบัตรที่เจ้าตัวมีบางบัตรอย่างบัตรประชาชนก็แสดงที่อยู่ของแสตมป์ขึ้นทำให้พากลับบ้านมาได้

“แหะๆ พาพี่ลำบากจนได้น้า”แสตมป์เลยหัวเราะออกมาแห้งๆอย่างเกร็งใจแต่ถ้าหากไม่มีสกายคอยช่วยเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบ้านของเขามันอยู่ที่ไหนกันของเมืองกรุงเทพที่วุ่นวายไปด้วยถนนและตึกซับซ้อนมากมายแบบนี้

สกายหมุนพวงมาลัยรถสปอร์ตสีเทาของตัวเองไปทางบ้านของแสตมป์ก่อนที่จะเปิดประตูรั้วของบ้านแสตมป์ออกให้เปิดให้เขานำรถตัวเองเข้าไปจอดได้

ด้านทางครอบครัวของแสตมป์หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้นเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะแจ้งยังไงกับใครด้วยวิธีไหนแต่เมื่อเขาเข้ามาในบ้านเขาก็ไม่พบว่ามีใครอยู่บ้านเดียวกับแสตมป์

มีความเป็นไปได้ว่าแสตมป์นั้นอยู่คนเดียวในบ้านหลังกลางๆแบบนี้

สกายมองคนในรถของตัวเองที่กำลังทอดมองไปที่บ้านตรงหน้าของตัวเองแล้วระบายยิ้มออกมาเล็กๆ เขาอยากให้แสตมป์จำได้ให้ไวๆจังเลยนะ...ก่อนที่เขาจะกลับไปที่รถของตัวเองแล้วขับเลี้ยวเข้าไปด้านใน

“ขอบคุณพี่สกายที่มาส่งผมนะครับ ไม่ได้พี่นี่แย่แน่ๆเลย”

 แสตมป์ไม่ได้เอ่ยถามเรื่องครอบครัวของเขากับอีกฝ่ายเพราะเขารู้ว่าถามออกมาก็ไม่ได้อะไรออกไปเพราะว่ายังไงสกายก็ไม่ใช่เชื้อสายเดียวกับเขาแถมยัง...สกายเป็นคนพูดเองว่ารู้จักเขาในทัวร์แสดงว่าเรื่องส่วนตัวของเขาสกายก็ไม่อาจรู้ได้...

“ฮ่ะๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่นา พี่ช่วยขนของเข้าบ้านให้ไหม?”

“อ๊ะ ไม่เป็นไรๆๆ”

“ไม่เป็นไรหรอก”


หมับ!


แสตมป์เลยคว้าแขนของสกายที่กำลังจะลงจากรถอีกครั้งหนึ่งสายตาของเขามองมาที่สกายอย่างจริงจัง

“ผมไม่ได้พิการนะครับ ผมทำเองได้….นะ?”

“…” สกายเลยไม่ได้ตอบอะไรเขาหยุดที่จะเปิดประตูก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวของแสตมป์อย่างเบาแผ่วใบหน้าของสกายเข้ามาใกล้แสตมป์มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ เขาอยากจจะแอบโกง...อยากจะโกงคว้าหัวใจของแสตมป์ให้มาเป็นของตัวเอง...


ตึก...ตึก...ตึก...


“พี่จะทำอะไรเหรอ?” แสตมป์ถามออกมาเสียงเบาพร้อมสงสัยไปด้วย ปลุกเรียกสกายให้กลับมาแบบเดิมก่อนที่สกายจะผละออกมา

“โอเคๆ ถ้าแสตมป์อยากจะเก็บของเองพี่จะไม่ค้านอะไรเรา แต่อย่าลืมนะเก็บของเสร็จอย่าลืมพักผ่อน”

“อื้ม!” แสตมป์ระบายยิ้มออกมาก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วหยิบกระเป๋าของสัมภาระของตัวเองทีอยู่ท้ายรถออกมาอย่างขมักเขม่น

สกายก็ได้แต่เปิดประตูออกไปยืนดูอย่างเป็นห่วงเล็กน้อยแต่เขาไม่อยากขัดใจเจ้าตัวเล็กให้เจ้าตัวเล็กโกรธและไม่ได้ทำอะไรนอกจากยืนดูแล้วอมยิ้มเป็นบางครั้งที่ของบางอย่างแสตมป์หยิบขึ้นมามันคงหนักจนแสตมป์อาจจะลืมไป

“ช่วยไหม?”

“ไม่เป็นไร!”

สกายเลยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆจนแสตมป์ขนของตัวเองหมดแล้วแสตมป์ก็ยิ้มอย่างภูมิใจที่ตัวเองก็ทำได้อยู่แล้วก่อนจะหยิบกล่องสีเหลืองทองบางอย่างให้สกาย

“ผมให้พี่นะ พี่อุสาห์มาส่งแหน่ะ” กล่องโตเกียวบานาน่าได้อยู่ในมือของสกายแล้ว สกายเลยรับมันขึ้นมาถือข้างหนึ่งแล้วขอบคุณแสตมป์

“ครับ ขอบคุณมากนะ”

“พี่สกาย ผมขอถามอย่างหนึ่งได้ไหมครับ?” แสตมป์เอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักมันเป็นคำถามที่เขาค้างคาอย่างที่ไม่เป็นมาก่อนและเขาตัดสินใจจะถามให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

“ว่าไงเอ่ย”

“เอ่อ...พี่เมซเซจกับผู้หญิงที่ชื่อเบลล่าเขาเป็นอะไรกันเหรอครับ?”

“….” สกายเลยมองหน้าของแสตมป์ที่กำลังส่งสายตาสงสัยให้กับเขาราวกับหมาน้อยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นอะไรใหม่ๆอยู่ เขารู้ว่าแสตมป์ความจำเสื่อมจำเบลล่าไม่ได้เป็นเรื่องปกติเพราะขนาดพวกเขาแสตมป์ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ

“พวกเขาเป็นแฟนกันน่ะ” สกายตอบออกไปตามความจริงที่เกิดขึ้น

“ว้าว!...จริงเหรอครับ? แต่ว่านะ คนสวยกับคนหล่อคู่กันเป็นคู่ที่ลงตัวดีเนอะ” แสตมป์คล้ายหายสงสัยแล้วเขาก็เอ่ยชมทั้งเมซเซจและเบลล่าออกมาของมีค่าสองอย่างอยู่ด้วยกันย่อมเปล่งประกายอยู่แล้วนี่นาแถมเขาเองก็แอบตื่นเต้นไปเล็กน้อยแม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยก็ว่าได้

“อื้อ ใช่แล้วล่ะ” สกายเลยระบายยิ้มให้แสตมป์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครื้มเล็กน้อยราวกับเป็นสัญญาณว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฝนจะลงมาอย่างแน่นอน

“งั้นพี่กลับก่อนนะ? อย่าลืมอ่านประวัติของตัวเองเยอะๆด้วย เดี๋ยวจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ” สกายย้ำเรื่องที่แสตมป์ควรทำแสตมป์เลยขานรับกลับไปก่อนจะโบกมือให้กับสกาย

“ครับ แล้วเจอกันนะ! ขอบคุณมากนะครับ!”

แสตมป์เลยคอยมองรถสปอร์ตสีเทาที่ส่งเขาค่อยๆจากไปก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปปิดประตูรั้วบ้านของตัวเองทันฝนที่ค่อยๆตกลงอย่างแผ่วเบา

“แฟนกัน...” เขาพึมพำออกมาแล้วในหัวก็ครุ่นคิดบางอย่างขณะที่หยิบกุญแจที่สกายช่วยเขาหาในกระเป๋าเดินทางขึ้นมาไขเพื่อเข้าบ้านหลังกลางของตัวเอง

ณ คอนโดZZZ


“มึงเรียกกูมีไรวะต้าร์ ไม่บ่อยเลยนะที่มึงจะเรียกกูเนี่ย” เมซเซจแซวต้าร์ขึ้นมาทันทีหลังจากที่เขาเข้ามาในคอนโดห้องของต้าร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกูเหอะ กูถึงลงทุนเนี่ย” ต้าร์ว่าพลางกรอตาไปมาอย่างเอือมๆกับเพื่อนของตัวเอง พลางเกาคางให้กับแมวเปอร์เซียสีขาวสะอาดของตัวเองอย่างเบาๆ

"ม้าววว ม้าวว"

“ดูดิ แม้แต่คุณซินยังคิดถึงมึงเลย” ‘คุณซิน’ คือชื่อแมวของต้าร์นั้นเองโดยเขาภูมิใจและตั้งใจตั้งชื่อให้ดูยิ่งใหญ่เพราะว่าต้าร์เป็น...ทาสแมวอย่างสมบูรณ์แบบ

“อ่ะ สรุปมีอะไรวะครับคุณต้าร์?” เมซเซจมองเอือมๆ แล้วคุณซินของต้าร์ก็กระโดดลงจากโต๊ะเข้ามาคลอเลียพันแข้งขาของเมซเซจคล้ายแสดงความคิดถึง

“กูได้เบาะแสของไอ้คนที่ชื่อว่าเรย์มา” เมซเซจที่กำลังเกาคางให้คุณซินชะงักไปทันทีที่เมื่อเพื่อนของตัวเองเข้าเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องที่เขาเคยไหว้วานให้ต้าร์ช่วยเหลือเขา ต้าร์แม้ว่าจะชอบจีบเต๊าะสาวไปเรื่อยแต่หากว่าอีกด้านหนึ่งของต้าร์คือแฮกเกอร์มือโปรคนหนึ่งดีๆนั้นเอง เมซเซจหยุดเกาคางให้คุณซินแล้วเดินไปทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงบางสิ่งบางอย่างขึ้นเต็มมากมายให้เขาได้อ่านดู

