AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 ค่าผ่านทาง แอน ฟรานซ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ค่าผ่านทาง แอน ฟรานซ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2561 12:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ค่าผ่านทาง แอน ฟรานซ์
แบบอักษร

ตอนที่ 9 ค่าผ่านทาง แอน ฟรานซ์

“อะไร พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่” เสียงอันทรงอำนาจและดุดันของชายร่างยักษ์คนหนึ่งตะคอกดังลั่นห้องโถง ที่ตอนนี้มีการส่งสารผ่านเผ่ายักษ์ที่เข้าข้างไปอยู่ฝ่ายเดียวกับปีศาจ

“ข้าแด่ท่านจักรพรรดิ ทายาทปีศาจต้องการให้ท่านเข้าร่วมทัพของเขา เพื่อเป้าหมายในการบุกทำลายเขตเทพให้สิ้นซาก” น้ำเสียงอันอ่อนน้อมถ่อมตนของยักษ์ที่อยู่ฝ่ายทายาทปีศาจพูดเบา ๆ

“เจ้ายังคิดจะให้อาณาจักรของข้าเข้าร่วมอีกเหรอ!! ครั้งก่อนมันส่งปีศาจมาขโมยผลยักษานิรันดร์ที่เป็นสมบัติสืบทอดของเผ่าพันธุ์ยักษ์ หนำซ้ำมันยังทำลายอาณาจักรที่อยู่ในการปกครองของข้าไปตั้ง 2 อาณาจักร หมูบ้านอีกนับไม่ถ้วนด้วยตัวมันคนเดียว แบบนี้ไอ้ทายาทปีศาจมันยังจะคิดว่าข้าจะยอมเข้าร่วมงั้นเหรอ!! ออกไป!!” เสียงอันโกรธเกรี้ยวของจักรพรรดิยักษ์ตะคอกด้วยความหงุดหงิดใจ ฝ่ายของยักษ์ผู้ส่งสารได้แต่ทำสีหน้า งง งวย

“ข้าแด่ท่านจักรพรรดิ เกรงว่าอาจมีการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย องค์ทายาทปีศาจไม่ได้ส่งปีศาจตนไหนมายังเขตท่าน ขอโปรดพิจารณา” เสียงอันอ่อนน้อมของยักษ์ส่งสารยังคงพูดต่อ

“มันคิดว่าข้าโง่หรือไง การฟื้นฟูของมันเหนือล้ำกว่าปีศาจธรรมดาเสียอีก ทั้งยังกลืนกินผลยักษานิรันดร์โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เจ้าจงกลับไปบอกไอ้ทายาทปีศาจ ว่าข้าไม่เข้าร่วม เชิญไปขออาณาจักรอื่นเถอะ ออกไป!! องครักษ์ลากมันไป!!” เสียงอันโกรธกริ้วของจักรพรรดิยักษ์ตะคอกด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

“บ้าเอ้ย ตอนนี้เหล่าเทพเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ ไม่รู้หรือไงว่าพวกปีศาจมันกำลังเคลื่อนไหวแล้ว เฮ้อ!! พวกเทพเจ้าจะรู้ไหมว่าตอนนี้ปีศาจมันได้ผลยักษานิรันดร์ไปแล้ว ทั้งยังกลืนกินต่อหน้าข้า ฝั่งเทพคงสูญสิ้นแล้วครานี้” เสียงรำพึงของจักรพรรดิยักษาเอ่ยเบา ๆ พลางถอนหายใจยาว

**.....................................................................................

ณ เขตแดนเทพ อาทีน่า

ที่แห่งนี้มี 5 อาณาจักรปกครอง ทว่าไม่นานมานี้กลับเกิดสงครามระหว่างอาณาจักรทั้ง 5 ขึ้น ทรัพยากรทั้งหลายแหล่ถูกนำไปใช้งานอย่างสิ้นเปลือง เหตุผลนั้นเพียงแค่ต้องการยึดครองพื้นที่และแผ่ขยายอาณาเขต

ณ อาณาจักรหนึ่ง บริเวณเขตในของอาณาจักร

“เรย์ล่า มัวทำอะไรอยู่รีบๆ แต่งตัวเร็วเข้า วันนี้ต้องพามิวส์ไปเที่ยวตลาดนะ จะหาของไปฝากพี่เซย์ริน” เสียงอันหวานใสของเจ้าหญิงอันดับ 2 ของอาณาจักร เธอตะโกนเรียกเรย์ล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

