ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 8: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] รักด้วยหัวใจหรือว่า...เงิน 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 8: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] รักด้วยหัวใจหรือว่า...เงิน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2561 00:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 8: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] รักด้วยหัวใจหรือว่า...เงิน 100%
แบบอักษร


HATE LOVE 8: รักด้วยหัวใจหรือว่า...เงิน


​​​บริษัท NIRINCHA


ห้องทำงานของภัทธิรา...


ภัทธิรากำลังนั่งแต่งหน้าในลุคสีส้มพีชให้กับอินทุกรด้วยความตั้งใจ เธอยังคงเป็นพี่สาวผู้ใจดีไม่แตกต่างกับเมื่อก่อนนี้เลยสักนิด คิดๆไปแล้วในใจของอินทุกรก็อย่างจะมีพี่สาวแบบภัทธิรานี่แหละคงจะมีความสุขอยู่ไม่น้อย แปรงปัดแก้มสะบัดบนแก้มเนียนเบาๆจนเกิดสีชมพูอมส้มราวกับผลลูกพีช​ ดวงตากลมโตสดใสดูไร้เดียวสา ยิ่งได้เห็นแบบใกล้ๆภัทธิราก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูเธอมากยิ่งขึ้น


"เสร็จแล้วจ้ะ" ภัทธิรายิ้มแล้วยื่นกระจกตั้งโต๊ะให้แก่อินทุกร หญิงสาวรับมาส่งดูใบหน้าตัวเองทั้งซ้ายขวาก็ยิ้มกว้างด้วยความชอบใจ "ทั้งหมดสามสี่ลุคพี่ว่าไออุ่นเหมาะกับลุคนี้มากที่สุดแล้วล่ะ น่ารักสมกับวัยดี โทนสีไม่ฉูดฉาดด้วย"


"ขอบคุณนะคะพี่ภัทร อุ่นชอบมากเลยล่ะค่ะ...อยากให้พี่ชะเอมทำแบบนี้ให้บ้างจัง"


"ชะเอมคงไม่ถนัดแต่งหน้าให้ใครแบบพี่ล่ะมั้ง เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราไปแคสหน้ากล้องอีกเซ็ตนะแล้ววันเสาร์นี้ก็ถ่ายงานกันจริงๆ พี่ไม่ใช้งานไออุ่นฟรีๆหรอกนะ มีค่าจ้างให้จ้ะ..." ภัทธิรายิ้มหวานไม่นานก็จับมืออินทุกรให้เธอยืนขึ้นมา หญิงสาวจัดทรงเสื้อผ้าให้ "คิดซะว่าพี่เป็นพี่สาวของไออุ่นอีกคนจะดีกว่านะจ๊ะ ไม่ต้องเกร็งเหมือนถ่ายแรกๆหรอกนะ พี่กับภิชญ์น่ะไม่ดุเหมือนภาคย์หรอก"


"ค่ะ" อินทุกรยิ้มรับไม่นานสองสาวก็พากันเดินไปยังที่ภิชญ์กำลังนั่งรออยู่


​แชะ! แชะ!

เสียงลั่นชัตเตอร์จากช่างภาพที่ชื่อภิชญ์ดังขึ้นรัวๆ ด้วยความที่อินทุกรยังไม่เคยถ่ายแบบจึงมีการเคอะขินและบางทีก็นั่งยิ้มธรรมดาไม่ได้แอคจิ้งท่าทางแต่อย่างใด เห็นอย่างนั้นภิชญ์ก็เผลอหลุดหัวเราะออกมากับความไร้เดียงสาของเธอไม่ได้ สุดท้ายตากล้องหนุ่มก็ต้องวางกล้องตัวโปรดลงแล้วไปช่วยนางแบบออกท่าทาง


"คิดซะว่าเซลฟี่สิไออุ่น ทำปากจู๋สิ" อินทุกรทำตามคำแนะนำของภิชญ์ พอได้จังหวะเขาก็รีบนำกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ทันที "แบบนั้นแหละ ลองยิ้มแบบตอนที่ได้กินของที่ชอบสิ"


"ยังไงคะ?" อินทุกรถาม


"แบบนี้ไง" ภิชญ์ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีพลันนำลิ้นลอดไรฟันออกมาเล็กน้อย อินทุกรเห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆก่อนจะทำตามเขาอย่างเสียไม่ได้


ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น...


แกร็กๆ...


