หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 89 ลาปีเก่าเข้าปีใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 89 ลาปีเก่าเข้าปีใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 156

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 89 ลาปีเก่าเข้าปีใหม่
แบบอักษร

 

วันรุ่งขึ้น เสิ่นหวาซั่นไปราชสำนักแต่เช้าเพื่อรายงานความคืบหน้าการจัดการน้ำ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

เสิ่นหวาซั่นไม่ได้ปิดบังความชอบของสวีโหย่วเจินในการจัดการน้ำที่ไถเฉียน ทั้งยังชื่นชมความสามารถและความคิดริเริ่มในการจัดการน้ำของเขาอย่างมากต่อเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ น้ำเสียงทั้งซาบซึ้งทั้งประทับใจ

“กราบทูลฝ่าบาท ขณะนี้การจัดการน้ำได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนการขุดคลองสาขาแล้ว หากทุกอย่างเรียบร้อย ปีหน้าเดือนเจ็ดงานจัดการน้ำก็จะแล้วเสร็จ! การขนส่งก็จะเป็นปกติ ด้วยเพราะพระบารมีจากฝ่าบาทยิ่งแล้ว! ” เสิ่นหวาซั่นพูดเช่นนี้ ลำบากก็ต้องบอก ความชอบก็ต้องเอา แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ ต้องอาศัยบารมีฮ่องเต้! ในจุดนี้ ความคิดของเสิ่นหวาซั่นกับเยี่ยเจิ้งฉุนไปในทางเดียวกัน

ฮ่องเต้ได้ยินแล้วย่อมดีพระทัยอย่างยิ่ง พระราชทานรางวัลแก่เสิ่นหวาซั่นมากมาย

ต่อมาอีกสองวัน เสิ่นหวาซั่นอยู่แต่ในที่ทำงานกระทรวงโยธาเพื่อสะสางงานที่เกี่ยวข้อง เขาออกไปถึงห้าเดือนกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะสั่งงานขุนนางกระทรวงโยธาตามกำหนดเวลาแน่นอน แต่ก็ยังมีงานอีกไม่น้อยที่รอให้เขาตัดสินใจ ทั้งยังต้องเตรียมงานปีหน้าที่สำคัญ แม้แต่สหายรักอย่างเยี่ยเจิ้งฉุนก็ยังไม่มีเวลาไปเยี่ยมเยียน คงต้องรอปีหน้าเสียแล้ว

คืนวันที่ยี่สิบแปด เสิ่นหนิงยังคงปรนนิบัติอยู่ที่ห้องหนังสือของเสิ่นเจ๋อจิ้ง พ่อลูกสองคนคุยเรื่องสัพเพเหระและเรื่องการกำหนดขั้น เรื่องการกำหนดขั้นของขุนนางนั้นได้ส่งไปยังสำนักมุขมนตรีฝ่ายตรวจสอบแล้ว เสิ่นเจ๋อจิ้งจึงมีเวลาว่าง เรื่องของขวัญปีใหม่ก็จัดการแล้ว เสิ่นหนิงก็ว่างมากเช่นกัน ครั้นเห็นว่าบิดาว่างสบาย จึงถามไปว่า “ท่านพ่อ พี่รองพักนี้ยุ่งเรื่องอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ไม่ได้เห็นหน้าทั้งวัน”

เสิ่นอวี๋หงกำลังเร่งจัดการเรื่องหรูหลิวชู่ ตั้งแต่เรื่องผู้ว่าเมืองหลวง เสิ่นอวี๋หงก็รู้สึกมีภัยเสมือนดั่งมีภูเขาทับอก การที่เสิ่นชู่ซั่นกับเสิ่นฉีได้เข้าร่วมทำให้งานหกกลุ่มใหญ่ของหรูหลิวชู่เริ่มขยายออกไป พักนี้เขากำลังใช้เรื่องฉินหลิ่งมาให้หรูหลิวชู่ซ้อมมือ การสืบหาเรื่องภายในบ้าน เริ่มได้ผลลัพธ์ไม่น้อย

เสิ่นหนิงไม่รอช้า เอาสมุดเล่มหนึ่งให้เสิ่นเจ๋อจิ้งดู บอกให้บิดาพิจารณาดู แล้วรอดูปฏิกิริยาของเสิ่นเจ๋อจิ้ง เสิ่นเจ๋อจิ้งนึกว่ายังคงเหมือนคราวที่แล้วที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวฝ่ายหญิงของขุนนางต่างๆ จึงสนใจอยู่บ้าง หยิบมาพลิกดู ตั้งใจดูว่าคราวนี้บุตรสาวจะเพิ่มเติมอะไรใหม่เข้าไป

