Bahiti

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลำนำที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.6k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2561 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลำนำที่ 25
แบบอักษร

​ลำนำที่ 25


                หวังเยว่อิงระหกระเหินซมซานกลับเมืองหลวงพร้อมกับม้าที่ขโมยมาจากโรงเลี้ยงของแคว้น ระหว่างทางก็ถูกตามฆ่าจากชายชุดดำจำนวนหนึ่งซึ่งคงจะเป็นกลุ่มเดิมที่ไล่ต้อนในตอนหนีออกไป ใครเล่าจะคิดว่าเป็นการหนีเสือปะจระเข้อย่างแท้จริง

                หนีจากอ๋องปิศาจผู้คลั่งรักตนจนโงหัวไม่ขึ้นไปกับบุรุษในดวงใจ ที่กลายมาเป็นมารร้ายยกตนให้แก่ข่านแคว้นบ้านป่าเมืองเถื่อน แม้นใช้มารยายกตนให้เป็นถึงสนมคนโปรดได้แต่กับต้องต่อสู้กับเหล่าสตรีวังหลังมากมายที่เหี้ยมโหดไม่แพ้ในวังหลวงของบ้านเกิดเมืองนอน

                เช่นนี้แล้วหนทางเดียวคือหนีกลับแผ่นดินเกิดเท่านั้น

                อย่างไรเสียก็ยังมีบิดาที่ยังคอยโอบอุ้มและคุ้มครอง ถึงแม้จะพลั้งพลาดเพราะการก่อกบฏจนทั้งตนและองค์ชายต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกจากแผ่นดินเกิด พร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทองมากมาย ที่มากพอจะตั้งเมืองๆ หนึ่งแล้วสถาปนาตนเองเป็น ‘ฮ่องเต้’ ได้ก็ตาม

                แต่เพราะการตามล้างตามฆ่าไล่ต้อนอย่างไม่สิ้นสุดของอ๋องปิศาจผู้นั้น !!!

                ถึงจะบอกว่าตามฆ่าอย่างไม่สิ้นสุด แต่ทุกคราที่พลั้งพลาดเหล่าชุดดำก็มักจะยั้งมืออยู่เสมอ เพียงแต่ลงมือฆ่าเหล่าคนรับใช้และทหารที่ติดตามมาจนหมดสิ้นเท่านั้น จากการหลับหนีอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเริ่มไร้คนรองมือรองเท้าแล้ว ในที่สุดข้าวของที่ขนมามากมายก็ต้องทิ้งเอาไว้กลางทาง เพราะไม่มีบ่างรับใช้เหลือแม้แต่คนเดียว

                โชคดีที่สุดท้ายหนีเข้าแคว้นอื่นได้ก่อน แถมได้การต้อนรับจากท่านข่านเป็นอย่างดี แต่เหตุการณ์ทุกอย่างกลับตาลปัตรจากคุณหนูสูงศักดิ์เปลี่ยนเป็นบรรณาการให้แคว้นเถื่อนถูกขายให้เป็นสนม โชคยังดีที่ยังรักษาตัวรอดพยายามใช้มารยาสารพัดมัดใจท่านข่านได้

                คิดไม่ถึง สตรีแคว้นนี้โหดเหี้ยมเสียยิ่งกว่าต้องหนีเอาตัวรอดกลับมาอย่างไม่คิดถึงชีวิต

                ครั้นระหกระเหินมาถึงกำแพงเมืองหลวงได้ ก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าเมือง แม้ต้องจะอวดอ้างยศศักดิ์ของคุณหนูใหญ่ตระกูลหวัง บุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีหวังผู้เรืองอำนาจก็ไม่มีผู้ใดเชื่อถือ ตนไร้สิ้นแล้วซึ่งบารมีและอำนาจฟังจากเสียงซุบซิบนินทา ของเหล่าชาวเมืองที่ผ่านเข้าออก ล้วนแต่พูดถึงงานมงคลสมรสของตนกับอ๋องปิศาจผู้เรืองอำนาจในวังหลวงขณะนี้