ร่างของใครบางคนรีบเปิดเข้ามาด้วยความเร่งรีบนั้นดึงดูดความสนใจของทั้งสามคนในห้องนั้นได้เป็นอย่างดี ภาคย์ผลักประตูออกด้วยความเร็วพร้อมสายตากวาดมองไปทั่วห้องว่ามีใครอยู่ในนี้บ้าง แต่แล้วก็ไปสะดุดกับภาพที่ที่ภิชญ์กำลังเชยคางของอินทุกรขึ้นปรับองศาของใบหน้าเพื่อถ่ายภาพ


"ภาคย์! ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ภิชญ์โทรไปบอกหรอ?" ภัทธิราถามด้วยความประหลาดใจ


"อ่าา ครับ ผมแค่จะโทรบอกว่าไปรับไออุ่นมาแล้ว" ภิชญ์ยิ้มบางๆ "มาแล้วก็ดูนางแบบคนใหม่ของเราเทสต์หน้ากล้องด้วยกันเลยสิครับ"


อินทุกรขยับตัวเล็กน้อย ตากลมหวานมองภาคย์ที่ยังคงไม่พูดไม่จาโดยที่เขาเดินเข้ามานั่งยังเก้าอี้นวมที่โต๊ะทำงานของภัทธิรา ทำไมเธอรู้สึกว่าเสร็จจากตรงนี้คงต้องโดนเขาอาละวาดใส่แน่ๆ แต่กระนั้นเธอก็ยังคงเป็นเป็นนางแบบที่ดีให้ตากล้องช่วยจัดท่าทางในการถ่ายรูป


ภาคย์ยกมือประสานกันไว้ใต้จมูก สายตาของเขามองการเคลื่อนไหวและทุกการกระทำของตากล้องและนางแบบไม่กระพริบหรือละไปทางไหนได้เลย แต่คนที่หนักใจที่สุดก็คงจะไม่พ้นภัทธิราเสียแล้ว เธอเองก็ไม่รู้ว่าที่ภิชญ์จงใจแสดงออกกับอินทุกรมาแบบนี้เพราะเขาชอบว่าที่คู่หมั้นของพี่ชายจริงๆหรือแค่จะแกล้งปั่นไปเล่นๆเท่านั้น ถ้าเป็นอย่างหลังก็ดีแต่ถ้าเป็นแบบแรกล่ะก็มีหวังคงได้ทะเลาะกันบ้านแตก


บรรยากาศที่เงียบลงท่ามกลางเสียงลั่นชัตเตอร์ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก...


"เรียบร้อยแล้ว ผมว่านะคอลเลคชั่นนี้ถ้าถ่ายรูปเสร็จ โปรโมทเรียบร้อยรับรองว่าต้องขายดีแน่ๆ เพราะนางแบบของเราย่ารักมากด้วย" ภิชญ์ถอดเมมโมรี่ออกจากตัวกล้องแล้วนำใส่ในกล่องสีดำเล็กๆข้างตัวกระเป๋า ชายหนุ่มก้มตัวเล็กน้อยแล้วยิ้มให้นางแบบของเขา "พรุ่งนี้ไออุ่นว่างพอจะไปกินไอติมกับพี่หรือเปล่า?"


อินทุกรทำตาโตในขณะที่กำลังเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าของเธอ "คืออุ่น..."


"ไม่ว่าง!" จู่ๆภาคย์ก็พูดแทรกขึ้นมาทันควัน "พรุ่งนี้ฉันกับไออุ่นต้องไปดูสถานที่จัดงาน ไม่ว่างไปไหนกับแกทั้งนั้น"


"ดูเสร็จแล้วค่อยไปกินก็ได้นี่ครับ คงใช้เวลาไม่นานหรอกเนอะ" ภิชญ์เอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีที่ดูสบายอารมณ์ "เนอะพี่ภัทร เราสามคนพี่น้องก็ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันตั้งนานแล้วนะ พาไออุ่นไปด้วยเหมือนตอนที่ไปเล่นสวนสนุกไง"


"ภัทรก็ว่าดีนะภาคย์ ดะ...เดี๋ยวสิ!" ภัทธิรายังพูดไม่ทันจบภาคย์ก็เดินตรงเข้ามาจับข้อมือของอินทุกรแล้วดึงให้เธอเดินไปกับเขา "ภาคย์ !!"


