email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

งานเลี้ยงบริษัท

ชื่อตอน : งานเลี้ยงบริษัท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
งานเลี้ยงบริษัท
แบบอักษร

และวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง งานเลี้ยงบริษัทที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีเพราะเจ้าของบริษัทตัวจริงจะมาร่วมงานด้วย ทุกอย่างทุกเพอร์เฟค พิรุณรักและหทัยรัตน์ก็มีส่วนร่วมในการช่วยพี่ๆ เรื่องการเตรียมงาน นิดหน่อย

**“กลับไปแต่งตัวได้แล้ว เสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว มาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”

“ค่ะ”

พิรุณรักและหทัยรัตน์กลับมาที่คอนโด โดยใช้คอนโดของพิรุณรักในการแต่งตัว

“ปลาย แกจะอาบน้ำก่อนหรือให้ฉันอาบก่อน”

“ฉันอาบก่อนดีกว่า” ทั้งสองคนเปลี่ยนกันอาบน้ำแล้วก็ออกมาแต่งตัว

“ชุดแกเซ็กซี่มากเลยอ่ะ”

“ของแกก็สวยใช่ย่อย เจ้าหญิง”

พิรุณรักเลือกชุดแมวเซ็กซี่ส่วนหทัยรัตน์เลือกชุดซินเดอเรลล่า หทัยรัตน์เลือกชุดนี้เป็นเพราะเธอเองก็เคยมีความฝันตั้งแต่เด็ก อยากเป็นซินเดอเรลล่าสักครั้ง เพราะในชีวิตจริงเป็นไม่ได้ ส่วนพิรุณรักแค่ไม่รู้จะเลือกชุดอะไร เธอเสิร์ชกูเกิลหา เลือกอยู่นานก็ได้ชุดนี้มา

“ก็ฉันอยากเป็นเจ้าหญิงนิ”

“จ้าเจ้าหญิงหทัยรัตน์”

“แกมันนางแมวยั่วสวาท ฮ่าๆ” สองสาวคุยหยอกล้อกันแล้วก็รีบแต่งตัว

“เสร็จยังแก”

“เสร็จแล้วๆ”

“ไปกัน”

พิรุณรักไม่ได้แต่งอะไรมากเพราะเธอมีหน้ากากแมวสวมไว้ แค่เน้นปากให้แดงแค่นี้ความเซ็กซี่ก็บังเกิด ส่วนหทัยรัตน์ทำผมคือดัดเป็นรอนๆ ให้ฟูฟองแล้วถักเปียหลวมๆ แต่งหน้าจัดเต็ม ตามแบบฉบับเจ้าหญิง

ทั้งสองคนมาถึงงานก็รีบเดินไปที่โต๊ะที่ทางบริษัทได้จัดไว้ให้เป็นแผนก

“ว้าว นั่นน้องปลายใช่ไหม เซ็กซี่มาก นางแมวยั่วสวาท” พอเดินมาถึงผู้ชายในโต๊ะก็เอ่ยแซ็ว จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มาร์คหนุ่มอารมณ์ดีประจำแผนก

“พวกพี่ๆ ก็สวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ”

“เราสิสุดยอด”

“เชิญนั่งครับเจ้าหญิง”

ทั้งโต๊ะเอ่ยแซ็วสองสาวกันยกใหญ่ และตอนนี้ก็ถึงเวลาเปิดงาน

พิธีก่อนขึ้นไปบนเวที

“มาแล้ว นั่นไงพวกเธอท่านมาแล้ว” พนักงานทั้งหมดจ้องไปที่หน้าเวที

“ท่านชื่ออะไรเหรอคะ” พิรุณรักถามขึ้นเมื่อมองเห็นคนที่เป็นเจ้าของบริษัทไกลๆ ทำไมเธอรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ

“อ้าว เรายังไม่รู้จักเหรอ” ต้นหลิวถามขึ้น พิรุณรักส่ายหน้า

“ท่านชื่อ แกริค ซีคีเลียโน ท่านนี่แหละที่เป็นคนมาเทคโอเวอร์บริษัทนี้เมื่อสองปีก่อน” ชื่อที่ได้ยินทำให้พิรุณรักตัวแข็งทื่อ มือเย็นเฉียบ มองร่างสูงอยู่บนเวทีด้วยหัวใจที่เต้นแรง

ตัวเป็นๆ ที่ไม่ได้เห็นมาเป็นปีๆ ทำให้สมองเธอตีรวนไปหมด มีทั้งความตื่นเต้นและความประหม่าอยู่เต็มไปหมด หทัยรัตน์ที่สังเกตเห็นอาการของเพื่อนก็สะกิด

“เป็นอะไรไหมแก” ทำให้พิรุณรักได้สติ

“อะไรนะหวาน”

“แกเป็นอะไรรึเปล่า”

“เปล่า แต่หวานแกรู้รึเปล่าว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัทนี้” พิรุณรักหันไปถามเพื่อนเมื่อคิดอะไรออก

“คือ”

“แกรู้ แกรู้ใช่ไหม” เธอถามเพื่อนเสียงเข้ม หทัยรัตน์พยักหน้าเบาๆ กลัวก็กลัวว่าเพื่อนจะโกรธ

“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”

“ถ้าบอกแกจะมาสมัครเหรอ” มันก็ใช่ ถ้าเธอรู้เธอไม่มีทางมาสมัครเด็ดขาด ตอนนี้มันคงไม่ทันแล้วล่ะ เธอเป็นพนักงานของผู้ชายคนนั้น คนที่เธอมอบครั้งแรกให้ คนที่เธอเคยเป็นนางบำเรอให้เขาเมื่อปีก่อน

“ปลายอย่าบอกนะว่าแกยังไม่เลิกชอบเขา” หทัยรัตน์ถามอย่างจับผิดเพื่อน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเพื่อนไม่มีทางลืมผู้ชายคนนี้ได้

“ฉันเลิกชอบเขาแล้ว เขากับฉันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน”

“จริงเหรอ”

“แกจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา แกก็รู้เหตุผล ฉันต่ำต้อยขนาดนี้อย่าเอาไปพูดให้เขาเสียหายเลย” เรื่องของเธอกับแกริคมันเป็นเพียงความคิดของเด็กสาวคนหนึ่ง

“จ้า ดูโน้นเขายังหล่อเหมือนเดิม” หทัยรัตน์เลิกเซ้าซี้เพื่อน เพราะสิ่งที่เพื่อนพูดคือความจริง คือเราต่ำต้อยกว่าผู้ชายคนนั้นมาก แต่อนาคตเธอไม่รู้หรอกนะ

เพราะเธอก็ทำได้เพียงเท่านี้

เมื่อแสงสว่างจ้าส่องไปกลางเวที เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหล่าของหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาลี สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องจัดเลี้ยง เสียงกรี๊ดของพนักงานสาวๆ ดังขึ้นเมื่อได้เห็นความหล่อของเจ้าของบริษัทตัวจริง เขาไม่ได้ใส่ชุดแฟนตาซี่เหมือนพนักงาน ประธานบริษัทอยู่ในชุดสูทเรียบหรูสง่างาม

“หล่อ หล่อมาก ท่านหล่อมากพี่ต้นหลิว” มุตาสะกิดรุ่นพี่สาว

“เห็นแล้ว”

“ฉันได้ยินว่าท่านยังโสด”

คำว่าโสดสะดุดหูพิรุณรักเป็นอย่างยิ่ง แต่เธอก็รู้อยู่แล้วว่าเขายังโสดเพราะติดตามข่าวของเขาตลอด

ผู้ชายคนนี้คงไม่มีหัวใจไว้รักใคร

“โสดแล้วยังไง แกจะไปจีบท่านรึไง”

“บ้า ใครจะไปกล้า ฉันแค่อยากเป็นติ่งท่าน” มุตาสาวที่บ้าดาราเกาหลีอยากกลายมาเป็นติ่งฝรั่งบ้าง

