หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 16 เจ้าแพ้แน่ๆ

ชื่อตอน : บทที่ 16 เจ้าแพ้แน่ๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 เจ้าแพ้แน่ๆ
แบบอักษร

ได้ยินเสียงเยี่ยเจียเหยาร้องเพลงกลับเข้ามา ซย่าฉุนอวี๋ที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงเล็กเอ่ยเนิบๆว่า “หนวกหูจริง”

เยี่ยเจียเหยาหยุดร้อง แอบเอาเงินซ่อนไว้ในตู้อย่างลับๆ ล่อๆ นี่คือเงินส่วนตัวของนาง ต้องซ่อนให้ดี

ซย่าฉุนอวี๋หรี่ตาแอบดู เห็นนางทำท่าราวกับโจร ซ่อนของอะไรอยู่น่ะ

“ไปชงชามาให้ข้าหน่อย”

“ท่านนอนอยู่ไม่ใช่หรือ ยังจะดื่มชาอีก” เยี่ยเจียเหยาบ่นแต่ก็ไปชงชาให้เขา

“ข้าจะดื่มชาหลงจิ่ง”

เยี่ยเจียเหยาเบ้ปาก เรื่องเยอะจริงๆ แต่ว่าใครใช้ให้เขาเป็นนายท่านกันล่ะ เยี่ยเจียเหยาจึงได้แต่ไปต้มน้ำที่ห้องครัว

ทันทีที่นางออกไปซย่าฉุนอวี๋ก็ลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าออก ยื่นมือเข้าไปค้น เจอเศษเงินไม่มาก คาดว่านางจะประมาณห้าตำลึง นี่มันจำนวนที่เสียพนันไปเมื่อคืนนี้ไม่ใช่หรือ นางเอามาจากไหนกัน หรือว่าเอาคืนมาจากพวกซ่งชี

ซย่าฉุนอวี๋คิดถึงเมื่อคืนนางเสียดายเงินจนนอนไม่หลับ เรื่องเช่นนี้นางยังกล้าทำออกมาได้ เล่นไพ่ไม่เป็น และไม่มีความเป็นนักพนันแท้ๆ ซย่าฉุนอวี๋ถอนหายใจเบาๆ ยัดเงินใส่เข้าไปในเสื้อตน ทำท่าเหมือนคนไม่รู้เรื่องราวนอนลงบนเตียงเล็ก

“ฉุนอวี๋ ชามาแล้ว”

ซย่าฉุนอวี๋ลุกขึ้นเอาชาไปที่ห้องหนังสือ

เยี่ยเจียเหยายืนอยู่หลังชั้นวางของมองลอดออกไป เห็นเขาหยิบแผนที่ออกมาวิเคราะห์อีกครั้ง นางเดินกลับไปเปิดตู้เสื้อผ้า เมื่อครู่พอคิดดูแล้วเอาเงินซ่อนไว้ใต้เตียงน่าจะดีกว่า

เอ๊ะ เงินเล่า เยี่ยเจียเหยาคลำไปคลำมากลับไม่เจอเงิน นางจำได้ชัดเจนว่าเก็บเอาไว้ที่นี่ แย่แล้ว ท่าทางจะถูกเขาจับได้ ทำไมเขาถึงได้ขี้ขโมยนักนะ

ทวงคืนดีหรือเปล่า มีเหตุผลอะไรจะไม่เอาคืนกันเล่า ถึงเขาจะช่วยนางจ่ายหนี้ แต่ก็เป็นนางที่คิดหาทางเอาชนะคืนกลับมา ก็นับว่าเป็นของนาง หลังจากจัดการตัดสินใจแน่วแน่ เยี่ยเจียเหยาก็พุ่งไปทวงอย่างเร่งร้อน

“ฉุนอวี๋ ท่านเอาของที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าไปใช่หรือไม่” เยี่ยเจียเหยาพยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นมิตรถาม

ซย่าฉุนอวี๋ถามมองยังไม่มองมา ตอบเสียงเรียบ “ของอะไร”

“เงิน”

“เจ้าเอาเงินมาจากไหน”

