หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 40 ก็แค่จอมตะกละ

ชื่อตอน : บทที่ 40 ก็แค่จอมตะกละ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2561 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 40 ก็แค่จอมตะกละ
แบบอักษร

เยี่ยเจียเหยาล้างหน้าล้างตากลับมา เฮ่อเหลียนจิ่งก็นอนกอดหมอนหลับไปแล้ว

“นี่ ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาก่อนค่อยนอน” เยี่ยเจียเหยาผลักเขา

“อย่ากวนใจข้า ข้าจะนอน” เฮ่อเหลียนจิ่งปัดมือนางทิ้ง หมุนตัวกลับไปนอนต่อ

“นี่เจ้าจะหมกตัวเป็นแมลงเน่าหรือไง  รีบลุกขึ้นมา” เยี่ยเจียเหยาดึงหมอนในอกเขาออกมา 

เฮ่อเหลียนจิ่งถูกนางโวยวายจนหมดหนทาง ได้แต่ลุกขึ้นมานั่งนิ่งๆ ตายังไม่ทันลืมขึ้นมา ก็เดินซวนเซไปห้องน้ำ

เยี่ยเจียเหยานำเก้าอี้ยาวสี่ตัวของชุดโต๊ะแปดเซียน*มาวางเรียงกัน กลายเป็นเตียงง่ายๆหลังหนึ่ง นางหยิบหมอน ใช้ผ้าห่มปูเตียงครึ่งหนึ่งมาปูลาด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนำมาห่มตัว

หลังจากจัดการเสร็จสรรพ เยี่ยเจียเหยานอนลงบนเตียงง่ายๆนั้นพลางสูดลมหายใจยาว

ถึงแม้เตียงจะแข็งไปหน่อย ทั้งยังสูงต่ำไม่เท่ากัน แต่เทียบกับวัดร้างกับศาลาหลบร้อนแล้วก็ดีกว่ามาก ทั้งยังไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนในห้องพักรวม ทนไปก่อนสักคืนหนึ่ง ดูว่าพรุ่งนี้จะสามารถขอเก้าอี้นอนหรือเสื้อผ้าอะไรพวกนั้นจากพ่อบ้านหลี่ได้หรือไม่

เฮ่อเหลียนจิ่งล้างหน้าเสร็จแล้วเดินกลับมา เห็นเยี่ยเจียเหยานอนกลับอยู่เก้าอี้ยาว กล่าวอย่างงุนงงว่า “ทำไมเจ้ามีเตียงไม่นอน ดันไปนอนบนเก้าอี้”

เยี่ยเจียเหยาเอ่ยเสียงอู้อี้ในลำคอว่า “ข้าไม่ชินกับการนอนร่วมกันคนอื่น”

“ในห้องพักรวม ไม่ใช่ว่าเจ้านอนร่วมกับคนตั้งมากมายมาแล้วหรือ  หรือเจ้ากลัวว่าข้าจะล่วงเกิน  ข้าไม่ใช่พวกหลงหยางนะ” เฮ่อเหลียนจิ่งกล่าวเหยียดๆ

เยี่ยเจียเหยาเอ่ยในใจ หากเจ้าเป็นพวกชายรักชายจริง นายแม่อย่างข้าก็สบายใจแล้ว

“พูดมากอยู่นั่น ไม่อย่างนั้น เจ้ามานอนบนเก้าอี้ ข้านอนบนเตียง” เยี่ยเจียเหยาจ้องมองเขา หันหลังไปไม่สนใจเขาอีก

เฮ่อเหลียนจิ่งนั่งอยู่บนเตียงมองเขาห่อตัวอยู่บนเก้าอี้ ในใจรู้สึกบางอย่าง ถึงเขาจะดุร้ายอยู่ทั้งวัน ทั้งยังชอบแกล้งเขาเพื่อความสนุก แต่ก็ดูออกว่าเขาคอยดูแลตน มีของกินก็มอบให้เขาก่อน ต่อให้นอนในวัดร้างก็ให้เขานอนที่ที่สะอาด วันนี้เขายุ่งอยู่ทั้งคืน เห็นเขาทำอาหารคล่องแคล่วว่องไว ราวกับเป็นเรื่องสบายๆ ทว่าเขามิได้โง่ พวกป้าที่เป็นผู้ช่วยต่างก็ร้องปวดเอวปวดหลัง งานของเขาหนักที่สุด ไม่เหนื่อยก็แปลกแล้ว

เมื่อคิดมาถึงตอนนี้ เฮ่อเหลียนจิ่งกล่าวว่า “เจ้ามานอนบนเตียง”