แต่ที่ในสมุดบันทึกไว้ไม่ใช่เรื่องราวครอบครัวในเมืองหลวง กลับเป็นชื่อคนเรียงกันอยู่สิบกว่าชื่อ ข้างหลังชื่อมีรายละเอียดเช่น ชำนาญด้านไหน เวลานี้อยู่บ้านไหน เคยทำอะไร เสิ่นเจ๋อจิ้งเห็นชื่อคนหนึ่งข้างหลังเขียนว่า มดงาน ผู้ว่าเมืองหลวง เด็กรับใช้ทั่วไป พ่อบ้านหลัวแห่งจวนผู้ว่าเมืองหลวงเป็นผู้ส่งข่าวที่ว่าผู้ว่าขาดเงินสามแสนตำลึง... ยังมีหลังชื่ออีกคนเขียนว่ามดงาน ขอทานถนนเสียงเหอ ปล่อยข่าวลอบสังหารวังฉือหนิง...

เสิ่นเจ๋อจิ้งหน้าเปลี่ยนสี นี่คืออะไรเขาย่อมรู้แน่นอน! หรูหลิวชู่ก็ทำเรื่องเช่นนี้ ที่ทำให้เขาตื่นตกใจมากยิ่งขึ้นคือ เรื่องราวที่เกิดในเมืองหลวงไม่น้อยล้วนมีร่องรอยของคนพวกนี้ การผลักดันความคืบหน้า มีไม่น้อยที่เป็นการวางแผนของคนเหล่านี้ เทียบกับหรูหลิวชู่แล้ว คนเหล่านี้เหมือนเดินอยู่ข้างหน้าเสียอีก

“หนิงเอ๋อร์ นี่มันอะไรกัน” หลังจากตกใจแล้วสีหน้าเสิ่นเจ๋อจิ้งพลันเคร่งขรึมลง ไม่แสดงอาการโกรธหรือดีใจ ชี้สมุดเล่มนี้พลางถามเสิ่นหนิง

“พวกมดงานเจ้าค่ะ ข้าคิดขึ้นมาเอง ตั้งแต่ปีที่แล้วที่เข้ามาเมืองหลวงก็คิดว่าต้องรวบรวมข้อมูลให้มากขึ้น ก็เลย...ก็เลย...” เสิ่นหนิงเล่าเรื่องส่วนใหญ่ออกมา นอกจากเรื่องที่ตัวเองเกิดใหม่ แม้แต่เรื่องที่ชิวอู๋ก็เป็นมดงานล้วนบอกหมดสิ้น เนื่องจากความสัมพันธ์ของชิวเกอกับชิวอู๋ ในเมื่อบอกเรื่องมดงานแล้วก็ไม่ต้องปิดบังอะไรอีก

“เพื่ออะไร” เสิ่นเจ๋อจิ้งไม่ได้โกรธที่บุตรสาวตนเองวางคนอยู่ข้างตัวเขา แต่รู้สึกแปลกประหลาด นี่คือบุตรสาวจริงหรือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเหตุไฉนถึงอยากสืบเรื่องราชสำนัก จะทำไปทำไมกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือ ดูจากการวางตัวคน ทั้งเป็นจุดสำคัญทั้งไม่ถูกสงสัย ฝีมือขนาดนี้นางไปหัดมาจากที่ไหน

“ตั้งแต่กลับมาเมืองหลวง ลูกก็รู้สึกว่าเมื่อก่อนอยู่ในห้องในเรือน รับแต่ความสุขที่มาจากท่านพ่อและท่านปู่ ช่างน่าละอายใจ ไม่รู้ทำไมก็เกิดสนใจเรื่องพวกนี้ขึ้นมา จึงอยากหาคนมาสืบหาข้อมูล ดูว่าจะมีอะไรช่วยเหลือท่านพ่อได้...” เสิ่นหนิงพูดเช่นนี้

การพูดเช่นนี้มีช่องโหว่มากมาย อธิบายไม่ได้เลยว่าทำไมนางจึงทำเรื่องเช่นนี้ได้ แล้วเหตุใดจึงต้องปิดบังพ่อแม่ตัวเอง พูดอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น ดีที่เสิ่นเจ๋อจิ้งยังอยู่ในอารามตกใจ จึงไม่ได้ถามหาให้ละเอียด ถูๆ ไถๆ ก็ผ่านไปได้