"อ้าว ยังคุยกันไม่จบเลยนะครับ!" ภิชญ์เองก็ตกใจไม่ต่างกัน


"พี่ภาคย์ อุ่นเจ็บนะคะ!!" อินทุกรพยายามแกะมือของเขาออกจากแขนของเธอ มันไม่เป็นผลสำเร็จซ้ำร้ายมือเขายังแน่นกว่าเดิมอีกเสียด้วย


ภาคย์หยุดแล้วแล้วหันมาทางน้องสาวฝาแฝดและน้องชายตัวดี "เอาไว้คุยทีหลังเถอะ วันนี้ต้องพาไออุ่นกลับแล้ว ช้ากว่านี้เดี๋ยวรถจะติด"


การกระทำของภาคย์สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนในที่นั้น แน่นอนว่าพี่ใหญ่ของบ้านไม่เคยมีปฏิกิริยาแบบนี้กับใครคนไหนมาก่อน ภิชญ์ย่นคิ้วแล้วมองคนสองคนที่เดินจากห้องก็ลุกขึ้นยืนตามไปที่หน้าประตู "พี่ภาคย์กินยาเกินขนาดไปรึเปล่าครับ? เอ...หรือว่าล้มแล้วหัวไปกระแทกอะไรหรือเปล่านะ"


"เพ้อเจ้อน่ะภิชญ์ เก็บของแล้วเรากลับบ้านกันดีกว่า" ภัทธิราพูดแกมบังคับน้องชาย "ภิชญ์!! เร็วๆเข้าสิ"


"ครับ คร้าบบ" สองพี่น้องช่วยกันเก็บข้าวของไม่นานก็พากันกลับบ้าน เวลานี้ล่วงเลยมาจนตะวันจะลับขอบฟ้าอยู่แล้ว พนักงานที่เหลืออยู่ก็มีแค่ยามและอีกไม่กี่คนที่กำลังทำงานล่วงเวลาอยู่ ในขณะที่เดินมาถึงลานจอดรถก็ต้องประหลาดใจเมื่อจู่ๆก็เห็นเมือนกับรู้สึเหมือนจะมีใครกำลังจับจ้องมาที่ตัว "พี่ภัทรเป็นอะไรไปครับ"


ภัทธิราหันมองไปรอบๆก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "เปล่า พี่แค่รู้สึกเหมือนมีคนมองพี่น่ะ เป็นแบบนี้มาสองสามวันแล้ว แต่คงไม่มีอะไรหรอก" ภิชญ์มองพี่สาวแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เก็บของเข้าตัวรถเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ขับออกจากบริษัททันที 


#####


ในขณะที่หลายๆอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง อีกบ้านเองก็ไม่ต่างกันนัก...


ปวันกลับจากการทำงานเดินเข้ามายังบ้านของเขาและภรรยา ภายในที่ดินกว้างขวางนั้นมีบ้านในพื้นที่ทั้งหมดสองหลัง หลังใหญ่เป็นบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดแต่ ณ ตอนนี้มีเพียง พ่อ แม่ และญาติผู้ใหญ่อยู่รวมกันไม่กี่คน ส่วนเขาในตอนนี้มาอาศัยอยู่กับอัญชนาในเรือนหอที่สร้างขึ้นใหม่ข้างๆกัน 


กรี๊ดดดด


โครม !!


เสียงดังโครมครามทำเอาปวันตกใจอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปยังตัวบ้านก็เห็นสาวใช้สองคนกำลังวิ่งหน้าตื่นหลบสิ่งของที่กำลังพุ่งตรงมาทางพวกเธอ


"อีโง่!! รู้ไหมว่าชุดของฉันแต่ละชุดมันราคาเท่าไหร่ รีดยังไงให้มันไหม้ได้ขนาดนี้ น้ำหน้าอย่างพวกแกเงินเดือนทั้งปียังชดใช้ไม่ได้ วี๊ดดด" อัญชนาตวาดจนหน้าแดง หญิงสาวแต่งหน้าทำผมเรียบร้อยเตรียมออกไปงานที่ได้รับเชิญจากด้านนอก แต่ว่าชุดที่จะใส่ไปงานกลับถูกสาวใช้ทั้งสองรีดไหม้เป็นรอยเตารีด


ชุดนี้ที่ตั้งใจสั่งตัดมาเพื่อเรียกสายตาของคนทั้งงานให้มาหยุดมองที่เธอแท้ๆ...


"ฮึก ขอ ขอโทษค่ะคุณชะเอม ให้พวกหนูทำอะไรก็ได้! อย่า...อย่าไล่ออกเลยนะคะ" สองสาวใช้ร้องไห้ยกมือไหว้อ้อวนวอนหวังว่าอัญชนาจะเห็นใจ


เพียะ!!!


