หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 21 ชอบข้าใช่หรือไม่

ชื่อตอน : บทที่ 21 ชอบข้าใช่หรือไม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 ชอบข้าใช่หรือไม่
แบบอักษร

วันต่อมา หลังจากกินอาหารเช้า ซ่งชีได้รับคำสั่งให้ซ่อมขาโต๊ะ เห็นสภาพอันน่าอนาถของโต๊ะแล้ว ซ่งชียิ่งรู้สึกเห็นใจอาซ้อมากขึ้น

“ช่วงนี้หัวหน้าสามอารมณ์ไม่ค่อยดี อาซ้อท่านอย่าได้เก็บมาใส่ใจ หัวหน้าสามพูดอะไรท่านก็คิดเสียว่าเป็นลมผ่านหูไปแล้วกัน”

เยี่ยเจียเหยาเอ่ยอย่างขัดเขิน “เจ้าได้ยินหมดแล้วหรือ”

ซ่งชียักไหล่ ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนั้นส่งเสียงดังสนั่น เขาไม่ได้หูหนวกสักหน่อย

เยี่ยเจียเหยากดเสียงต่ำกล่าวว่า “ข้าคร้านจะสนใจเขาหรอก”

ในใจคิดว่า โชคดีเมื่อคืนแสดงละครฉากหนึ่ง พวกซ่งชีจึงไม่ระแวงสงสัย

ป้าเจียงนำส่วนแบ่งของอาหารวันนี้มาให้ ในเมื่อนับตามจำนวนคน เยี่ยเจียเหยาก็ขี้เกียจไปรับของเอง ป้าเจียงจึงมาส่งของให้นางทุกวัน

“เมื่อวานท่านบอกว่าจะทำเกี๊ยวให้หัวหน้ารอง วันนี้พ่อครัวเลยเพิ่มเนื้อหมูให้หนึ่งชั่งกับแป้งอีกสามชั่งให้เป็นพิเศษ ตอนนี้เสบียงน้อยลงทุกวัน แม้กระทั่งหมูตัวสุดท้ายก็ฆ่าแล้ว” ป้าเจียงถอนหายใจ

เยี่ยเจียเหยาไม่กังวลปัญหาเหล่านี้ ฉุนอวี๋สามารถล่าสัตว์ได้ทุกวัน กอปรกับปลูกพืชผักเอาไว้บนเขาแปลงหนึ่ง ยิ่งกว่านั้นสัตว์น้ำในบึงเยียนเสียก็อุดมสมบูรณ์ ซ่งชีมีเวลาก็มักจะไปจับปลาซิวที่บึงมาได้หลายตัว อาหารการกินของพวกเขาจึงยังรักษาปริมาณเอาไว้ได้ไม่ต่างจากเดิม

“แป้งที่เอามาคราวที่แล้วยังมีเยอะอยู่ อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน กลางวันนี้ท่านกับลุงเจียงมากินข้าวด้วยกัน ข้าทำอาหารเพิ่มอีกหลายจานหน่อย” เยี่ยเจียเหยากล่าวอย่างยิ้มแย้ม

ป้าเจียงหัวเราะเบิกบาน “เป็นเช่นนั้นก็ดีสิ แต่ช่วงกลางวันงานห้องครัววุ่นวายมาก มิเช่นนั้นคงจะมาช่วยเป็นลูกมือให้ท่านได้”

“ไม่เป็นไร ข้าคนเดียวก็ทำไหว” เยี่ยเจีเหยายิ้ม ก็แค่ใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่นางมีเหลือเฟือในตอนนี้ก็คือเวลา

เมื่อส่งป้าเจียงจากไปแล้ว เยี่ยเจียเหยาก็เริ่มห่อเกี๊ยว ในเรือนของนางมีกันอยู่สี่คน เมื่อทำให้หัวหน้ารองแล้วก็ต้องให้หัวหน้าใหญ่ได้ชิมด้วย ได้ยินมาว่าทุกคนชอบกินเกี๊ยวมาก บวกกับป้าเจียงและลุงเจียงอีกสองคน รวมเป็นแปดคน เกี๊ยวสำหรับแปดคน ห่อสักสามร้อยลูกอาจยังไม่พอเลย

