เรณุมาศ

ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ

ชื่อตอน : บทที่ 25 ตอนจบ

คำค้น : ฝากรักฝากเลี้ยง, กินเด็ก, เรณุมาศ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 840

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2561 10:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 ตอนจบ
แบบอักษร

บทที่ 25


สี่ปีผ่านไป


"สวัสดีครับ /สวัสดีค่ะ  ลุงปราชญ์ ป้าเปิ้ล"  น้องนนท์วัยสี่ขวบ  และน้องนุ่นวัยสองขวบ  ร้องทักทายปราชญ์และปิยพรผู้มาเยือนในช่วงบ่ายวันอาทิตย์  วุฒิกุลผู้เปิดประตูให้กลับมาพร้อมเบียร์เย็นๆสี่กระป๋องและน้ำผลไม้มาลีสองกล่อง


"สวัสดีครับน้องนนท์ น้องนุ่น  กำลังจะว่ายน้ำกันเหรอลูก?" ปราชญ์ผู้มาในชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดสีขาวถาม  ปิยพร สวมชุดเดรสสีขาวอุ้มหลานๆของแฟนหนุ่ม  หอมแก้มทุกคน

"สวัสดีจ๊ะ  คิดถึงจังเลย โตกันเร็วมากลูกแกไอ้วุฒิ  ยิ่งโตก็ยิ่งหน้าตาดี"

"พ่อแม่หน้าตาดีนี่หว่า  ฉันเป็นนายแบบนะเว้ย ไป ลงรูปลูกในไอจี  เฟสบุ๊ค  ลูกๆฉันเลยกลายมาเป็นดาราเด็ก"   วุฒิกุลคุยทับ พลางยื่นเครื่องดื่มให้ทุกคน

"จำได้ไหมว่ามีคนอยากได้ปริมไปเป็นนางแบบแต่วุฒิไม่ยอม?"  ปริมรื้อฟื้นความหลัง

"นางแบบนิยสารเพลย์บอย ไม่เอา  ไม่อยากให้เมียไปโชว์หรา  ผู้ชายน้ำลายหยดกัน เอาไว้ดูคนเดียว"

"หรือพี่ปราชญ์ยอมให้ไอ้เปิ้ลไปถ่ายแบบนั้นบ้าง?"  เขาถามพี่เขย

"ไม่เอา  เอาไว้ดูคนเดียวเหมือนกัน" ปราชญ์ตอบ

"ดูอะไรกันหรือคะ?" น้องนุ่นถาม  ผู้ใหญ่มองหน้ากัน  เอาแล้วไหมล่ะ  ลืมเซ็นเซอร์

"ดูรูปค่ะน้องนุ่น  พ่อชอบดูรูปแม่  ไม่ยอมให้ใครดูด้วย"  ปริมอธิบายให้ลูกสาวฟัง  " อ๋อ  คุณพ่อหวง"

"ครับ " พ่อเป็นกองหนุน

ปิยพรหยิบการ์ดสีชมพูออกมาจากกระเป๋าถือใบใหญ่  ยื่นให้วุฒิกุล  จ่าหน้าซองทั้งสองคน  เขาและปริม

      "เฮ้ยอย่าบอกนะว่าการ์ดแต่งงาน?" วุฒิกุลร้องขึ้น

"ใช่เลยเพื่อน  การ์ดแต่งงานของเปิ้ลกับพี่ปราชญ์เอง  ถึงเวลาแล้วเนอะพี่ปราชญ์  คบกันมาห้าปีแล้ว  เปิ้ลเรียนจบ  รับพระราชทานปริญญาบัตร และมีงานมีการทำ  พร้อมที่จะมีครอบครัวแล้ว" ปิยพรพูดด้วยแววตาเปี่ยมสุข

"ดีใจด้วยค่ะ  พี่ปราชญ์น้องเปิ้ล  สุดท้ายพี่ปราชญ์ก็ได้แต่งงานตอนอายุสี่สิบ"  ปริมว่า

