หอหมื่นอักษร

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 32 คุณชายผู้สูงส่ง

ชื่อตอน : บทที่ 32 คุณชายผู้สูงส่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2561 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32 คุณชายผู้สูงส่ง
แบบอักษร

หลังจากที่เยี่ยเจียเหยาออกจากจวนตระกูลเว่ยก็สืบที่ตั้งของบึงต้าหมิง ได้ความว่าอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของเมืองจี้หนาน แต่ว่าชื่อนั้นมิได้เรียกว่าบึงต้าหมิง แต่เรียกว่าบึงเหลียนจื่อ (บึงบัว) เพราะว่าในบึงนั้นเลื่องชื่อด้านดอกบัว และยังเรียกว่า ลี่ซย่าพัว เป็นเพราะว่าตั้งอยู่เบื้องล่างของภูเขาลี่ ไม่ว่าจะเรียกว่าอย่างไร บึงก็ยังเป็นบึง ทิวทัศน์งดงามสุดจะเปรียบ สมกับคำกล่าวว่า สี่ทิศเป็นดอกบัว สามทิศมีต้นหลิ่ว เมืองวสันตฤดู ครึ่งหนึ่งเป็นบึงน้ำ

วันนี้แสงแดดสดใส น้ำในบึงกระจ่าง รายล้อมด้วยต้นหลิว เดินอยู่ริมบึงสายลมอุ่นพัดมากระทบในหน้า ทั้งอิ่มเอมใจทั้งสบายตา เสียดายที่ดอกบัวทั้งบึงนั้นยังไม่ถึงฤดูกาลออกดอก จึงไม่เห็นทัศนียภาพดอกบัวทอดยาวสิบลี้

ในบึงมีนักท่องเที่ยวล่องเรืออยู่ไม่น้อย ดูไปแล้วเพลินยิ่ง เยี่ยเจียเหยารุดไปยังท่า ท่าน้ำเหลือเรือเล็กเพียงลำเดียว สอบถามราคา เช่าเรือลำหนึ่งใช้เงินตั้งสองร้อยเหรียญทองแดง

เยี่ยเจียเหยาจับถุงเงินตัวเองแน่น สมบัตินางมีไม่มาก ลำพังอาศัยเงินเหล่านี้ยังไปไม่ถึงจินหลิง จะมีเงินมาใช้เที่ยวชมบึงได้ที่ไหนกัน

แต่ว่า อุตส่าห์มาถึงแล้วทั้งที ได้แต่เดินอยู่ริมฝั่ง เกาะกลางบึงก็ไม่ได้ไป สุดท้ายนางก็ยังรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง

“นายเรือ ถูกอีกหน่อยมิได้หรือ ข้าไม่เที่ยวนานหรอก” เยี่ยเจียเหยาต่อรองกับนายเรือ

นายเรือกวาดตาประเมินนาง จากนั้นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อยากเช่าก็เช่า ไม่เช่าก็ไปไกลๆ หน่อย อย่าขวางข้าทำการค้า”

เยี่ยเจียเหยายังคงตัดใจควักเงินสองร้อยเหรียญทองแดงออกมาไม่ได้ ทำเป็นหน้าหนาถามต่อ “นายเรือ ข้าหาคนเช่าร่วมกันได้หรือไม่”

นายเรือไม่มองนางสักนิด “ค่าเรือสองร้อยเหรียญทองแดงไม่ลด เพิ่มหนึ่งคนเพิ่มหนึ่งร้อยเหรียญ”

ชิชะ อาศัยเรือผุของเจ้าลำนี้  รู้หรือไม่ว่าสองร้อยเหรียญทองแดงซื้อซาลาเปาเนื้อได้กี่ลูก หนึ่งร้อยลูกเชียวนะ พอทำให้เจ้าติดคอไปเลย ช่างใจดำและโหดกว่าพวกโจรบนเนินเฮยเฟิงเสียอีก

“นายเรือ ไปเกาะกลางบึง” บุรุษหนุ่มสวมชุดเนื้อดีผู้หนึ่งเดินเข้ามา ไม่สอบถามราคาก็ขึ้นไปบนเรือแล้ว

นายเรือรีบยิ้มแย้มเข้าไปรับแขก “นายท่านระวังลื่น”

“นี่ เรือลำนี้ข้าเช่าก่อน ท่านแย่งไม่ได้นะ! ” เยี่ยเจียเหยาเห็นเรือลำสุดท้ายกำลังจะหายไป รีบรั้งบุรุษหนุ่มผู้นั้นไว้