หญิงสาวผู้เป็นเป้าหมายรีบเก็บเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะใส่ลิ้นชัก เธอจัดแจงมันอย่าเรียบร้อยพร้อมสำหรับการนำออกมาทำต่อได้ทุกเมื่อ

“รอเดี๋ยวนะมิวส์ ขอเรย์ล่าเก็บของก่อน” เสียงของเรย์ล่าตะโกนกลับด้วยความอ่อนโยน

“เบจัง เรย์ล่าฝากกิลด์ด้วยนะจ๊ะ” เสียงอันอ่อนโยนของเรย์ล่าเอ่ยกับสมาชิกกิลด์อีกคนที่นั่งทำงานเคาน์เตอร์

“ได้จ้ามาสเตอร์ เชื่อใจเบเบได้เลยค่า” เสียงสาวหูแมวเอ่ยออกมาด้วยท่าทีน่ารักพร้อมกับหางที่สะบัดดุ๊กดิก ดุ๊กดิก

“จ้า เดี๋ยวเรย์ล่าซื้อของมาฝากนะ” เรย์ล่าตอบเบเบ เธอรีบวิ่งออกไปข้างนอกสมทบกับมิวส์และเหล่าองครักษ์

“เบเบขอปลาเซมะนะค๊า” เสียงเล็ก ๆ ของเบ ๆ ตะโกนด้วยความน่ารัก

“จ้า!! ได้เลย”

......................................................................................................

อีกที่หนึ่ง

“ท่านฟรานซ์ เราจะเดินดูเมืองนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันขอรับ ไหนบอกว่าจะไปเมืองเดเรนซ์” องครักษ์ประจำตัวฟรานซ์บ่นอุบหลังจากฟรานซ์พาเดินสำรวจเมืองมาหลายวัน

“ฉันต้องการข้อมูล ..อีกอย่าง เราต้องหาคนนำทางที่มีฝีมือพอที่จะนำฉันไปเขตเทพเดเรนซ์ได้ คิดว่าเขตแดนเทพพลูโตนี้น่าจะมีสักคน อืม ตอนนี้ก็เริ่มจะมืดแล้วด้วย พวกเราเดินๆ ดูอีกสักพักก็แล้วกัน” เสียงของเธอตอบอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งทำเอาเหล่าองครักษ์ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

................................................................................................

ณ หน้าเขตแดนเทพพลูโต

การเดินทางของ 6 คนปริศนามาถึงหน้าม่านเขตแดนอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งของฮอปถือศีรษะของจ่าฝูงริวออนด์ ส่วนลำตัวนั้นเป็นไผ่ที่ถือมา ท่ามกลางยามเฝ้าเขตแดนพวกเขานั้นดูตกใจกับภาพที่เห็นไม่น้อย และสิ่งที่ทำให้ตกใจมากกว่าก็คือสิ่งที่เขากำลังถืออยู่ตอนนี้

“เฮ้ยๆ นั่นมันจ่าฝูงหมาป่าประเภทริวออนด์ไม่ใช่เหรอ ระดับมันตั้ง 4 ดาวเชียวนะ มะ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วคนลึกลับพวกนั้นอีก” เสียงของยามพูดกับเพื่อนด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย ยามผู้ทำหน้าที่คนหนึ่งเดินออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มของไผ่

“พวกท่านมาจากไหน” เขาเอ่ยถามด้วยความสุภาพ เพราะเกรงกลัวแรงกดดันที่กลุ่มของไผ่ปล่อยออกมา

“เดเรนซ์ ข้าต้องการเข้าไปในม่านนี้” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงอันเรียบนิ่ง พลันคำว่าเดเรนซ์ก็ทำให้หัวใจของยามที่ได้ยินสั่นสะท้าน

ตัวตนของชาวเดเรนซ์โดยเฉพาะเหล่านักผจญภัยที่ผ่านสงครามกับเหล่าปีศาจ พวกเขามีประสบการณ์ร์และฝีมือที่เก่งกาจอย่างยิ่ง เหล่านักผจญภัยที่เหลือรอดต่างเป็นที่ต้องการของเหล่าผู้กล้า ยิ่งอาวุธพิสดารของที่นั่น มันคือศาสตราที่ไม่มีช่างตีผู้ใดทำขึ้นมาเหมือนได้ แม้นจะมีช่างฝีมือของจักรพรรดิแห่งเขตแดนนี้ทำได้ แต่ก็ทำไม่เหมือน ศักยภาพที่ออกมานั้นด้อยกว่าของเดเรนซ์หลายเท่า ทั้งยังสิ้นเปลืองทรัพยากรในการผลิต