“ข้า...ข้าชนะพนัน” เยี่ยเจียเหยาตอบหวั่นๆ

ซย่าฉุนอวี๋เงยหน้ามองมาที่นาง “เจ้าก็ติดข้าอยู่ห้าตำลึงพอดี”

เฮอะ ทำไมถึงได้มีบุรุษคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้

“เงินนั่นเป็นข้าใช้ความฉลาดส่วนตัว ลำบากลำบนชนะเอาคืนมาได้ อย่างน้อยท่านก็ควรแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง” เยี่ยเจียเหยาโมโห

ซย่าฉุนอวี๋หัวเราะ เขายกมุมปากยิ้มเยาะ “อ้อ อาศัยความฉลาดของเจ้าหรือ เช่นนั้นเจ้าบอกสิว่า วิธีอันชาญฉลาดของเจ้าคืออะไร ให้ข้าเรียนรู้บ้าง”

“นั่นก็คือค้อน กรรไกร กระดาษ ท่านอย่าได้เห็นว่าเป็นแค่การเล่นง่ายๆ การเล่นเด็กแบบนี้กลับแฝงไปด้วยภูมิปัญญา พวกเรามาลองเล่นสักตา หากท่านแพ้ท่านก็เอาเงินคืนข้า แต่ถ้าชนะแล้วข้าก็จะคืนเงินท่าน” เยี่ยเจียเหยาคิดอย่างโมโห นี่เป็นการถอยอย่างสุดๆของนางแล้วนะ

“เงินนี่เดิมก็เป็นของข้าอยู่แล้ว ข้าจะพนันกับเจ้าไปทำไม” ซย่าฉุนอวี๋ไม่มองนางแม้แต่น้อย เขาดูแผนที่ต่อ

เยี่ยเจียเหยานั่งลง ตัดพ้อชะตาชีวิต “ตอนอยู่ตระกูลเยี่ย เงินเดือนละสามตำลึงที่ควรได้ก็ถูกแม่เลี้ยงหาเหตุผลต่างๆนานามาหัก  เดี๋ยวก็บอกว่ารายรับไม่พอจ่าย เดี๋ยวก็หาว่าข้าจะใจดีถูกคนใช้หลอกเอาเงินไป หรือไม่ก็บอกตรงๆว่าลืม เดือนหน้าค่อยจ่ายพร้อมกัน แต่ก็ไม่เคยจ่ายคืนเลย ข้าก็ไม่มีหน้าไปทะเลาะกับนางเพราะเงินสองตำลึง พวกน้องสาวได้เสื้อผ้าเครื่องประดับใหม่แต่ก็ไม่มีส่วนของข้า ท่านย่ามอบของมาให้ก็ไม่เคยถึงมือข้า...”

“ตอนอายุสิบเอ็ดขวบข้าป่วยหนัก ท่านพ่อประจำการอยู่ที่เมืองอู้โจว แม่เลี้ยงกลับไม่เชิญหมอมารักษาข้า ในฤดูหนาว ข้าไข้สูงจนสติเลอะเลือน แม่นมข้าเกรงว่าหากร่างกายชื้นเกินไปจะยิ่งทำให้อาการป่วยหนักขึ้น นางได้แต่ออกไปยืนตากอากาศให้ตัวเย็นแข็งแล้วกลับมากอดข้าเพื่อลดไข้ ลำบากลำบนเข้าๆออกๆ ทำอย่างนี้อยู่ทั้งคืน”

“บางทีสวรรค์คงจะเห็นใจพวกเรา พอฟ้าสาง ในที่สุดไข้ของข้าก็ลดลง แต่แม่นมกลับมีอาการป่วยเรื้อรัง พออากาศเปลี่ยนจะปวดทั้งกาย ข้าได้ยินว่าปลอกสวมเข่าที่ทำจากหนังเสือจะช่วยให้อุ่นมาก คิดจะซื้อให้แม่นมสักอัน แต่ต้องใช้เงินมาก เงินเก็บข้ามีไม่พอ ได้แต่ค่อยๆ สะสม  ปีที่แล้วแม่นมเกษียณแล้ว แม่เลี้ยงขับไล่นางเหมือนกับโยนกระถางต้นไม้ทิ้ง ข้าอยากมอบเงินให้นางมากหน่อย เพื่อนางจะใช้ชีวิตบั้นปลายได้สบายแต่ก็ไม่พอ ครั้งนี้แต่งงานมาซานตง คิดว่าวันเวลาเลวร้ายจะผ่านไปแล้ว ใครจะคิดว่ากลับถูกชิงตัวขึ้นเขา ชีวิตนี้ คงมีแต่แม่นมที่ดีกับข้าเท่านั้น...”