                “เจ้าได้ยินเรื่องขบวนต้อนรับเจ้าสาวหรือไม่”

                “แน่นอนว่าต้องได้ยิน นางกำนัลในวังหลวงจำนวนหลายพัน อีกทั้งทหารองครักษ์มากมายหลายพันนาย นำเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวนอ๋อง นับเป็นวาสนาของคุณหนูใหญ่บ้านสกุลหวัง”

                เสียงของชาวบ้านที่กำลังมายืนรอเข้าเมืองเพื่อไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่พำนักอยู่ในเมืองหลวงที่ใหญ่โต กว้างขวางและเจริญรุ่งเรือง ใบหน้าซีดเซียวเพราะอดยาก ขาดอาหารถึงกับมีประกายแววตาฉงนสงสัย

                ในเมื่อคุณหนูหวังที่ทุกคนกำลังเอ่ยถึงอยู่ตรงนี้ แล้วเป็นผู้ใดกันที่ตบแต่งไปกับอ๋องปิศาจผู้นั้น !!!

                แน่นอนว่าต้องเป็น  ‘ตัวปลอม’ แต่อย่างไรเอ่อร์หลางย่อมรู้ดีว่าเจ้าสาวที่ตบแต่งไปนั้นไม่ใช่ตน บิดาเองก็คงไม่กล้าหลอกลวงเบื้องสูงด้วยการส่งผู้อื่นเข้าพิธีแทนเป็นแน่

                แถมผ่านวันมงคลมาหลายคืนแล้ว หากเอ่อร์หลางอ๋องได้เห็นหน้าของตัวปลอมก็ย่อมต้องรู้ดี ว่าเจ้าสาวที่ตบแต่งเข้าไปนั้นหาใช่ตนไม่

                แล้วทำไมถึงไม่มีผู้ใดพูดถึงเรื่องนี้ มีแต่เสียงกล่าวขวัญเรื่องงานมงคลยิ่งใหญ่ รวมไปถึงว่าเอ่อร์หลางอ๋องผู้ที่กำวังหลวงเอาไว้ในมือยังต้องมารับเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวด้วยตัวเอง

                หลังโวยวายขอเข้าเมืองอยู่หลายวันแต่ก็ไม่เป็นผล ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าตนคือคุณหนูหวังเยว่อิง แถมยังหัวเราะเยาะเย้ยว่าถ้าตนคือพระชายารองของเอ่อร์หลางอ๋องแล้ว เช่นนั้นคนที่อยู่ในจวนอ๋องผู้นั้นจะเป็นใคร นางไร้สิ้นแล้วหนทางเดินหิวโซไปหาลำธารเพื่อดื่มน้ำให้คลายกระหาย

                ก่อนจะก้มหน้าลงมองเงาสะท้อนในน้ำแล้วบังเอิญนึกใบหน้าของใครบางคนที่ลืมไปแล้วนานแสนนาน

                ‘หวังหมิงซิง’

                จะต้องเป็นน้องชายฝาแฝดของตนเป็นแน่ ที่ปลอมตัวเข้าตบแต่งเป็นพระชายา เช่นนั้นตนถึงกลับไปที่หน้าประตูเมืองใหม่อีกครั้งแล้วร้องขอพบเอ่อร์หลางอ๋องแทน

                แต่ก็ไร้วี่แวว...

