candy on

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 54.9k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2561 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนจบ
แบบอักษร

ตอนจบ

All you need is love

ตอนนี้เราอยู่บนเครื่องบินแอร์บัสสายการบินในประเทศมุ่งหน้าสู่กระบี่ หลังจากที่เครื่องบินไต่ระดับขึ้นมาอยู่ในสภาวะปกติที่สามารถลุกจากที่นั่งเพื่อไปเข้าห้องน้ำและใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ผมก็หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อแอบเล่นอินเทอร์เน็ต จริงๆมันมีคนประเภทผมอยู่บ้างที่แอบเล่นเน็ตตอนที่เครื่องกำลังบิน แต่ผมก็กะว่าจะเล่นไม่นานหรอกครับแค่เช็คอะไรนิดๆหน่อยๆเท่านั้น

และพอเข้ามาในเฟซสิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกก็คือสเตตัสไอ้ช็อคที่อัพเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเด่นหราอยู่หน้าฟีด สรุปว่าไม่ได้มีแค่ผมสินะที่แอบเล่นเน็ต

Choc Teeran The best time @krabi *แนบรูป*

ภาพที่มันเอาลงพร้อมกับสเตตัสคือรูปที่ถ่ายผ่านบ่าผมไปยังช่องหน้าต่าง มันหมิ่นเหม่เหมือนจะดูไม่ออกว่าเป็นใครแต่ถ้าดูดีๆก็จะรู้ว่าเป็นผม

ช็อคไปไหนนนนนน ได้ข่าวว่าช่วงนี้ดาวเดือนไปเข้าค่ายไม่ใช่เหรอวะ

เห็นมีคนบอกน้องช็อคถอนตัวแล้ว

สงสัยอยากเอาวันหยุดช่วงรับปริญญาไปเที่ยวกับบางคนแน่ๆ ฮือออออใช่คนในรูปไหมนะ

แล้วคนในรูปเป็นครายยย นุ้งเมลไหมมลูกกก

อัพเดทชีวิตผ่านโซเชียลครั้งแรกในรอบสองเดือน**Well come back นะลูก อัพบ่อยๆหน่อยก็ได้

นอกจากไม่อัพเดทชีวิตแล้ว น้องช็อคยังไม่ค่อยแซวน้องเมลในสเตตัสเฟซหรือแซวรูปที่พวกไจ๋และบอยแท็กอีก ทะเลาะกับน้องเมลเปล่าวะ

ไม่นะวันก่อนยังเห็นเดินด้วยกันที่คณะวิทย์อยู่เลย

สาเหตุที่ไม่แซวอาจเพราะไม่จำเป็นต้องแซวแล้วเปล่าแบบว่าฉันได้แล้วก็กินแบบเงียบๆ

กรี๊ดดดดดดบวกล้านความเห็นบน

บอย ปะยาง ไปเงียบมากไอ้สัด ทำไมกูไม่รู้

JaiJai F5 เออนั่นดิ บินตามไปป่วนแม่งดีไหม

Mel worapat โทษทีว่ะไม่รับส่วนเกิน

บอย ปะยาง ว๊ายยยยยย สรุปว่าอยู่ด้วยกันจริงๆสินะ กิ้วๆ

เพราะเห็นข้อความของไอ้สองตัวเสือกที่ทำท่าจะบินตามพวกเรามาผมก็ยั้งมือตัวเองไม่อยู่รีบพิมพ์ตอบพวกมันไปก่อน รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมพลางพวกมันไปแล้ว

“เพื่อนมึงแต่ละคนแม่งโคตรกวนตีน”

“พวกมันก็แบบนี้แหละ แต่ไม่มีอะไรหรอก ขอให้ได้แซวได้ชง แต่ถ้ามึงไม่ชอบก็บอกพวกมันไปตรงๆเลย” ที่ผ่านมาเวลาพวกไอ้ไจ๋แซวผมในโซเชียลหรือแซวต่อหน้ามันก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดขนาดนั้น แถมสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับพวกมันด้วย ยิ่งวันไหนที่ผมเถียงชนะผมจะยิ่งรู้สึกสูงส่งขึ้นมาทันที

