นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

67. รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ (ฟรี)

ชื่อตอน : 67. รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ (ฟรี)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2561 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
67. รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ (ฟรี)
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา ธานินทร์โทรศัพท์มาหาอินทิราแต่หญิงสาวไม่รับสาย เขาก็ยังเพียรโทรอยู่เช่นนั้นจนไม่สามารถติดต่อสัญญาณได้อีก... อินทิราปิดเครื่องหนีเขา ทำไมต้องทำแบบนี้ ก็ไหนรับปากว่าจะรับโทรศัพท์ของเขา!

เช้าวันที่สอง เขาโทรติด แต่อินทิราก็ยังไม่รับสาย ธานินทร์เริ่มหัวเสียหนักขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มเปลี่ยนวิธีโทรศัพท์ไปที่ร้าน แต่พนักงานก็บอกว่าอินทิรายังไม่ได้เข้าร้านเลยตั้งแต่เมื่อวาน สายสืบที่ให้เฝ้าดูความเคลื่อนไหวก็บอกว่าหญิงสาวยังไม่ออกจากบ้าน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขา

‘ฉันไม่รักคุณแล้ว เราจบกันแค่นี้นะคะ’

“ไม่ ผมไม่ยอม!”

ร่างสูงผุดลุกขึ้น ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะบุกไปที่บ้านหญิงสาวอีกครั้ง วันนี้เอาให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง เป็นตายร้ายดีอย่างไรเขาก็จะไม่มีวันให้เรื่องระหว่างเขากับอินทิรา ‘จบกันแค่นี้’ ไม่มีวัน!


“อินจะไปค้างที่สวนสักสองสามคืนนะคะแม่ อยากลองคิดสินค้าตัวใหม่สักหน่อย”

อินทิราบอกมารดา ตั้งใจว่าจะไปที่สวนใหญ่ซึ่งเป็นสมบัติส่วนตัวของเธอ เผื่อมองหาลู่ทางแก้ปัญหาที่หมดแรงจะสู้ต่อแล้ว เธออาจต้องรีบสร้างบ้านเล็กๆ สักหลังพอให้แม่และพี่ชายได้อยู่อาศัย เพราะบ้านพักหลังเล็กของเธอคับแคบเกินกว่าจะมีคนอาศัยร่วม หญิงสาวยังไม่กล้าบอกมารดาเรื่องต้องเสียบ้านและที่ดินตรงนี้ไป แต่คิดว่าคงปิดได้ไม่นานนัก

“จ๊ะ งั้นแม่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดเสียหน่อยดีกว่า เพื่อนๆ ชวนมาหลายครั้งแล้ว ว่าจะไปสักที”

“ก็ดีค่ะแม่ อินก็อยากให้แม่ได้ออกไปไหนมาไหนบ้าง ไปวันนี้หรือเปล่า อินจะได้ไปส่งก่อน”

“ก็ได้ๆ งั้นแม่ไปเตรียมตัวก่อนนะ”

อินทิรายิ้มให้มารดาและนั่งรออย่างสงบ คิดหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อบอกเรื่องจำนองบ้านและที่ดินให้มารดารับรู้ ไม่อยากให้แม่กังวลใจกับเรื่องของลูกๆ มากไปกว่านี้ แค่เรื่องการหายตัวเงียบไปของวศินก็ทำให้แม่ทุกข์ใจหนักอยู่แล้ว เมื่อวันก่อนยังเกิดเรื่องของเธอกับธานินทร์อีก

วันที่ธานินทร์มาตะโกนโวกเวกอยู่ข้างล่าง แม่กับคนรับใช้ก็อยู่ในบ้านด้วย แต่ยอมอยู่เงียบๆ ทำตามที่เธอขอร้องทุกอย่าง แต่หลังจากธานินทร์กลับไปแม่ก็เกลี่ยกล่อมให้เธอปรับความเข้าใจกับเขา เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าและบอกมารดาไปว่าไม่มีอะไร... ไม่เป็นไร

สองแม่ลูกนั่งรถออกจากบ้านด้วยกัน ใช้เวลานับชั่วโมงกว่าจะไปถึงวัดบ้านป่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างทางไปสวนใหญ่ และระหว่างนั่นวัลภาก็เปรยกับลูกสาวถึงเรื่องที่ยังไม่สบายใจ

“แม่เป็นห่วงพี่วินจัง ทำไมคราวนี้เงียบไปนานนักก็ไม่รู้”

“นั่นสิคะ แต่อินว่าลองคิดในแง่ดีสิคะแม่ พี่วินไม่กลับมาแสดงว่าไม่มีปัญหาอะไร คอยดูเถอะ พอเงินหมดเมื่อไหร่เดี๋ยวก็กลับมาเอง” คนเป็นลูกพยายามพูดให้สบายใจ และคนเป็นแม่ก็ได้แต่พยักหน้าและพยายามทำใจ

“แม่ก็พยายามคิดแบบนั้นอยู่”