บุรุษหนุ่มหันกลับมา ดวงตาเรียวยาวดั่งตาหงส์รี่ลง มองดูเยี่ยเจียเหยา ดึงมือนางออกอย่างรังเกียจ “เจ้าเช่าก่อนอย่างนั้นรึ เช่นนั้นทำไมเจ้าถึงไม่ขึ้นเรือ”

นายเรือเกรงว่าการค้าจะถูกเด็กหนุ่มยากจนผู้นี้ทำเสีย รีบกล่าวว่า “ใครว่าเรือของข้าให้เจ้าเช่ากัน เจ้าเช่าไหวหรือ”

เยี่ยเจียเหยาทนดูสายตาดูถูกเช่นนี้ไม่ไหว แม่เจ้า คนเราต้องมีศักดิ์ศรีบ้าง นายแม่อย่างข้า แค่กๆ นายน้อยอย่างข้าวันนี้จะต้องแย่งมาให้ได้

“ใครว่าข้าเช่าไม่ไหวกัน เบิกตาของเข้าดูให้ชัด” เยี่ยเจียเหยาล้วงเงินก้อนออกมาแกว่งไปมาหน้านายเรือ

นายเรือดูแคลนเงินก้อน ให้เขาเช่าเรืออย่างมากก็ได้สองร้อยเหรียญทองแดง หากให้คุณชายผู้สูงส่งท่านนั้นเช่า ไม่แน่ว่ายังมีสินน้ำใจให้ด้วย

“แค่สองร้อยเหรียญทองแดงยังลังเลอยู่ครึ่งค่อนวัน หากทำใจจ่ายเงินไม่ไหวก็เดินเล่นอยู่บนฝั่งก็พอแล้ว คุณชายท่านนี้ เชิญ” นายเรือค้อมกายให้กับคุณชายผู้สูงส่ง

เยี่ยเจียเหยาขวางอยู่เบื้องหน้า สองมือเท้าเอว กล่าวดุร้ายว่า “นายเรืออย่างเจ้านี่ทำการค้าอย่างไรกัน เรื่องอะไรก็ตามควรแบ่งมาก่อนมาหลัง ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะไม่เช่าเรือ หรือบนเรือเจ้ามีป้ายแปะว่าห้ามต่อรองราคา ไม่ยินยอมให้ผู้อื่นครุ่นคิดบ้างหรือไร หรือเห็นผู้อื่นใส่เสื้อผ้าดีกว่าข้า ดูมีเงินมากกว่าข้ากันแน่ เจ้าทำแบบนี้เรียกว่าอะไรรู้ไหม ดูถูกคนนัก หากวันนี้เจ้าไม่ให้ข้าเช่าเรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะพังเรือเจ้าเสีย”

นายเรือนิ่งไป คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กยากจนนี่อันธพาลถึงเพียงนี้ ยุคสมัยนี้ ไร้เหตุผลก็กลัวอันธพาล อันธพาลกลัวจะไร้ชีวิต ทำการค้าพูดถึงความมั่งคั่ง หากเจ้าเด็กยากจนผู้นี้ยังดึงดันจะหาเรื่องเขาก็ยุ่งยากจริงๆ

“ช่างเถอะ พวกท่านรวมกลุ่มกัน ขึ้นเรือด้วยกันเถอะ”

คุณชายผู้สูงส่งผู้ไม่พอใจ “ข้าชอบอยู่ลำพัง อย่างนี้แล้วกัน ใครให้ราคาสูงกว่าก็ให้ผู้นั้น”

นายเรือยินดีอย่างมาก “เช่นนั้นก็ดี”

ไม่ง่ายเลยที่เยี่ยเจียเหยาจะขู่นายเรือสำเร็จ เจ้าหน้าเหม็นนี่ดันมีข้อเสนอมาอีก แม่เจ้าโว้ย ก็แค่พวกลูกเศรษฐี มีเงินแล้วสูงส่งนักหรือไร หากข้ามิใช่ตกอับก็ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าเลย เยี่ยเจียเหยาดมกลิ่นเหม็นบางอย่างมาจากคุณชายผู้สูงส่ง “เหม็นอะไรอย่างนี้”

คุณชายผู้สูงส่งหงุดหงิดขึ้นมา “เจ้าพูดอะไร”

เยี่ยเจียเหยากลอกตา “ข้าบอกว่าทั้งตัวท่านเหม็นกลิ่นเหรียญเงินไปหมด หน้าตาก็หล่อเหลา ไฉนวาจากล่าวออกมาราวกับสมองหมู เหมือนคนไม่มีความรู้เช่นนั้นเล่า”

