รักล้นขอบ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความวุ่นวายครั้งที่ 17 ครบ

ชื่อตอน : ความวุ่นวายครั้งที่ 17 ครบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2561 22:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความวุ่นวายครั้งที่ 17 ครบ
แบบอักษร

จากเหตุการณ์วันนั้นที่พี่คริสโดนยิงกลับมา ก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วและตอนนี้แผลของพี่คริสก็เริ่มหายดีแล้วด้วย ตอนนี้ผมก็กลับมาทำงานตามปกติและก็เป็นสัปดาห์สุดท้ายของผมแล้วด้วยที่จะได้ฝึกงานที่นี่ คิดดูแล้วก็รู้สึกใจหายเหมือนกันนะครับเวลาผ่านไปเร็วมากแป๊บ ๆ ก็ฝึกงานเสร็จชีวิตของนักศึกษาก็จบลงด้วย ต่อไปนี้ก็เป็นเวลาของการใช้ชีวิตที่ต้องทำงานแบบจริงจังแล้วด้วยเพราะจะมัวเล่นเหมือนตอนเป็นนักศึกษาไม่ได้

สัปดาห์สุดท้ายก็ใช้ว่างานของผมจะน้อยลงนะครับ แต่มันกลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมมากแต่ผมก็ทำงานแบบไม่ได้บ่นอะไร ผมรู้สึกชอบมากด้วยซ้ำที่มีงานเยอะๆเพราะมันก็เป็นเหมือนการฝึกฝีมือของผมไปด้วยในตัว มันทำให้ผมรู้จักการพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และช่วงนี้พี่คริสก็ดูยุ่งมาก ๆ ด้วยเพราะช่วงที่โดนยิงพี่คริสพักงานไปหลายวันเลยทำให้งานเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติแต่พี่คริสก็ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยให้ผมได้ยินเลยสักครั้ง

ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ พี่คริสได้คอยดูแลและได้รัก เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดที่จะรักหรือชอบใครเลยผมไม่ชอบความวุ่นวายไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับผม แต่ตั้งแต่ที่ผมได้เจอกับพี่คริสความคิดของผมก็เปลี่ยนไปผมอยากจะรักคน ๆ นี้ให้นานที่สุดตราบที่ผมยังมีลมหายใจผมจะไม่ปล่อยมือจากผู้ชายคนนี้ ผมเคยคิดนะครับว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของผมด้วยแต่ตอนนี้ผมต้องขอบคุณความวุ่นวายนั้นเพราะมันทำให้ผมมีความสุขมากๆแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย

“เหมือน”

“เหมือน..... เหมือน”

“เหมือน”

“ครับ ครับ” สงสัยผมจะเหม่อนานไปเลยไม่ได้ยินที่พี่หนึ่งเรียก

“พี่หนึ่งมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เป็นอะไรหรือเปล่าเราพี่เรียกตั้งนานไม่ขานรับ แล้วนี่นั่งเหม่อลอยอะไร”

“ป่าวครับ แค่คิดอะไรเรื่อยเปลื่อยน่ะครับ แล้วพี่หนึ่งมีอะไรกับผมหรือเปล่า”

“อะนี่...แก้อันนี้ให้พี่หน่อยนะพอดีลูกค้าอยากให้เปลี่ยนตรงนี้นิดนึง”

“ได้ครับเดี๋ยวผมรีบแก้ให้นะครับ”

“ขอบใจมาก งั้นพี่กลับไปทำงานก่อนนะ”

“ครับ”

ผมแก้งานสักพักก็เสร็จผมจึงเดินเอางานไปส่งให้พี่หนึ่งตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อผ่านแล้วผมจึงกลับมาทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จเพราะผมเหลือเวลาฝึกงานที่นี่อีกแค่สามวันเท่านั้น ผมจึงต้องรีบเคลียร์งานที่ได้รับมอบหมายมาให้เสร็จพักเที่ยงผมก็เดินขึ้นลิฟต์ไปหาพี่คริสเหมือนทุกวัน จนเป็นที่ชินตาของพนักงานคนอื่นๆในบริษัท

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เชิญ”

“พี่คริสหิวหรือยังครับ”

“นิดหน่อยครับ แล้วน้องหล่ะหิวหรือยัง”