 “ซากาฮิกิ เรย์ นักศึกษาปีที่2ของมหาลัย XXXในเมืองนาระ คนนี้มีคดีเยอะมากว่ะ เรียกได้ว่าตัวป่วนในเมืองนาระเลย”

ต้าร์เริ่มเล่าถึงวีรกรรมของเรย์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่คดีที่เรย์ทำเรื่องเล็กๆยันไปเรื่องใหญ่ๆที่ปัจจุบันตำรวจยังไม่สามารถจับได้จริงๆจังๆสักที เมซเซจกัดฟันของตัวเองเล็กน้อยเมื่อต้าร์เล่าจบ

“ล่าสุดแม่งจับผู้หญิงไปข่มขืนมากับหัวหน้าโจกของมัน”

“แล้วหัวหน้ามันชื่ออะไรวะ?”

“กูไม่รู้ว่ะ กูไม่มีข้อมูลของหัวหน้ามันแต่หัวหน้าจะมีรหัสชื่อว่า ‘Jocker’”

“ตัวตลกเนี่ยนะ?”

“เออ”

ทั้งคู่ทำหน้าตึงเครียดกันไปสักพักใหญ่ๆก่อนที่ต้าร์จะกดปิดข้อมูลของคนที่ชื่อว่าเรย์และโจ๊กเกอร์ออกพร้อมเอนหลังพิงเบาะนั่งของตัวเอง เขาหามาได้แค่นี้เท่าที่นักแฮคเกอร์อย่างเขาคนหนึ่งจะทำได้แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับเมซเซจแล้วด้วยซ้ำ ไม่บ่อยนักที่ต้าร์จะทำเรื่องอะไรที่มันแทบไม่เกี่ยวกับเจ้าตัวให้ เหตุผลเนื่องจากต้าร์ไม่อยากก่อปัญหาอะไรเข้าหาตัวเองให้มันวุ่นวาย

“เป็นไงบ้างวะ...แสตมป์?” ต้าร์ถามออกมาขณะที่เขากำลังเอื้อมมือคว้าของเล่นบนโต๊ะคอมพิวเตอร์เขาขึ้นมาเล่นกับคุณซินไปด้วย

“ความจำเสื่อมว่ะ”

“อันนั้นกูรู้ มึงบอกกูตั้งนานแล้ว…”

"ม้าวว!"

คุณซินร้องออกมาเมื่อร่างตุ้ยนุ้ยของคุณซินเอื้อมมือไปแตะเจ้าหนูปลอมที่ต้าร์ล่อไปมาสำเร็จอย่างภูมิใจ

“งั้นมึงจะถามอะไร ?” เมซเซจเลิกคิ้วตัวเองขึ้นเล็กน้อยเชิงไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนของตัวเอง

“มึงโง่หรือมึงโง่วะ?....กูหมายถึงเรื่องนี้” ต้าร์วางของเล่นลงคล้ายยอมแพ้กับความบื้อของเพื่อน พลางขยับไปใกล้ก่อนจะเอามือจิ้มลงที่หน้าอกด้านซ้ายของเมซเซจอย่างแรงคล้ายกวนประสาท

“โอ๊ย มึงนี่!”

“มึงลังเลอะไรอยู่ อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะเว้ยไอ้เมซ กูกับมึงก็เพื่อนกันมาตั้งกี่ปีแล้ววะทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงคิดเรื่องอะไรอยู่ หือ”

“….”

“มึงคิดมึงรู้สึกยังไง มึงควรเริ่มได้แล้วนะเว้ยไม่ใช่มาก่ำกึ่งแบบนี้ มึงไม่สามารถจับสองอย่างได้พร้อมกันหนึ่งอย่างที่ได้หนึ่งอย่างที่มึงต้องเสีย”

“อือ...”

“รีบเลือกเถอะว่ะ ก่อนที่มึงจะเสียทั้งสองอย่างพร้อมกัน กูเป็นห่วงนะเว้ย” ต้าร์ว่าพลางบีบเข้าที่ไหล่เพื่อนรักของตัวเองเบาๆเชิงให้กำลังใจ

“เออ ใจมาก แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกว่ะไอ้ต้าร์”

“ทำไมวะ?”

“ถ้าเขากลับมาได้ เขาจะให้อภัยกูรึเปล่าวะ?”

" ม้าวว"

แม้แต่เรื่องแบบนี้เอง คุณซินหรือต้าร์ก็ให้คำตอบไม่ได้....ไม่มีใครให้คำตอบได้หรอก

______________________________________________________________________________________________________________________________

ไหน ใครทาสแมวบ้างคะเนี่ย ฮ่าๆๆ แต่จิ้งไม่ใช่ทาสแมวหรอกนะคะ 

แล้วทุกๆคนคิดว่าถ้าแสตมป์กลับมาจำได้จะให้อภัยเมซเซจเปล่าเอ่ย? :) ใครตอบได้คุณซินจะให้ลูบขนนะ

ความคิดเห็น