รถแล่นต่อไปในความเงียบอีกพักใหญ่ก็ได้จอดลงใต้ต้นโพธ์หน้าศาลาหลังหนึ่งภายในวัดเล็กๆ ที่สงบร่มรื่น อินทิราลงไปยกกระเป๋าสัมภาระส่งมารดาแล้วเดินไปส่งถึงหน้าศาลาก่อนจะเอ่ย    ลากัน

“แม่มาปฏิบัติธรรมก็ทำใจให้สบายนะคะ ปลดทุกข์ทางใจให้ได้ คิดเสียว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าเราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีกรรมเป็นเครื่องกำหนดชะตาชีวิตเราจะได้ปลงตก ไม่คิดอะไรให้เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์อีกไงล่ะคะแม่”

“อินน่าจะอยู่ปฏิบัติธรรมกับแม่นะ อายุแค่นี้พูดถึงเรื่องปลงตกแล้ว”

อินทิราแสร้งทำเป็นยิ้มขำ ทั้งที่ใจไม่ได้ขำตาม

“ก็ไม่แน่นะคะ สักวันอินอาจจะปลงตกถึงขั้นบวชชีก็ได้”

“ฮือ... อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยลูก อินเพิ่งอายุแค่นี้ยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะแยะ และแม่เชื่อว่าลูกสาวคนดีของแม่ต้องมีอนาคตที่สวยงามรออยู่ข้างหน้า เข้มแข็ง อดทน แต่เดินต่อไปให้ถึงวันนั้นนะ  ลูกนะ”

“ขอบคุณค่ะแม่ อินจะพยายามนะคะ”

หญิงสาวพนมมือขึ้นก่อนกราบลงแทบอกมารดา เมื่อความ รู้สึกหนึ่งล้นบ่าเข้ามาในจิตใจ คำว่าอนาคตที่สวยงาม  อาจจะอีกยาวนานกว่าจะเดินไปถึง แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้อยคำที่พ่อเคยพร่ำสอนกับคำพูดของแม่ในวันนี้ก็จะเป็นกำลังสำคัญให้เธอก้าวเดินต่อไป

อินทิราเดินทางต่อไปจนถึงสวนดอกไม้ใหญ่เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเงียบๆ อยู่ในบ้านพักส่วนตัวที่ออกแบบเองตามความชอบ เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงสไตล์วินเทจ มีระเบียงกว้างด้านหน้า ห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ครัวเล็กๆ ด้านหลัง และห้องทำงานส่วนตัวซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน

หญิงสาวพักผ่อนนอนหลับจากค่ำจนถึงกลางดึกก็ตื่นขึ้นมาเข้าห้องทำงาน คิดค้นชุดประเทืองผิวกลิ่นใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอยากได้สรรพคุณแปลกใหม่มาตีตลาด แต่คิดไปคิดมาไม่นานก็รู้สึกเวียนศีรษะจนต้องกลับไปนอนพัก หลับๆ ตื่นๆ อยู่เช่นนั้นกว่าจะรู้สึกตัวตื่นเต็มที่อีกครั้งก็สายโด่ง

อาการเวียนศีรษะหายไปแล้ว แต่มีอาการคลื่นไส้ขมปากเข้ามาแทน อินทิราคิดว่าคงเพราะนอนผิดเวลาและตื่นสายจนเลยเวลาอาหารเช้า แต่พอจะลงมือทานข้าวต้มทรงเครื่องที่แม่บ้านชั่วคราวทำมาเสริฟ์ให้ก็เหม็นกระเทียมเจียวขึ้นมาอีก

“เป็นอะไรเนี่ย” หญิงสาวเบือนหน้าหนีจากถ้วยข้าวต้มแล้วลุกขึ้นจะไปนั่งที่ระเบียงด้านหน้าเพื่อสูดอากาศด้านนอก

“อ้าว ไม่ทานหรือคะคุณอิน” แม่บ้านเอ่ยถาม

“ค่ะ อินขอกาแฟกับพวกขนมปังกรอบก็แล้วกัน ยังไม่ค่อยหิวค่ะ”

อันที่จริงหิว หิวมากด้วย เพราะมื้อค่ำก็ไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ด้วยความไม่นึกอยากอาหาร เหนื่อยๆ เพลียๆ อยากกลับไปนอนแต่ก็บอกตัวเองว่าไม่ได้ เธอนอนมามากพอแล้ว อย่างน้อยถ้ายังคิดเรื่องงานไม่ออกก็คิดเรื่องแบบบ้านหลังใหม่ก็แล้วกัน

ระหว่างนั่งจิบกาแฟกับแครกเกอร์แผ่นบางอยู่บนระเบียงพลางกวาดตามองพื้นที่ข้างบ้านพักเพื่อขยับขยายให้กลายเป็นบ้านสักหลัง เสียงเพลงจากวิทยุพกพาของคนงานหญิงที่เดินผ่านถนนข้างบ้านก็แว่วเข้าหู เป็นบทเพลงที่กระแทกใจอย่างจัง แม้เสียงนั้นจะผ่านไปแล้วเมื่อเจ้าของวิทยุเดินผ่านไปไกล แต่ใจความในบทเพลงนั้นก็ยังเกาะกินใจคนได้ยินอยู่เช่นนั้นต่อไป คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาซ้ำๆ จนน้ำตาไหลริน...