เยี่ยเจียเหยากล่าวอย่างไม่รำคาญว่า “บอกแล้วไง ข้าไม่ชินที่จะนอนกับคนอื่น”

“ข้านอนเก้าอี้เอง เจ้าไปนอนบนเตียง” เฮ่อเหลียนจิ่งกล่าว

เยี่ยเจียเหยาชะงักไปเล็กน้อย เขาให้นางนอนบนเตียงเอง ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ เขาเป็นคุณชายไม่รู้จักความยากลำบาก ตลอดทางมานี่รังเกียจนู่นนี่นั่น บัดนี้เรียนรู้ที่จะคิดถึงผู้อื่นแล้ว นี่นับเป็นเรื่องดี คนเราไม่เคยลำบาก ไม่มีวันเติบโต

ก็เหมือนกับนาง แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยต้องกังวลเรื่องปากท้อง ทันทีที่ย้อนเวลากลับมา ก็เผชิญกับภัยอันตรายสารพัดรูปแบบ กล่าวโทษจะมีประโยชน์อันใด  ไม่มีประโยชน์  สิ้นหวังหดหู่มีประโยชน์หรือไม่  จะทำให้ตายเร็วขึ้นกว่าเดิมน่ะสิ ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องมุ่งมั่น มุ่งมั่นในการใช้ชีวิต ตั้งใจจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ต่อให้โลกทั้งใบทอดทิ้งนาง นางก็ไม่มีวันทอดทิ้งตัวเอง

“ตามใจ เจ้าตัวใหญ่ขนาดนั้น ท่านอนก็ไม่สบาย อย่าตกลงมาตอนดึกเสียล่ะ รีบนอนได้แล้ว” เยี่ยเจียเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

เฮ่อเหลียนจิ่งล้มลงนอนอย่างมึนงง ตะแคงมองเงาร่างบอบบาง อยู่ห่างขนาดนั้น ไม่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆบนกายนางแม้แต่น้อย กลิ่นที่ทำให้เขาอุ่นใจและสงบใจนั้น เขาปรารถนามันเหลือเกิน

เขารู้ว่าตนไม่ใช่คนที่อยู่ร่วมด้วยง่ายๆ เหมือนกับที่นางพูด เขาไม่รู้จักลำบาก นิสัยเยี่ยอยิ่งเจ้าอารมณ์ เพียงอยู่ในวังอ๋อง แต่ละคนล้วนตามใจ เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนถูกต้องและสมเหตุสมผล แต่ไหนแต่ไรไม่เคยรู้สึกไม่สงบและรู้สึกผิดเหมือนเช่นตอนนี้

ประสบการณ์หลายวันมานี้มีมากกว่าประสบการณ์ตลอดสิบหกปีที่ผ่านมามากนัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าการบังเอิญได้พบคนคนหนึ่งที่ริมบึงจะส่งผลกระทบต่อเขาขนาดนี้ พวกเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่เมื่อเขาอยู่ต่อหน้านางกลับเหมือนเด็กน้อยไร้ความรู้ ไม่ว่าอะไรก็ไม่เข้าใจ ไม่ว่าอะไรก็ทำไม่เป็น ถูกคนพะเน้าพะนอเอาใจจนเคยชิน มักคิดว่าตัวเองเก่งกาจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถถึงเพียงนี้ หากไม่มีนาง เขาคงต้องไปขอข้าวกินจริงๆแล้ว

ต้าเหยาเหยา รอจนถึงจินหลิงแล้ว ข้าจะทำตามคำสัญญา ให้เจ้ามีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ได้ต้องระหกระเหินไปทั่วอีกแน่นอน

เฮ่อเหลียนจิ่งทวนคำสัญญาของตนอยู่ในใจ ยกมือขึ้นโบกเบาๆ ที่เชิงเทียน เปลวไฟส่ายไหวเล็กน้อยแล้วก็ดับไป

ช่วงเวลาสามวัน เยี่ยเจียเหยาอยู่ในบ้านของหลี่ไฉ่จู่สบายเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ ตั้งแต่นายหญิงหลี่ไปจนถึงเจ้าสุนัขสีเหลืองที่คอยเฝ้าประตูล้วนชมชอบนาง

เฮ่อเหลียนจิ่งสรุปสาเหตุที่เยี่ยเจียเหยาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีออกมา ประการแรก นางมีรูปลักษณ์น่าชมและรอยยิ้มพริ้มใจ ประการที่สอง นางกระตือรือร้นและมีไมตรีจิต พบใครก็ทักทายไปหมดทั้งยังขยันขันแข็ง

