หอหมื่นอักษร

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 34 ข้ารู้จักเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น

ชื่อตอน : บทที่ 34 ข้ารู้จักเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2561 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 34 ข้ารู้จักเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น
แบบอักษร

 “หรือจะปล่อยไปเช่นนี้” คุณชายผู้สูงส่งเอ่ยด้วยโทสะ

เยี่ยเจียเหยาเห็นบรรดาคนงานออกมาจ้องมองพวกเขาอย่างระแวงระวัง จึงลากคุณชายผู้สูงส่งออกมาก่อนค่อยว่ากัน

“ข้าคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว บางทีหลังจากเจ้าเปลี่ยนชุดแล้ว ถุงเงินนั้นอาจไม่มีอยู่ที่ตัวแล้วก็ได้ ยิ่งกว่านั้นเดิมทีท่าทางของคนงานก็ดีมาก กล่อมให้เจ้าควักเงินจ่ายค่าชุด เมื่อเห็นพวกเรากลับมาทำเป็นไม่ใส่ใจ พอเจ้าเอ่ยถึงถุงเงินก็โมโห ชวนให้สงสัย”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” คุณชายผู้สูงส่งกล่าวด้วยโทสะ “ไม่ได้ ข้ายอมไม่ได้”

เขาพูดพลางก็เดินวกกลับไป

เยี่ยเจียเหยารั้งเขาอย่างแรง “เจ้าอย่าวู่วามเช่นนี้จะได้หรือไม่ คนหนุ่มทำอะไรใจร้อนเสียจริง”

“เจ้าว่าว่าข้ากระไรนะ” คุณชายผู้สูงส่งส่งสูงเสียงแหลมขึ้นมา นัยน์ตาหงส์ของเขาจ้องมา

“ข้าบอกว่าเจ้าทำอะไรไม่รู้จักใช่สมองน่ะสิ” เยี่ยเจียเหยาตะคอกกลับ แม่เจ้า นายแม่อย่างข้าเคยอยู่ค่ายโจรของจริงมาแล้ว ยังจะกลัวเจ้าดุอีกหรือ

“เช่นนั้นเจ้าบอกมาว่าต้องทำเช่นไร” คุณชายผู้สูงส่งกล่าว

“ทำอย่างไร หลักฐานไม่มี ยังจะทำอะไรได้ ทำได้แต่ยอมรับว่าตัวเองโชคร้ายแล้ว” เยี่ยเจียเหยาตอบ หากเป็นคนที่นี่ยังพอจะมีหนทางบ้าง แต่คนต่างถิ่นยังจะคิดบ้าบอไรได้เล่า! ต่อให้บ้านร่ำรวยเงินทองก็สูญเปล่า มังกรร้ายไม่สามารถสยบงูเจ้าถิ่นได้เคยได้ยินบ้างไหม

“นี่ เจ้ามีญาติอยู่ที่จี้หนานบ้างหรือไม่ หรือเพื่อนก็ได้” เยี่ยเจียเหยาถาม

คุณชายผู้สูงส่งไม่มีอารมณ์ตอบ “ข้าหนี...ข้าออกมาเที่ยวเล่นคนเดียว ไม่มีญาติ”

ถึงเขาจะกลับคำได้ทัน แต่เยี่ยเจียเหยายังคงเก็บคำสำคัญเอาไว้ได้ เจ้าหนุ่มนี่เป็นเด็กวัยรุ่นเกเรหนีออกจากบ้านนี่เอง

“อ้อ เช่นนั้นทำเงินหายจะกลับจินหลิงอย่างไร ข้าว่าเจ้านี่มันไร้ประสบการณ์จริงๆ ออกมานอกบ้าน เงินทองอย่าเก็บเอาไว้ที่เดียว ต้องแยกไว้บ้าง ทำหายส่วนหนึ่งยังเหลืออีกส่วนไว้ ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเจ้าเดินทางจากจินหลิงมายังจี้หนานได้อย่างไร” เยี่ยเจียเหยาตอกย้ำเขาอย่างไม่เกรงใจ

 “ล้วนเป็นเพราะเจ้า หากไม่ใช่เพราะเจ้าแย่งเรือกับข้า หากไม่ใช่เจ้าฉีกชุดข้าขาด ข้าก็ไม่ตกอับจนถึงขั้นนี้” คุณชายผู้สูงส่งเริ่มยอกย้อนถึงต้นเหตุ