ฝ่ามือเรียววาดประทับใบหน้าสาวใช้ทั้งสองเต็มแรง ปวันเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาห้ามภรรยาของเขาเอาไว้ไม่ให้ทำรุนแรงไปมากกว่านี้ "ทำอะไรน่ะเอม เรื่องชุดก็หาใหม่ใส่แทนก็ได้นี่"


อัญชนาตวัดสายตามองเขาพลันหายใจเข้าออกถี่ๆ "เอมตั้งใจตัดชุดนี้มาเพื่องานนี้โดเฉพาะ งานแสดงเครื่องเพชรที่เขาเชิญเอมไปร่วมเดินโชว์ ปวันจะให้ใส่ชุดเก่าๆไร้ราคาแบบนั้นไปก็อายเขาแย่น่ะสิ!!"


"แต่เสื้อผ้าของเอมแต่ละชุดก็ราคาไม่น้อยเลยนะ ใส่ไปไหนก็ไม่มีใครมองว่าเป็นเศษผ้าหรอก!!"


"ปวัน!! กรี๊ดดดด!!" อัญชนาอาละวาดราวกับระคนเก็บกดมาแสนนาน ปวันเห็นท่าไม่ดีก็หันไปบอกให้สาวใช้ทั้งสองหนีไปที่บ้านใหญ่เสียก่อนที่ภรรยาของเขาจะอาละวาดหนักกว่านี้ "เห็นอีพวกขี้ข้ามันดีกว่าเอมอย่างงั้นหรอ?!!"


"ผมไม่เคยเห็นใครดีกว่าเอม แต่เอมทำเกินไป! เอมคนที่คนที่ผมตัดสินใจแต่งงานด้วยเป็นคนน่ารัก ใจดี ไม่เคยเห็นค่าสิ่งของเพียงแค่เงินตอนนี้หายไปไหน"


อัญชนาสะบัดแขนออกจากมือเขาเต็มแรง "หึ! มองผิดแล้วมั้ง!? ทุกอย่างของเอมต้องมีเงินเป็นส่วนประกอบ เอมไม่ได้โลกสวยที่จะยอมกัดก้อนเกลือกินหรอกนะ" ปวันแทนจะไม่เชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ นึกย้อนไปวันแรกที่ได้เจอเธอเป็นหญิวที่ดูดีไปทุกด้าน น่ารัก นิสัยอ่อนโยน ที่สำคัญ...


​"เอมไม่ชอบอะไรที่หรูหราเกินไปหรอกนะคะ หายไปคงจะเสียดายแย่ แบบธรรมดาๆที่เป็นอยู่ก็มีความสุขแล้วค่ะ"

ผู้หญิงแบบนั้นคือคนที่ปวันตามหามาทั้งชีวิตกว่าจะเจอ...


แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว...คนตรงหน้าเห็นทุกอย่างรวมถึงเงินเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด หลังๆมาอัญชนาค่อนข้างที่ฟุ่มเฟือยกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า... ปวันไม่เคยว่าในเรื่องพวกนี้เพราะเขารู้ว่านั่นเป็นส่วนประกอบสำคัญของผู้หญิง และสิ่งที่เห็นในวันนี้เขายังคิดว่าฝันอยู่แน่ๆ


"เอมต้องการชุดที่เหมาะสมกับเครื่องเพชรชุดนี้ภายในสองชั่วโมง ถ้าปวันหามาให้เอมไม่ได้ล่ะก็!! ไม่ต้องมาให้เห็นหน้านะคะ!"


"เอม !" ปวันเอ่ยชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อัญชนาเปิดรูปในโทรศัพท์ให้เขาดูแล้วสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าขึ้นชั้นสองของตัวบ้านไปโดยที่ไม่ได้สนใจในความรู้สึกของเขาเลยสักนิด


หลายครั้งที่เธอจะดูเอาแต่ใจบ้างแต่ก็ไม่เท่าครั้งนี้....


สุดท้ายก็จนใจ...ปวันตัดสินใจคว้ากุญแจรถอีกครั้งแล้วออกจากบ้านมายังห้างสรรพสินค้าด้วยความรวดเร็ว เวลาแค่สองชั่วโมงจะไปหาชุดที่เธอต้องการได้จากที่ไหนกันนะ แล้วผู้ชายอย่างเขาจะเลือกชุดให้ถูกใจภรรยาได้อย่างไรกัน


ห้างสรรพสินค้า...