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นหนิงเดินเข้าห้องหนังสือของเสิ่นหวาซั่น เสิ่นหวาซั่นเรียกหานางเนื่องจากเรื่องมดงาน นางรู้อยู่แล้ว ชาติก่อนนางอยู่ด้วยกันกับปู่มาก ยามนี้เมื่อมาถึงห้องหนังสือเสิ่นหวาซั่น ราวกับกลับไปชาติก่อนตอนที่ท่านปู่พร่ำสอนนาง ดังนั้นแม้เป็นการสนทนากันครั้งแรกในห้องหนังสือ สิ่งที่นางสัมผัสได้คือความใกล้ชิด มิใช่ความตื่นเต้น

“ไหนลองเล่าเรื่องทั้งหมดมาซิ” เสิ่นหวาซั่นจ้องมองหลานสาวคนนี้ อยากฟังความคิดนางเกี่ยวกับมดงาน เขาอยากรู้นัก มดงานมีไม่มาก แต่คนเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกคน การจัดวางก็แนบเนียน ต่อหน้าเสิ่นหวาซั่นที่มีพรสวรรค์หาตัวจับยาก การจัดการเรื่องผู้ว่าเมืองหลวงของเสิ่นหนิงไม่ได้ทำให้เขาตกใจเหมือนอย่างเสิ่นเจ๋อจิ้ง ในฐานะหัวหน้าตระกูลเสิ่นเขารู้ดีว่า พรสวรรค์คือสิ่งที่ตระกูลเสิ่นไม่เคยขาด

การปรากฏตัวของคนอย่างเสิ่นหนิง เสิ่นหวาซั่นคิดว่านั่นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ พรสวรรค์คือสิ่งที่ตระกูลเสิ่นไม่เคยขาด แต่เสิ่นหนิงอายุเพียงสิบสามเท่านั้น เด็กสาวอายุสิบสามธรรมดาทั่วไปกำลังทำอะไรอยู่หนอ?

ดังนั้นเสิ่นหนิงก็บอกเรื่องที่ตัวเองเป็นห่วงต่อตระกูลเสิ่นรวมทั้งสถานการณ์เมืองหลวงให้เสิ่นหวาซั่นรู้ เสียงของนางทั้งต่ำและราบเรียบ คำพูดนั้น แม้แต่สถานการณ์แผ่นดินหรือความคิดฮ่องเต้ก็ยังพูดได้ชัดเจน ความเข้าใจอย่างเอกอุด้วยสายตาที่ร้ายกาจ ทำให้เสิ่นหวาซั่นตกใจไม่น้อย!

นี่มันเด็กสาวอายุสิบสามในบ้านในเรือนที่ไหนกัน นี่มันขุนนางเก่าแก่ที่โลดแล่นอยู่ในราชสำนักชัดๆ ! ทั้งการทำงานและการวางแผนไม่มีจุดอ่อนเลยสักนิด คนเช่นนี้เป็นถึงหลานสาวคนโตของเขาเอง!

เสิ่นหวาซั่นรู้สึกเหลือเชื่อ พูดไม่ออกอยู่นาน ความคิดกับการกระทำของหลานสาวคนนี้เป็นรูปแบบเดียวกับเสิ่นฉงซั่นพี่ชายตนไม่มีผิด หรือว่าความคิดของอัจฉริยะทุกคนบนโลกล้วนเป็นเหมือนกันหมดอย่างนั้นหรือ

เสิ่นหวาซั่นไม่มีคำตอบ นึกถึงพี่ชายเสิ่นฉงซั่น แล้วมองเสิ่นหนิงหลานสาวคนโต ก่อนจะตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ถือว่าเป็นการทดลองทิศทางของอนาคตแล้วกัน

ได้ยินเขาบอกเสิ่นหนิงว่า “ทำเช่นนี้แล้วกัน คืนนี้เจ้าไปตามพ่อเจ้ากลับมาห้องหนังสืออีกรอบ” คำพูดนี้ทำให้เสิ่นหนิงดีใจอย่างบอกไม่ถูก เงยหน้ามองเสิ่นหวาซั่นอย่างไม่อยากเชื่อ ระเบียบประชุมในห้องหนังสือนางรู้อยู่ นี่แสดงว่าเสิ่นหวาซั่นยอมรับนางแล้วใช่หรือไม่ ท่านปู่ก็ทำสิ่งที่เกินความคาดหมายนางไปมากจริงๆ เรื่องมดงานไฉนถึงผ่านไปง่ายๆ เช่นนี้ได้ เมื่อก่อนนางจะมัวแต่กลุ้มใจวุ่นวายใจไปทำไมกันหนอ? !

เสิ่นหวาชั่นเห็นสายตาที่ไม่อยากเชื่อของเสิ่นหนิงแล้วหัวเราะ หลานสาวคนนี้ยังเด็กนัก จึงไม่ได้อธิบายอะไร บอกเพียงว่า “ไปเถอะ คืนนี้ค่อยมาใหม่” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น