ด้วยเหตุนี้เฮ่อเหลียนจิ่งถึงได้สงสัยว่า นางยิ้มร่าให้กับทุกคน ทำไมถึงดุร้ายกับเขาคนเดียว  หรือว่า เขาเป็นเหมือนนางว่าจริงๆ เป็นคนน่าโดนด่า เขาเลวร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ

วันที่สี่ ขบวนพ่อค้าของตระกูลหลี่เริ่มออกเดินทาง

เยี่ยเจียเหยาและเฮ่อเหลียนจิ่งนั่งอยู่บนกองห่อยาบนรถขนของ ถึงแม้ยานพาหนะจะลำบากไปหน่อย แต่สุดท้ายก็ไม่ต้องเดินแล้ว เยี่ยเจียเหยารู้สึกพอใจ อารมณ์ดีอย่างอย่างที่สุด ส่งเสียงร้องเพลง

“สายน้ำในคลองไหลไปทางตะวันตกเอ๋ย ดวงดาวบนท้องฟ้าห้อมล้อมดาวไถเอ๋ย**....”

ซานตงมีวีรบุรุษมากมาย ร้องเพลงห่าวฮั่นเกอเหมาะกับบรรยากาศมากที่สุด แต่ว่านางจงใจดัดเสียงต่ำตะโกนออกมา  เสียงผิดคีย์นั้นทำให้เฮ่อเหลียนจิ่งที่นั่งอยู่ข้างขนลุกไปหมด

“นี่ หยุดร้องได้หรือยัง  อย่าร้องจนเรียกหมาป่าออกมาล่ะ” เฮ่อเหลียนจิ่งอุดหูกล่าวด้วยความทรมาน

เยี่ยเจียเหยาค้อนใส่เขาขวับหนึ่ง ร้องต่อไป “พบความไม่เป็นธรรมส่งเสียงร้อง เมื่อต้องลงมือก็ต้องลงมือ...”

คนทั้งขบวนพ่อค้าต่างหัวเราะเสียงดัง เจ้าหนุ่มสองคนนี้ช่างน่าขบขันนัก

เยี่ยเจียเหยาเห็นทุกคนดีใจ ยิ่งร้องยิ่งสนุก ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใหม่ ฟังไปได้สี่ห้ารอบ ในที่สุดก็เริ่มทนไม่ไหว ต่างอุดหูโดยถ้วนหน้า

“น้องหลี่ เจ้าไม่เหนื่อยหรือ  เหนื่อยก็พักหน่อยเถอะ” หัวหน้านำขบวนพ่อค้าคือหลี่เม่าบุตรชายของพ่อบ้านหลี่ เขาเอ่ยอย่างอดรนทนไม่ไหว

เฮ่อเหลียนจิ่งหลุดหัวเราะออกมา

เยี่ยเจียเหยาหุบปากอย่างกระดากอาย ในใจกล่าวว่า นายแม่อย่างข้าร้องสนุกขนาดนี้ เพื่อให้กำลังใจพวกเจ้า เพิ่มบรรยากาศ พวกเจ้าช่างไม่รู้จักเสพสุขเอาเสียเลย

เยี่ยเจียเหยาปล่อยหมัดที่ขนาดเหมือนซาลาปาไส้ถั่วใส่เฮ่อเหลียนจิ่งเป็นการตักเตือน เฮ่อเหลียนจิ่งถึงได้พยายามกลั้นหัวเราะ ทว่ายังอดไม่ไหวกระดกมุมปากขึ้น บ่าสั่นระริก

เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน ไม่ต้องกังวลว่าค่ำคืนนี้จะนอนที่ไหน การเดินทางจึงผ่อนคลายและน่าสนุกยิ่งขึ้น

สองวันจากนั้น ขบวนพ่อค้าก็มาถึงจี๋หนิง เปลี่ยนไปเดินทางน้ำ เรือแล่นไปสายลมและกระแสน้ำ วันหนึ่งไปได้หลายร้อยลี้ เยี่ยเจียเหยาคำนวณระยะทาง ด้วยความเร็วระดับนี้ไม่กี่สิบวันก็ถึงจินหลิงแล้ว

เห็นหยางโจวอยู่ไม่ไกล เยี่ยเจียเหยาก็กังวลขึ้นมา ควรจะลงเรือที่หยางโจว กลับไปดูที่บ้านตระกูลเยี่ยสักหน่อยดีหรือไม่