ชายหนุ่มเดินเคว้งคว้างตามหาชุดให้กับภรรยาของตน แล้วราคาแบบไหนถึงจะพอใจนะ ยิ่งคิดก็ยิ่งจนปัญญาเพราะเข้าไปดูแต่ละร้านถึงจะเป็นคนที่มีฐานะก็ยังรู้สึกเสียดายเงินเหมือนกัน เพราะมันไม่คุ้มค่าที่จะเสียเงินไปกับชุดเพียงแค่ชุดเดียว


เฮ่อ...


เสียงถอนหายใจหนักหน่วงพ่นออกมาเต็มแรงด้วยความอัดอั้นอยู่ภายใน ทันใดนั้นเองสายตาก็พลันมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งผ่านมาก็เอ่ยเสียงทักทายในทันที


"เดี๋ยวครับ !!"


"คะ?" กันตาหันมาด้วยความตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกทักราวกับว่ารู้จักกันเสียอย่างนั้น


"..."


"คุณคะ?" ปวันหันไปตามเสียงเรียก กันตาที่เพิ่งเลิกจากงานพาร์ทไทม์ส่งยิ้มบางๆให้ "มีอะไรหรอคะ?"


"เจอกันอีกแล้วนะครับ" จู่ๆเขาก็มีความคิดดีๆเข้ามาในหัว "ผมกำลังหาคนช่วยอยู่พอดี  ผมอยากได้ชุดที่ผู้หญิงเขาใส่ไปงานเลี้ยงน่ะ พอจะช่วยผมเลือกชุดได้ไหม? มีเวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ"


"ซื้อให้ภรรยาหรอคะ? อยากได้ราคาประมาณไหนคะเดี๋ยวจะช่วยเลือกให้ค่ะ"


ปวันพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น หลังจากที่เขาบอกถึงในสิ่งที่ภรรยาของเขาต้องการแล้วทั้งสองจึงพากันไปเลือกดูตามร้านที่อยู่ภายในนั้น ทุกอย่างต้องทำตามเวลาจึงชักช้าไม่ได้ ไม่นานนักกันตาก็เลือกชุดสีขาวมาหนึ่งชุดซึ่งปวนมองแล้วคล้ายๆกับชุดที่อัญชนาสั่งตัดมาแล้วถูกสาวใช้รีดไหม้ไป


"แบบนี้ใช้ได้ไหมคะ?"


"เหมือนของก่อนหน้ามากเลยล่ะครับ แต่ถ้าเห็นป้ายราคานี้คงไม่ยอมใส่แน่ๆ" เขามีสีหน้าหนักใจอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าอยากจะอวดฐานะอะไรนักหรอกแต่ตอนนี้อัญชาไม่เหมือนครั้งแรกที่เจอแล้วน่ะสิ "ดูว่าผมเวอร์ไปใช่ไหม?"


"เปล่าค่ะ ใครได้เจอก็พอจะเดาพื้นฐานของภรรยาคุณออก เรื่องราคาไม่ใช่เรื่องยากค่ะ สรุปเอาชุดนี้นะคะถ้าเป็นเรื่องป้าราคาเดี๋ยวหนูจัดการให้"


"ถ้าได้ก็ดีครับ" ปวันยิ้มอีกครั้งมองร่างของกันตาเดินไปที่เคาท์เตอร์ของพนักงาน เด็กคนนี้ดูน่ารักสดใสสมวัยดี นึกย้อนไปตอนที่เจออัญชนาครั้งแรกเธอก็เป็นแบบนี้ สิ่งที่ทำให้เขาตกหลุมรักเธอก็คือรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใสอยู่ตลอดเวลาแบบนั้นเอง 


"คุณคะ!!" ปวันสะดุ้งอีกครั้งตามเสียงเรียกใสๆ "เรียบร้อยแล้วค่ะ กันย์บอกให้พนักงานเขาทำป้ายราคาใหม่ให้แล้ว หวังว่าภรรยาคุณคงจะไม่สงสัยนะคะ"


"กันย์...?"