“ไม่ได้ไม่ชอบหรอก แต่บางทีกูก็อยากรู้จุดอ่อนของมันสองคนบ้าง”

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี”

“มึงรู้เหรอ บอกเร็ว อะไร” ผมหันไปอ้อนคนข้างกาย มันยิ้มแล้วดึงแก้มผมให้ยืดออก “บอกมา เพื่อนมึงมีจุดอ่อนตรงไหน”

“แลกกับอะไรดี”

“ตอนนี้กูยังจะมีอะไรให้แลกได้อีกเหรอช็อค” เพราะทริปนี้ที่มากับมันก็แลกจนหมดก๊อกสุดท้ายแล้ว ไม่น่าจะเหลืออะไรให้แลกอีก

“เยอะแยะน่าเมล”

“ยกตัวอย่างดิ เพราะจบทริปนี้กูก็ไม่น่าจะเหลืออะไรไว้ต่อรองกับมึงแล้ว”

“ทุกอย่างที่เป็นมึงต่อรองกูได้หมดแหละ...ทุกอย่าง”

“จริงอ่ะ”

“จริงสิครับ” แล้วกูจะยิ้มทำไม หน้าบานจนไอ้ช็อคยิ้มตามด้วยแล้วเนี่ยกู แต่ก่อนที่ผมจะหลงละเมอและเคลิ้มไปกับคำพูดไอ้ช็อค ความเสือกในเส้นเลือดก็ดึงสติผมกลับมาได้ทัน

“เดี๋ยวดิ อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง สรุปว่าเพื่อนมึงมีจุดอ่อนตรงไหน”

“ไอ้บอยตอนนี้เหมือนจะจีบอดีตดาวคณะ รู้สึกจะเป็นรุ่นพี่ปีสี่คณะบริหารมั้ง”

“ว้าวววว เล่นของสูง”

“ส่วนไอ้ไจ๋ แฟนมันมึงเคยเจอแล้ว...” เคยเจอตอนไหนวะ จำได้ว่าตั้งแต่ที่รู้จักกันมาไอ้ไจ๋ไม่เคยพาแฟนมันมาแนะนำเลยสักครั้ง “ไม่ต้องทำหน้างง มึงเคยเจอแล้วจริงๆ คิดให้ออกว่าใคร เพราะถ้ามึงคิดออก มึงล้อมันได้ยันลูกบวช”

“ใครวะช็อค บอกหน่อยดิ นะๆ” ผมใช้หัวไถไปที่บ่ามันเป็นเชิงอ้อน ไม่ได้อายว่าใครจะมองหรือเปล่าเพราะยังไงแถวนี้ก็ไม่ค่อยมีคนไทยอยู่แล้ว

“กูสัญญากับมันแล้วว่าจะไม่บอกใครอ่ะ”

“แสดงว่าเรื่องนี้ไอ้บอยก็ไม่รู้เหรอ” คนขี้เสือกอย่างไอ้บอยไม่รู้เรื่องไอ้ไจ๋มีแฟนได้ยังไง แม่งต้องปิดแบบปิดฉิบหายแน่ๆ

“ใช่ ตอนแรกกูก็ไม่รู้หรอก แต่ที่รู้เพราะความบังเอิญล้วนๆ”

“แฟน บอกเค้าหน่อยนะ เค้าอยากรู้อ่ะ” กูอ้อนแล้วเนี่ยบอกกูหน่อย ช่วยเอาสิ่งที่มึงรู้มาระงับความเสือกกูที “แฟนนนน บอกหน่อยดิวะ”

“มันไม่ให้บอกอ่ะดิ”

“มึงแฟนกูนะ”