น้อยครั้งนักที่เยี่ยเจียเหยาจะพยายามรำลึกถึงความจำของเจ้าของร่าง เพราะความจำเหล่านี้ไม่มีความสุขเลย นางเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ชอบจดจำเรื่องที่เป็นทุกข์ พอได้หวนคิดถึงเรื่องเหล่านั้น ยิ่งเล่ายิ่งเจ็บปวด เดิมคิดว่าจะเก็บเงินไว้หลบหนี แต่พอตอนนี้เล่าไปเล่ามา นางรู้สึกว่าหากอนาคตนางมีกำลังพอ จะต้องตอบแทนแม่นมอย่างดี  

ซย่าฉุนอวี๋นิ่งเงียบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินนางเล่าถึงแม่เลี้ยงน่ารังเกียจนั่น หรือนางจะน่ารันทดเช่นนี้จริงๆ เห็นท่าทางโศกเศร้าของนาง ไม่คล้ายกับกำลังหลอกเขา

เยี่ยเจียเหยาจมอยู่ในห้วงความทรงจำเลวร้าย จิตใจตกต่ำอย่างถึงที่สุด ทันใด นางก็ก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ แม่เลี้ยงดุร้ายมาตลอด ไม่เคยดูแลนางด้วยความเมตตา เหตุใดครั้งนี้ถึงได้เตรียมสินเดิมมากมายให้นาง ไม่เพียงแต่จะเอาของที่ท่านยายมอบให้มาเพิ่มเป็นสินเดิม ยังเอาบ้านส่วนตัวของนางยกให้อีก คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก หรือเพราะต้องการเอาใจตระกูลเว่ย แต่เหตุใดขบวนเจ้าสาวนางถึงได้ถูกปล้น แต่สมบัติกลับไม่เสียหาย เรื่องนี้ต้องมีเล่ห์กลอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่าหนอ

เมื่อคิดได้ถึงเรื่องที่มีพิรุธนี้ เยี่ยเจียเหยาก็ทิ้งเรื่องเงินไปจากสมอง ลุกขึ้นเงียบๆเดินกลับห้องนอน นางนั่งลงบนเตียงเล็กพลางขบคิด หากนางสามารถไปดูที่บ้านตระกูลเว่ยได้ ไม่แน่ว่าอาจจะคลี่คลายความสงสัยนี้ได้

ซย่าฉุนอวี๋เห็นนางจากไปอย่างเงียบๆ เขากลับไม่สบายใจ เขาเอาเงินคืนกลับไม่ใช่เพราะเขาใจแคบขี้งก แต่ไม่พอใจที่ใช้วิธีเช่นนี้หาเงิน หากนางอยากได้เงิน สามารถเอ่ยปากของกับเขาตรงๆ

ซย่าฉุนอวี๋คิดไปคิดมาเก็บแผนที่ลงในหีบ ลงกลอนอย่างหนาแน่น เดินตามนางไป เอาเงินยื่นมาด้านหน้านางกล่าวว่า “เอาเงินคืนให้เจ้า อีกหน่อยหากต้องการใช้เงินให้บอกข้าตรงๆ ไม่ต้องเล่นลวดลายอะไรอีก”

เยี่ยเจียเหยาย่นจมูกในใจ ทำไมถึงกลายเป็นเล่นลวดลายไปได้ ไม่ได้ขโมยไม่ได้แย่งชิง พวกเจ้าเป็นโจรปล้นชิงอยู่บ่อยๆ นี่ควรเรียกว่าอะไร