“หิวมากเลยครับนี่ตอนเดินขึ้นมาท้องร้องตลอดทางเลยนะครับ อิอิ”

“กินอะไรดีครับวันนี้”

“อะไรก็ได้ครับเหมือนแล้วแต่พี่คริสเลย”

“ครับงั้นเดี๋ยวพี่สั่งให้นะ”

หลังจากนั้นเราสองคนก็นั่งคุยกันไปสักพัก กินข้าวเสร็จก็นั่งคุยกันอีกนิดหน่อยผมก็ขอตัวกลับลงมาทำงานต่อให้เสร็จเพราะยังเหลืองานที่ต้องทำอีก 3-4 งานสักพักผมก็กลับมาที่แผนกและลงมือทำงานต่อไปเรื่อยสักพักเสียงโทรศัพท์มือถือผมก็ดังขึ้นพอหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นเบอร์ใครโทรมาผมจึงเดินไปตรงที่ที่เค้ามีไว้ให้คุยโทรศัพท์

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

“ฮัลโหล จิน”

“เหมือน....”

“จินเป็นอะไรหรือเปล่า”

“เย็นนี้เหมือนว่างมั้ย เราไปหาได้หรือเปล่า”

“ได้สิเราอยู่บ้านพี่คริสนะเดี๋ยวเราจะบอกพี่คริสไว้ให้”

“ขอบใจนะ ตอนเย็นเดี๋ยวเราไปหา”

จินจะต้องมีเรื่องที่ไม่สบายใจมากๆแน่เลยเพราะปกติจินจะไม่เป็นแบบนี้ และน้ำเสียงที่ใช้คุยกับผมเมื่อสักครู่จินใช้น้ำเสียงเศร้าๆเหมือน คนที่กำลังจะร้องไห้ผมรู้สึกเป็นห่วงจินมาก ปกติจอนจะเป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใสและจะเป็นที่ปรึกษาให้ทุกคนเสมอแต่วันนี้จิน กลับเป็นคนที่ทุกข์ใจซะเองตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลยความรู้สึกของผมตอนนี้คือเป็นห่วงจินมาก ๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงานในช่วงบ่ายของวันนี้ผมไม่มีสมาธิในการทำงานเลยเอาแต่คิดเรื่องของจินจนกระทั่งเวลาเลิกงานสงสัยผมจะใจลอยมากไปจนพี่คริสอดเป็นห่วงไม่ได้เลยต้องถามผมผมออกมา

“น้องเป็นอะไรหรือเปล่า มีเรื่องไมาสบายใจอะไรบอกพี่ได้นะ”

“เหมือนไม่ได้เป็นอะไรครับ”

“วันนี้น้องดูใจลอยผิดปกติเล่าให้ให้พี่ฟังได้ไหมครับ”

“ครับ” และหลังจากนั้นผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ พี่คริสฟังและบอกเรื่องที่จินจะมาหาที่บ้านเย็นนี้ด้วยพี่คริสเป็นผู้รับฟังที่ดีนังฟังผมพูดโดยที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลยและก็อนุญาตให้จินมาหาผมที่บ้านได้

“ได้สิครับ อะไรที่ทำให้น้องมีความสุขพี่ยินดีทำให้เสมอ”

“ขอบคุณนะครับพี่คริส”

พูดจบพี่คริสก็ดึงผมเข้าไปกอดไว้ในอ้อมกอดของพี่คริสเรานั่งแบบนั้นมาจนถึงบ้าน พอถึงพี่คริสก็แยกตัวออกไปที่ห้องทำงานส่วนผมนั่งรอจินอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเวลาผ่านไปไม่นานผมก็ได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดภายในบ้านผมจึงรีบเดินออกไปดูก็เห็นเป็นจินที่กำลังจะลงรถ เมื่อผมเห็นหน้าของจิน ก็ทำให้อึ้งไปสักพักนึงเพราะจินที่ผมรู้จักมักจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา จินไม่เคยทำหน้าเศร้าเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ตากออกไปเพราะสีหน้าของจินเหมือนกับคนที่พึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมากเมื่อผมตั้งสติได้จึงเอ่ยชวนจินเข้าไปข้างในบ้าน

“จินเข้าไปนั่งคุยกันข้างในเถอะ”