“ใช่ครับ”

“งั้นบอกมาเลย” มันยังเงียบ “เชี่ยช็อค”

“...” ยังเงียบอยู่ จนผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเขกหัวมัน คอยดูนะไม่ได้คำตอบวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องได้ ผมจะหลอกถามแม่งทุกวันจนกว่าไอ้คนตรงหน้าจะสารภาพกับผมว่าแฟนไอ้ไจ๋เป็นใครกันแน่

พูดกันตามตรง ผมนึกไม่ออกจริงๆนะว่าเคยเจอแฟนไอ้ไจ๋ตอนไหน ในความทรงจำไม่มีภาพหวานหยดของไอ้ไจ๋กับแฟนเลยสักนิด หรือว่าจะเป็นเพื่อนที่คณะวะ แล้วแม่งคนไหนล่ะ ผมก็เห็นว่ามันก็สนิทกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว

“หน้าเครียดเชียวครับ”

“เออดิ” เสือกเรื่องเพื่อนแบบนี้ไม่ให้กูเครียดได้ไง

“เอาไว้ปิดเทอมไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกันดิ เผื่อมันจะพาแฟนไปด้วย” คำว่าเผื่อของมึงคือยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ แต่ที่ชวนสาเหตุหลักๆก็เพราะเรื่องเดียว

“เอาดีๆ ประเด็นสำคัญของมึงคืออยากชวนกูไปเชียงใหม่หรืออยากให้กูไปดูหน้าแฟนไอ้ไจ๋กันแน่”

“อยากชวนมึงไปเชียงใหม่ ฮ่า ฮ่า ไปนะ พ่อกับแม่กูอยากเจอมึง”

“...”

“นะเมล ไปเถอะ...”

“เออ ก็ยังไม่ได้บอกว่าไม่ไป แต่คงไปได้ไม่นานหรอกนะช็อค ไม่อยากทิ้งไอ้สามแสบไว้ที่บ้านนานว่ะ”

“ก็ไม่ต้องไปนานสักอาทิตย์นึงก็ได้...” ผมพยักหน้าตอบรับมันไปก่อนไม่รู้ว่าถึงเวลาจริงๆผมจะได้ไหม เพราะหลังจากที่รับไอ้สองส้มมาอยู่ด้วยกัน ผมก็ไม่เคยไม่กลับบ้านเกินสามหรือสี่วันเลยสักครั้งแต่ถ้ามีเหตุจำเป็นจะต้องไปนอนหอไอ้ช็อคจริงๆในหนึ่งอาทิตย์จะต้องมีอย่างน้อยสองวันเพื่อกลับมาดูว่าไอ้สามแสบยังอยู่ดี

ถึงแม้การกลับบ้านแต่ละครั้งจะทำให้ผมเหนื่อยกับการตามกวาดตามเช็ดในสิ่งที่พวกมันทำรก แต่ผมก็มีความสุขที่ได้อยู่กับพวกมัน

ยังดีที่ไอ้สองส้มมันรู้วิธีการขับถ่ายใส่กระบะทรายแล้ว แต่รู้แค่นี้ยังไงก็มันไม่พอ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ผมต้องฝึก ทั้งเรื่องข่วนโซฟา หรืออะไรก็ตามแต่ที่ต้องทำก่อนที่มันจะโตกว่านี้ เห็นป๊ากับม๊าบอกว่าถ้ากลับไทยมาคราวนี้จะสอนและฝึกไอ้สองส้มด้วยตัวเอง

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาวันไหน แต่ได้ยินว่าน่าจะเร็วๆนี้

“ผู้โดยสารช่วยเอาหน้าต่างและถาดรองอาหารขึ้นด้วยค่ะ” แอร์เดินมาบอกผมกับไอ้ช็อคที่ยังคุยๆกันอยู่ “อีกสิบห้านาที เครื่องจะลงแล้วนะคะ”

