หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 31 ผิดแล้วก็ต้องปล่อยให้ผิดไป

ชื่อตอน : บทที่ 31 ผิดแล้วก็ต้องปล่อยให้ผิดไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2561 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 31 ผิดแล้วก็ต้องปล่อยให้ผิดไป
แบบอักษร

เยี่ยเจียเหยาช่วยปรุงอาหารเสร็จก็อำลาจากไป นางไม่กล้ารั้งอยู่ที่แห่งนี้นาน หากจิ่นหรงรู้ว่านางยังไม่ตายซ้ำยังบุกมาถึงบ้าน ไม่เผานางทิ้งคงจะไม่ได้

หลังนางเดินออกจากตรอกเล็กทางประตูหลัง กลุ่มคนและม้าห้อมล้อมเกี้ยวชั้นสูงผ่านหน้านางไป เกือบจะถูกชนแล้ว เยี่ยเจียเหยารีบถอยหลังชิดกำแพง

แม่เจ้า! พวกทางการเดินทางใหญ่โตเหลือเกิน

รอจนกลุ่มคนผ่านไป บนถนนก็กลับสู่ความสงบ เยี่ยเจียเหยาแฝงตัวอยู่ในฝูงชน หายไปอย่างว่องไว

เกี้ยวนั้นมาหยุดเบื้องหน้าประตูใหญ่จวนตระกูลเว่ย องค์รักษ์กล่าวว่า “ใต้เท้า ถึงจวนเว่ยแล้วขอรับ”

ซย่าฉุนอวี๋เลิกผ้าม่านออกก้าวลงจากเกี้ยว เงยหน้ามองป้ายสีดำเขียนด้วยอักษรสีทองติดอยู่เหนือประตู “จวนเว่ย” คำสองคำภายใต้แสงอาทิตย์เปล่งประกายวาว

เดิมทีหลังจากจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จเขาจะกลับเมืองหลวง ทว่าเขารู้สึกว่าต้องมาจวนเว่ยนี่สักครั้งหนึ่ง

หลีเถี่ยคนสนิทของหัวหน้ารองยอมรับแล้วว่า เรื่องเหยาเหยาถูกลักพาตัวมาบนเขานั้น มีคนจ่ายเงินสามพันตำลึงทำการค้านี้กับเนินเฮยเฟิง คนผู้นี้เป็นใครเดาได้ไม่ยาก ใครกันที่ได้รับผลประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนไร้ยางอายเช่นนี้ หากสืบจากบ้านตระกูลเว่ยไม่ได้ก็กลับไปสืบหาที่หยางโจว เหยาเหยาจากไปแล้ว สิ่งที่เขาทำเพื่อนางก็มีเพียงเรื่องนี้

นายอำเภอเว่ยได้ยินข่าวก็ตกใจ แต่ไม่กล้าละเลย รีบออกมาต้อนรับ

“ไม่ทราบว่าใต้เท้าอวิ๋นฮุยซื่อ*จะมาเยือน เสียมารยาทแล้ว ขอใต้เท้าอย่าได้โกรธเคือง” นายอำเภอเว่ยกระตือรือร้นและอ่อนน้อม แม้จวนนายอำเภอและอวิ๋นฮุยซื่อจะมีตำแหน่งขุนนางระดับสี่เช่นเดียวกัน คนหนึ่งเป็นขุนนางในเมืองหลวง เป็นองครักษ์ประจำกาย รับใช้อยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้ อีกคนเป็นขุนนางนอก ดูแลด้านการปกครอง ความสูงต่ำของตำแหน่งนั้นยากจะวัดได้ ทว่าอวิ๋นฮุยซื่อท่านนี้ยังเป็นซื่อจื่อประจำวังจิ้งอันโหว สถานะย่อมสูงกว่าผู้อื่น เขาจึงไม่อาจไม่เคารพ

ซย่าฉุนอวี๋คลี่ยิ้มจาง “ผ่านมาทางนี้จึงแวะมาเยี่ยมเยือน รบกวนแล้ว”

“มิอาจกล่าวว่ารบกวน อวิ๋นฮุยซื่อมาเยือน นับว่าเป็นเกียรติมาก ไม่ใช่ว่าอยากให้ท่านมาแล้วจะมาได้ง่ายๆ” นายอำเภอเว่ยหัวเราะเสียงดัง