“ยัยนี่ ท่านไม่ใช่ดาราเกาหลีของแกนะ”

“เหมือนหันแหละน่าเพราะท่านหล่อ”

“ฟัง ทานจะพูดแล้ว”

ทุกอย่างเงียบลงเมื่อคนที่อยู่บนเวทีเริ่มพูด ภาษาไทยชัดแจ๋วของเขาทำให้ทุกคนแปลกใจและรู้สึกถึงความสามารถของประธานบริษัทของตนมากยิ่งขึ้น

การกล่าวเปิดงานเป็นไปอย่างสั้นๆ และรวบรัด ถัดมาก็เป็นหน้าที่ของพิธีกร ซึ่งงานในวันนี้มีรางวัลสำหรับพนักงานมากมาย แต่สำหรับพนักงานที่เข้าใหม่ทำงานได้ไม่ถึงสามเดือนหรือพูดง่ายๆ คือยังไม่ผ่านโปรจะไม่มีสิทธิ์ได้รางวัล

“งานน่าสนุกดีนะครับ” แซคกระซิบพูดกับผู้เป็นนาย ตอนนี้ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ ซึ่งแกริคนั่งหันหน้าเข้าไปในงาน

“อืม” ชุดแฟนตาซีหลากหลายทำให้งานดูน่าค้นหา มองดูชุดแต่ล่ะคนที่ใส่ได้ไม่เบื่อตา แต่สำหรับแกริค เขาไม่สนใจเรื่องพวกนั้น สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่จุดจุดหนึ่งไม่วางตา ตั้งแต่เข้ามาในงาน

“ท่านสนใจนางแมวเหรอครับ” แซคที่จับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้เป็นนายตลอด ก็อดสงสัยไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเจ้านายจับจ้องอยู่นางแมวนางหนึ่ง

“แค่มอง” แกริคตอบเสียงเรียบ เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่จำเป็นต้องให้คนสนิทรู้ทุกเรื่อง

“อ่อ เซ็กซี่ดีนะครับแต่ไม่รู้ว่าจะสวยแค่ไหน” แซคจ้องมองนางแมวสุดเซ็กซี่ แต่น่าเสียดายที่ไม่เห็นหน้าเพราะเธอใส่หน้ากากเอาไว้

“น่าจะเป็นพนักงานเข้าใหม่แผนกไอที” อาเธอร์เอ่ยเข้าร่วมในบทสนทนา

“อ่อ” แซคพยักหน้ารับรู้

“ฉันไม่ได้อยากรู้” แต่แกริคกลับพูดเสียงเย็น

“ครับ”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม นายอยากย้ายกลับไปที่สาขาใหญ่รึเปล่า ฉันจะให้แซคมาทำแทน” แกริคเอ่ยถาม ทำให้ลูกน้องคนสนิทหน้าซีดลงทันตาเห็น

“โถ่นายครับ” แล้วโอดครวญออกมา เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดรึเปล่า ทำไมเจ้านายต้องมาลงที่เขาด้วย

“เหอะ ผมชอบที่นี่ครับ” อาเธอร์หัวเราะเบาๆ ให้กับแซค แซคเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนของตน

“ดื่มอะไรดีครับ”

“เอาไวน์แล้วกัน” หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้บริหาร แกริคใช้เวลาอยู่ในงานนานพอสมควรทั้งที่ไม่เคยอยู่งานไหนนาน

ทางด้านของสองสาวที่เป็นพนักงานใหม่ก็โดนรับน้องเสียยกใหญ่

“ไม่ไหวแล้วค่ะ” หทัยรัตน์ยกมือขึ้นยอมแพ้พวกพี่ๆ ถึงเธอจะดื่มเหล้าเป็นแต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