“ครับ” ผมพยักหน้าแล้วหันไปเลื่อนหน้าต่างขึ้นสุด ส่วนไอ้ช็อคก็เก็บถาดรองอาหาร หลังจากนั้นไม่เกินสิบห้านาที เราก็มาถึงสนามบินกระบี่อย่างปลอดภัย

ตอนแรกผมกะว่าจะเช่ารถออกจากสนามบิน แต่ตาดันไปเห็นพนักงานโรงแรมคนหนึ่งถือป้ายชื่อไอ้ช็อคกับชื่อโรงแรมไว้ พอผมหันไปถามคนข้างกายถึงรู้ว่ามันจองรถโรงแรมให้มารับเราด้วย จริงๆการเที่ยวแบบนี้มันก็ดีนะ สะดวกสบาย แถมไม่ต้องเหนื่อยอีกต่างหาก เพราะถ้าผมเป็นคนจัดการทริปนี้คงพามันนั่งรถสองแถวฝ่าความร้อนแรงราวกับนรกไปโรงแรมแน่ๆ

“เห็นแดดแล้วอยากนอนยาวๆที่ห้องเลยว่ะ” พอขึ้นมาบนรถผมก็ขยับเอาหัวพิงบ่าไอ้ช็อคทันที “ขออ้อนหน่อยนะมึงกูปวดหัวมากเลย”

“อยากอ้อนเท่าไหร่ก็อ้อนเถอะ” มันเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเต็มแรง

“ผ้าเย็นครับ” คนขับรถโรงแรมส่งผ้าเย็นมาให้ผมกับไอ้ช็อค มันไม่ใช่ผ้าเย็นถุงพลาสติกเหมือนทัวร์ที่เรานั่งแต่เป็นผ้าอย่างดีที่ถูกแช่ในน้ำแข็ง ไอ้ช็อคเอาผ้านั้นมาโปะที่หัวก่อนจะเกลี่ยเบาๆเข้าที่แก้ม นาทีนี้ทั้งผมและเขาเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้างเท่าไหร่

“ไหวป่ะเนี่ย” ผมส่ายหัวบอกมันเป็นคำตอบ “งั้นหลับไปก่อน ถึงแล้วเดี๋ยวกูปลุก”

“ไม่ง่วงไง”

“ไม่ง่วงก็พักสายตาไป มองถนนเดี๋ยวจะยิ่งปวดหัว”

“อื้อ” ผมพยักหน้าทำตามคำสั่งไอ้ช็อคอย่างว่าง่าย ตลอดทางขณะที่นั่งรถมาสิ่งที่ผมรับรู้คือมือหนาของเขาลูบหัวผมตลอด มันบ่งบอกถึงความอบอุ่นและความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในนั้น ผมไม่รู้ว่าไอ้ช็อครู้ไหม แต่ผมโคตรชอบวิธีที่เขาแสดงออกแบบนี้กับผมเลย

“อีกสิบนาทีจะถึงโรงแรมแล้วนะครับ” พี่คนขับตะโกนบอกเราทั้งคู่ ผมขยับตัวออกจากอ้อมกอดไอ้ช็อคแล้วนวดตรงหว่างคิ้วสองสามทีก่อนจะมองตรงไปยังถนนที่เริ่มเข้าเขตเมือง

พวกเราเลือกพักโรงแรมที่อ่าวนางเพราะมันเป็นชุมชนเมืองและค่อนข้างสะดวกสบายที่สุด แถมที่นี่มันอยู่ค่อนข้างไกลจากป่าตองที่เฮียชิพพี่ชายผมอยู่ด้วย

ใช่ครับ ผมไม่มีทางบอกเฮียชิพว่ามาเที่ยวกระบี่ ใครมันจะให้คนอย่างไอ้เฮียมาขัดความสุขของผมกับไอ้ช็อคกัน