เมื่อเชิญซย่าฉุนอวี๋เข้ามานั่ง นายอำเภอเว่ยก็สั่งคนใช้ให้จัดเตรียมสุราอาหาร “อาหารให้นายหญิงน้อยเป็นคนออกคำสั่ง ใต้เท้าอวิ๋นฮุยซื่อเป็นคนจากจินหลิง”

ซย่าฉุนอวี๋มีประสาทรับรู้ดียิ่ง คำพูดคำเดียวก็ไม่อาจเล็ดลอด เขาแปลกใจ นายหญิงน้อยเดิมเป็นสถานะของเหยาเหยา ก่อนจะมาที่ตระกูลเว่ยเขาคาดการความเป็นไปได้เรื่องเจ้าสาวถูกลักพาตัวไว้สองอย่าง หนึ่งคือหาคนเข้าพิธีแทนโดยไม่เอ่ยอะไรออกไป สองคือเก็บเงียบ ทำเป็นว่าตระกูลเยี่ยไม่เคยส่งเจ้าสาวมาก่อน

ทว่าแผนการที่สองตามความเป็นไปได้แล้วทำได้ยากมาก ในสถานการณ์ปกติ เจ้าสาวมีเวลาใช้สองวันถึงจะเดินทางถึงจี้หนาน นั่นก็รีบมาให้ทันวันแต่งงานมากแล้ว เทียบเชิญต่างๆย่อมส่งออกไปล่วงหน้า จะบอกว่ายกเลิกกะทันหันย่อมสร้างความสงสัยให้กับผู้คน ดังนั้นเหตุการณ์แรกน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

แต่เขาคิดไม่ถึงว่าคนที่มาแทนจะเป็นคนจี้หนาน มิฉะนั้นนายอำเภอเว่ยคงไม่ให้นายหญิงน้อยผู้นี้ออกความคิด

นายอำเภอเว่ยสั่งการเสร็จ หันหลับมาถามว่า “ใต้เท้ามาจี้หนานมีงานหลวงอันใดหรือ”

ซย่าฉุนอวี๋เอ่ยในใจ ย่อมเป็นงานหลวงอยู่แล้ว ข้าอยู่เนินเฮยเฟิงตั้งครึ่งค่อนปี แต่เรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอด แม้กระทั่งคนที่บ้านยังไม่รู้ว่าเขามาซานตง มาถึงวันนี้การใหญ่สำเร็จ ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีก ทั้งยังลอบหยั่งเชิงจวนนายอำเภอเว่ยได้ด้วย กล่าวว่า “ครั้งนี้มาเพราะเรื่องเนินเฮยเฟิง”

นายอำเภอเว่ยดวงตาเป็นประกายฉายแววแปลกใจ ถามอย่างรวดเร็วว่า “ท่านอ๋องเฮ่อเหลียนแสดงแสนยานุภาพ จัดการเนินเฮยเฟิง นำพาความสงบสู่แผ่นดินฉีหลู่ สร้างคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง ทำให้คนอดเลื่อมใสไม่ได้”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น ฝ่าบาทอยู่จินหลิงห่างไกล แต่กระนั้นก็กังวลเรื่องโจรร้ายที่ฉีหลู่อยู่ตลอด ส่งทหารมาจัดการหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ ครั้งนี้ท่านอ๋องเฮ่อเหลียนออกโรงเอง ในที่สุดก็คลายความกังวลของฝ่าบาทได้แล้ว” ซย่าฉุนอวี๋เอ่ยถึงฝ่าบาท แฝงความเคารพนอบน้อมอย่างมาก

“ดีเหลือเกิน ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเฮ่อเหลียนจะเมื่อไหร่ ข้าน้อยจะต้องพาประชาชนซานตงไปขอบพระคุณท่านอ๋อง” นายอำเภอเว่ยยิ้ม เฮ่อเหลียนอ๋องเป็นผู้ทรงอำนาจไม่น้อย หากมีโอกาสสานสัมพันธ์เอาไว้ นับว่าเป็นเรื่องดี ดังนั้นเขาจึงแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียกแทนตนเป็นข้าน้อย