"เฮ้ยนั่นมันแสดงความยินดีทะแม่งๆนะน้อง  ใครบางคนแต่งกับหลานชายของตัวเอง  ทั้งที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ" ปริมและวุฒิกุลสำลักเบียร์ โดนเอาคืนบ้างถึงกับสำลัก

"พี่ปราชญ์วุฒิน่ะหลานชายพี่โหน่ง  ไม่ใช่สายเลือด  ไม่น่าเกลียด  ไม่ผิดผี  ไม่ผิดประเพณีเสียหน่อย"   ปริมรีบแก้ตัว


    "แต่งวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์  ทำไมไม่แต่งวันวาเลนไทน์เลยล่ะ?"  ปริมถาม

"ผู้ใหญ่ดูฤกษ์ยามให้น่ะ หมั้นเช้า  แต่งบ่าย"  ปราชญ์บอก

"ลุงกะป้าขอไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อนนะครับเดี๋ยวมาว่ายน้ำด้วย"  ปราชญ์บอกหลานๆเมื่อดื่มเบียร์หมดกระป๋อง    ปริมทาครีมกันแดดให้ลูกๆ  วุฒิกุลไปคนเครื่องดื่มมาเพิ่ม  และเดินไปเปิดประตูให้เพื่อนๆและครอบครัวที่กำลังทะยอยมา  พูลปาร์ตี้กัน

          ***

กิจการร้านอาหารของปริมยังรักษามาตรฐานและชื่อเสียง  เป็นร้านอาหารที่น่าแวะร้านหนึ่งในเขตจังหวัดนครปฐม วุฒิกุลทำงานประจำที่โรงพยาบาลนานาชาติหลังสำเร็จการศึกษา แล้วเขายังเป็นนายแบบและนักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทยอีกด้วย  ลูกชายลูกสาว ชานนท์  และนันทิยา  เป็นนางแบบนายแบบเด็ก ถ่ายโฆษณา  และเล่นละครด้วย  ปริมต้องไปกองถ่ายกับลูกๆด้วย  ถ้าสามีต้องทำงาน  ส่วนมากสลับกันพาลูกไปถ่ายแบบ ถ่ายละคร  เขาเองก็ถูกทาบทามแต่วุฒิกุลปฏิเสธ  อ้างว่าไม่มีเวลา  และไม่เหมาะสำหรับพระเอกละคร  เปรียวและแม็กซ์ยังคงทำงานที่ร้าน เป็นมือซ้ายขวาที่สำคัญ  เท่าๆกับลูกนกและแมน  ลูกๆของทั้งสองเรียนโรงเรียนนานาชาติ  ลูกๆของวุฒิกุลและปริม เรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน  สมาชิกในครอบครัวต่างก็ดีใจที่ปราชญ์  หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบจะเข้าสู่ประตูวิวาห์


วุฒิกุลไม่ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนอีกเลย  หลังจากย้ายมาเรียนโรงเรียนสาธิตมหิดล ตั้งแต่อายุสิบหก   เขาก็ตัดสินใจขายบ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้หลังเสียชีวิต หลังเขาสำเร็จการศึกษา  และเพิ่งได้งานที่โรงพยาบาลนานาชาติชื่อดัง จึงกลับไปดูแลจัดการเรื่องบ้าน สมบัติชิ้นเดียวที่เขามี  เขามีโอกาสได้พบกับปุณยนุชโดยบังเอิญ  หล่อนดูแก่กว่าวัย  ผอมโซ  เหมือนคนติดยา  หล่อนมากับลูกสองคน  เจอเขาที่ร้านอาหาร  หล่อนขอเงินเขา บอกว่าไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน   เขาหยิบธนบัตรหนึ่งพันบาทให้ห้าใบ


  "เก็บไว้ใช้นะปุ้ย  ดูแลตัวเองด้วย"   ปริมและลูกๆเดินมาเจอเขา  แต่ปริมไม่ว่าอะไร  แต่มีสีหน้าไม่พอใจ