ยามชำเลืองดูอาวุธที่อยู่ข้างกายของกลุ่มไผ่พลันก็ขาอ่อนยวบลงกับพื้นไปเสียอย่างนั้น เขาไม่ปริปากพูดใด ๆ ออกมาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอยามอีกคนมองไปยังอาวุธข้างกายของไผ่เขาก็ทรุดลงไปเหมือนกับเพื่อน เขารวบรวมความกล้าพูดออกไปด้วยอาการหวาดกลัวที่สุด

“ชะ เชิญ พะ พวกท่าน เถิด..” เสียงที่พยายามเค้นออกมาให้ถึงที่สุดถูกเอื้อนเอ่ยออกไปอย่างแผ่วเบา กลุ่มของไผ่พยักหน้าพลันก็หายไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ยามที่เห็นถึงกับ งง งวยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาหายไปได้อย่างไร

เมื่อไม่มีการคงอยู่ของกลุ่มไผ่แล้ว ยามที่ทรุดลงทั้งสองถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพื่อนๆ ก็เข้ามารุมถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไร แค่ถูกอาวุธของพวกเขากดดันจนหายใจไม่ต้องเท่านั้นเอง” คำตอบของทั้งสองบอกมาด้วยอาการที่ยังคงหวาดหวั่นอยู่

“รีบไปรายงานกับหัวหน้าเถอะ ว่ามีคนเดเรนซ์เดินทางเข้าเขตแดนเทพพลูโตของเราจำนวน 6 คน เรื่องนี้ต้องสร้างความดีใจให้กับองค์จักรพรรดิแน่นอน”

“อืม ข้าไปรายงานก่อนล่ะ”

.........................................

“โนบุ เราจะไปไหนต่อกันดี เธอรู้ระบบรวมๆ ของเขตแดนใช่ไหม” เสียงของไผ่ถามในขณะที่มืออีกข้างถือร่างองจ่าฝูงหมาป่าอยู่

“รู้สิจ๊ะฮันนี่ ในเขตแดนเทพจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ แล้วแต่ว่าแต่ละเขตแดนจะจัดสรรกันยังไง ส่วนข้างหน้าเรานี้น่าจะมีโรงแรมหรือสถานที่สำหรับค้างคืนอยู่ หากเงินเราพอก็สามารถพักได้ ทั้งนี้ระบบกิลด์ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ทำให้เราพักฟรีได้ แต่ว่าเราต้องเข้ากิลด์พวกเขาแหละนะ” โนบุอธิบายพอสังเขป ไผ่พยักหน้าในเชิงเข้าใจแล้วถามต่อ

“โนบุ แล้วเขตแดนเทพอื่น ๆ ล่ะมีไหม เธอรู้เขตแดนที่พอจะแนะนำบ้างหรือเปล่า พอดีว่า ฉันต้องการสร้างกองทัพส่วนตัวล่ะนะ จะเอาไปเชือดพวกปีศาจนั่นแหละ” เสียงของไผ่ถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถ้าจะมีก็มีอยู่หลายที่นะ แต่หากฮันนี่ต้องการสร้างกองกำลังส่วนตัวโนบุแนะนำเขตแดนเทพอาทีน่าเลย เพราะที่นั่นมักจะเกิดสงครามแย่งชิงอาณาจักรกันบ่อย ตอนโนบุอยู่ก็มีการลองชั้นเชิงกันอยู่บ้าง ส่วนตอนนี้น่าจะเริ่มเข้าสู่สงครามใหญ่แล้วล่ะมั้ง มันเป็นเรื่องง่ายที่ฮันนี้จะหาคนและฝึกฝีมือให้กับพวกเขา และอีกอย่างโนบุก็มีกองกำลังส่วนตัวของโนบุเองจำนวนหนึ่งอยู่ ถ้าหารพวกเขายังคงภักดีอยู่ละก็ คงจะลาออกจากทางการมาอยู่กับเราได้ไม่ยาก” โนบุพูดเรียบเรียงข้อมูลที่คิดว่าจำเป็นให้กับไผ่ เขาพยักหน้าตกลงทันที