ซย่าฉุนอวี๋ยิ้มบางๆ “ท่านอ๋องนำตัวโจรเนินเฮยเฟิงรุดไปเมืองหลวงรับโทษแล้ว น้ำใจของใต้เท้า ข้าย่อมรายงานให้ท่านอ๋องทราบแน่นอน”

นายอำเภอเว่ยเผยสีหน้าเสียดายออกมา เมื่อคิดอีกมุม สามารถสานสัมพันธ์กับอวิ๋นฮุยซื่อก็ไม่เลว เท่ากับมีการคบค้ากับวังจิ้งอันโหว อย่าว่าแต่จวนจิ้งอันโหวเลย เพียงแค่อวิ๋นฮุยซื่อคนเดียวก็เป็นบุคคลที่ควรค่าต่อการคบหาแล้ว ถึงเขาจะอยู่จี้หนานแต่ก็รู้ว่าอวิ๋นฮุยซื่อผู้นี้เป็นแกนนำของลูกหลานท่านโหวทั้งหลายในเมืองหลวง อนาคตก้าวไกลไร้ขอบเขต หลิวเจียงจะไปเข้าร่วมสอบที่จินหลิงในเร็ววัน หากสามารถสอบได้ เขาก็มีแผนจะให้หลิวเจียงรับตำแหน่งหนึ่งในเมืองหลวง หากว่าหลิวเจียงสามารถผูกสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับอวิ๋นฮุยซื่อ ผลประโยชน์ย่อมมีมากมายนัก

พลางกล่าวว่า “เช่นนั้นต้องขอบคุณใต้เท้าแล้ว ไม่ทราบว่าใต้เท้าจะอยู่จี้หนานกี่วัน ให้ข้าน้อยเป็นเจ้าบ้านรับรองท่าน”

ซย่าฉุนอวี๋ยิ้มน้อยๆ ไม่รีบตอบคำถามนายอำเภอเว่ย แต่มองไปรอบๆด้าน กล่าวว่า “นับตั้งแต่เข้ามา เห็นจวนของท่านเต็มไปด้วยบรรยากาศมงคล จัดงานมงคลแล้วหรือ”

นายอำเภอเว่ยยิ้ม “บุตรชายคนโตเพิ่งจะแต่งงานเมื่อเดือนที่แล้ว”

ซย่าฉุนอวี๋ถามอย่างแปลกใจ “จริงหรือ หากรู้ก่อนหน้านี้จะได้ตระเตรียมของขวัญส่งมา”

นายอำเภอเว่ยหัวเราะเสียงดัง “ใต้เท้าเกรงใจไปแล้ว”

“สมควรยิ่งแล้ว แต่ว่าออกจากบ้านมาไม่ได้ติดของพอจะเอาออกมาได้ รอจนข้ากลับถึงเมืองหลวงค่อยชดเชยให้ท่าน” ซย่าฉุนอวี๋ยิ้ม ถามต่อว่า “ไม่ทราบว่าแต่งคุณหนูบ้านใด”

“เป็นคุณหนูใหญ่ของนายอำเภอหยางโจวที่ข้าน้อยคบหากันมานาน จึงสู่ขอนางไว้”

ซย่าฉุนอวี๋กล่าวอย่างเรียบๆ “เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ยอย่างนั้นหรือ”

นายอำเภอเว่ยลอบตื่นตระหนกในใจ “ใต้เท้ารู้ได้อย่างไร”

ซย่าฉุนอวี๋ยิ้มบางๆ “ไม่ขอปิดบัง วันนี้ข้าได้รับการไหว้วานจากคนอื่นให้มาสอบถามเรื่องหนึ่ง”

ในใจนายอำเภอเว่ยทั้งวุ่นวายทั้งประหม่า มีความรู้สึกไม่ดีบางอย่าง

“ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องใด เชิญใต้เท้ากล่าว”

ซย่าฉุนอวี๋ยกถ้วยชาขึ้นดื่มช้าๆ คำหนึ่ง กล่าวเนิบๆว่า “การทำลายเนินเฮยเฟิงครั้งนี้ ข้าพบสตรีนางหนึ่ง เรียกตัวเองว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ย สะใภ้ที่ยังไม่แต่งเข้าบ้านตระกูลเว่ย”

