Aliyah.P
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

NIGHTSHADE’S STORIES 🥃 [No.1] PAYU x NILLA ขอบคุณทุกการสนับสนุนนะคะ 💰⭐️🔑

ชื่อตอน : THE LOST MEMORIES 🍁 Ep.5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2561 22:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE LOST MEMORIES 🍁 Ep.5
แบบอักษร

“ไอ้พายมันยังไม่มาง่ายหรอกมีซ้อมดนตรี”


“หรอ” ฉันตอบวาโยไปทั้งที่ในใจกลับคิดว่าหน้าตาไม่มีชีวิตชีวาอย่างหมอนั่นเนี่ยนะเล่นดนตรี เหอะๆ แค่คิดก็ขนลุกละใครฟังคงได้เป็นโรคซึมเศร้ากันพอดี


“แอบนินทามันในใจอีกแล้วสินะ” วาโยพูดขึ้นมาอย่างรู้ทัน ..อีกแล้ว..งั้นหรอ อย่างกับว่าฉันทำมันบ่อยงั้นแหละ ฉันเลิกคิ้วสงสัยเล็กๆแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป


“แล้วสรุปที่พูดน่ะเรื่องจริงรึเปล่า”


“อะไร” ฉันจ้องหน้าวาโยอย่างไม่เข้าใจ


“ก็ที่ว่าจำพวกฉันไม่ได้”


“อะไรทำให้คิดว่าโกหกล่ะ” คือเอาจริงๆเลยนะฉันดูเป็นพวก 18 มงกุฏมากขนาดนั้นเลยหรอฮะ หมอนี่ถึงพูดเรื่องเดิมวนไปวนมาอยู่ได้เนี่ย


“ก็เธอมาหามันถึงนี่ แต่กลับ..”


“ที่มาที่นี่เพราะหมอนั่นเอาบางอย่างของฉันไป เวลาของนายหายแล้วรู้ว่าใครเอาไปก็ต้องทวงคืนป้ะ” ฉันสวนออกไปทั้งที่วาโยยังพูดไม่ทันจบ จะบอกว่าฉันเนียนมาหาพายุแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขาอะไรทำนองนั้นสินะ ตลกกก


“ของอะไร”


ฉันหยิบมือถือมากดสองสามทีแล้วส่งรูปสร้อยที่วันนี้กลายเป็นรูปยอดฮิตที่เปิดบ่อยที่สุดของวันไปให้วาโยดู เขามองมันสลับกับฉันพร้อมกับยิ้มเล็กๆออกมาอย่างมีเลศนัยจนน่าสงสัย


“ยิ้มอะไรของนาย”


“นี่ไงอีก 1% ของฉันน่ะ” วาโยพูดออกมาอย่างมั่นใจ พร้อมกับหันจอมือถือมาให้ฉันดู รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ว่านั่นคือสร้อยคอของฉันงั้นหรอ หรือว่าเขาจะเคยเห็นสร้อยคอของฉันด้วย


“สรุปว่านายรู้จักฉันจริงๆน่ะหรอ” ฉันถามออกไปแบบอึ้งๆอีกครั้ง ถ้ารู้จักกันขนาดนั้นทำไมฉันจำเขาไม่ได้เลยล่ะ -.-


“ต้องถามเธอมากกว่า..” วาโยหุบยิ้มเล็กๆนั่นแล้วทำหน้านิ่งก่อนจะพูดออกมา ส่วนฉันก็ชี้นิ้วเข้ามาหาตัวเองอย่างงงๆ


“ถามฉันเนี่ยนะ”


“อืม กินยาผิดมารึไงถึงเลอะเลือนได้ขนาดนี้”


เอิ่ม.. ก็เข้าใจได้นะว่าหมอนี่ดูมั่นใจ 100% น่ะ แต่ฉันที่ไม่มีความมั่นใจว่ารู้จักเขาเลยจะต้องตอบกลับไปยังไงถ้าถูกถามแบบนี้


“งั้น..นายพอจะมีอะไรยืนยันได้มั้ยว่าเคยเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ”


“ก็มีแต่ตอนนี้ไม่มี” มีแต่ไม่มี..? หมอนี่พูดอะไรของเขา


“แล้วอะไรทำให้เธอแน่ใจว่าไม่รู้จักฉันวะนิลลา” วาโยเป็นฝ่ายถามกลับมาบ้าง นั่นแหละที่ตอบไม่ถูก