                หวังเยว่อิงเฝ้าอยู่หน้าประตูอยู่สามวันสามคืน ฝนตกหนักเท่าไหร่ก็ไม่ย่อท้อรอคอยจนกระทั่งล้มพับไป ทหารองค์รักษ์ระดับสูงผู้หนึ่งเดินมากระซิบบอกบางอย่างกับทหารยามหน้ากำแพง ก่อนจะล่าถอยออกไปรายงานเจ้านายของตน

+++++

                เอ่อร์หลางอ่านฎีกาแทนองค์รัชทายาทซึ่งยังเยาว์วัย วันๆ เอาแต่เล่นสนุกทั่วไป ไม่ค่อยสนใจภาระของบ้านเมือง ซึ่งก็เป็นปกติทั่วไปของเด็กน้อย ปกติแล้วตนจะเข้าวังหลวงไปจัดการแทนเสียส่วนใหญ่ นับตั้งแต่ตบแต่งพระชายารองเข้าจวนมา ข่าวลือก็ยิ่งแพร่กระจายมากขึ้นว่าตนรักหลงพระชารองหวังมากเสียจนไม่ยอมปล่อยให้ออกมาข้างนอกห้อง

                แม้กระทั่งเหล่าพระชายาและสนมทั้งหลายก็ไม่เคยได้เห็นหน้า เรียกว่าปกป้องและตามใจสารพัด แถมยังให้พระชายารองอาศัยในที่พำนักของเอ่อร์หลางอ๋อง โดยไม่ต้องแยกจวนออกไปต่างหากเหมือนพระชายาและสนมอื่นๆ ทั้งหลาย สร้างความริษยาให้แก่พวกนางอย่างมากมาย

                แต่ถึงไม่พอใจอย่างไรก็ต้องทนเก็บเอาไว้ ความโหดเหี้ยมของเอ่อร์หลางอ๋องยังคงเสมอต้นเสมอปลาย นางกำนัลที่เผลอปากเล่าเรื่องของพระชายารองให้พระสนมหลี่ฟังเพียงเล็กน้อย ไม่นานก็ถูกทหารนำไปตัดลิ้นและถูกจับกรอกน้ำร้อนใส่ปากเกือบปางตาย

                ส่วนพระสนมหลี่แม้จะไม่ถูกประทานโทษโดยตรง แถมเอ่อร์หลางอ๋องยังแกล้งเสด็จมาเยี่ยมเยียนบ่อยครั้ง ประทานของให้เหมือนรักใคร่ เกิดเป็นความอิจฉาริษยา ไม่นานก็รังแกกลั่นแกล้ง กระทั่งถูกลากไปกรอกยาทำแท้งด้วยกลัวว่าจะมีโอรสให้แก่ท่านอ๋อง

                ทั้งๆ ที่เอ่อร์หลางอ๋องไม่เคยแม้แต่จะร่วมกับนางเลยสักครั้งเดียว

                นับเป็นยืมมือฆ่าคนได้อย่างเหี้ยมโหดและไร้ปรานีอย่างยิ่ง !!!

                “ท่านอ๋อง คุณหนูหวังเป็นลมสลบไปแล้ว ท่านอ๋องต้องการให้จัดการอย่างไรต่อไป”

                “ไม่ให้หมอไปดูเสียหน่อย ตากลมตากฝนอยู่หลายวันเช่นนั้น ไม่เป็นลมสิข้าจะแปลกใจยิ่ง” เอ่อร์หลางอ๋องพูดออกมาโดยไม่ได้เงยหน้ามองหน้าคนรายงาน น้ำเสียงหาได้สนใจไยดี หรือเป็นห่วงเป็นไย แต่ประชดประชันจนแม้แต่คนรอฟังคำสั่งยังอดจะรู้สึกถึงความชิงชังไม่ได้

                เอ่อร์หลางอ๋องวางพู่กันลงแล้วพับฎีกาเก็บไว้ด้านข้างรวมกับอันอื่นๆ ที่ตรวจแล้ว ก่อนจะคลี่ยิ้มชั่วร้ายพร้อมสั่ง

                “รักษานางเสีย แล้วให้นางอดโซอยู่ข้างนอกเยี่ยงขอทานสักพักเป็นไร จะได้รู้ว่าอยู่ไม่สู้ตาย!!!” 




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น