เยี่ยเจียเหยาคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เพิ่มแป้งอีกสามกระบวยใหญ่ ตอกไข่สองฟอง ใส่ไข่ไก่จะเพิ่มความเหนียวให้แป้งมากขึ้น เติมน้ำและควบคุมความเหลวของแป้งให้อยู่ในความพอเหมาะ จากนั้นก็รอให้ซ่งชีกลับมานวดแป้ง นางลงมือทำไส้เกี๊ยว  

เยี่ยเจียเหยาตัดสินใจทำไส้เกี๊ยวสามชนิดตามความชอบของทุกคน  หัวหน้ารองชอบกินไส้หมูใส่จิ่วช่าย (ต้นกระเทียม) ส่วนซย่าฉุนอวี๋ชอบกินไส้เนื้อผักกาดขาวเห็ดหอม ส่วนนางชอบกินไส้หมูใส่เจียวไป๋ (ต้นอ่อนของพืชน้ำชนิดหนึ่ง) ส่วนคนอื่นนั้นอยากกินอย่างไหนก็กินอย่างนั้น

เกี๊ยวจะอร่อยนั้นอยู่ที่รสชาติของไส้ว่าดีหรือเปล่า ปัจจุบันเพราะมีการใช้สารเร่งโต เวลาคนทำอาหารจำพวกเนื้อจึงต้องลวกน้ำทิ้งก่อน และตักเอาฟองออก แต่ว่าเนื้อหมูในยุคสมัยนี้เลี้ยงตามธรรมชาติ ไม่ปนเปื้อนสารพิษ หลังจากลวกน้ำแล้วจะทำให้รสชาติสดใหม่ของเนื้อหมูหายไป เยี่ยเจียเหยาเพียงแค่สับเนื้อเป็นชิ้นละเอียด ใส่เครื่องปรุงต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติก็พอ    

หลังจากหั่นผักกาดขาวเป็นละเอียดแล้วก็ใส่เกลือ ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ จะทำให้ผักกาดขาวที่สุกแล้วอ่อนนุ่มขึ้นเป็นพิเศษ ให้รสชาติดีกว่าเดิม ส่วนจุ้ยช่ายเดิมทีสุกง่ายไม่จำเป็นต้องสะเด็ดน้ำออก หากสะเด็ดน้ำออกก็หมดอร่อยแล้ว จากนั้นหั่นเจียวไป๋เป็นลูกเต๋าเล็กๆ นำไปผัดจนสุกได้เจ็ดส่วน ส่วนเห็ดหอมน้ำไปทอดน้ำมันเพื่อขับกลิ่นหอมออกมา

หลังจากทำเสร็จ เยี่ยเจียเหยาก็เรียกซ่งชี “ซ่งชี เจ้าซ่อมโต๊ะเสร็จหรือยัง”

“เสร็จแล้ว” ซ่งชียกอุปกรณ์ออกมา เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “โต๊ะกลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ทนรับลูกถีบของหัวหน้าสามไม่ได้ อาซ้อ ท่านบอกหัวหน้าสามด้วย”

เยี่ยเจียเหยาเหยียดยิ้ม “ข้าบอกแล้วเขาจะฟังข้าหรือ หากเขายังจะถีบจนพังอีก วันหน้าข้าจะยกหินมาให้เขาถีบแทนก็ได้”

“ความคิดนี้ดียิ่ง” ซ่งชีช่วยยุยง

“เป็นความคิดที่ดีอย่างนั้นหรือ” เสียงของซย่าฉุนอวี๋ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ซ่งชีนิ่งไปในทันใด รีบก้มหัวไม่กล้ามองสีหน้าเย็นชาของหัวหน้าสาม

เยี่ยเจียเหยาอยากหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออก ซ่งชีช่างน่าสงสาร