“เช็คอินที่เคาเตอร์ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมยกกระเป๋าให้” โรงแรมที่นี่บริการดีมาก สมกับราคาคุยที่บอกว่าเป็นโรงแรมระดับสี่ดาว ซึ่งไอ้โรงแรมระดับนี้ผมไม่มีปัญญามาพักหรอกครับคืนหนึ่งก็ 6,000 - 10,000 แต่เพราะเรามาช่วง low season ทำให้ราคาห้องพักลดลงเกินกว่าครึ่ง โดยที่ระดับการบริการยังคงใส่ใจและดูแลลูกค้าดีเหมือนเดิม

ผมกับไอ้ช็อคเราพักที่ห้องพาราโนม่าจากปกติราคาเหยียบเจ็ดพันตอนนี้เหลือห้องละไม่เกินสามพันบาทเท่านั้น แน่นอนว่าการมาเที่ยวช่วง low season สิ่งที่ต้องแลกกับมันคือความประทับใจในการเล่นทะเล เพราะช่วงนี้น้ำทะเลไม่ค่อยใสเท่าช่วง high season แต่มันก็ไม่ถึงกับแย่มาก

“เหนื่อยมากกกกก” หลังจากที่เช็คอินและเข้ามาในห้องผมก็แทบจะทิ้งตัวลงบนเตียงทันที สภาพตอนนี้คือนอนกลางแขนกลางขาอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์

“ไหวไหม” ช็อคหันมาถามผม

“ไหวแหละ แต่อากาศแม่งร้อนเกิน”

“ขนาดแพลนไว้แค่สามวันนะเนี่ย คิดสภาพที่คุยกันตอนแรกสี่วันสามคืนดิ”

“กูคงตายก่อน นึกภาพไปดำน้ำพรุ่งนี้ไม่ออกเลยว่ะ แดดแรงจนกูแทบจะละลายติดพื้น นี่ถ้าออกไปข้างนอกสักสิบนาที ร่างกูอาจจะแหลกเพราะโดนเผา” ครั้งนี้ผมแพลนมาเที่ยวกระบี่กันแค่สามวันสองคืนเท่านั้น เพราะกลับจากกระบี่เสร็จไอ้ช็อคก็ต่อเครื่องไปเชียงใหม่ในวันนั้นเลย เห็นบอกว่าต้องไปเยี่ยมปู่กับย่าที่เชียงรายต่อ

ผมเองก็บอกมันแล้วนะเรื่องทริปกระบี่คราวนี้ถ้ามันรวนหรือฉุกละหุกจริงๆเลื่อนไปวันอื่นก็ได้ แต่ก็อย่างที่เห็นคิดเหรอว่าคนอย่างไอ้ช็อคจะปล่อยโอกาสที่สร้างมากับมือหลุดไปได้ง่ายๆ

“พูดเว่อร์ฉิบหาย” ช็อคเดินมานั่งบนเตียงก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากผม ความหวานจากปลายลิ้นถูกสอดเข้ามาในปากครั้งแล้วครั้งเล่า ผมขยับยกขาขึ้นกอดเอวคนที่ก้มลงมาจูบ “ยั่วมากไอ้สัด”

มันด่าผมแล้วขยับริมฝีปากลงมาที่ต้นคอ ขบเม้มจนรู้สึกเสียวในช่องท้องได้ไม่นานไอ้ช็อคก็เลื่อนมาหอมแก้มผมฟอดใหญ่แล้วลุกออกจากตัวผม

“อ่าว...” ผมท้วงมันเอง เพราะคิดว่าไอ้ช็อคจะทำมากกว่านี้ อุตส่าห์เตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วแท้ๆ

“ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ครับพี่เมล ยังไงคืนนี้ก็ไม่รอด...” ไอ้ช็อคบีบแก้มผมด้วยความหมั่นไส้ “ส่วนตอนนี้พักผ่อนไปก่อน ไอร้อนจากแดดยังเกาะที่ตัวมึงอยู่เลย”

“งั้นก็มานอนด้วยกันดิ” ผมขยับตัวไปอีกฟากของเตียงแล้วตบเบาๆตรงที่นอนข้างๆ

“กูว่าจะไปหายากับของกินให้มึง...”