เยี่ยเจียเหยาทำคอตกเอ่ยอย่างโศกเศร้า “ช่างเถิด ข้าว่า ชาตินี้ข้าคงไม่ได้เจอแม่นมอีกแล้ว เอาเงินพวกนี้ไปทำอะไรกันล่ะ”

ซย่าฉุนอวี๋เห็นท่าทางนางเช่นนี้รู้สึกไม่คุ้นเคย ปลอบว่า “เรื่องในอนาคตคิดใครจะคาดได้ เอาไปเถอะ หากมีโอกาสขึ้นมาเจ้ากลับไม่มีเงิน ก็นับว่าเสียดายแล้ว”

เยี่ยเจียเหยาจงใจทำเป็นลังเลเล็กน้อยก่อนจะเก็บเงิน

ซย่าฉุนอวี๋แค่นเสียงตักเตือนนาง “ไม่อนุญาตให้เล่นค้อน กรรไกร กระดาษกับผู้อื่นอีก”

“อือ” เยี่ยเจียเหยาพยักหน้าอย่างว่าง่าย และถามต่อ “เล่นกับท่านก็ไม่ได้หรือ”

ซย่าฉุนอวี๋เหลือบมองนาง “ข้าไม่ได้ไร้สาระเช่นนั้น”

เยี่ยเจียเหยาย่นจมูก “ท่านกลัวแพ้หรือ”

ซย่าฉุนอวี๋ลอบมองนาง “ข้าจะแพ้หรือไร”

นางคิดว่าเขาทึ่มเหมือนซ่งชีกับเผิงอู่หรืออย่างไร

เยี่ยเจียเหยาหัวเราะ “ข้ารับรองว่าท่านต้องแพ้แน่ๆ”

ความอยากเอาชนะ​ของซย่าฉุนอวี๋ถูกปลุกขึ้นมา “หากข้าชนะเจ้าจะเอาอย่างไร”

เยี่ยเจียเหยาคิด “หากท่านชนะ คืนนี้ข้านวดให้ท่านหนึ่งเค่อ*ดีไหม”

ซย่าฉุนอวี๋เกิดภาพขึ้นในสมอง เขานั่งอ่านหนังสือสบายอยู่บนเตียงเล็ก นางคุกเข่าอยู่ด้านข้าง ใช้มือนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูกของนางนวดขานวดหลังให้เขา ยิ้มแย้มเอาใจเขา อืม ของพนันนับว่าน่าสนใจ

“สองเค่อ” ซย่าฉุนอวี๋ชูนิ้วสองนิ้ว เริ่มต่อรอง

เยี่ยเจียเหยาคิดอยู่เล็กน้อย “ได้ สองเค่อก็สองเค่อ หากท่านแพ้เล่า”

ซย่าฉุนอวี๋กล่าวอย่างใจกว้าง “หากข้าแพ้ ข้าให้เจ้าห้าสิบตำลึง”

เยี่ยเจียเหยาสองตาทอประกายทันที “ตกลง มา พวกเราตัดสินแพ้ชนะแค่รอบเดียว”

เนื้อบนใบหน้าของซย่าฉุนอวี๋ถึงกับกระตุก เห็นเงินแล้วตาโตนี่เป็นนิสัยของนางอย่างนั้นหรือ


ผ่านไปสักพัก มีคนหนึ่งนอนกลิ้งถือเงินสิบตำลึงยิ้มร่าอยู่บนเตียงเล็ก ส่วนอีกคนเดินหน้าบึ้งออกไปจากห้อง

เผิงอู่ติดตามหัวหน้าสามอยู่ด้านหลังอย่างระมัดระวัง

“เผิงอู่”

“ขอรับ”

“เจ้ากับซ่งชีแพ้ให้กับอาซ้อของพวกเจ้าหรือ”

เผิงอู่ตอบตามสัตย์ “ที่ชนะมาเมื่อคืนถูกอาซ้อเอาคืนไปหมดแล้ว”

“พวกเจ้าออกอะไร”