“.......” จินไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมาแต่ยอมเดินตามผมเข้ามาข้างในบ้าน และเราทั้งสองก็มานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่นและแม่นมก็ให้พวกพี่ๆเมดยกของว่างมาให้พวกเราสักพักผมก็เริ่มเปิดประเด็นถามเพื่อนออกไป

“จินไม่สบายใจอะไรเล่าให้เราฟังได้มั้ย”

“คือ...เราไม่รู้จะเริ่มยังไงอะ ฮือ”

“ใจเย็นๆนะจิน เราอยู่ข้างจินเสมอนะถ้าจินพร้อมจินค่อยเล่าให้เราฟังก็ได้”

“คือเรา ... เราเจ็บจังเหมือน เจ็บตรงนี้ตรงที่หัวใจเราไม่รู้จะเอาความรู้สึกนี้ออกไปได้ยังไง” จินพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลลงอาบแก้ม

“เรารักเค้ามากเราไม่อยากเสียเค้าไปเค้าเป็นเพื่อนที่ดีของเรา แต่ตอนนี้เค้ามองว่าเราไม่ดีไปแล้วอะ ฮือ”

“คน ๆ นั้นคือม่อนใช่มั้ย”

“ ใช่ ทำไมเหมือนถึงรู้อะ”

จินถามผมกลับมาแบบอึ้งๆที่ผมรู้ว่าจินชอบม่อนและชอบมากด้วยแต่ผมแค่ไม่อยากพูดออกไปและรอให้จินพูดมันออกมาเอง และที่สำคัญคือจินเองก็ไม่รู้ว่าม่อนเองก็ชอบจินมากๆเหมือนกัน และม่อนเองก็ไม่รู้ว่าผมรู้ทุกคนคงจะสงสัยนะสิว่าผมรู้ได้ยังไง จริงๆผมอาจจะเป็นคนที่ดูแล้วไม่ค่อยจะสนใจโลกสักเท่าไหร่และหวงพื้นที่ส่วนตัวมากๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องของเพื่อนรักของผมแล้วผมบอกได้เลยว่าผมไม่เคยปล่อยผ่าน เพราะผมสังเกตทั้งสองคนมาได้สักระยะแล้วโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัวเลย และมี่ทั้งสองคนฝึกงานที่เดียวกันผมจึงไม่แปลกใจและปล่อยให้ทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันเยอะๆ แต่ผมก็สงสัยว่าอะไรที่ทำให้จินที่ร่าเริงคนนี้ต้องเสียน้ำตามันเป็นเพราะอะไรกัน

“เราสังเกตจินกับม่อนมาสักระยะและ เราเลยรู้ว่าจินชอบมอนและม่อนเองก็ชอบจินเช่นกัน”

“ไม่จริงหรอกม่อนไม่มีทางชอบเรา ฮือ”

“อะไรถึงทำให้จินคิดแบบนั้นหล่ะ”

“มีผู้หญิงคนนึงในบริษัทที่เราไปฝึกงานเค้ามาชอบม่อน เค้าอยู่แผนกเดียวกับพวกเราเค้าเป็นผู้หญิงที่จัดได้ว่าสวยมากคนนึงเลยแหละ และเค้าขอให้เราช่วยจีบม่อนแต่เราไม่ช่วยเค้า เค้าก็เลยหาว่าเรากีดกันและหาวิธีมาแกล้งเราอยู่เสมอจนวันนี้เราทนไม่ไหวเราเลยตอบโต้กลับไป แล้วม่อนก็เข้ามาเห็นตอนที่เราตอบโต้เค้าพอดีม่อนเลยผลักเรากระเด็นมาโดนโต๊ะ และหันไปสนใจผู้หญิงคนนั้นโดยที่ไม่สนใจเราเลย เราไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงได้แต่วิ่งร้องให้ออกมาจากบริษัทแล้วเราก็โทรหาเหมือน ตั้งแต่ที่เราออกว่ามาม่อนไม่ติดต่อหรือแม้แต่จะตามหาเราเลย เราถึงบอกเหมือนไงว่าม่อนไม่ได้ชอบเราหรอก ฮือ”