“นี่ๆๆ ไฉนเจ้าถึงไม่บอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหนีออกจากบ้าน หากไม่ใช่เพราะเจ้ามาจี้หนานเรื่องทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้น มารดาเจ้าเถอะ นายท่านอย่างข้ายังเลี้ยงน้ำแกงเม็ดบัวเชื่อมเจ้าชามหนึ่ง อีกเดี๋ยวต้องช่วยเจ้าออกค่าเรือ หากเจ้ายังกล้าพูดพล่ามไม่เลิก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทิ้งเจ้าไม่สนใจแล้ว” เยี่ยเจียเหยาข่มขู่ 

ไฟโทสะของคุณชายผู้สูงส่งดับลงในทันที กล่าวว่า “ข้าไม่สน อย่างไรเรื่องนี้เจ้าต้องรับผิดชอบ”

เยี่ยเจียเหยาโมโห บ้าเอ๊ย ยังจะใส่ร้ายข้าอีก

“ช่างเถอะๆ ไม่อยากถือสาเจ้า เดิมทีมาเที่ยวบึงอย่างมีความสุข ตอนนี้หมดอารมณ์แล้ว กลับๆ ส่งเจ้าจนถึงฝั่งแล้วพวกเราแยกย้าย” เยี่ยเจียเหยากล่าวไม่สบอารมณ์ สาวเท้าเดินไป

คุณชายผู้สูงส่งรีบตามมา “ส่งถึงฝั่งยังไม่พอ ไม่มีเงินทอง ต่อไปข้าอยู่ต่อไปได้อย่างไร! กินอะไร อยู่ที่ไหน”

“นี่มันเรื่องของเจ้า อย่ามาถามข้า” เยี่ยเจียเหยาไม่หันกลับไปเหลียวมอง

“เจ้าเองก็มีส่วนรับผิดชอบด้วย! ข้าไม่ถามหาเอากับเจ้าแล้วจะหาใคร” คุณชายผู้สูงส่งเดินตามหลังเยี่ยเจียเหยาไปทีละก้าว

เยี่ยเจียเหยาหยุดเท้าอย่างฉับพลัน คุณชายผู้สูงส่งรีบหยุดตามเกือบจะชนนาง

“ข้าจะบอกเจ้าให้เจ้าเข้าใจ ข้าเป็นคนยากจน อาศัยขอข้าวกิน บางครั้งก็ทำงานจิปาถะใช้ชีวิตไปวันๆ เจ้ามั่นใจหรือว่าอยากไปกับข้า”

คุณชายผู้สูงส่งมองเยี่ยเจียเหยาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าตั้งแต่เท้าแล้วไล่กลับไปยังศีรษะรอบหนึ่ง หัวเราะออกมา “ขอข้าวกินยังจะมาเที่ยวชมบึง เจ้าหลอกใครกัน”

เยี่ยเจียเหยายืดไหล่ตรง อยากเชื่อก็เชื่อไม่อยากเชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ นายแม่อย่างข้าเลี้ยงตัวเองจะไม่รอดแล้ว ยังต้องสนใจเจ้าอีกหรือ

สองคนกลับไปยังท่าเรือ ขึ้นไปบนเรือ

นายเรือยิ้มแย้มกล่าวว่า “นายท่านไฉนไม่เที่ยวนานอีกสักหน่อย”

“ไม่สนุกเลยสักนิด” เยี่ยเจียเหยาตอบเจือความโมโห

“ไม่สนุกมากๆ” คุณชายผู้สูงส่งกล่าวต่อ

นายเรือคิดอะไรไม่ออก เป็นครั้งแรกที่มีแขกบอกว่าไม่สนุก

เมื่อถึงฝั่ง เยี่ยเจียเหยาจ่ายเงินสามร้อยเหรียญทองแดง ในใจเจ็บปวดแสนสาหัส คิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะสลัดเจ้าหนุ่มนี่ไปได้

“นี่ บ้านเจ้าอยู่ที่ไหน” คุณชายผู้สูงส่งกันไม่ให้เยี่ยเจียเหยาทิ้งเขา จึงตามนางไปติดๆ

“ไม่มีบ้าน”

“เจ้าพักอยู่ที่ไหน”

“นอนข้างถนน”

อ้อ...

