กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

ลงตอนจบอาดอมหนูอินให้ใหม่ ฟรีค่า^^

ชื่อตอน : ลงตอนจบอาดอมหนูอินให้ใหม่ ฟรีค่า^^

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2561 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลงตอนจบอาดอมหนูอินให้ใหม่ ฟรีค่า^^
แบบอักษร

มีรีดมาเม้นว่าอ่านไม่ทันเพราะเพิ่งคลอดลูกและป่วย กลับมาอีกทีไรท์ติดเหรียญแล้ว รู้สึกผิดมากเลยมาลงให้อ่านใหม่น๊า ถือว่าเป็นของขวัญให้เบบี๋นะคะ แข็งแรงทั้งคุณแม่และเบบี๋นะ รัก❤❤❤

ปล.เรื่อง เพื่อน(ที่)รัก ไรท์ขอเวลาสักสี่ห้าวัน แล้วจะมาอัพให้นะคะ ขอเขียนให้ได้เยอะๆก่อนสักนิดนึง จะรีบมาค่ะสัญญา^^

“ว่าแต่ลูกค้าคุณตามมาถึงไทยเลยเหรอคะ”  เอลินถามขึ้น

“คือฉัน...”  

“ช่างเถอะค่ะ งานของคุณฉันไม่ยุ่งก็ได้” เอลินเห็นเขาอ้ำอึ้งจึงเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

ครืน!กึกๆๆ ทันใดนั้นเครื่องก็มีเสียงดัง อีกทั้งยังสั่นแปลกๆ เอลินจึงหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ แต่ก็ยังมีสติตามสไตล์ของเอลินอยู่ 

“เครื่องเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”  

“ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้ก็ไม่ทันทำ Normal Checklist ก่อนเอาเครื่องขึ้นด้วย เธอลองหยิบมาดูหน่อยสิ” โดเมนิคบอกกับหญิงสาว 

“ค่ะ” เอลินพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบตัวChecklistที่เสียบอยู่ข้างที่นั่งขึ้นมาเปิดอ่านตามขั้นตอน 

“ข้อแรก หากเครื่องที่คุณนั่งอยู่ตอนนี้กำลังขัดข้อง กรุณาหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆคุณ…” เอลินอ่านแล้วหันไปเลิ่กคิ้วมองหน้าชายหนุ่ม หากแต่ไม่ใช่เพราะคำบอกในกระดาษ แต่เป็นเพราะนี่มันไม่ใช่ขั้นตอนในการทำ Checklist ต่างหาก 

“อ่านต่อไปสิ” โดเมนิคบอกพลางยกยิ้มน้อยๆ 

“ข้อสอง เมื่อเห็นสายตาอันอบอุ่นของเขาอันเต็มไปด้วยรักที่ส่งมายังคุณ กรุณาหันไปยิ้มหวานๆให้เขาสักครั้ง” เอลินอ่านจบก็อดที่จะหันไปยิ้มให้ตามไม่ได้ 

“อ่านต่อ” โดเมนิคยิ้มตอบมาหวานกว่า 

“ข้อสาม ให้คุณพิจารณาเขาว่า เขารักและต้องการอยู่กับคุณสักแค่ไหน หากคิดว่ามากพอ กรุณาหันไปฟังสิ่งที่เขาต้องการบอกกับคุณ” เอลินอ่านจบก็เป็นอีกครั้งที่เธอหันไปหาชายหนุ่ม

“ฉันรักเธอนะเอลิน และฉันอยากใช้ชีวิตกับเธอไปจนลมหายใจสุดท้าย เธอจะยอมเป็นป้าอยู่กับลุงคนนี้ไปตลอดชีวิตได้มั้ย แต่งงานกับฉันนะเอลิน” โดเมนิคเอ่ย พลางหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ 

“เอ่อ…แล้ว แล้วเรื่องคุณพ่อล่ะคะ คือ…”  

“พ่ออนุญาตแล้วลูก” เสียงขอเจคอบดังขึ้นผ่านหูฟังที่เธอสวมใส่ 

“คุณพ่อ คุณแม่” เอลินเอ่ยเรียก เมื่อมองออกไป แล้วเห็นเครื่องบินเล็กอีกลำบินอยู่ขนาบข้าง โดยมีผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอกำลังโบกมือมาให้ อีกทั้งด้านข้างของลำยังติดป้ายที่เขียนประโยคว่า will you marry me? อีกด้วย 

“พ่อกับดอมคุยกันแล้ว  ถึงได้มีแผนนี้ขึ้นมาไงคะคนดีของพ่อ” เจคอบเอ่ยน้ำตาคลอ ที่เขาคุยกับโดเมนิคอยู่นานสองนานก็เพราะอยากขอมีส่วนร่วมในการที่ลูกสาวจะถูกขอแต่งงาน เขาและโดเมนิคจึงช่วยกันคิดแผนนี้ขึ้นมา 

“นี่ช่วยกันหลอกหนูเหรอคะ” เอลินก็น้ำตาคลอ ทั้งตื้นตันและดีใจไม่แพ้กัน 

“ตกลงหนูจะ say yes มั้ยคะลูกสาวแม่ แม่เตรียมป้ายไฟรอแล้วนะ” อันนาเอ่ยขึ้นอีกคน 

“ป้ายไฟ? ป้ายไฟอะไรคะ” เอลินถามด้วยความสงสัย ก่อนจะหันหน้ากลับมาหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ 