“จะว่าแน่ใจก็ไม่เชิง” ฉันตอบออกไปตามจริง


“ยังไง”


“คือฉันเคยประสบอุบัติเหตุ” ฉันบอกออกไปเพราะคิดว่าวิธีนี้คงทำให้หมอนั่นเข้าใจได้ง่ายที่สุด


“อย่ามาตลก” วาโยทำท่าทางไม่เชื่อฉันซ้ำๆเหมือนที่เขาเคยทำตั้งแต่เราเข้ามานั่งในห้องนี้ ฉันเองก็ไม่รู้จะบอกยังไงเลยสวนกลับไปทันควัน


“เรื่องจริง หัวฉันได้รับการกระทบกระเทือน ก่อนจะฟื้นขึ้นมาแล้วจำได้ลางๆว่าเคยอยู่โรงเรียนประจำ หมอทดสอบความจำโดยให้เพื่อนแวะมาเยี่ยมที่โรงบาลเยอะแยะไปหมด ตอนนั้นฉันก็จำได้ทุกคนแล้วนะถึงจะไม่สนิทใจเท่าไหร่อ่ะ ใช้เวลาทวนความจำอยู่เป็นปีแต่ก็ไม่เห็นจะคุ้นว่าเคยเจอนายด้วย”


วาโยฟังฉันอย่างตั้งใจแม้จะขัดกับสีหน้าของเขาที่ดูเหมือนฉันเป็นจอมโกหกที่กำลังนั่งเล่านิยายที่ตัวเองแต่งขึ้นมาเอง ยังไงก็ช่างเถอะแต่ช่วยเชื่อหน่อยได้มั้ยให้มันจบๆเรื่องนี้ไปสักที


“นานแค่ไหนแล้ว”


“ถ้าตอนเกิดเรื่องก็ประมาณ 4 ปีก่อน ตอนรถตู้ที่บ้านมารับกลับจากโรงเรียนประจำ” ฉันตอบออกไปอย่างไม่ลังเลเพราะมันเกิดขึ้นจริงไงไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นมาเอง


“เรื่องจริงหรอวะ” น้ำเสียงที่ฟังดูเหลือเชื่อกับสายตาที่มองฉันอย่างลังเลทำให้ฉันเลือกที่จะตัดบทไปซะเลย


“อืม แต่เมื่อกี๊นายบอกเองว่าไม่เคยอยู่โรงเรียนประจำกับฉัน แล้วจะให้เชื่อว่าเราเป็นเพื่อนกัน หรือเรียนที่เดียวกันได้ยังไง นายจำคนผิดแล้ว”


แต่อยู่ๆวาโยก็ขยับตัวมานั่งตัวตรงแล้วจ้องหน้าฉันทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งเอนหลังพิงโซฟาแบบชิลๆ


“นิล ฉันจะให้โอกาสเธอพูดอีกครั้ง เธอ..ไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย”


“นายคิดว่าฉันว่างขนาดนั้นเลยรึไง แต่จะว่าไปนายอาจเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันก็ได้มั้งเพราะนายอยู่ปี 2 แล้วนี่” ฉันยกแก้วเหล้าที่วาโยชงเหล้าขึ้นมากระดกอย่างกระหาย ก็พูดไปซะเยอะเลยวันนี้น่ะคอแห้งชะมัด


“ก็เธอเพิ่งพูดเมื่อกี๊ว่าใช้เวลาทวนความจำอยู่เป็นปี” วาโยทวนคำพูดของฉันซ้ำอีกครั้ง


“อืมก็ใช่.. เดี๋ยวนะ..ถ้างั้นก็แปลว่าฉันเรียนช้าไปปีนึงน่ะสิ” ฉันตกใจพอสมควร ทำไมไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ ถ้าเทียบดูแล้วตอนนี้ฉันควรอยู่ปี 2 เหมือนกันกับเขานี่นา


“อืม และโรงเรียนที่เราเคยเรียนด้วยกันน่ะก็ไม่จำเป็นต้องเลือกกินอยู่แค่ในโรงเรียนประจำอย่างเดียวด้วย จะกลับไปอยู่บ้านตัวเองให้ผู้ปกครองไปรับไปส่งก็ได้ แบบฉันนี่ไง” วาโยอธิบายต่อ


“งั้นหมายความว่านายกับฉัน..” ยอมรับว่าฉันจ้องวาโยตาโตอย่างตื่นเต้นที่ได้รู้ความจริง ผิดกับหมอนั่นที่ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ


“เราไม่ใช่แค่คนรู้จักกัน และเธอควรจำฉันให้ได้ขึ้นใจ..เดี๋ยวนี้เลย”


.