“เลิกโกหกได้แล้ว คืนนี้พวกเรากินอะไร ข้าหิวแล้ว”

“ไม่มีเงิน”

“อย่าใจแคบไปหน่อยเลย รอข้ากลับถึงจินหลิงแล้วจะใช้คืนให้เจ้าเป็นสองเท่า”

“พี่ชาย ข้าจนจริงๆ มาเที่ยวบึงก็เพื่อหาความบันเทิงจริงๆ เจ้าหาวิธีไปหาคนอื่นเถอะ อย่าตามข้าอีกเลย” เยี่ยเจียเหยาอยากจะร้องไห้ ไฉนถึงถูกตามติดเสียแล้วเล่า

“หากข้ามีหนทางจะตามเจ้าทำไม เจ้าวางใจเถอะ ใช้เงินไปเท่าไหร่ กลับถึงจินหลิงแล้วคืนให้เจ้าสิบเท่า” คุณชายผู้สูงส่งสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ

 “ร้อยเท่าก็ไม่มีประโยชน์ ทั้งตัวข้ามีเงินเพียงน้อยนิด เลี้ยงตัวเองยังไม่ได้เลย” เยี่ยเจียเหยาสีหน้าโศกเศร้า เพื่อเป็นการยืนยันว่านางจนจริงๆ นางล้วงแขนเสื้ออกมา “นี่ เจ้าดูสิ รวมกันยังไม่ถึงสองตำลึง นี่สมบัติทั้งบ้านข้าแล้ว”

คุณชายผู้สูงส่งกล่าว “เจ้าเคยบอกว่า เงินต้องแยกเก็บ”

เยี่ยเจียเหยาเกือบจะกระอักเลือดออกมา แม่เจ้า ไม่ต้องความจำดีขนาดนี้จะได้ไหม

เยี่ยเจียเหยาไม่สนใจเขา เดินอย่างว่องไว คนด้านหลังก็เดินตามอย่างรวดเร็ว นางเดินช้า เขาก็เดินช้า นางไวเขาก็ไวตาม

รอจนมาถึงในเมือง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว เยี่ยเจียเหยาซื้อของกินอร่อยๆไม่ไหว ทำได้แต่ซื้อหมั่นโถวไม่กี่ลูก ใส่ซอสผักฝืนกินไป

“พวกเรากินแค่นี้หรือ” คุณชายผู้สูงส่งคาดไม่ถึง

“ไม่ใช่พวกเรา เป็นข้า ไม่มีส่วนของเจ้า” เยี่ยเจียเหยาตอบไม่พอใจ กัดหมั่นโถวลงไปแรงๆคำหนึ่ง ถลึงตาใส่เขา

คุณชายผู้สูงส่งมือไม้ว่องไวแย่งหมั่นโถวไป ทั้งยังกล่าวอย่างรังเกียจว่า “ไม่เคยเห็นใครตระหนี่เท่าเจ้ามาก่อน”

เยี่ยเจียเหยาอยากจะถีบออกไป เจ้านี่กินของของนางยังหาว่านางตระหนี่อีก

เยี่ยเจียเหยาทางหนึ่งก็เคี้ยวหมั่นโถว แล้วเริ่มหาโรงเตี๊ยม วันนี้ออกนอกเมืองไม่ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นก็นอนที่ศาลาได้ พักไปคืนหนึ่งก่อน พรุ่งนี้ซื้อเสบียงอาหารแห้งแล้วค่อยออกเดินทาง

หาไปหามาจนขาแทบหัก เยี่ยเจียเหยาค่อยหาห้องพักที่ถูกที่สุดได้ ห้าเหรียญทองแดงได้ที่นอนหนึ่งที่ เยี่ยเจียเหยาจ่ายเงินค่าที่นอนแล้วเดินเข้าไป คุณชายผู้สูงส่งที่ตามมาถูกเสี่ยวเอ้อรั้งไว้

“นายท่าน หากจะพักต้องจ่ายเงินก่อน”

คุณชายผู้สูงส่งชี้ไปที่เยี่ยเจียเหยา “ข้ามากับเขา”