สมองของในอำเภอเว่ยเหมือนมีระเบิดปะทุขึ้นมา ศีรษะชาวาบ เขากังวลเรื่องนี้มานานแล้ว คืนเข้าหอถึงได้รู้ว่าคนที่แต่งเข้ามามิใช่คุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ย แต่เป็นคุณหนูรอง สะใภ้ตัวจริงของตระกูลเว่ยถูกโจรเนินเฮยเฟิงลักพาตัวระหว่างทาง เรื่องนี้แพร่ออกไปตระกูลย่อมเสื่อมเสีย ดีที่คุณหนูรองติดตามขบวนมาด้วยพอดี จึงแต่งงานแทนพี่สาว นับว่าแก้สถานการณ์ร้ายของสองตระกูลไปได้ จึงไม่อาจโทษนาง

เดิมคิดว่าเรื่องนี้จะปิดบังใต้หล้าได้ ใครจะรู้ว่าเนินเฮยเฟิงถูทำลายไวเช่นนี้ ทั้งอวิ๋นฮุยซื่อยังพบคุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ย ครั้งนี้ยังเดินทางมาหาหลักฐานอีก

ทว่าเรื่องนี้สำเร็จแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ เมื่อผิดแล้วก็คงต้องผิดต่อไป

นายอำเภอเว่ยยืนยันหนักแน่น ยิ้มเฝื่อนๆว่า “ใต้เท้าล้อเล่นแล้ว คุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ยแต่งงานกับบุตรชายเมื่อเดือนที่แล้ว เช่นนั้นเป็นพวกเราจำคนผิดหรือ ต้องเป็นนางโจรผู้นั้นใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหนีโทษจึงหลอกใต้เท้า”

“มิใช่จริงๆหรือ” มุมปากของซย่าฉุนอวี๋กระตุกรอยยิ้มเย็นชา

นายอำเภอเว่ยพยักหน้าอย่างมั่นใจหนักแน่น “เรื่องนี้เป็นไปมิได้เด็ดขาด”

ซย่าฉุนอวี๋ยิ้มแล้วยิ้มอีกกล่าวว่า “ในเมื่อมิใช่ย่อมเป็นเรื่องดี ข้าเองก็มิอยากเชื่อหากสะใภ้ตระกูลเว่ยถูกลักพาตัวจริงๆ ไฉนใต้เท้าจึงไม่ออกมาช่วย”

แผ่นหลังของนายอำเภอเว่ยโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ ผงกศีรษะติดต่อกันกล่าวว่า “ถูกแล้ว หากเรื่องนี้เป็นจริง ข้าน้อยยังจะยอมได้อีกหรือ”

“สตรีผู้นี้น่ารังเกียจนัก ถึงกลับสร้างเรื่องโกหกพกลมมาทำลายชื่อเสียงตระกูลเว่ย ขอให้ใต้เท้าส่งตัวนางให้กับข้าน้อย ข้าน้อยจะต้องสืบสวนให้แน่ชัด”

ซย่าฉุนอวี๋บังเกิดโทสะขึ้นในใจ เขาคาดได้แต่แรกว่าตระกูลย่อมไม่ยอมรับ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะมีท่าทีเด็ดขาดถึงเพียงนี้ อย่าว่าแต่ยามนี้เหยาเหยาไม่อยู่แล้วเลย ต่อให้นางยังอยู่เขาก็ไม่ส่งคนออกไป ส่งไปให้พวกเจ้ากำจัดหลักฐานหรืออย่างไรกัน ในสายตาของพวกเจ้าชื่อเสียงนั้นสำคัญกว่าชีวิตคน แต่เหยาเหยานางผิดอะไรกันเล่า

“คำขอร้องของใต้เท้า อย่าได้โกรธที่ข้าไม่อาจตอบรับได้” ซย่าฉุนอวี๋ระงับอารมณ์โกรธกล่าว

นายอำเภอเว่ยตื่นตระหนก เขาคาดเดาความคิดของอวิ๋นฮุยซื่อไม่ออก

“ใต้เท้า เรื่องนี้กระทบถึงชื่อเสียงตระกูลเว่ย”

ซย่าฉุนอวี๋ยกมือกล่าวว่า “ใต้เท้าคิดมากแล้ว ความจริงแล้วสตรีนางนั้นตายไปในการศึกชุลมุน ข้าเองงก็เดินทางมาสอบถามเพื่อจะได้รู้ให้แน่ชัด”

