หอหมื่นอักษร

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 91 สองรวมเป็นหนึ่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 91 สองรวมเป็นหนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2561 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 91 สองรวมเป็นหนึ่ง
แบบอักษร

เสิ่นอวี๋หงถูกคำพูดของเสิ่นหวาซั่นกระทบจิตใจจนคืนสติไม่ได้อยู่นาน น้องสาว คือคนคนนั้น? เหตุใดน้องสาวจึงรู้เรื่องผู้ว่าเมืองหลวง ทั้งยังเตือนหรูหลิวชู่ที่เขาดำเนินการอยู่ได้ทันเวลา? ทำไมนางจึงมีฝีมือขนาดนั้น?! เสิ่นอวี๋หงเพิ่งจะรู้ว่าพลังลึกลับในบ้านเสิ่นที่เขาพยายามตามหาอยู่ก็คือน้องสาวเล็กๆของเขาคนนี้เอง เสิ่นอวี๋หงมองเสิ่นหนิงที่กำลังยิ้มอย่างเอาใจทำไม่รู้ไม่ชี้แล้ว รู้สึกว่าโลกนี้ท่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?

เสิ่นเจ๋อจิ้งเอาสมุดที่ได้มาจากเสิ่นหนิงยื่นให้เสิ่นอวี๋หง บุ้ยใบ้ให้เขาอ่านอย่างละเอียด เขาก็เห็นว่าเรื่องนี้เสิ่นอวี๋หงต้องเรียนรู้จากเสิ่นหนิง เอาส่วนดีมาช่วยเสริมส่วนด้อย

เมื่อเสิ่นอวี๋หงเห็นชัดเจนถึงผลงานพวกมดงาน จึงรู้ว่าที่ปู่ให้น้องสาวเข้าห้องหนังสือเป็นการตัดสินใจอันชาญฉลาดแค่ไหน ขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่ยอมศิโรราบให้กับน้องสาวตัวเล็กๆคนนี้!

เปรียบเทียบกันแล้ว คนของหรูหลิวชู่ถึงมีจำนวนมากกว่ามาก แต่คุณภาพย่อมสำคัญกว่าปริมาณ  เขามองเสิ่นหนิงด้วยสายตาที่ตกตะลึงและเจาะลึก ครั้นเห็นเสิ่นหนิงขยิบตาให้ก็อดหัวเราะไม่ได้ ที่แท้น้องสาวตัวเล็กๆ คนนี้ร้ายกาจขนาดนี้    ปลอมเป็นหมูมากินเสือ ความหมายคือแบบนี้ใช่ไหมนะ?

เสิ่นหวาซั่นตกลงรวมมดงานเข้ากับหรูหลิวชู่ กลายเป็นหน่วยเดียว ส่วนชื่อยังคงเรียกมดงานและยังคงให้ชิวอู๋ดูแล คนของมดงานก็ไม่มีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย ยังคงให้ชิวอู๋ติดต่อโดยตรง

ส่วนความสัมพันธ์ของมดงานกับหรูหลิวชู่ ยังคงผ่านเสิ่นหนิงกับชิวอู๋ ชิวอู๋กับหน่วยอื่นของหรูหลิวชู่มีการประสานกัน ข้อมูลทั้งหมดที่มดงานได้มาต้องรายงานแก่เสิ่นอวี๋หง ให้เสิ่นอวี๋หงดูแลองค์กรรวม เนื่องจากเสิ่นอวี๋อี้ไปซีเอี้ยน    เสิ่นอวี๋หงปีหน้าต้องเข้าร่วมสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ ดังนั้นเสิ่นหวาซั่นจึงให้เสิ่นหนิงช่วยเสิ่นอวี๋หงร่วมกันจัดการเรื่องของหรูหลิวชู่

ให้เด็กสาวอายุสิบสามจัดการหรูหลิวชู่? มันจะไม่ไร้สาระเกินไปหรอกหรือ? สำหรับจุดนี้ เสิ่นหวาซั่นได้ไตร่ตรองอย่างดีแล้ว ความเข้าใจและการวางหมากของเสิ่นหนิงนั้นเหนือกว่าเสิ่นอวี๋หงแน่นอน สำหรับตระกูลเสิ่นแล้ว เรื่องนี้มีประโยชน์อย่างมาก แต่ผู้หญิงก็ยังคงเป็นผู้หญิง ความรุ่งเรืองและความก้าวหน้าของตระกูลยังต้องเป็นเรื่องของผู้ชาย  แต่เสิ่นหวาซั่นไม่อยากให้ความเฉลียวฉลาดของเสิ่นหนิงสูญหายไปเฉยๆ เมื่อผลประโยชน์ของตระกูลกับความฉลาดของเสิ่นหนิงรวมด้วยกันแล้ว ก็คือการช่วยเหลืองานหรูหลิวชู่แล้ว