เยี่ยเจียเหยารีบตอบ “ข้าไม่รู้จักเขา”

เสี่ยวเอ้อของร้านไม่พูดมากไล่คุณชายผู้สูงส่งออกไป

“นี่ เจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้ พวกเรามาด้วยกัน” คุณชายผู้สูงส่งร้องอยู่ด้านนอก

เยี่ยเจียเหยาคร้านจะสนใจเขา นางเข้ามาในห้องพักที่ไม่ดีไปกว่าห้องเก็บฟืนเท่าไหร่นัก เลือกที่นอนที่อยู่ริมมาที่สุดล้มตัวลง

หนึ่งห้องพักมีคนพักสิบกว่าคน ในห้องมีแต่บุรุษกักขฬะหยาบกร้าน บ้างก็เกาเท้าบ้างก็แคะจมูก ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็น

เยี่ยเจียเหยาย่นจมูก ปลอบใจตัวเอง นี่ก็ดีกว่านอนศาลาแล้ว

ทว่าในใจกลับไม่สงบ ไม่รู้เจ้าหนุ่มนั่นจากไปหรือยัง ดูแล้วเขาเป็นเด็กไม่มีประสบการณ์ออกนอกบ้านมาก่อน ไม่มีเงินติดตัว อยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ไม่มีคนรู้จัก ทิ้งเข้าไว้เช่นนี้ รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่นายแม่อย่างข้าคิดจะเลียนแบบท่านเหลยเฟิงก็ต้องรู้จักประมาณตน ตัวเองยังแทบเอาตัวไม่รอด ยังจะมีกำลังช่วยผู้อื่นได้อย่างไร

ครืนนน เปรี้ยง เปรี้ยง

เสียงสายฟ้าผ่าดังอยู่ด้านนอก

ไม่นานฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมากระทบหลังคาสังกะสี เสียงเหมือนกำลังโปรยถั่ว

ในใจเยี่ยเจียเหยายิ่งกระวนกระวาย คนกำลังตกอับ ยามตกอับปรารถนาให้ผู้อื่นยื่นมือเข้ามาช่วย ขอเพียงแค่เพิงหลบฝนได้ ต่อให้เป็นแค่หมั่นโถวกับน้ำเปล่า ช่างเถอะๆ อย่างไรนางก็จะไปจินหลิง จะได้มีเพื่อนร่วมเดินทาง

เยี่ยเจียเหยาลุกขึ้น หากเขายังอยู่ หากเขาไม่กลัวลำบากก็พาเขาไปด้วยแล้วกัน

ประตูที่พักปิดแล้ว เยี่ยเจียเหยาขอให้เสี่ยวเอ้อเปิดประตูให้

เสี่ยวเอ้อไม่ยินยอมกล่าวว่า “ข้างนอกฝนตกหนักขนาดนี้ เจ้ายังจะออกไปหรือ”

เยี่ยเจียเหยากล่าวเฝื่อนๆว่า “จริงๆ คนผู้นั้นคือเพื่อนข้า พวกเราทะเลาะกัน ตอนนี้พอคิดๆ ดู รู้สึกว่าไร้เหตุผลมาก ข้าจะไปดูว่าเขายังอยู่หรือไม่”

เสี่ยวเอ้อจึงเปิดประตูออก

เยี่ยเจียเหยายื่นคอออกไปด้านนอก เห็นร่างสูงหลบอยู่ใต้กันสาด สีหน้าเหม่อลอยมองไปฝนห่าใหญ่ แลดูน่าสงสารและเหงาหงอยอย่างบอกไม่ถูก

“นี่ ยังหลบอยู่นั่นทำไมอีก เข้ามา” เยี่ยเจียเหยาตะโกนใส่เขา

คุณชายผู้สูงส่งหันกลับมามองนางด้วยสายตาไร้อารมณ์ ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ

หึ ดื้อดึงนัก

เยี่ยเจียเหยาทำได้แค่ออกไปดึงเขา ละอองฝนลอยกระทบกับตัว หนาวจัง

“เข้ามาเถอะ”

เขาก้มหน้า น้ำฝนไหลหยดลงมาตามคอและสันจมูกของเขา ท่าทางน่าสงสารเวทนา ดูแล้วเยี่ยเจียเหยารู้สึกปวดใจ ยิ่งรู้สึกว่าการกระทำของนางเมื่อครู่นั้นชั่วร้ายมาก