นายอำเภอเว่ยลอบถอนใจ ถึงในใจจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง อย่างน้อยยามที่เด็กคนนั้นยังเป็นทารกอยู่ เขาเคยอุ้มนาง ทว่าเมื่อเทียบกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเบื้องหน้านี้ ไม่อาจไม่ถอนใจได้ เป็นเช่นนี้ดีที่สุดแล้ว สตรีที่เคยอยู่ในค่ายโจร สูญเสียความบริสุทธิ์ ยังมีหน้ามีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ทำได้เพียงแต่โทษที่นางวาสนาน้อยอายุขัยสั้นเถอะ

คนใช้เข้ามารายงานว่า อาหารกลางวันเตรียมเสร็จแล้ว

“อาหารตระเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญใต้เท้า” นายอำเภอเว่ยกล่าวอย่างเกรงใจ

ซย่าฉุนอวี๋ประสานมือทำความเคารพกล่าวว่า “ใต้เท้าเกรงใจเกินไปแล้ว แต่ว่าข้าน้อยยังมีภารกิจรัดตัว ไม่อาจรั้งอยู่ได้ ในเมื่อเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว ข้าน้อยขอตัวก่อน”

เขาไม่อยากกินข้าวกับคนเสแสร้งเช่นนี้ คงระคายกระเพาะนัก น่าขยะแขยงจนอยากจะสำรอก

“ใต้เท้าจะไปก็ไม่ต้องรีบไปตอนนี้หรอก” นายอำเภอเว่ยเอ่ยรั้งให้อยู่ต่อ

“โอกาสหน้าไว้พบกันใหม่แล้วกัน” ซย่าฉุนอวี๋ร่ำลาอย่างฉุกละหุก ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อแล้ว หากจะสืบว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ยในจวนเว่ยเวลานี้คือใครกันแน่ ย่อมมีหนทาง รอจนเขาสืบจนแน่ชัด ย่อมต้องทวงความเป็นธรรมให้เหยาเหยา

เมื่อส่งซย่าฉุนอวี๋จากไป นายอำเภอเว่ยก็สั่งให้คนไปเรียกบุตรชายคนโตเว่ยหลิวเจียงมาพบที่ห้องหนังสือ

“เมื่อครู่ใต้เท้าอวิ๋นฮุยซื่อมาเยือน กล่าวถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ย ยังบอกว่าเคยพบนางที่เนินเฮยเฟิง” นายอำเภอเว่ยกล่าว

เว่ยหลิวเจียงตกใจ “ท่านพ่อ เรื่องนี้จะทำอย่างไรดี”

นายอำเภอเว่ยทำหน้าหนักใจ ยกมือปรามไว้พลางกล่าวว่า “อย่าได้ตื่นตูมไป เชื่อว่าเรื่องนี้ตระกูลเยี่ยและตระกูลเว่ยเราย่อมมีจุดยืนเช่นเดียวกัน อีกทั้งเยี่ยจิ่นเซวียนก็ตายไปแล้ว ตายแล้วย่อมไร้หลักฐาน ขอเพียงทั้งสองตระกูลยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน เรื่องนี้ก็จะไม่ลุกฮือขึ้นมาอีก เพียงแต่ จิ่นหรงนั้น เจ้าต้องกำชับให้ละเอียด อย่าได้เผยพิรุธออกไป”

เว่ยหลิวเจียงเช็ดเหงื่อ กล่าวว่า “ลูกสั่งการไปแล้ว จิ่นหรงระวังอยู่ตลอด”

นายอำเภอกล่าวเสียงหนักแน่น “อยู่ในจวนจี้หนานไม่เป็นไร ที่สำคัญทางด้านจินหลิง พวกเจ้าต้องรับมืออย่างระวัง”

เว่ยหลิวเจียงกล่าว “ปัญหาอยู่ที่บ้านฝั่งตาของจิ่นเซวียน”

“เรื่องนี้ให้พ่อตาของเจ้าปวดหัวไปเถอะ” นายอำเภอเว่ยก็ว้าวุ่นใจเช่นกัน ใครก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องปิดบัง ผิดแล้วก็ต้องปล่อยให้ผิดไป


---

*อวิ๋นฮุยซื่อ (云麾使) ตำแหน่งขุนนางฝ่ายบู๊ขั้นสี่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น