“เจ้าเด็กอย่างเจ้า รู้ว่านายท่านอย่างข้าเป็นใครหรือไม่ กล้าว่าข้า ใจกล้ามาจากไหนกัน” ในหน้าของคุณชายผู้สูงส่งนั้นแดงก่ำขึ้นมา

เยี่ยเจียเหยาไม่สนใจ ขึ้นเรืออย่างเป็นธรรมชาติ “ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร ยังไงซะเรือลำนี้ข้าก็เช่าแล้ว ข้าไม่อยากนั่งเรือร่วมกับผู้อื่น!  นั่งคนเดียวสบายใจกว่าเป็นไหนๆ“

นางพูดในใจว่า ‘แม่มันเหอะ ฟังสำเนียง ก็รู้ว่าเป็นคนต่างถิ่น นายแม่อย่างข้าก็เที่ยวบึงเสร็จก็เผ่นเหมือนกัน กลัวเจ้าไปทำไมเล่า! ’

“นายเรือ ออกเรือได้”

คุณชายผู้สูงส่ง.... ไฉนเรือถึงถูกแย่งไปได้

“นี่ ไปด้วยกันก็ได้ ค่าเรืออกคนละครึ่ง” คุณชายผู้สูงส่งพลิ้วกายลอยขึ้นมาบนเรือ ยืนอย่างมั่นคงอยู่ข้างๆเยี่ยเจียเหยา

เรือทั้งลำเริ่มสั่นโคลงเคลง เยี่ยเจียเหยายังไม่ได้นั่งลง นางยืนไม่มั่นคง ภายใต้ภาวะวุ่นวายคว้าเอาชายเสื้อของคุณชายผู้สูงส่งเอาไว้

แควก*!*

ได้ยินเพียงเสียงผ้าฉีกขาด ช่วงบ่าของคุณชายผู้สูงส่งถูกดึงขาดเป็นรู

“ปล่อยมือ เจ้าเด็กบ้า เสื้อผ้าถูกเจ้าดึงขาดหมดแล้ว” คุณชายผู้สูงส่งโมโหออกแรงผลักเยี่ยเจียเหยา

“ใครใช้ให้ท่านโดดขึ้นเรือมาอย่างกะทันหันเล่า ท่านคิดว่าที่นี่เป็นผืนดินหรือไร” เยี่ยเจียเหยารั้งชายเสื้อของเขาไว้แน่น สองคนรบเร้าพัวพันกัน เรือน้อยยิ่งโยกคลอนรุนแรงขึ้น

“นี่ๆๆ พวกท่านอย่างทำเช่นนี้ เรือจะล่มเอา” นายเรือรีบกล่าว

แควก*!*

เสียงแควกดังอีกครั้งหนึ่ง เยี่ยเจียเหยาฉีกชายเสื้อขาดล้มกระแทกลงบนพื้นเรือ

คุณชายผู้สูงส่งเห็นเสื้อผ้าขาดรุงริ่งของตน หน้าเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำขึ้น

เยี่ยเจียเหยาก็อยู่ในอารมณ์ตะลึง พระเจ้า เนื้อผ้าดูไม่ไม่เลวเลย ไฉนถึงไม่ทนขนาดนี้ ดึงก็ขาดแล้ว ดูสวยงามแต่ใช้งานไม่ได้เรื่องแท้ๆ

“คะ.....คืนให้ท่าน” เยี่ยเจียเหยาตะกายลุกขึ้น ตบก้นสองสามที ยืนชายเสื้อคืนให้กับคุณชายผู้สูงส่ง

คุณชายผู้สูงส่งรับชายเสื้อมาก็โยนลงน้ำอย่างแรง ขบเขี้ยวฟันจ้องมองเยี่ยเจียเหยา “เจ้าพูดว่าควรทำอย่างไร นี่เป็นผ้าไหมหางโจวหยุนสุ่ยปี้ชั้นดี หนึ่งร้อยตำลึงยังซื้อไม่ได้พับหนึ่งด้วยซ้ำ”