“ค้อน” เผิงอู่รีบตอบ

อืม ซย่าฉุนอวี๋รู้สึกคิดไม่ออก เขาก็ออกค้อน นี่มันเรื่องอะไรกัน บังเอิญรึ หรือนางร่ายมนต์อะไรใส่พวกเขา ไม่เช่นนั้น นางจะมีความมั่นใจว่าจะชนะไม่แพ้ได้อย่างไร เหมือนกับเดาได้ว่าเขาจะออกค้อนอย่างไรอย่างนั้น

เผิงอู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง หรือหัวหน้าสามก็แพ้ให้กับอาซ้อเช่นกัน

“เจ้าสาม เจ้าสาม” หัวหน้ารองเดินเข้ามา

ซย่าฉุนอวี๋เข้าไปรับ “พี่รอง”

“เจ้าสาม ข้ากำลังจะไปหาเจ้าอยู่ สายสืบที่พวกเราส่งไปซินอี้กลับมาแล้ว แต่บาดเจ็บสาหัส ขึ้นเขามาไม่ไหว พี่ใหญ่สั่งให้พวกเราขี่ม้าลงเขาไป” หัวหน้ารองกล่าว

เรื่องด่วนไม่อาจชักช้า ซย่าฉุนอวี๋สั่งการเผิงอู่ “เจ้ากลับไปบอกอาซ้อเจ้าด้วย”

หลังจากเยี่ยเจียเหยาได้รับสาร ก็ถามว่า “บอกหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

เผิงอู่ “ไม่ได้บอก แต่ว่าลงเขาตอนนี้ อย่างเร็วที่สุดพรุ่งนี้ถึงจะกลับมาได้”

เยี่ยเจียเหยาลอบดีใจ วันนี้เป็นอิสระแล้ว

หลังจากอาหารค่ำ ซ่งชีและเผิงอู่ไปเล่นไพ่คู่กับคนอื่น ในเรือนว่างเปล่า เยี่ยเจียเหยารู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง จึงเข้าไปหลบในห้องแต่หัววัน ปิดประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา

ค่ำคืนยาวนานนางนอนไม่หลับ เยี่ยเจียเหยาไปห้องหนังสือ เตรียมจะหาหนังสืออ่าน เมื่อวานนางเอากระดาษของซย่าฉุนอวี๋ทำไพ่โป๊กเกอร์ ฉุนอวี๋จึงสั่งห้าม หากเขาไม่อนุญาตห้ามนางเข้าห้องหนังสือ แต่ว่า คืนนี้เขาไม่อยู่ นางแค่มาหาหนังสืออ่านเท่านั้น ไม่รื้อของมั่วซั่วเขาคงจะไม่รู้

บนชั้นมีหนังสือไม่กี่เล่ม นับรวมแล้วได้คร่าวสิบกว่าเล่ม ล้วนแล้วแต่เป็นตำราพิชัยสงครามอันล้ำลึกทั้งนั้น นางอ่านไม่เข้าใจ จึงกลับห้อง

จริงสิ แผนที่ หากนาคิดจะหนี จำเป็นต้องมีแผนที่ ไม่เช่นนั้นสองตามืดดำ จะหนีไปไหนก็ไม่รู้ทาง

เยี่ยเจีเยหยาเริ่มหาแผนที่ หาไปมาอยู่นาน สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดที่หีบลงกลอน ท่าทางจะอยู่ในนี้

นางหยิบกระบอกใส่พู่กันขึ้นมาเล่น กระบอกใส่พู่กันทำจากไม้ไผ่ได้วิจิตรงดงามนัก สลักลายสิบสองนักษัตร ดูสมจริงยิ่ง เยี่ยเจียเหยาหมุนไปหมุนมาไม่รู้ว่าโดนอะไรเข้า ได้ยินเสียงดังปุ๊ก ส่วนที่เป็นฐานด้านล่างกับตัวกระบอกก็หลุดออกจากกัน มีกระดาษชิ้นเล็กๆ หล่นลงมา

---

*เค่อ (刻) หน่วยเวลาของจีนโบราณ โดย 1 เค่อเท่ากับประมาณ 15 นาที

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น