“ไม่เอา”

“อ่าว ทำไมงั้นล่ะ ไม่ปวดหัวแล้วเหรอวะ”

“ไม่แล้ว ตอนนี้แค่อยากให้มึงมานอนข้างๆ...” ผมทำหน้าอ้อนเพื่อให้ไอ้ช็อคทำตามความปราถนาของตัวเอง มันระบายยิ้มเบาๆก่อนจะเดินไปถอดกางเกงยีนส์ออกจนเหลือแค่บ๊อกเซอร์

“ทำไมต้องทำตัวน่ารักใส่กูตลอด” มันล้มตัวลงนอนข้างๆผมพร้อมกับดึงเอวให้ขยับไปใกล้

“น่ารักแล้วรักไหม...”

“รักมาก” พูดจบไอ้ช็อคก็กดจูบลงมาอีกหลายครั้ง ซึ่งในทุกๆครั้งที่เราจูบหรือสัมผัสกันมันจะมีความพิเศษเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่อนว่าผมไม่รู้หรอกว่าไอ้ความพิเศษนี้มันจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นในอนาคตไหม แต่ถ้ามันลดลงจนไม่เหลือความพิเศษใดๆต่อกัน สิ่งหนึ่งที่ยังเหลือและไม่มีทางจางหายหรือถูกตัดขาดคือมิตรภาพของเราทั้งสองคน

“เรามาคุยกันดีกว่าช็อคว่าช่วงสามปีที่จากกันไปเราต่างคนต่างทำอะไรกันบ้าง”

“เอาดิ” เรื่องราวหลายอย่างถูกถ่ายทอดผ่านการเล่าเรื่องจากปากผมและมัน “จริงๆ ช่วงนั้นกูก็เรื่อยเปื่อยไม่เป็นโล้เป็นพาย มีแฟนไม่ซ้ำหน้า คิดว่าตัวเองลืมมึงได้แต่พอมาเจอมึงที่คณะถึงรู้ว่าจริงๆไม่เคยลืม”

ช่องว่างของระยะเวลาเกินกว่าสามปีที่ไม่เจอกันมันทำให้เรามีเรื่องราวมากมายมาเล่า ไอ้ช็อคเล่าเรื่องที่บ้าน ผมเล่าเรื่องจีบสาวแล้วไม่ติด เราทั้งคู่ต่างแบ่งปันความทรงจำของกันและกันเพื่อเติมเต็มส่วนที่มันขาดหายไป

“กูก็เศร้าไปสักพักใหญ่ๆ แต่ก็มาคิดได้ว่าคนเรามันต้องมีทางเดินเป็นของตัวเอง ทั้งพ่อ แม่ เฮียชิพ หรือแม้แต่มึง ยังดีที่มีไอ้เชลอยู่เป็นเพื่อนไม่งั้นกูคงเหงากว่านี้” จูบหนักๆที่หน้าผากราวกับปลอบโยนผมอีกครั้ง

“ขอโทษนะ” ผมรู้ว่าไอ้ช็อคไม่เคยสบายใจเลยเรื่องที่มันไปอยู่เชียงใหม่แล้วไม่ได้บอก ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วผมเลิกโกรธมันมาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ

“ไม่เป็นไรแค่ตอนนี้มึงกลับมาก็พอ”

“ไม่ใช่แค่กลับมาหรอก แต่กะว่าจะอยู่ยาวๆด้วย”

“ให้มันจริง” ผมหันไปยู่หน้าใส่คนที่นอนอยู่ข้างๆ ไอ้ช็อคยิ้มออกมาก่อนจะยกแขนข้างหนึ่งขึ้นให้ผมขยับไปนอนทับบนอก มันใช้มือข้างนั้นจิ้มลงบนแก้มผมสองสามที