เยี่ยเจียเหยาเบะปาก กล่าวเสียงดังว่า “ท่านยังกล้าถามข้าว่าเอาอย่างไร หากมิใช่เพราะท่านขึ้นเรือมาอย่างฉุกละหุก ข้าจะไปดึงท่านได้อย่างไร หากข้าไม่รั้งท่านไว้ข้าตกน้ำไปจะให้ทำอย่างไร จมน้ำตายไปจะทำเช่นไร ท่านชดใช้ได้หรือ ข้ายังไม่เรียกร้องค่าตกใจกับท่านเลยด้วยซ้ำ! ” นายเรือกลัวว่าคนทั้งสองทะเลาะกันจนจะลงเรือ จึงรีบพายเรือออกจากฝั่ง

คุณชายผู้สูงส่งเห็นท่าทีไร้เหตุผลแสดงออกว่าถ้าท่านไม่ยิมยอมก็กัดข้าเลยสิของเด็กหนุ่ม  โทสะพุ่งขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ วันนี้ตอนออกจากบ้านเขาคงไม่ได้ดูฤกษ์ให้ดี ถึงได้เจอกับเจ้าวายร้ายนี่

“นี่ ตกลงแล้วนะว่าจ่ายค่าเรือคนละครึ่ง! ” เยี่ยเจียเหยาไม่สนใจว่าเขาจะโกรธหรือไม่ โกรธก็เป็นเขารนหาที่เอง จัดการเรื่องค่าเรือให้เรียบร้อยถึงจะเป็นเรื่องที่ต้องทำ

คุณชายผู้สูงส่งแค่นเสียงเฮอะระบายโทสะ ทั้งจ้องเขม็งไปที่เยี่ยเจียเหยา นั่งลงไม่สนใจนางอีก

เรื่องเล็กๆนี้ไม่กระทบต่ออารมณ์ชื่นชมต่อทิวทัศน์ของเยี่ยเจียเหยาแม้แต่กระผีริ้น อย่างไรก็ไม่ใช่เสื้อผ้านางที่ฉีกขาด ทั้งยังประหยัดไปห้าสิบเหรียญทองแดง ไฉนถึงไม่ดีใจกันเล่า

“โอ้ ปลาเยอะแยะเลย มีปลากะพงสีทองด้วย”

“โอ้โห มีนกน้ำด้วย นายเรือ นั่นเรียกว่านกอะไรหรือ”

เยี่ยเจียเหยาส่งเสียงโหวกเหวกอย่างเบิกบาน

นายเรือพายเรือไปตอบนางเนิบๆว่า “นกกระสาขาว”

“นกกระสาขาวที่หมายถึงฝูงนกกระสาขาวบินทะยานสู่ฟากฟ้า*นั่นน่ะหรือ สวยจริงๆ”

คุณชายผู้สูงส่งกวาดสายตาชิงชังไปที่เยี่ยเจียเหยา ดูไปเหมือนพวกอันธพาลไร้เหตุผล ยังทำเป็นท่องกลอนเหมือนคนมีความรู้ ช่างเสแสร้งเสียจริง

“เออ นายเรือ ข้าได้ยินมาว่า บึงนี้มีสี่วิเศษ กบไม่ร้อง งูไม่มี หน้าแล้งน้ำไม่ลด ฝนตกน้ำไม่เพิ่ม สามอย่างหลังข้าเข้าใจได้เพราะอะไร แต่กบไม่ร้อง มันเป็นอย่างไรหรือ” เยี่ยเจียเหยาถาม

นายเรือไม่เชื่อ “ข้าอาศัยอยู่ที่บึงนี้มายี่สิบกว่าปีแล้ว ยังไม่รู้เรื่องเลย เจ้าเล่ามาให้ฟังหน่อยสิว่าทำไม งูไม่มี หน้าแล้วน้ำไม่ลด ฝนตกน้ำไม่เพิ่ม”

เยี่ยเจียเหยาได้ใจกล่าวว่า “ข้าบอกท่านแล้วมีประโยชน์อันใด แก้ปัญหาได้หนึ่งข้อ ท่านลดให้ข้าห้าสิบเหรียญทองแดงได้เป็นอย่างไร”

นายเรือปิดปากเงียบอย่างรู้งาน ความอยากรู้อยากเห็นจะเทียบกับเงินทองขาวๆ ได้อย่างไร

ทว่าคุณชายผู้สูงส่งที่หงุดหงิดอยู่ด้านข้างกลับบังเกิดความอยากรู้อยากเห็น

“เจ้าเล่าสิ หากพูดมีเหตุผล ค่าเรือของเจ้าข้าจ่ายให้”

ยามนี้เยี่ยเจียเหยารู้สึกว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้น่ารักขึ้นมาหลายส่วน หากเปลี่ยนเป็นฉุนหลีว์ไม่มีทางหลงกลได้ง่ายๆแน่