แม่เลี้ยงเห็นนางแล้วจะตกใจจนลูกตาแถบหลุดออกจากเบ้าหรือเปล่า  ละครปล้นสะดมเปลี่ยนตัวแบบนี้ ท่านพ่อรู้หรือไม่  แต่ว่า ต่อให้ท่านพ่อรู้ ก็เชื่อได้ว่าท่านพ่อจะไม่คืนความยุติธรรมให้นาง ไม่แน่ว่ายังจะช่วยแม่เลี้ยงและน้องรอง เพื่อรักษาชื่อเสียงของสองตระกูลเยี่ยและเว่ย

เยี่ยเจียเหยาคิดไปคิดมา ก็ลบความคิดอันตรายนี้ออกไปจากสมอง

เช่นนั้น ไปบ้านท่านยาย  ยายทวดรักนางมากที่สุด จะต้องช่วยเหลือนางแน่

แต่เมื่อคิดกลับมา เยี่ยเจียเหยาก็ส่ายหัว ตอนต้นปีคนของบ้านท่านยายทวดมา บอกว่ายายทวดร่างกายไม่แข็งแรง หากยายทวดรู้ว่าหลานสาวที่นางรักเอ็นดูมากที่สุดถูกคนรังแกถึงเพียงนี้จะไม่โกรธจะสิ้นใจหรือ อย่าได้ไปสร้างความลำบากใจให้ท่านแม่เฒ่าจะดีกว่า

“นี่ คิดอะไรอยู่ ” เฮ่อเหลียนจิ่งเดินมาบนดาดฟ้า เห็นเยี่ยเจียเหยานั่งอยู่เหม่ออยู่บนเรือ จึงเดินเข้ามาถาม

เยี่ยเจียเหยากวาดตามองเขาเรียบๆ เจ้าบ้านี่ ไฉนถึงมีนิสัยเหมือนเจ้าลาโง่นั่น เอะอะก็นี่ๆๆ

“กำลังคิดว่ากลางวันกินอะไรดี” เยี่ยเจียเหยาตอบอย่างเกียจคร้าน

เฮ่อเหลียนจิ่งหัวเราะกล่าวว่า “จริงๆแล้วเจ้าไม่ต้องคิดจะเล่นลูกไม้อะไรทุกวัน ไม่เปลืองสมองหรือ  ข้าล่ะแปลกใจ เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ใช่พ่อครัว ไฉนถึงทำอาหารได้มากมายนัก”

เยี่ยเจียเหยาเลิกคิ้วกล่าวว่า “มีอะไรน่าแปลกใจกัน พี่ชายเจ้าอย่างข้าเป็นอัจฉริยะ เรียนรู้ได้ไวเข้าใจหรือไม่  ก็เหมือนกับพวกเจ้าเรียนพิณเล่นหมากเขียนอักษรวาดภาพ เรียนยิงธนู มีอาจารย์คนสอนคนเดียวกัน บางคนสามารถเข้าใจหลักการของมันได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจและใช้ออกมาได้ บางคนเรียนอย่างไรก็เรียนได้ไม่ดี เจ้านั้นอยู่ในประเภทเรียนรู้ช้า ถึงได้รู้สึกว่าแปลกใจ”

เฮ่อเหลียนจิ่งพ่นวาจาออกมา “ชมเจ้าสองสามคำ เจ้าก็แทบลอยขึ้นสวรรค์แล้ว ข้าว่าเจ้าก็แค่จอมตะกละ ทั้งวันครุ่นคิดแต่เรื่องของกินมากกว่า”

เยี่ยเจียเหยาเหยียดยิ้ม เปลือกนอกยิ้มแย้มภายในไม่ขำด้วย กล่าวว่า “ยินดีด้วย เจ้าไม่ได้โง่จนไร้ยารักษา ความสนใจคืออาจารย์ที่ดีที่สุด เมื่อแรงจูงใจเป็นจุดเริ่มต้น ของเพียงเจ้าสนใจต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เจ้าถึงจะสามารถใช้สมาธิทั้งหมดสนใจ เอาแรงใจเข้าใจมัน เสาะหาสารพันวิธีเพื่อกระทำ ทำให้ดีที่สุด ดังนั้นกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ใช้ใจทำถือว่าดีที่สุด”

“สั่งสอนอีกแล้ว ข้าว่าเจ้าไม่เพียงแต่จะเป็นพ่อครัว ยังสามารถเป็นอาจารย์ได้ด้วย” เฮ่อเหลียนจิ่งเบ้ปาก