“ข้าก็คิดว่าความคิดนี้ดียิ่ง ซ่งชี เรื่องนี้ยกให้เจ้าทำ ข้าเห็นหินก้อนหนึ่งที่ข้างทางหลังเขาเหมาะกับการทำโต๊ะพอดี เจ้าไปขนมาก็แล้วกัน” ซย่าฉุนอวี๋กล่าวเรียบๆ

ซ่งชีอ้ำอึ้ง “หัว.....หัวหน้าสาม หินก้อนนั้นอย่างน้อยหนักกว่าพันชั่ง ข้าน้อยจะยกมาได้อย่างไร”

ซย่าฉุนอวี๋ตบบ่าซ่งชีอย่างแรง แรงจนซ่งชีทรุดลงไปด้านหนึ่ง “ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้”

ซ่งชีโอดครวญเงียบๆ อย่างหมดหวัง บดให้แตกก่อนแล้วค่อยยกมาได้หรือไม่ เขาแค่พูดไปสี่คำเอง แค่สนับสนุนอาซ้อเท่านั้น ทำไมถึงมาลงดาบที่เขาเสียเล่า

เยี่ยเจียเหยาทนไม่ได้ที่ซ่งชีถูกรังแก นางส่งสายตาไปที่ซย่าฉุนอวี๋ กล่าวว่า “ซ่งชีมานวดแป้ง ยกเยิกก้อนหินบ้าๆนั่นอะไรกัน ก้อนหินช่วยให้อิ่มท้องหรือไม่ รีบมานี่เร็ว”

ซ่งชีมองหัวหน้าสาม กล่าวอย่างกริ่งเกรงว่า “หัวหน้าสาม อาซ้อให้ข้าไปนวดแป้ง”

ซย่าฉุนอวี๋กล่าวเรียบๆ ว่า “นวดเสร็จแล้วค่อยไปยก”

เจ้านี่หากไม่สั่งสอนเสียบ้างคงไม่ดีแน่ ตอนนี้ทำตัวเหมือนเยี่ยเจียเหยา ไม่เห็นเจ้านายอย่างเขาอยู่ในสายตา

ซ่งซีสภาพห่อเหี่ยวหมดคำพูดเดินเข้าไปในห้องครัว

“อาซ้อ ท่านต้องช่วยข้านะ” ซ่งชีสีหน้าโศกเศร้ากล่าว

เยี่ยเจียเหยายิ้ม “ฟังไม่ออกหรือว่าเขาจงใจแกล้งเจ้า ถ้าเจ้าไม่ย้ายหิน เขาจะฆ่าเจ้าหรือว่าถีบเจ้าลงจากเขากัน”

คนอื่นเล่นตุกติกกับซย่าฉุนอวี๋ได้ผลหรือไม่นางไม่รู้ แต่ทุกครั้งที่นางเล่นตุกติกกับเขามักได้ผลทีเดียวเชียว

ซ่งชีคิดอยู่ในใจ พูดไปแล้วก็ไม่ผิด นิสัยของหัวหน้าสามต่อให้ไม่ให้เขาไปย้ายหินก็ต้องหาทางอื่นมาแกล้งเขาแน่

“พอแล้ว ไม่ต้องเศร้าแล้ว เดี๋ยวข้าคุยกับเขาเอง” เยี่ยเจียเหยาปลอบ เรื่องด่วนตอนนี้คือต้องรีบห่อเกี๊ยว

ซ่งชีเริ่มนวดแป้งไปก็กลุ้มใจไป เยี่ยเจียเหยาผัดไข่เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ผักและหมูลงไปผัด ใช้ตะเกียบตักขึ้นมาชิมรสชาติ อร่อยพอดีแล้ว

“เจ้าออกแรงหน่อย นวดให้แป้งแข็งกว่านี้ แป้งนิ่มแบบนี้ไม่อร่อย ไม่เหนียวนุ่ม” เยี่ยเจียเหยาหันกลับไปดูซ่งชี เจ้านี่จิดตกเสียจนไม่มีสติทำงานเลย