“ถึงเกาะแล้วเจ้าเลี้ยงข้าวข้าสักมื้อ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง” เยี่ยเจียเหยาถนัดเรื่องได้คืบจะเอาศอกมาที่สุด หากมีโอกาสน้ำขึ้นแล้วไม่รีบตักนับว่าโง่มาก ได้ยินว่าเกาะนี้ยังมีอาหารเลิศรสอีกหลายชนิด ของตามที่ท่องเที่ยวแพงมากเป็นพิเศษ ทรัพย์จางขนาดนี้ นางประหยัดให้มากหน่อยจะดีกว่า

คุณชายผู้สูงส่งกล่าวไม่สบอารมณ์ “เจ้าเล่าก่อน”

เยี่ยเจียเหยาหัวเราะฮี่ๆ “เจ้าดูนกในบึงสิ มีมากเป็นพิเศษใช่หรือไม่”

คุณชายผู้สูงส่งย่นคิ้ว “แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน”

เยี่ยเจียเหยากล่าวต่อ “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร เจ้าไม่รู้หรือว่านกบางชนิดไม่ใช่แค่กินปลาในน้ำเป็นอาหารง่ายๆเท่านั้น ยังสามารถจับแมลงและงูได้ ที่นี่มีนกหลายหลายชนิด งูย่อมหาได้ยากอยู่แล้ว”

คุณชายผู้สูงส่งขมวดคิ้วแน่น กล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “ถือว่าเจ้ามีเหตุผล”

เยี่ยเจียเหยาเบ้ปาก “ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว”

แม่เจ้าเถอะ นายแม่อย่างข้าชีวิตก่อนตั้งใจทำแผนการท่องเที่ยวสำหรับบึงต้าหมิงมาเป็นพิเศษ นางเข้าใจเรื่องจุดชมวิวของที่นี่ ภูมิประเทศและผู้คน อาหาร วัฒนธรรม รวมถึงเรื่องเล่าทั้งหมด

“เช่นนั้นฝนตกน้ำไม่เพิ่ม หน้าแล้งน้ำไม่ลดจะอธิบายอย่างไร” คุณชายผู้สูงส่งถามด้วยความแปลกใจ

เยี่ยเจียเหยาทำเป็นลีลา “เรื่องนี้อธิบายค่อนข้างลึกล้ำ ไม่รู้เจ้าจะฟังเข้าใจหรือไม่”

คุณชายผู้สูงส่งส่งเสียงฮึกล่าวว่า “เจ้าอย่าได้โม้นักเลย”

เยี่ยเจีเยหยาย่นจมูก อธิบายว่า “ฝนตกน้ำไม่เพิ่มก็เพราะว่าปากทางระบายน้ำของบึงมีค่อนข้างมาก น้ำเยอะแค่ไหนก็ระบายออกไปได้ ส่วนหน้าแล้งน้ำไม่ลดก็เป็นเพราะก้นบึงนี้เป็นชั้นหินอัคคี น้ำในบึงยากจะซึมลงไป ฟังเข้าใจหรือไม่”

คุณชายผู้สูงส่งกล่าวดูแคลนว่า “ใครจะรู้ว่าเจ้าไม่ได้แต่งเรื่อง”

เยี่ยเจียเหยาร้องโว้ย “อยากเชื่อก็เชื่อ สติปัญญาคนธรรมดาไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก”

“นายเรือ เขาพูดถูกหรือไม่” คุณชายผู้สูงส่งหันไปถามนายเรือ

นายเรือตอบงุนงงว่า “เหมือนจะมีเหตุผล”

เขาไม่รู้จักชั้นหินอัคคีอะไรนั่นว่าคืออะไร เห็นเจ้าหนุ่มยากจนนี่เล่าดูเป็นจริงเป็นจัง จึงตัดสินใจเชื่อมัน

“ว่าอย่างไรๆ ค่าเรือเจ้าจ่าย และเลี้ยงข้าวข้าด้วย” เยี่ยเจียเหยากล่าวไปยิ้มไป

คุณชายผู้สูงส่งกลอกตา ตอนนี้เขากำลังกลัดกลุ้ม สวมชุดขาดไปทั้งตัวยังจะมีอารมณ์เที่ยวเล่นชมเกาะได้อย่างไร


---

*นกกระสาขาวบินทะยานสู่ฟากฟ้า มาจาก บทกลอนของตู้ฝู่ กวีเอกชื่อดังของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น