การวัดคนด้วยความสามารถ ให้คนในตระกูลได้ใช้ความสามารถตัวเองให้เต็มที่ ก่อทรายเป็นเจดีย์   ตระกูลจึงจะเจริญรุ่งเรืองต่อไป นี่คือหน้าที่ของเสิ่นหวาซั่นในฐานะหัวหน้าตระกูล ตั้งแต่เขารู้เรื่องที่เสิ่นหนิงก่อตั้งมดงาน เขาก็ครุ่นคิดว่า เพราะเหตุใดนางจึงทำเช่นนี้? เพระเหตุใดนางจึงปกปิดพวกเขา? และเพราะอะไรนางจึงสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ ?

ท้ายสุดเสิ่นหวาซั่นเห็นว่าความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องของเสิ่นหนิง ก็คือการที่นางสามารถล่วงรู้จิตใจคน จับจุดความคิดของคนแต่ละคน รู้ถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละคน วางตัวพวกเขาในที่ที่เหมาะสม แม้ไม่มีพ่อแม่หรือตระกูลช่วยเหลือ นางก็สามารถทำสำเร็จได้อย่างมากมาย ดังนั้น เสิ่นหนิงจึงใช้การกระทำพิสูจน์ความคิดของเสิ่นหวาซั่นอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือเรื่อง “คน” นี่สิจึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หรือพูดอีกว่าคนที่มีความสามารถ จึงจะสำคัญที่สุด ไม่ว่าหญิงหรือชาย

จากนั้นมา หัวหน้าตระกูลอย่างเสิ่นหวาซั่นได้ตัดสินใจครั้งสำคัญคือ ไม่เพียงแค่เสิ่นหนิง คนในตระกูลที่มีฝีมือต่อให้เป็นผู้หญิง เขาก็จะทำเหมือนกัน

การเปิดกว้าง นี่อาจจะเป็นความแตกต่างกับหัวหน้าตระกูลอื่นของเสิ่นหวาซั่น  เป็นเพราะจุดนี้  ลูกหลานตระกูลเสิ่นจึงล้วนแล้วแต่ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ตระกูลเสิ่นจึงไปได้ไกลกว่าทุกตระกูลมาก

แต่กระนั้นมดงานรวมกับหรูหลิวชู่ไม่ได้ทำให้เสิ่นหนิงสบายขึ้น เพราะนางยังต้องช่วยเสิ่นอวี๋หงจัดการเรื่องหรูหลิวชู่ แต่นางไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนในหรูหลิวชู่ เพียงแต่เมื่อหรูหลิวชู่มีข่าวสาร นางจึงจะวิเคราะห์หารือกับเสิ่นอวี๋หง    ทำให้ความสัมพันธ์สองพี่น้องที่ดีอยู่แล้วยิ่งสนิทสนมมากขึ้นไปอีก

หลังออกจากห้องหนังสือของเสิ่นหวาซั่น  เสิ่นหนิงแสร้งทำเป็นดึงแขนเสื้อเสิ่นอวี๋หงไว้แล้วกล่าวว่า ตนเองไม่ได้ตั้งใจโกหก แค่ไม่รู้จะออกปากอย่างไร ด้วยกลัวจะโดนตำหนิ ก็เลยไม่กล้าพูด ตอนท้ายยังบอกว่า “พี่ชายโกรธจริงด้วย  ข้ากะแล้วไม่มีผิด!” เสียงสั่นเครือทำท่าจะร้องไห้

ฝ่ายเสิ่นอวี๋หงเมื่อถูกมารยาเสิ่นหนิงเล่นงานเข้าแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก ความจริงเขาเองก็รู้ว่า ความฉลาดเฉลียวของน้องสาวย่อมมีผลดีต่อหรูหลิวชู่ ก็เลยขยี้หัวนาง บอกทีหลังมีอะไรห้ามโกหกเขา มีเรื่องอะไรก็รับด้วยกันเป็นต้น

ถึงแม้เสิ่นอวี๋หงไม่รู้ว่าเพระอะไรนางจึงทำเรื่องเช่นนี้ แต่รู้สึกได้ถึงความเกรงกลัวภัยและความหวาดหวั่นในตัวนาง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้นางไม่สามารถอยู่อย่างสบายใจในห้องในเรือนเหมือนเด็กสาวคนอื่นที่สรวลเสเฮฮากัน    ในจุดนี้ เขาจึงรู้สึกออกจะเห็นใจน้องสาวคนนี้อยู่มาก