"พี่ปริมโชคดีที่ได้ผู้ชายดีๆอย่างวุฒิเป็นแฟน   ดวงซวยของอีปุ้ย  ถ้าหมดรักวุฒิแล้วปุ้ยขอแฟนคืนนะ" ช่างกล้า  ปริมว่าในใจ

"เธอก็เป็นเสียอย่างนี้  ไปไกลๆผู้ชายของฉัน  ถ้าไม่ไป  ฉันจะเอาเงินที่ผัวฉันเพิ่งให้แกไปคืนมาอีปุ้ย"  ปกติปริมไม่หยาบคายกับใคร  มีเฉพาะไม้เบื่อไม้เมาอย่างปุณยนุชเท่านั้น

"ไปเถอะปุ้ย  เดี๋ยวไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินนะ "  วุฒิกุลเองก็ไม่แน่ใจว่าปุณยนุชจะเอาซื้อนมเป็นส่วนใหญ่  หรือยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่กันแน่ เขาได้ยินข่าวว่าสามีของปุณยนุชเองก็ติดยาบ้า  สมาชิกในครอบครัวของหล่อนก็ยังไม่มีใครเลิกยาบ้าสักคน  ท่าทางหล่อนเหมือนคนติดยา  ถ้าเกิดเขาอยู่ที่นี่นาน  หล่อนอาจจะกลับมาขอเงินอีกก็เป็นได้  เขาสงสารหล่อนจับใจ  แต่ทำอะไรไม่ได้  ถ้าจะช่วยมากกว่านั้น คงทะเลาะกับปริม   เขาคิดถูกแล้วที่ไม่เลือกปุณยนุช  ถ้าเขาเลือกหล่อนตั้งแต่พ่อแม่เสียชีวิต  เขาคงต้องรับเลี้ยงดูสมาชิกทุกคนในครอบครัวของหล่อน ครอบครัวยาบ้า  ครอบครัวของปริมแตกต่างออกไป  ไม่มีใครยุ่งกับยาเสพติดเลย  ทุกคนต่างทำมาหากิน  ทำงานสุจริตกัน  เขายิ้มให้ภรรยาและลูกทั้งสองก่อนจะสั่งอาหาร


เด่นชัยและนุชนาถย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น  รวมตัวกับวงหมอลำซิ่งดังๆ  รับงานตลอดปี กลับมาเยี่ยมบ้านปีละครั้ง 


"น่าสงสารป้าคนนั้นกับลูกๆนะคะคุณพ่อ"  อยู่ๆน้องนุ่นก็พูดลอยๆขึ้นมา

"ป้าคนไหนหรือลูก?" เขาถามลูกสาว

"ป้าคนที่เราเจอที่ร้านอาหาร  ที่บ้านนอกไงคะ"

"อ๋อ  เพื่อนพ่อเองครับ"

"เหรอคะ?  ดูแก่กว่าคุณแม่อีก"  ปริมเดินมาได้ยินเข้า  ไม่รู้จะโกรธที่ลูกสาวพูดถึงศัตรูเก่าหรือ จะหัวเราะดีเพราะคำพูดซื่อๆของเด็ก

"คนไม่ค่อยดูแลตัวเองนะลูก"  เขาบอก ลูบหัวลูกสาวคนเล็กอย่างเอ็นดู

"ป้าคนนั้นขอเงินคุณพ่อด้วย" น้องนนท์เสริม

"เขายากจนนะลูก"  ปริมบอกลูกชาย

"จนก็ต้องทำงานสิคะ  นุ่นกลัวจน  นุ่นยังทำงานเลย  โตมาจะได้สบาย  ไม่ต้องขอคุณพ่อคุณแม่"  ปริมและวุฒิกุลมองหน้ากัน  ทั้งสองพยายามจะไม่พูดถึงเรื่องยาเสพติด  เพราะลูกยังเล็ก  จะทำให้เด็กกลัวและเป็นโรคหวาดระแวงได้