“เราอยากให้จินใจเย็น ๆ นะ จินจะตัดสินใจยังไงเราอยากให้จินรู้ไว้ว่าเราอยู่ข้างๆจินเสมอ แต่เราว่าตอนนี้ม่อนอาจจะกำลังตามหาจินอยู่ก็ได้นะถ้าเจอกันเราอยากให้จินลองคุยกับม่อนดี ๆ ก่อนอย่าพึ่งด่วนตัดสินใจอะไรลงไป ต้องคิดก่อนอย่าใช้อารมณ์ในการติดสินได้มั้ยถือว่าเราขอ”

“อืมเรารับปากว่าจะไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสิน ขอบคุณนะเหมือน ที่อยู่เป็นเพื่อนเราให้เราได้ปรับทุกข์ตอนนี้เรารู้สึกดีขึ้นและ”

“ก็เราเป็นเพื่อนกันหนิเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว”

“ขอบคุณจริง ๆ นะเหมือนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราเลย นี้ก็ดึกมากและเรากลับก่อนนะเรามารบกวนเหมือนนานและ”

“รบกวนอะไรหล่ะจินเป็นเพื่อนเรานะแค่นี้ไม่รบกวนหรอกเราดีใจนะที่จินนึกถึงเรา ยังไงก็ขับรถกลับดีๆนะถึงแล้วโทรบอกเราด้วยนะ”

“จ้า งั้นเราไปและ”

จินขับรถออกไปผมจึงเดินกลับเข้ามาในบ้าน และเดินขึ้นไปบนห้องนอนแต่ก็ไม่เห็นพี่คริสสงสัยจะอยู่ที่ห้องทำงานผมจึงเดินไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินออกมาแต่ก็ยังไม่เห็นพี่คริสกลับมาสงสัยจะยังเคลียร์งานไม่เสร็จผมจึงเดินลงไปชงโกโก้และเอาขึ้นไปให้พี่คริส ช่วงนี้ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ผมรู้สึกว่าตัวเองแปลกไปติดพี่คริสมากขึ้นเห็นหน้าก็อยากกอดอยากจูบ และยังอยากกินแต่ของเปรี้ยว ๆ ซึ่งปกติผมจะไม่แตะของเปรี้ยวเลยด้วยซ้ำไป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผมเคาะประตู้ห้องทำงานพี่คริสอยู่สามคาั้งแต่ผมก็ไม่รอให้พี่คริสอนุญาตหรอกครับผมเปิดประตูเข้ามาเลย

“พี่คริสครับโกโก้ร้อน” พูดจบผมก็ยื่นแก้วส่งไปให้พี่คริสและพี่คริสก็รับมันไว้ผม

“เพื่อนกลับไปแล้วหรอครับ”

“กลับไปแล้วครับ” พูดจบผมก็เดินไปหาพร้อมกับนังลงบนตักของพี่คริสและเอามือกอดไปที่เอวพี่คริสก็ กอดตอบและถามผมขึ้น

“หือ ทำไม่ช่วงนี้อ้อนจังครับปกติไม่เห็นจะเป็นเลย”

“เหมือนก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเป็นอะไรรู้แค่ว่าอยากกอดพี่คริส ทำไมครับหรือว่าพี่คริสไม่ชอบ”

ฟอดดด

“ไม่ใช่ไม่ชอบครับ พี่แค่แปลกใจเฉย ๆ แต่ก็ดีเหมือนกันนะน้องจะได้อยู่ใกล้ๆพี่ หึหึ”

“ไม่ต้องหัวเราะเจ้าเล่ห์เลยนะครับพี่คริส”

“พี่ว่าเรากลับห้องกันดีกว่า”

“แล้วงานพี่คริสล่ะครับ”

“ไม่เป็นไรครับทำพรุ่งนี้ก็ได้ปะเดี๋ยวพี่อุ้มไป”

ฟึบ

“งื้อพี่คริสอะเหมือนตกใจหมด ถ้าเหมือนหล่นลงไปจะทำไงครับ”

“พี่ไม่ปล่อยให้น้องหล่นลงไปหรอกครับ ปะเรากลับห้องกันดีกว่าเนาะ”











มาต่อให้แล้วจ้า

ขอโทษที่หายไปหลายวันเลยพอดีช่วงนี้

งานเข้าเยอะไปหน่อยช่วงนี้เลยไม่ค่อยมีเวลาเลย

แต่ยังไงก็ฝากไลค์ฝากคอมเมนท์

เข้ามาติชมกันได้นะคะ

😊😊😊

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น