.

.


“เดี๋ยวสินายจะพาฉันไปไหน” อยู่ๆวาโยก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วลากฉันเข้ามาในลิฟท์ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องนั้นก่อนจะกดขึ้นไปชั้นบนสุดด้วยท่าทางที่แอบน่ากลัวนิดๆ


“ทวนความจำให้เธอในแบบของฉัน”


ติ๊งงงง~


วาโยไม่พูดเปล่าพอลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดเขาก็ลากแขนฉันขึ้นบันไดอีกไม่กี่ขั้นเผื่อขึ้นมายังดาดฟ้าที่ฉันเคยเห็นแล้วจากภาพโฆษณาตอนเข้ามาเหยียบที่นี่เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว


“เบาหน่อยเจ็บ” ยิ่งเขาเดินเร็วเท่าไหร่มันก็เหมือนยิ่งออกแรงกระชากแขนฉันให้เดินตามหลังมาเร็วๆด้วย และจังหวะฉุดกระชากกันมันทำให้ฉันเจ็บ ก็มือหมอนี่ทั้งใหญ่และหนามากกว่าฉันซะอีกใครเขาทำกับผู้หญิงแบบนี้กันบ้างเนี่ย ไม่เป็นสุภาพบุรุษซะเลย


“เจ็บ? ทั้งที่เมื่อก่อนเอะอะอะไรก็ใช้แต่กำลังกับฉันเนี่ยนะ” วาโยยังคงเดินดุ่มๆตามองไปข้างหน้าแต่ปากก็บ่นฉันอุบอิบ


“ก็บอกว่าจำไม่ได้ไงเล่า” ฉันเองก็สวนกลับไปอย่างไม่ยอมเหมือนกัน


“อ่อนแอชะมัดแค่หัวกระแทกถึงกับต้องลืมฉันเลยหรอวะ” โว้ยยย หัวกระแทกรถตู้นะเว้ย ไม่ได้เอาไปหม่งสกุชชี่ถึงจะนุ่มนิ่มละมุน หมอนี่ประสาทรึเปล่า


“นายอาจไม่ได้สำคัญกับฉันขนาดนั้นก็ดะ..”


พลั่กกกก ตึง!


นิลลา!!!


ฉันยังพูดไม่ทันจบ อยู่ๆวาโยก็ผลักฉันจนหลังไปกระแทกกับผนังปูนอย่างแรง แถมเขายังเอาตัวเองมาคร่อมตัวฉัน แล้วเอามือหนาๆสองข้างนั้นค้ำกับผนังปูนเอาไว้ ส่วนสีหน้าบอกเลยว่าหงุดหงิดขั้นสุดแล้วตะคอกชื่อฉันออกมาดังลั่น


“โอ๊ย! มันเจ็บนะเว้ย นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” ฉันเองก็ตะคอกกลับไปเหมือนกัน ไอ้บ้าผลักเข้ามาได้ กระแทกแรงขนาดนั้นหลังช้ำหมดแล้วมั้ง


“อย่าพูดคำนี้ให้ได้ยินอีก ..ยัยบ้าเอ๊ย” เสียงวาโยอ่อนลงจนเห็นได้ชัด เขาเป็นไพโบล่าร์รึไงเนี่ย สติยังดีอยู่รึเปล่าฮะ


“ทำไมจะพูดไม่ได้ ก็บอกว่าจำไม่ได้ จำไม่ได้ ไม่เข้าใจหระ.. อึก”


“เงียบ” ฉันชะงักไปทันทีที่วาโยยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจรินรดกัน ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วสงบปากสงบคำตามที่เขาสั่ง


“ก็แค่นั้น”


พรึ่บบบบ~


วาโยผละออกจากฉันก็จะคว้ามือฉันพาเดินต่อไปจนหยุดอยู่ที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ใจกลางดาดฟ้า


“พาฉันมาที่นี่ทำไม” ฉันหันไปถามเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะได้คำตอบที่ฟังแล้วถอยหลังกรูด


พิสูจน์ไง


“อย่าเล่นบ้าๆนะวาโย ฉันว่ายน้ำไม่ปะ..” วาโยเดินตามมากระชากแขนฉันเข้าไปใกล้สระว่ายน้ำก่อนจะผลักฉันลงไปอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว


ตู้มมมม


อึก..บุ๋งๆๆ


รู้ตัวอีกทีร่างกายก็ลงมาอยู่ในสระว่ายน้ำฝั่งที่น่าจะลึกที่สุดของสระ ขาฉันไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ ยิ่งเป็นแบบนั้นยิ่งทำให้ฉันลนลานพยายามผุดขึ้นจากน้ำอย่างกลัวตาย


“อื้อออ แค่กๆ บุ๋งงงง ชะ..ช่วยด้วย” พอผุดขึ้นจากน้ำได้แล้วฉันตะโกนออกไปเต็มเสียง แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองจมลงไปใต้น้ำซ้ำอีกครั้ง ทั้งสำลักและกลืนน้ำในสระเข้าไปหลายอึก


“วะ วาโย ช่วยฉันด้วย อึกกก” ฉันพยายามตะเกียดตะกายขึ้นจากน้ำอย่างคนเสียสติ


“ตั้งสติดิวะมันไม่ได้ลึกเลย” เสียงวาโยดังเข้ามาที่โสตประสาทของฉัน แต่ทั้งมือและขาของฉันมันอ่อนแรงไปหมด ข้างล่างนี้มันมืดและน่ากลัวเกินไป ฉันกลัว..กลัวจนไม่รู้ว่าต้องทำยังไง


“ว่ายมาหาฉันนิลลาเธอทำได้” วาโยยังคงตะโกนซ้ำๆอยู่ที่ขอบสระ แต่หลังจากที่จมดิ่งลงมาฉันกลับดันตัวเองให้ผุดขึ้นจากน้ำอีกครั้งไม่ได้เลย สระนี้มันลึกมากเกินกว่าที่ฉันจะประคองตัวเองเอาไว้ได้ ร่างของฉันกำลังจมลงเรื่อยๆทั้งที่ฉันพยายามจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ


ตู้มมมม


ขณะที่ฉันกำลังหลับตาและปล่อยตัวเองให้จมลงใต้น้ำอย่างหมดแรงก็มีเสียงใครบางคนกระโดดลงมาในน้ำแล้วว่ายเข้ามาคว้าตัวลากเข้าฝั่ง ก่อนจะยกตัวฉันขึ้นนั่งบนขอบสระ


“นิล นิลลา โอเคมั้ย”


“แค่กๆๆ แค่กๆ” ฉันสำลักน้ำออกมาอย่างหนัก ก่อนจะสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไป เกือบตายแล้วมั้ยเนี่ย พอลืมตามามองไอ้คนที่ช่วยฉันก็คือคนที่ผลักฉันลงไปนั่นแหละ


ตุ้บ!


“แค่กๆๆ ไอ้บ้า นายจะฆ่าฉันรึไง” ฉันทุบที่อกหมอนั่นอย่างแรงก่อนจะเห็นเขาขำออกมาอย่างพอใจ


“ก็ไม่เป็นไรมากนี่แรงยังดีอยู่เลย”


“นาย” ฉันถลึงตาใส่วาโยอย่างเอาเรื่องทั้งที่ขอบตากับจมูกมันแสบไปหมด


“เธอกลัวสิ่งที่เคยเธอเคยทำได้ดีกว่าใครเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ะ” เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียนิดหน่อยก่อนจะมองหน้าฉันแบบ.. จะเรียกยังไงดี เอือมๆล่ะมั้ง


“ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับการว่ายน้ำจะต้องให้พูดอีกกี่ครั้ง” ฉันตอบมันออกไปแบบไม่ใส่ใจนัก นี่ฟ้ามืดละนะยังจะมัวมาเล่นน้ำอยู่อีกงั้นหรอ หนาวชะมัดเลย


“แต่เธอต้องทำมันให้ได้นิล” วาโยยังยืนคำเดิมในขณะที่ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจ


“เพื่ออะไร?”


“ถ้าเธอกลับมาว่ายน้ำได้ เธอก็จะจำฉันได้เหมือนกันไง ยัยตัวแสบ” น้ำเสียงจริงจังของเขาทำให้ฉันรู้สึกถึงความตั้งใจนั่นจริงๆ แต่ก็นะ อาจจะทำได้ก็ได้ล่ะมั้งขอคิดดูก่อนแล้วกัน

ความคิดเห็น