 "ดีมากลูก  แต่ว่าเราก็ไม่ควรทำงานหนักนะ ตัวแค่นี่เอง"  ปริมเตือนลูก  ยีหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู

"ค่ะ  คุณแม่/ ครับ"  เด็กๆทั้งสองว่านอนสอนง่าย  เป็นแก้วตาดวงใจ  โซ่ทองที่คล้องใจพ่อแม่ 


     ขจรและสมรต่างอยู่บ้านหลังเดิม  ช่วยลูกๆเลี้ยงดูหลาน  ทั้งสองอาสาดูแลหลานๆในวันเสาร์  ส่วนหลังเลิกเรียน  มักจะมารอหลานๆที่บ้านปริม  ดูแลหลานๆ  พาหลานว่ายน้ำ เป็นประจำ


 การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของวุฒิกุล  กลับเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา  เขาต้องพลัดจากถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนมาอาศัยอยู่กับป้าสะไภ้ผู้ตกเป็นพุ่มม่าย  สามีตาย แต่ทว่าการสูญเสียของเด็กหนุ่มกับแม่ม่ายสาว กลับกลายเป็นขั้วบวกขั้วลบทำให้เกิดประจุไฟสปาร์คขึ้นมา  การที่เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี  ท่ามกลางคนดีๆ  ชีวิตวัยรุ่นของเขาจึงมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น(เป็นส่วนใหญ่) ปริม เป็นคนสู้ชีวิต  ทำมาหาเลี้ยงชีพ  ขยันหมั่นเพียร  เธอคือผู้ผลักดัน  เป็นผู้ช่วยหลอม  ให้เขาเป็นเขา  เป็นแฟน  เป็นเพื่อน  เป็นพ่อ  และสามีที่ดี  ดีกว่าเดิม  ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้  ไม่มีปริมที่เขาได้รับให้ฝากเลี้ยงมา  เขาก็คงไม่มีวันนี้  ไม่ได้เป็นทันตแพทย์  ไม่ได้เป็นนายแบบและนักบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย  เขาคงเป็นแค่คนติดยา  และมีภรรยาชื่อปุณยนุชแทนที่จะเป็นปริม  วุฒิกุลยิ้มให้กับอดีต  พร้อมเสมอกับปัจจุบัน  และจะฝ่าฝันไปพร้อมกับเธอ  ปริม ภรรยาที่รักยิ่งของเขา


 "ผมมีของขวัญจะให้  เปิดดูสิ "  เขายื่นกล่องเล็กๆห่อด้วยกระดาษเนื้อดีสีแดง  และมีลิบบิ้นดอกไม้สีทองติดอยู่

"ขอบใจนะ  แต่ให้เนื่องในโอกาสอะไร?  วันเกิดก็ไม่ใช่   ไม่ใช่วันครบรอบวันแต่งงานนี่นา"

"ผมเห็นเขาเซล    ถ้าเก็บไว้นานกลัวลืม  กลัวว่าปริมจะเห็นเข้าเสียก่อน  ก็เลยให้ล่วงหน้าวันวาเลนไทน์ "   ปริมค่อยแกะลิบบิ้น  กระดาษและเปิดกล่องออกมา  พอเห็นเป็นเครื่องเพชรชุดเล็กมี  สร้อยเพชรจี้หัวใจ  ต่างหู  และสร้อยข้อมือ  เธอถึงขนาดร้องด้วยความดีใจ