เยี่ยเจียเหยากวาดตามองหัวเราะ คำพูดเหล่านี้ล้วนเป็นคำสั่งสอน เสียดายที่เมื่อก่อนนางไม่เข้าใจ อาจารย์บ่นอยู่ทุกวี่วัน นางรำคาญอย่างที่สุด ตอนนี้เมื่อครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง หากตอนนั้นนางสามารถเข้าใจได้ ร่ำเรียนให้มากอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าตอนนี้จะมีหนทางเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพื่อแต่อาศัยการทำอาหารเพื่อดำรงชีวิต

หลี่เม่าออกมาจากห้องเสบียงในเรือ ตะโกนเรียกเยี่ยเจียเหยาว่า “น้องหลี่ อีกประเดี๋ยวก็ถึงหยางโจวแล้ว พวกเราจะขึ้นฝั่งไปส่งสินค้า เจ้ากับน้องจิ่งจะขึ้นไปเดินเล่นบนฝั่งหรือไม่ ”

เฮ่อเหลียนจิ่งกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “พวกเราขึ้นไปเล่นบนฝั่งเถอะ!ข้าเคยมาหยางโจว รู้จักที่สนุกๆหลายที่ ข้าจะพาเจ้าไปดู!”

เยี่ยเจียเหยากระดกมุมปาก เจ้าแค่เคยมา นายแม่อย่างข้าชาติที่แล้วเติบโตขึ้นมาจากที่นี่ ใครพาใครเที่ยวกันแน่

“ดีสิ พวกเราขึ้นฝั่งไปเที่ยว” เยี่ยเจียเหยาตอบกลับหลี่เม้า

เรือค่อยๆเทียบเข้าฝั่ง หลี่เม่าสั่งการให้คนขนสินค้าบางส่วนขึ้นบก พวกเขาต้องส่งสมุนไพรไปยังร้านจี๋เริ่นถังร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดของหยางโจว

เยี่ยเจียเหยาเรียกเฮ่อเหลียนจิ่งไปช่วยงาน

“ไม่เป็นไร น้องหลี่ พวกเจ้าไปเที่ยวเถอะ! เรือจะเทียบฝั่งหนึ่งวัน คืนนี้เจ้าไม่ต้องทำอาหารแล้ว ทุกคนจะขึ้นฝั่งไปดื่มเหล้ากัน” หลีเม่าหัวเราะฮี่ๆ กล่าว

เช่นนั้นก็หมายถึง วันนี้พวกเขาเป็นอิสระ ได้หยุดแล้ว

โดยเฉพาะเฮ่อเหลียนจิ่งลากเยี่ยเจียเหยาขึ้นฝั่งอย่างเบิกบาน

ภายในห้องพักที่ดีที่สุดของร้านเยว่ไหลจวีโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในหยางโจว ซย่าฉุนอวี๋นั่งดื่มชาพลางฟังซ่งชีกล่าวรายงานข่าวที่ได้รับมา

“ข้าน้อยสืบได้แน่ชัดแล้ว ตระกูลเยี่ยมีคุณหนูสามคน มีน้องชายหนึ่งคน คุณหนูใหญ่ชื่อเยี่ยจิ่นเซวียน ปีนี้อายุสิบเจ็ดปี คุณหนูรองเยี่ยจิ่งหรงปีนี้อายุสิบหกปี คุณชายสามเยี่ยจงหยวนปีนี้อายุสิบสี่ปี ยังมีคุณหนูสี่ปีนี้อายุสิบปี เยี่ยฮูหยินเดิมเป็นอนุภรรยา เมื่อภรรยาเอกของนายอำเภอเยี่ยเสียชีวิตถึงได้ยกนางขึ้นมาเป็นฮูหยิน มาวันนี้คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองตระกูลเยี่ยล้วนไม่อยู่ในจวน ตระกูลเยี่ยสงบเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น บรรดาคนใช้ต่างบอกว่าคุณหนูใหญ่แต่งไปให้กับตระกูลเว่ยที่จี้หนาน คุณหนูรองเยี่ยติดตามไปแต่ก็บอกได้ไม่ชัดเจน เอาเป็นว่าไม่อยู่ในจวนก็เท่านั้น”


---

*ชุดโต๊ะแปดเซียน ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่นิยมใช้ในชาวฮั่น ในหนึ่งชุดจะมีโต๊ะสี่เหลี่ยมสี่ขาทำจากไม้ และเก้าอี้ยาวสี่ตัว

**เป็นเนื้อเพลงที่มาจากเพลง ห่าวฮั่นเกอ(เพลงวีรบุรุษ) ของนักร้องชื่อดังหลิวฮวน เป็นเพลงประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง ร้อยแปดผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน โดยมีการผสมผสานทำนองเพลงพื้นบ้านของซานตง เหอหนาน และเหอเป่ยเข้าด้วยกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น