“ปลายก็ไม่ไหวแล้วค่ะ” หญิงสาวอีกคนก็ยกมือยอมแพ้เหมือนกัน เธอเริ่มเวียนหัวแล้ว

“พวกแกก็ไปแกล้งน้อง” ทัศนัยหัวหน้าแผนกเอ่ยขึ้น

“ฮ่าๆ รับน้องไงครับ” มาร์คตัวตั้งตัวตีเอ่ยขึ้น

คนเป็นหัวหน้าได้แต่ส่ายหัวให้กับลูกน้อง ทุกคนดูสนุกสนานเฮฮาเข้ากันได้เขาก็ดีใจ

จนเวลาล่วงเลยมาเกือบห้าทุ่ม

“ปลายคุณกรโทรมาบอกว่าจะมารับนะ ฉันจะไปส่งแกด้วย” ปลายฝนที่รู้สึกเบลอๆ พยักหน้าตอบรับเพื่อน ตอนนี้เธอต้องดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะไม่ไหวแล้ว”

“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม”

“ไม่ต้อง”

ความจริงเธอไม่อยากจะเข้าห้องน้ำสักนิดแต่มันทนไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าได้เข้าครั้งแรกครั้งต่อไปก็จะตามมาติดๆ นี่แหละเขาเรียกว่าอาการของคนเริ่มเมา

ร่างบางค่อยๆ เดินตามทางเพื่อไปเข้าห้องน้ำ สะบัดหัวเบาๆ เมื่อภาพข้างหน้าเบลอๆ พอเข้ามาในห้องน้ำได้เธอก็นั่งจมอยู่ตรงนั้นนานพอสมควร ถอดหน้ากากออกล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น ดีนะเครื่องสำอางที่ใช้กัดน้ำเลยไม่หลุด เช็ดหน้าให้แห้งแล้วก็สวมหน้ากากไว้เหมือนเดิม

ทำให้สร่างขึ้นมาหน่อย แต่ความเซ่อซ่าของเธอก็ทำให้ชนเข้ากับใครเข้าจนได้

“โอ๊ย ขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบเอ่ยขอโทษเพราะมันเป็นความผิดของเธอที่เดินไม่ดูทาง

“เจ็บไหม” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ชิดทำให้ร่างบางแข็งทื่อ ถึงเธอจะไม่ได้ยินนานแล้วแต่เธอก็จำได้ดี อาการมึนก่อนหน้านี้เกือบหายเป็นปลิดทิ้ง

“ไม่เจ็บค่ะ ขอโทษนะคะท่านประธาน” พิรุณรักไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมอง แต่เธอก็รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือท่านประธานใหญ่ และหวังว่าเขาคงจะจำเธอไม่ได้ เพราะถ้าเขาจำเธอได้ เธอกลัวว่าเธอจะไม่ได้ทำงานที่บริษัทนี่อีก

ความเป็นไปได้แทบจะไม่มีเลยว่าเขาจะจำเธอได้ เพราะผู้ชายแบบเขาคงไม่จดจำผู้หญิงแบบเธออยู่แล้ว แต่ความประหม่าก็ทำให้เธอไม่กล้ามองหน้าเขา

“ยังไม่มองหน้าผม รู้ด้วยเหรอว่าผมเป็นใคร” คนที่สังเกตเธอตั้งแต่ต้นถามขึ้น ร่างบางใส่ชุดรัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งเห็นชัด มันทำให้แกริคขมวดคิ้วมองอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก

“เอ่อ คือ คนที่ใส่สูทวันนี้มีแค่ท่านประธานคนเดียวค่ะ” พิรุณรักอึกอักหาทางออกให้ตัวเอง

“ลูกน้องผมก็ใส่สูทนะ” หญิงสาวเม้มปากเข้าหากัน ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาต่อล้อต่อเถียงกับเธอทำไม

“ค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ ดิฉันขอกลับเข้าไปในงานก่อน” เธอเอ่ยจบปัญหารีบแล้วขอตัว

แกริคมองตามคนตัวเล็กจนสุดตา เมื่อลับร่างบางเขาก็เดินเข้าห้องน้ำและโทรศัพท์

“เอาให้เมา”

พูดแค่นั้นเขาก็ว่างสายและกลับเข้าไปในงาน**

ความคิดเห็น