‘วันที่ลางเลือน กับคืนที่เลือนลาง เหม่อลอยคว้างเหมือนคนหมดทางไปต่อ

ใจที่ให้ไป อาจยังไม่เพียงพอ ถ้ามันพอก็คงไม่เป็นอย่างนี้

...ใกล้กันเหมือนมันยิ่งไกล ไม่ยอมเผยใจสักที ไม่เคยเห็นใจคนที่มันรักเธอ

ดูเหมือนมีใจ ก็ทำเหมือนมีใจ ไม่ทันไรเดี๋ยวเดียวก็กลายเป็นอื่น

ไม่มีหัวใจอย่าทน ไม่อยากรักกันอย่าฝืน บอกเลยฉันเป็นคนอื่น จะไม่ฝืนหัวใจ

...อย่าโลเลอย่างลม อย่าเรรวนร่ำไร ฉันดูไม่ออก ว่าเธอน่ะคิดยังไง

อย่าลังเลอยู่เลย อย่าล่องลอยเรื่อยไป สายลมมันโชยเอื่อย รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ

...คนไม่มีใจ อย่าทำเหมือนมีใจ เปิดได้ไหมเผยใจให้เห็นกันหน่อย

ถ้ามีหัวใจจะรอ ถ้าอยากรักกันจะคอย บอกเพียงว่ารักสักหน่อย ก็จะคอยเรื่อยไป

...อย่าโลเลอย่างลม อย่าเรรวนร่ำไร ฉันดูไม่ออก ว่าเธอน่ะคิดยังไง

อย่าลังเลอยู่เลย อย่าล่องลอยเรื่อยไป สายลมมันโชยเอื่อย รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ*’*

เพลง : รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ ศิลปิน : ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์

ดวงตาที่เอ่อท้นไปด้วยหยาดน้ำใสของคนเหนื่อยใจมองเหม่อไปไกลลิบตา เนื้อหาในบทเพลงคุ้นหูยิ่งทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกที่มีให้ธานินทร์มากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะต่อสู้แล้ว คิดว่าถ้าเขายังไม่หยุด ยังไม่พอใจแค่ความพ่ายแพ้ของเธอ ต่อไปเขาต้องการอะไรเธอจะยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียว อย่าให้เธอต้องกลับไปอยู่ใกล้ผู้ชายไร้หัวใจอย่างเขาอีกเลย

เสียงโทรศัพท์แว่วมาแต่ไกล คนตั้งใจลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องนอนถอนใจใหญ่เมื่อแม่บ้านวิ่งมาหาพร้อมบอกกล่าว

“คุณอินลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องค่ะ ป้าได้ยินเสียงดังอยู่หลายรอบแล้วเลยคิดว่าน่าจะเป็นธุระด่วน”

“ขอบคุณค่ะป้า” อินทิรารับโทรศัพท์มาดูเผื่อจะเป็นเรื่องงาน แต่พอเห็นชื่อธานินทร์ก็รีบเรียกคนที่กำลังเดินกลับเข้าบ้านไว้ “ป้าช่วยรับสายหน่อยนะคะ แล้วบอกเขาว่าอินออกไปข้างนอก ลืมโทรศัพท์ไว้” บอกเสร็จก็วางโทรศัพท์ใส่มือคนยืนงง

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

“อินเหนื่อยค่ะ ไม่อยากคุยเรื่องงานตอนนี้”

“อ๋อ ได้ค่ะ แหม คนโทรมานี่ก็ไม่มีมารยาทเลยนะคะ คนไม่รับสายก็ยังโทรมาอยู่ได้” นางว่าแล้วก็กดรับสาย สนทนาโต้ตอบไปตามที่คนเป็นนายสั่งความ อินทิราไม่ได้อยู่รอฟัง แค่ได้ยินว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการก็เดินลงบันไดไปยังเรือนจอดรถ คิดว่าออกไปชมนกชมไม้ข้างนอกน่าจะทำให้เลิกนึกถึงใครที่อยากลืมได้

วันนี้แดดร่มลมตก หญิงสาวปั่นจักรยานชมสวนไปเรื่อยๆ จนมาจอดลงหน้าแปลงลาเวนเดอร์ที่กำลังเริ่มออกดอก ตั้งใจจะให้เวลาตัวเองได้อยู่กับความเงียบสงบและกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ แต่เพียงไม่นานก็รับรู้ว่ามีคนก้าวเข้ามารบกวนความสงบ หญิงสาวหันกลับไปกะจะบอกให้คนงานไปทำงานที่อื่นก่อน แต่คนที่ยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าทำให้เธอตาค้าง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}