“อื้อ งั้นเราไปเขตแดนเทพอาทีน่ากัน ว่าแต่มันอยู่ที่ไหนล่ะ” คำถามของไผ่ยังมีต่อ

“จะไปยากอะไรฮันนี่ เราก็ไปที่วงเวทเคลื่อนที่สิ แค่จ่ายเงินหรือของมีค่าให้กับทางการ พวกเขาก็ส่งเราวาร์ปไปยังเขตแดนเทพอาทีน่าได้แล้ว” โนบุตอบคำถามด้วยความชัดเจน

“อื้อ งั้นเราถามทางไปยังเวทเคลื่อนที่กันเถอะ”

“อื้ม”

..................................................................

วงเวทเคลื่อนที่ของที่นี่มักไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการสักเท่าไหร่ เพราะว่าค่าใช้จ่ายมันสูง ดังนั้นจึงมีเหล่านักเวทผู้ดูแลเพียงไม่กี่คนที่ทำหน้าที่ถ่ายเทพลังงานจากผลึกส่งแหล่งพลังไปยังวงเวท

“ท่านฟรานซ์ จะไปไหนขอรับ” เสียงขององครักษ์ถามฟรานซ์เมื่อเห็นเธอเปลี่ยนทิศทางการสำรวจอีกแล้ว

“จะไปดูแถว ๆ วงเวทเคลื่อนที่น่ะ รู้สึกเหมือนกับว่าที่นั่นจะมีอะไรสักอย่าง” เธอพูดด้วยนำเสียงปกติของเธอทำเอาเหล่าองครักษ์พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้

“ยินดีต้อนรับนักเดินทางทุกท่าน” เสียงของชายชราคนหนึ่งรีบออกมาต้อนรับกลุ่มของไผ่

“อืม พวกเราต้องการไปยังเขตแดนเทพอาทีน่า” เสียงอันเรียบนิ่งของไผ่เอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องมีการถามไถ่อะไรมาก

ชายชราเมื่อเห็นท่าทีของไผ่ก็ไม่กล้าจะโต้แย้ง แต่เมื่อเขาเห็นร่างของจ่าฝูงหมาป่าก็ต้องนิ่งงันอีกครั้ง บุคคลเหล่านี้มาจากเขตแดนเทพไหนกัน ทำไมเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“คะ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับ..”

“6 คน มันคงไม่แพงไปกว่าเจ้าสิ่งนี้หรอกใช่ไหม” จู่ๆ ไผ่ก็พูดแทรกแล้วโยนร่างไร้ศีรษะของจ่าฝูงหมาป่าระดับ 4 ดาวไปยังชายชราทันที สิ่งนี้สร้างความรู้สึกกลัวขึ้นภายในจิตใจของเขา

จ่าฝูงหมาป่าระดับ 4 ดาว ราคาของมันเกินกว่าค่าใช้จ่ายไม่รู้กี่เท่า เขาจะใช้สิ่งนี้แลกเปลี่ยนจริงๆ หรือ

“จะเอาหรือไม่เอา ไม่มีเวลาให้คิดมาก”

“ข้าขอน้อมรับให้สิ่งนี้เป็นของแลกเปลี่ยน” เสียงของชายชราเอ่ยออกมาด้วยอาการประหม่า

“ดี รีบๆ ส่งพวกเราไปยังที่นั่นได้แล้ว”

“ขอรับ ข้าจะรีบทำเดี๋ยวนี้ โปรดรอสักครู่”

ชายชราพูดตะกุกตะกัก พร้อมกับให้กลุ่มของไผ่ไปยืนอยู่กลางวงเวทที่สามารถจุคนได้ 10 คน พลันเขาก็นำผลึกเวทออกมาแล้วทำพิธีเคลื่อนย้ายร่วมกับนักเวทคนอื่น ๆ ทันที

แต่ในขณะที่แสงกำลังจะห้อมล้อมนั้นสายตาของหญิงสาวคนหนึ่งพลันเหลือบเห็นบุคคลทั้ง 6 เธอนิ่งงันอยู่สักครู่

แสงสว่างค่อยๆ ห้อมล้อมแล้วจางหายไปเหลือเพียงวงเวทที่ว่างเปล่า และต้องรอคอยอีก 1 ชั่วโมงก็จะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