“อืม” ซ่งชีออกแรงขึ้น

“เจ้ารีบๆ นวดเข้า เดี๋ยวข้าไปดูว่าเขาทำอะไรอยู่” เยี่ยเจียเหยากำชับก่อนจะล้างมือเดินไปที่ห้อง

ซย่าฉุนอวี๋นั่งอยู่ในห้องหนังสือมือหมุนกระบอกใส่พู่กันไปมา เหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่

“ฉุนอวี๋ ทำไมวันนี้ท่านกลับมาเร็วนัก เผิงอู่เล่า ไม่กลับมากับท่านด้วยหรือ” เยี่ยเจียเหยาถาม

ซย่าฉุนอวี๋กวาดสายตามองมาที่นาง กล่าวเนิบๆว่า “หลายวันนี้เสบียงขาดแคลน แต่ละคนสภาพอย่างกับไก่ป่วย ยังจะฝึกอะไรอีก”

เยี่ยเจียเหยาขมวดคิ้ว “หากหาสายลับไม่พบ ก็จะปล่อยหินสะบั้นมังกรขึ้นไปตลอดเลยหรือ”

ซย่าฉุนอวี๋เลิกคิ้ว “ใครจะรู้ว่าหัวหน้าใหญ่คิดอะไรอยู่ เฝิงเฉาหลินร่วมมือกับราชสำนักบุกโจมตีค่ายเป็นเรื่องหนีไม่พ้น รูปการณ์เช่นนี้ควรจะเตรียมตัวให้พร้อม กลับทำเสียจนทุกคนไม่มีข้าวจะกิน จะจับสายลับแต่ทำเอาทุกคนขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด”

“เขาคิดจริงๆ หรือว่าแค่หินนั่นก็หยุดการโจมตีของทหารได้ คิดว่าลูกปืนใหญ่มันลอยข้ามไม่ได้หรือไร”

อ้อ.....บุกขึ้นมาได้จริงหรือเปล่า เยี่ยเจียเหยาไม่เข้าใจว่าตัวเองอยากให้ค่ายนี้ถูกโจมตีหรือไม่ ถึงจะบอกว่าที่นี่เป็นรังโจร แต่รังโจรก็มีคนดีเช่นกัน อย่างเช่นป้าเจียงและลุงเจียง ซ่งชี พวกเขาล้วนแล้วแต่ถูกบีบบังคับให้ขึ้นเขา ไม่เคยทำเรื่องร้ายแรง ยิ่งกว่านั้น คนพวกนี้ก็เหมือนนางที่ถูกบังคับขึ้นเขามาใช้แรงงานอยู่ที่นี่ พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หากทหารบุกขึ้นมา จะปล่อยพวกเขาและนางหรือไม่ นางเป็นภรรยาของหัวหน้าสามเชียวนะ

“ท่านบอกหัวหน้าใหญ่สิ” เยี่ยเจียเหยาเอ่ย

ซย่าฉุนอวี๋ยิ้มเย็น “พูดอะไร ตอนนี้เขาเห็นใครก็เป็นสายลับไปหมด ข้าไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว”

พูดไปก็ถูก หัวหน้าใหญ่ระแวงซย่าฉุนอวี๋ เขาพูดอะไรก็ไร้ประโยชน์ อาจถูกมองว่าเขามีความคิดอื่นแอบแฝง

“ถ้าอย่างนั้น....หากค่ายแตกขึ้นมา ท่านจะทำอย่างไร ข้าจะทำอย่างไร ท่านจะดูแลข้าหรือไม่” เยี่ยเจียเหยาถามอย่างเก้ๆ กังๆ

ซย่าฉุนอวี๋มองมาที่นาง นัยน์ตากระจ่างใสเหมือนบ่อน้ำที่ใสสะอาด ไร้ความรู้สึกใด “ทหารบุกขึ้นมาเท่ากับว่าช่วยเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ ไม่แน่ว่าทหารตัดหัวข้าแล้ว เจ้ายังจะเอามีดแทงข้าซ้ำอีก”

เยี่ยเจียเหยาโมโหขึ้นมาอย่างไรสาเหตุ “ท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไร”