“กูพูดจริง รักขนาดนี้จะให้ไปไหนได้” ผมหันไปไล่งับนิ้วไอ้ช็อคที่ยังจิ้มแก้มผมไม่เลิก สุดท้ายเพราะความรำคาญเลยดึงมือมันมาจับแล้วสอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้ากับมือตัวเอง

ความอบอุ่นที่โอบล้อมความรู้สึกผมตอนนี้เป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตที่ผมไม่อยากให้มันจางหายไป

“ช็อค...” ผมเรียกชื่อไอ้ช็อคแล้วค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักมัน

“ว่า...” มันขานรับแล้วขยับนั่งพิงหัวเตียงดีๆก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างอยู่ประคองตัวผมให้นั่งบนตักมันได้ถนัด “ว่าไงเมล มีอะไรหรือเปล่า”

ช็อคถามผมอีกครั้ง มันคงเห็นผมเงียบและจ้องหน้าโดยที่ไม่พูดอะไรอยู่นาน

“กู...รักมึงนะ”

“...”

“และก็มั่นใจว่ารักมากพอๆกับที่มึงรู้สึก” ผมไม่เคยบอกไอ้ช็อคเลยสักครั้งว่าตัวเองคิดแบบไหนกับมัน ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้เอ่ยปากบอกความรู้สึก แม้ว่าตัวผมจะไม่มั่นใจว่าในอนาคตเรื่องราวความรักของพวกเราจะยังคงเป็นไปในรูปแบบนี้ไหมแต่ผมเชื่อเสมอว่ามิตรภาพเกินสิบปีมันจะเหนี่ยวนำและดึงรั้งเราไว้ไม่ให้แยกจากกันไปไหนแน่นอน

“อ่าวเป็นไรวะ ทำไมตาแดงๆ” ผมพูดถามมันพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งจับที่แก้มไอ้ช็อค เขาเม้มปากแน่นราวกับกักเก็บความรู้สึกบางอย่างไว้ในนั้น “ช็อค...”

“กูแค่...”

“...”

“ดีใจ...มึงไม่เคยพูดว่ารักกับกูเลยสักครั้ง”

“ไม่เคยพูดก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกหรอกนะ”

“กูรู้ รู้ว่ามึงรู้สึกยังไง มันแค่ดีใจเฉยๆที่ได้ยินจากปากมึง” มือที่ประสานกันอยู่ถูกดึงไปจูบที่หลังมืออย่างอ่อนโยน ก่อนไอ้ช็อคจะใช้มือนั้นดึงเอวผมให้ขยับไปแนบชิดกับตัวมันมากขึ้น ส่วนผมพอไม่ได้จับมือกับมันแล้วก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดคอมันแทน

“นั่งท่านี้ทีไรมึงชอบทำตาเหนือชั้นใส่กูตลอด” ก็เวลานั่งท่านี้ผมจะดูสูงกว่ามันนี่หว่า

“เรื่องของกูน่า”

“แต่กูชอบให้มึงนั่งท่านี้นะ เวลาขยับตัวไปมามันก็ฟินหน่อยๆ”

“สัด” ด่ามันไปไอ้คนตรงหน้าก็ไม่ได้รู้สึกสะเทือนถึงแก่นกระโหลกเท่าไหร่หรอก เพราะการที่มันยังระบายยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมแบบนี้เป็นสัญญาณบอกว่าผมจะอยู่เหนือตัวมันได้อีกไม่นาน

“กูรักมึงนะเมล รัก...จนไม่รู้จะรักยังไง”

“ขนาดนั้นเชียว”

“อื้อขนาดนี้แหละ”

“ความรักของมึงนี่วัดได้ป่ะ อยากรู้จังว่าขนาดไหน”