“ท่านฟรานซ์เป็นอะไรไป” เสียงขององครักษ์เอ่ยถามเมื่อเห็นเธอนิ่งงันไป

ฟรานซ์ยังไม่ตื่นจากภวังค์เธอหลับตาลงแล้วลืมขึ้นมาช้า ๆ

“อย่าคิดว่าปกปิดหน้าตา เปลี่ยนชุดใหม่ ใส่หน้ากากแล้วฟรานซ์จะจำฮอปไม่ได้นะคะ แค่เพียงเห็นส่วนใดส่วนหนึ่งของฮอปโผล่ออกมาฟรานซ์ก็สามารถระบุตัวตนได้ทันที อีกสองคน คือโอดะ โนบุเนะ และอีกคน....อัคคี เทวะอัสนี ชายที่อันตรายที่สุดในโลก โนบุอยู่อันดับ 2 ฮอปอันดับสาม ฉันรู้ดี แม้ว่าข้อมูลภายนอกจะยกให้ฮอปเป็นอันดับหนึ่ง แต่สำหรับฉันแล้ว ผู้ที่อันตรายที่สุดคืออัคคี เทวะอัสนี” เสียงพึมพำของฟรานซ์ทำให้เหล่าองครักษ์ฉงนกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เขาไม่เข้าใจว่าฟรานซ์กำลังจะสื่อถึงอะไร แต่จู่ๆ เธอก็เดินไปยังจุดเคลื่อนย้ายทันที

ทันทีที่ชายชราเห็นเธอเขาก็รีบพุ่งเข้ามาประคบประหงมแทบจะกราบเท้าฟรานซ์ให้ได้

“โอ ท่านผู้กล้า ท่านมาที่นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ววันนี้ ไม่ทราบว่าต้องการอะไรหรือไม่ ข้าจะรีบจัดหาให้ตามความประสงค์ของท่าน” ชายชราพูดด้วยนำเสียงที่เคารพเลื่อมใส

“ต้องการไปที่ ที่พวกนั้นไป” เธอพูดสั้น ๆ

“ออ เขตแดนเทพอาทีน่าหรือ ไม่มีปัญหา แต่โปรดรออีกสัก 1 ชั่วโมงได้ไหมขอรับ”

“ได้” เธอตอบสั้น ๆ

“ฮอปที่รัก อย่าคิดหนีฉันล่ะ” เธอพึมพำกับตัวเอง

“ทะ ท่านฟรานซ์ นั่นมันตัวอะไร ทำไมไม่มีหัว” คำถามขององครักษ์ทำให้ฟรานซ์อยากจะยกเท้าถีบเบ้าหน้าให้สาสม ถามอยู่ได้ทั้งวัน

“ร่างของจ่าฝูงหมาป่าประเภทริวออนด์ระดับ 4 ดาว ถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ยังไม่ทราบถึงชนิดอาวุธที่ใช้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นดาบคาตานะที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต ทั้งยังระบบกลไกของดาบเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เหมือนว่ามันจะถูกออกแบบโดยบุคคลอันตรายระดับ 3 จัดเรียงสมดุลโดยบุคคลอันตรายระดับ 2 และสร้างโดยบุคคลอันตรายระดับสูงสุด สิ่งนี้มันเกินกว่าความเข้าใจของฉัน เอาไว้พวกนายได้เจอกับพวกเขาก่อนแล้วกัน ก็จะรู้เองล่ะ ว่าทำไมฉันถึงเรียกว่าบุคคลอันตราย และไม่ต้องถามว่าฉันรู้จักพวกเขาได้ยังไง ให้ไปถามเขาเองถ้านายอยากจะตายล่ะนะ” ฟรานซ์พูดด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นแต่คำกล่าวว่าบุคคลอันตรายนั้นแววตาของเธอดูจริงจังเป็นพิเศษ

“ท่านฟรานซ์อย่าล้อเล่นพวกข้าแบบนี้สิขอรับ พวกนั้นคงสู้ท่านฟรานซ์ไม่ได้หรอก เพียงแค่กระบวนท่าเดียวก็ถูกท่านฟรานซ์จัดการแล้ว” องครักษ์พยายามทำหน้าให้ดูผ่อนคลาย แต่ว่าฟรานซ์ไม่ใช่

“คนที่จะพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว คือฉันต่างหาก ไม่ใช่พวกเขา” ฟรานซ์พูดด้วยสีหน้าจริงจังจนองครักษ์ยังเกิดอาการสั่นกลัว เขาไม่เข้าใจนายหญิงของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว

..........................................**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น