"อุ้ย! เผลอเรียกชื่อตัวเองซะได้ หนูชื่อกันตาค่ะ เรียกว่ากันย์เฉยๆก็ได้" หญิงสาวแนะนำตัวเองให้แก่เขา


"ครับ ผมปวันนะ ดีใจที่ได้เจอกันย์วันนี้นะครับ ช่วยผมได้เยอะเลย" ชายหนุ่มหยิบนามบัตรแล้วยื่นให้กับเธอ "ให้ผมช่วยอะไรก็ติดต่อผมได้ตลอดเวลาเลยนะ ตอนนี้ผมต้องขอตัวก่อน...ช้ากว่านี้ผมคงได้นอนนอกบ้าน"


กันตารับนามบัตรของเขามาไว้ที่ตัว "ค่ะ โชคดีนะคะ" เธอบอกเขาได้เพียงแค่คำอวยพรเท่านั้น ไม่นานนักปวันก็รีบออกจากร้านทันทีที่ชำระเงินค่าสินค้าเสร็จ กันตามองไปจนร่างของเขาหายลับไปจากสายตาของเธอ ดูเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมและน่าสงสารในเวลาเดียวกันจริงๆ ก็ยังคิดอยู่นะว่าผู้หญิงคนนั้นทำบุญมาด้วยอะไรถึงได้เจอคนที่ยอมมอบกายถวายชีวิตให้แบบนี้ "ผู้ชายกลัวเมียดีๆนี่เอง แต่ก็น่ารักดีนะ"


กันตาทิ้งความคิดเอาไว้แค่นั้น หญิงสาวหอบร่างที่เหนื่อยล้าจากการทำงานเดินทางกลับบ้านเพื่อที่จะพักผ่อนและเตรียมตัวสู้ต่อในวันต่อไป


######


​ในคืนวันเดียวกันนั้นเอง...

อินทุกรถูกภาคย์พาออกมาจากบริษัท NIRINCHA แล้วยังไม่ได้กลับคอนโดที่พักในทันที เขาขับรถไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีท่าทีจะจอดที่ไหนเลย หญิงสาวหันไปหาเขาแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร ได้แต่มองการกระทำของเขาอยู่นิ่งๆ


"อยากจะพูดอะไรก็พูดมาสิ!" ภาคย์เอ่ยโดยไม่หันมาทางเธอ


"พี่ภาคย์จะพาอุ่นไปไหนคะ?"


"ไม่พาไปปล่อยไว้ข้างทางตรงไหนหรอก นั่งนิ่งๆถึงแล้วจะบอกเอง" ภาคย์ยังคงขับรถออกไปเรื่อยๆราวกับว่ากำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่จะสิ้นสุดในการเดินทางครั้งนี้


การเดินทางครั้งนี้เหมือนจะยาวไกล...


อินทุกรรู้สึกเหนื่อยมาทั้งวันดังนั้นการนั่งอยู่ในรถเงียบๆจึงทำให้เธอรู้สึกง่วงและเผลอหลับลงในทันที กว่าจะรู้สึกตัวก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆใกล้ๆ พอลืมตาก็เห็นว่าเขาอยู่ใกล้กับเธอมากจนปลายจมูกจะชนกันอยู่แล้ว ภาคย์ชะงักไปสักครู่เมื่อเห็นว่าเธอตื่นแล้ว เขาตั้งใจที่จะทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดและตอนนี้เหมือนกับว่าเขาจะเสพติดการมองใบหน้าของเธอไปเสียแล้ว


ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรเหมือนกัน...


"พี่ภาคย์" เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว "ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนคะ?"


ภาคย์ไม่ตอบอะไร เขาขยับตัวกลับมานั่งที่ของตัวเองก่อนจะกำหนดลมหายใจของตัวเองเข้าออกช้าๆก่อนจะลงจากรถ อินทุกรเห็นดังนั้นก็เปิดประตูลงตามเขาไป บรรยากาศแม้จะมืดลงจนเห็นเพียงแสงจันทร์ที่ให้แสงสว่างเพียงดวงเดียว ตรงหน้าเธอเป็นบ้านไม้ที่อยู่ติดริมแม่น้ำที่บรรยากาศนั้นรู้สึกร่มรื่นและน่าอยู่มากทีเดียว....


แต่ก็น่ากลัวไม่ต่างกัน...


"คืนนี้จะเราจะนอนกันที่นี่ หวังว่าจะอยู่ได้นะ"

__________________________________________________ 100% ________________________________________


มาแล้วนะคะ ความแถของพี่ภาคย์ก็มา..

ขอบคุณนักอ่านที่ยังติดตามไรท์นะคะ 

ไรท์จะพยายามมาให้บ่อย ไม่ให้ทิ้งช่วงนาน

การทำงานยากกว่าตอนเรียนเยอะเลย ไรท์จะพยายามจัดเวลาให้ดีๆ

เพื่อมาอัพนิยายให้สำหรับนักอ่านทุกท่านที่รออ่านนิยายของไรท์นะคะ

เจอกันตอนต่อไปจ้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น