“ก็...เท่าฟ้า เท่ากับคนในครอบครัว เท่ากับพ่อและแม่ และก็เท่ากับทุกๆอย่างที่กูรักมากที่สุด...” ผมวางหน้าผากตัวเองลงบนหน้าผากมัน มือสองข้างที่เคยกอดบ่าไอ้ช็อคยกขึ้นประคองแก้มคนตรงหน้าแล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ

“ไม่ต้องรักมากมายเท่าที่มึงบอกกูก็ได้ช็อค แค่เท่าเดิมเท่าที่มึงเคยรักกูก็พอ” ความรักสำหรับผมไม่ต้องยิ่งใหญ่หรือมากมายเท่าฟ้าก็ได้ ขอแค่ให้มันยังคงอยู่และไม่ลดน้อยลงไปจากความรู้สึกที่เคยมอบให้กันก็พอ

“รับทราบครับ...คุณแฟน” ยิ้มที่ส่งมาให้ยังคงจริงใจและสัมผัสได้ถึงคำว่ารักที่เพิ่มขึ้น

ความรักของผมกับไอ้ช็อคกำลังเริ่มต้นในรูปแบบที่ไม่ใช่เพื่อน แต่มันเป็นมากกว่านั้น หลังจากนี้เราทั้งคู่ก็คงต้องค่อยๆประคองกันไปเรื่อยๆ มีร้ายหรือดีก็ต้องช่วยๆกันไป ผมกับไอ้ช็อคยังเด็ก นับอายุตอนนี้ยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ เพราะงั้นระหว่างทางจากตรงนี้จนถึงอนาคตมันอาจจะมีบาดแผลและหนามแหลมเข้ามาทิ่มแทงพวกเราจนท้อหรือผิดหวังไปบ้าง แต่ผมเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ หรือถ้ามันยากและลำบากจนทำให้สถานะที่เป็นอยู่ตรงนี้พังทลาย สิ่งหนึ่งที่มันจะมั่นคงและจะอยู่ตลอดไปก็คือมิตรภาพของผมกับไอ้ช็อค

มันจะคงอยู่กับเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...









- - - - - - - - - -


จบแล้วค่ะ ลงจนจบเลย ถ้าชอบยังไงอย่าลืมไปอุดหนุนหนังสือด้วยนะคะ ตอนพิเศษในเล่มเยอะมาก มีทั้งหมด 12 ตอนหรือประมาณครึ่งหนึ่งของนิยายที่ลงในเว็บเลย ซึ่ง NC ที่ทุกคนตามหาก็อยู่ในเล่มนั่นแล 55555555 รวมถึงใครที่อยากรู้ว่าไจ๋เป็นแฟนใครก็สามารถติดตามได้ในเล่มเหมือนกัน

โดยที่คนอ่านทุกท่านสามารถสั่งซื่อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปและเว็บไซต์สนพ. sense book นะคะ

 หวังว่าคนที่ยังไม่เคยอ่านจะชอบและติดตามเรื่องอื่นๆของออนนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ


และสุดท้ายนี้นอกจากเรื่อง #ช็อคเมล แล้ว ทางออนนำเสนอนิยายที่จบแล้วอีกสองเรื่องด้านล่างนะคะ

เป็นแนวฟีลกู๊ดเหมือนเดิมค่ะ ใครชอบแนวนี้ก็อย่าลืมไปจับจ้องกันนะคะ

สามารถหาซื้อได้ที่เว็บนายอินทร์ เว็บสนพ. และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ซึ่งเว็บนายอินทร์ให้พิมพ์ต้องช่องค้นหาด้วยชื่อนิยายหรือ ชื่อ นามปากกา Candy on ก็ได้ค่ะ

หากซื้อครบ 600 บาท ส่งฟรีเด้อพี่น้องง 555 ขายเก่งสุด ฝากด้วยน้าาาา รักกกกก ขอบคุณมากๆค่ะ



ความคิดเห็น