ตอนนางกำลังจะเอ่ยบางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้น ลูกตาดำขลับเก็บซ่อนความโกรธเอาไว้ เขาตะโกนว่า “ไฉนถึงบอกว่าไม่รู้จักข้า ข้าอยู่ที่นี่รู้จักเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”

อ้อ เยี่ยเจียเหยาถูกทำให้ตกใจ นางนิ่งไปสักครู่ก่อนตะโกนกลับไป “เจ้าดุอะไร เจ้ารู้จักข้า ข้าชื่อว่าอะไรเจ้ารู้หรือไม่”

เขาตอบไม่ได้ ดวงตาที่แฝงความโกรธค่อยๆเปลี่ยนเป็นความน้อยใจ ท่าทีอ่อนลง

แม่เจ้า ก็แค่เจ้าหนุ่มที่ยังไม่โต เยี่ยเจียเหยากล่าวไม่สบอารมณ์ว่า “ข้าชื่อว่าจิ่นเหยา เหยาที่หมายถึงจักรพรรดิเหยาซุน เจ้าเล่า ชื่อจริงคืออะไร ไม่เช่นนั้นข้าจะทิ้งไม่สนใจเจ้าแล้วนะ”

เขากดเสียงตอบว่า “ข้าชื่อเฮ่อเหลียนจิ่ง จิ่งที่แปลว่าทัศนียภาพ”

แซ่เฮ่อเหลียนนั้นมีไม่มาก หากเป็นชื่อจริงไปถึงจินหลิงถามดูก็ได้ความแล้ว

เยี่ยเจียเหยากล่าว “ข้าบอกก่อนเลยนะ ข้าจนจริงๆ แต่ข้าจะไปจินหลิงพอดี หากเจ้าไม่กลัวไปลำบากกับข้า พวกเราก็ไปด้วยกัน หากเจ้าพิรี้พิไรเรื่องมากก็รีบไสหัวไปซะ”

เฮ่อเหลียนจิ่งรีบพยักหน้า

เยี่ยเจียเหยากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เข้ามา”

เฮ่อเหลียนจิ่งเดินตามนางเข้าไปอย่างว่าง่าย

เยี่ยเจียเหยาจ่ายเงินอีกห้าเหรียญทองแดงเพื่อเช่าที่นอน

เมื่อกลับถึงห้องพัก ทันทีที่เข้าไปในห้อง กลิ่นเหม็นในห้องเกือบทำให้เฮ่อเหลียนจิ่งสลบไป ทว่าเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ตนกำลังตกอับ ไม่มีเงินทอง ทั้งตัวก็ไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันฐานะของตนได้ หากไม่อดทนสักหน่อย ก็ต้องยืนใต้หลังคาข้ามคืนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาจึงต้องทน

“เจ้านอนที่นี่” เยี่ยเจียเหยาชี้ที่นอนข้างๆตน

เฮ่อเหลียนจิ่งไม่อยากนอนข้างๆบุรุษหยาบกร้าน จึงกล่าวว่า “เจ้านอนด้านใน ข้านอนด้านนอก”

เยี่ยเจียเหยากล่าวดุๆว่า “ให้เจ้านอนตรงไหนก็นอนสิ พิรี้พิไรอยู่ได้”

เฮ่อเหลียนจิ่งจึงทำได้แต่ปีนขึ้นไปนอนลงอย่างเชื่อฟัง

“เจ้าถอดชุดที่เปียกออกมา มิฉะนั้นพรุ่งนี้ป่วยแล้วข้าไม่มีเงินจะไปตามหมอให้” เยี่ยเจียเหยากล่าว

เฮ่อเหลียนจิ่งกลั้นความโกรธเอาไว้ ลุกขึ้นมาถอดชุดออก เผยให้เห็นผิวขาวสะอาด กล้ามเนื้อเป็นมัดชัดเจน

เยี่ยเจียเหยาสองตาค้างอย่างตกตะลึง นางแอบกลืนน้ำลาย เจ้าหนุ่มนี่หุ่นดีไม่น้อย แต่ยังด้อยกว่าลาโง่นั่นอยู่บ้าง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น