ถึงแม้นางจะถูกบังคับให้เป็นสตรีของเขา และรังเกียจท่าทางยโสไม่มีเหตุผลของเขา แต่นางไม่เคยคิดให้เขาตาย นางแค่อยากหนีไปเท่านั้น

“อ้อ แล้วจะให้พูดว่าอย่างไร เจ้าคงไม่ได้ชอบข้าหรอกนะ” ซย่าฉุนอวี๋มองต่ำลง สายตามิได้บ่งบอกว่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

ชอบท่านกับผีน่ะสิ! ข้าเพียงแค่ไม่ได้เป็นพวกไร้มนุษยธรรมเหมือนพวกท่าน ฆ่าคนเหมือนผักปลา ไม่รู้จักค่าของชีวิต

เยี่ยเจียเหยาหมุนกายจากไป คำถามนี้นางไม่รู้จะตอบอย่างไร หากบอกว่าชอบ ก็เป็นการหลอกลวง ยิ่งกว่านั้นไม่แน่ว่าจะถูกเขาหัวเราะเยาะเอา ตอบว่าไม่ ก็ล่วงเกินเขาอีก

ในใจพลันรู้สึกเศร้าขึ้นมา เขารู้จักเส้นทางลับ เมื่อทหารบุกขึ้นมา เขาสามารถหลบหนีได้ ต่อให้เขาเห็นนางเป็นเพียงของเล่น ก็น่าจะเห็นแก่ที่นางตั้งอกตั้งใจปรนนิบัติรับใช้ ไม่มีความดีก็มีความชอบอยู่บ้าง กับแค่ให้คำสัญญากับนางมันยากมาหรืออย่างไร

ซย่าฉุนอวี๋ไม่ได้คิดหยอกเล่นกับเยี่ยเจียเหยา เขาจะทอดทิ้งนางได้อย่างไร รวมถึงผู้บริสุทธิ์บนเขานี้อีก เขาต้องหาหนทางคุ้มครองให้ทุกคนปลอดภัย โดยเฉพาะนาง อย่างไรเสียนางก็เป็นคนร่วมเรียงเคียงหมอน ใครจะคิดว่าจู่ๆ นางก็ทำหน้าเย็นชาเดินจากไป โกรธเขาหรือ? หรือพูดได้ว่า นางไม่เคยชอบเขาแม้แต่น้อย

พอคิดถึงจุดนี้ซย่าฉุนอวี๋พลันรู้สึกหงุดหงิด ช่างเถอะ ไม่บังคับนาง รอจนจบเรื่องแล้วนางอยากไปไหนก็ไป เขาก็ไม่ต้องวุ่นวายใจไปอีกเรื่อง

เยี่ยเจียเหยากลับมาห้องครัวด้วยความขุ่นเคือง

ซ่งชีเห็นสีหน้านางไม่ดี ท่าทางน่าจะโมโหมา เดิมเขาคิดจะปลอบนางสักหลายคำ ก็กลัวว่าจะหัวหน้าสามจะได้ยินหาทางมาลงโทษเขาอีก ซ่งชีจึงนวดแป้งอย่างเงียบๆ ต่อไป

เยี่ยเจียเหยาผลักซ่งชีออก แย่งเอาแป้งมาออกแรงนวดเอง ในใจด่าว่า ซย่าฉุนอวี๋ ลาเน่า ลาที่น่าตาย คนสารเลว ใครเขาอยากขอร้องท่านกัน ไม่มีท่านข้าก็อยู่ได้แถมอยู่ได้ดีด้วย

ซ่งชีเห็นท่าทางนางยึดเอาแป้งเป็นศัตรูคู่แค้นออกแรงนวด พลันเห็นภาพหัวหน้าสามถูกนางเหยียบย่ำสารพัด ถูกนางทุบตี หากมีวันนั้นจริงก็คงจะดี สามารถเห็นซื่อจื่อจิ้งอันโหวถูกรังแก นับเป็นเรื่องสาแก่ใจเรื่องหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น