"สวยจังเลยวุฒิ  ขอบคุณค่ะ"  ปริมจูบปากสามี  

"ผมใส่ให้นะ"   ปริมหันหลังให้เขาช่วยตอดตะขอให้  เขาช่วยเธอสวมสร้อยข้อมือ และต่างหูด้วย  ปริมสวมกอดสามีด้วยความรัก และความซาบซึ้งใจ   ปกติทั้งสองจะใช้จ่ายอย่างประหยัด  แต่เครื่องประดับที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญ ราคาแพง  เธอไม่บ่น  ในเมื่อเขาเรียนจบแล้ว  มีงานทำ  และมีรายได้มากพอที่เธอไม่จำเป็นต้องทำงานด้วยซ้ำ  


"ผมตั้งใจซื้อให้  เป็นของขวัญแด่ผู้หญิงที่ผมรักที่สุด  และรักผม  ดูแลผม  หล่อหลอมให้ผมเป็นผมมาถึงทุกวันนี้  ผมสัญญาว่าจะรักและภักดี  ไม่ทำอะไรให้ปริมต้องเสียใจอีก  จากวันนั้นจนถึงวันนี้  ผมไม่ได้รักปริมน้อยลงเลย  ผมกลับรักปริมมากขึ้น  และขอบคุณสำหรับที่ปริมเป็นเพื่อน เป็นผู้ปกครอง  เป็นแฟน  เป็นภรรยา  และเป็นแม่ที่ดีสำหรับผมและลูกๆของเรา  ผมรักปริมรักลูก  ขอบคุณครับ"


"วุฒิ  ปริมดีใจ ที่วุฒิเติบโตมาเป็นวุฒิทุกวันนี้  วุฒิถึงแม้จะทำผิดไปบ้าง  แต่ปริมก็ให้อภัย  ปริมรักวุฒิมาก จนไม่ยอมเสียวุฒิให้ใคร  ขอบคุณวุฒิเช่นกันที่ไม่ทิ้ง  ไม่จากปริมไปไหน  ทั้งที่ปริมก็ร้ายน่าดู "


"จากวันนี้ และวันข้างหน้า  เราจะรัก  และซื่อสัตย์ต่อกัน  ดูแลกัน  ไปจนความตายมาพรากจากกัน"   เขาว่าพลางโอบกระชับเธอแนบอก


      ปริมกอดเอววุฒิกุล ซบกับอกเขา  วันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต  วันที่เธอเชื่อมั่นว่าเขารักเธอหมดทั้งหัวใจ  ไม่เหลือที่ไว้ให้ใครเข้ามา   ถ้าเธอไล่เขาออกจากบ้านตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาในชีวิต  ถ้าเธอไม่รับดูแลเขา  เธอก็คงไม่มีวันนี้  ชีวิตของเธอ  ไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อนหน้าที่จะเจอเขา เขาเองก็เป็นคนสอนให้เธอรู้จักอดทน  รู้จักความรักในแบบฉบับหนุ่มสาว เธอรักเขาจนไม่เผื่อใจไว้เจ็บ  รักแบบไม่หวังสิ่งตอบแทน แล้วมันก็คุ้มค่า ขอบคุณที่สวรรค์ส่งเขามาให้เธอ


ปริมนิ่งคิดซึ้งตรึงใจอยู่นานจึงเงยหน้ามองสามีหนุ่ม เขามองดูเธออยู่แล้ว  สิ่งที่ีรอคอย  สิ่งที่เพียรทำไม่สูญเปล่า  เขาโน้มลงมาจูบปากเธอ    แล้วกระซิบว่า

"รักนะป้าปริม"


                       จบ  


********************************************

ลงเอยกันด้วยดี  happy ending  อีกเรื่องค่ะ

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม  ชอบเชียร์  และลุ้นคนรักกันค่ะ   แต่ผู้ชายดีๆหล่อๆก็มีคนหมายปองเหมือนกัน  ผู้หญิงสวยๆ  ก็มีผู้ชายชอบเยอะ  เนื้อคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกันหรอกค่ะ 


ขอเป็นกำลังใจให้คนมีความรัก  และอยากมีความรักนะคะ 


ขอขอบพระคุณแฟนๆที่ติดตามผลงานเรณุมาศเรื่อยมานะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}