มดงานกับหรูหลิวชู่สองรวมเป็นหนึ่ง คนที่ดีใจยังมีชิวอู๋ ในที่สุดเขาก็สามารถติดต่อสื่อสารกับคนของเสิ่นอวี๋หงได้อย่างเปิดเผยเต็มภาคภูมิ! จริงๆแล้ว เขาเต็มใจทำงานให้เสิ่นหนิง หนึ่งปีกว่ามานี้ ความสามารถของเขาได้รับการฝึกฝนหลายด้าน  เนื่องจากความต้องการของเสิ่นหนิงสูงมาก ทุกๆ คำสั่ง ระดับความยากมากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทำได้!

 เช่นเรื่องเร่งเดินทางพันลี้ช่วยอิงหนานถู ซ้ำยังต้องเป็นวิทยายุทธ ต้องรู้แผนที่ ไม่ง่ายเลยจริงๆ! ที่ยากยิ่งกว่าคือ    หลายเรื่องต้องปิดเสิ่นเจ๋อจิ้ง เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจ ดีที่เวลานี้มีทางสว่างให้เดิน เสิ่นเจ๋อจิ้งก็ไม่ได้ตำหนิเขา กลับชื่นชมผลงานและความสามารถของเขา ให้กำลังใจเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตั้งใจทำงานต่อไป

เมื่อเป็นดังนี้  ชิวอู๋ก็เริ่มทำงานเป็นผู้รับผิดชอบหน่วยมดงานของหรูหลิวชู่ ทยอยส่งข่าวมดงานให้เสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นหนิง และได้เรียนรู้จากเสิ่นชู่ซั่นกับเสิ่นฉีอีกมาก

ชิวเฟิงเห็นลูกชายชิวอู๋ตั้งแต่ย้ายไปเป็นผู้รับใช้เสิ่นเจ๋อจิ้งแล้ว การทำงานก็เริ่มไว้ใจได้ รู้สึกชื่นใจยิ่งนัก  จึงเริ่มมองหาภรรยาให้ชิวอู๋ ลูกชายถึงเวลาต้องมีครอบครัวแล้ว หาไปหามา นางถูกใจชุนซือสาวใช้อาวุโสข้างกายเสิ่นหนิง ชุนซือทำงานหนักแน่น เป็นคนยุติธรรม อายุก็เหมาะสมกับลูกชาย ชิวเฟิงนั่งคิดอยู่ว่าจะต้องจัดการเรื่องให้สำเร็จได้อย่างไร  ดังนั้นขณะที่เสิ่นหนิงกำลังหนักใจเรื่องหาคู่ให้สี่สาวใช้อาวุโส กามเทพก็กำลังจะแอบแผลงศรแล้ว...

เรื่องของมดงานกับหรูหลิวชู่นั้นแน่นอนว่าไม่ได้บอกพวกเสิ่นอวี๋ซื่อ พวกนางกำลังตื่นเต้นในการเตรียมงานปีใหม่กัน เสิ่นชิ่งเต๋อยิ่งซนยิ่งไม่อยู่สุข เสิ่นอวี๋เฉิงก็เริ่มออกเสียงได้แล้ว เหอหมิงเชียนครึกครื้นกันมาก พอใกล้ปีใหม่ เสิ่นอวี๋ซื่อก็จะยกเลิกการน้อมทักทายของพวกอนุภรรยา ด้วยเพราะงานมีมากอยู่แล้ว ไม่มีเวลาไปลับฝีปากกับพวกนาง

 พอปีใหม่ เสิ่นหวาซั่นก็ไปถนนสื่อฟู่พบหน้าเยี่ยเจิ้งฉุน สองคนเป็นเพื่อนเก่าแก่ เจอหน้ากันแล้ว ก็คุยกันถึงเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองและวงการราชสำนัก ทั้งคู่ต่างรู้สึกว่าเหตุการณ์ต่างๆ เริ่มไม่โปร่งใส องค์ชายทั้งสามต่างมีที่พึ่งพา   แม้แต่องค์ชายสามที่เดิมทีโง่เขลาเป็นที่สุด ก็ดูจะเปลี่ยนแปลงไป จากที่ระยะนี้เป็นที่ชื่นชอบของฮ่องเต้ก็พอจะรู้ ในเมืองหลวงนี้ดูอะไรได้ไม่ชัดเลย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น