“อยากรู้ก็ตอบฉันมาสิ เธอจะแต่งงานกับฉันได้มั้ย” โดเมนิคถามย้ำอีกครั้ง 

“ก็ครบขั้นที่ร้อยแล้วหนิ หนู say yes นะคะคุณพ่อคุณแม่ ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” เอลินยิ้มหวาน แล้วหันไปมองผู้เป็นพ่อกับแม่ ก่อนจะหันมาตอบรับเต็มปากเต็มคำกับชายหนุ่มในประโยคสุดท้าย 

“ฉันรักเธอเอลิน” โดเมนิคสวมแหวนให้เธอ แล้วโน้มเธอมามอบจูบแสนหวานให้ 

“ฉันก็รักคุณค่ะคุณดอม” เอลินบอกเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก จ้องมองสบตาเขาหวานฉ่ำ คนตัวโตใจเต้นแรงกับคำบอกรักที่ได้ฟังจากเธอเป็นครั้งแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขามีความสุขไปกว่าเวลานี้อีกแล้ว 

“นั่นไงป้ายไฟ” โดเมนิคยิ้มพลางชี้มือไปยังเครื่องของเจคอบ เอลินหันไปมองก็ต้องยิ้มกว้าง เมื่อเห็นผู้เป็นแม่ชูป้ายไฟเล็กๆที่เขียนคำว่า yes ❤ ขึ้นแนบหน้าต่าง  

“ไปสรรหาของกันมาไวขนาดนี้ได้ยังไงคะ”  

“ก็ตอนที่พ่อคุยกับดอมอยู่นานนั่นแหละลูก เราก็จัดแจงสั่งทำเตรียมการไว้ ทุกคนก็รู้หมด มีแต่คุณแม่เท่านั้นที่รู้ก่อนลูกไม่กี่นาทีก่อน” เจคอบตอบลูกสาว 

“ขอบคุณที่ทำเพื่อหนูนะคะ หนูรักคุณพ่อกับคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ”  

“พ่อกับแม่ก็รักลูกมากเหมือนกันคนดี” เจคอบเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือจนลูกสาวที่ตอนนี้อ่อนไหวง่ายเริ่มจะปล่อยโฮอีกครั้ง 

“เอาเป็นว่าลงไปคุยกันที่บ้านดีกว่านะคะ” อันนาเอ่ยบอกทุกคน 

“นั่นสิ ลงจอดเถอะ เจอกันด้านล่างนะลูก” เจคอบพยักหน้ารับ แล้วขับเครื่องบินแยกไปก่อน 

“อย่าร้องนะคนดีของฉัน” โดเมนิคลูบศีรษะเล็กเบาๆ เมื่อเห็นเธอยังคงสะอึกสะอื้น 

“ฉันเวียนหัวอีกแล้วค่ะ เหมือนจะเป็นลมเลย” เอลินบอกเสียงเนือยๆ โดเมนิคเองก็หันหน้ามามองด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหน้าของเธอซีดเซียวไปอย่างเห็นได้ชัด 

“ไหวมั้ย รอก่อนนะฉันกำลังจะเอาเครื่องลง”  

“ไม่ไหวค่ะ” เอลินบอกแล้วฟุ้บหน้าคอพับคออ่อนลงไป 

“เอลิน! เอลิน!” โดเมนิคเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นเธอนิ่งงัน 

“จะตะโกนใส่ไมค์ทำไมคะหูจะแตก” เอลินผงกหน้ามาทำหน้างอใส่ 

“ฉันนึกว่าเธอเป็นลม ฉันตกใจ” โดเมนิคพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ 

“อย่ามาถอนหายใจใส่ฉันนะคะ อย่ามารำคาญด้วย ฉันหนักหัวจะแย่แล้ว และยังหิวไม่เลิกเลยเนี่ย” เอลินเอ่ยเสียงเง้างอน เธอเองก็หงุดหงิดอาการตัวเองเต็มทน ไม่รู้ว่าทำไมต้องมีอาการมากมายเกิดขึ้นกับตัวเธอเยอะแยะไปหมด 

“ฉันไม่ได้รำคาญ ฉันแค่โล่งใจ”  

“ถ้าฉันป่วยเป็นโรคประหลาด คุณจะยังรักฉันมั้ย” เอลินหันไปถามชายหนุ่ม 

“รักไม่มีวันเปลี่ยน” โดเมนิคเอื้อมไปจับมือเธอเอาไว้ 

“ถ้าขี้เหวี่ยงขี้วีนแบบนี้”  

“ก็ยังรัก”  

“ถ้าโมโหร้ายเอาแต่ใจ”  

“ก็ยังรัก”  

“ถ้ากินทุกอย่างที่ขวางหน้าจนอ้วนฉุ ไม่สวย หุ่นก็ไม่ดี”  

“ก็ยังรักอยู่ดี”  

“จริงนะคะ”  

“สัญญาและสาบาน ว่าฉันจะรักเธอตลอดไป” โดเมนิคส่งยิ้มมั่นคงและชูนิ้วก้อยขึ้นต่อหน้าเธอ 

“ฉันก็จะรักคุณตลอดไปค่ะ” เอลินยิ้มตอบแล้วเกี่ยวก้อยสัญญา 

“ถ้าโกหกล่ะก็คุณตายนะ” เอลินดึงมือออก ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหน้าเหวอ เอาอีกแล้วอารมณ์เธอเหวี่ยงขึ้นลงรวดเร็วยิ่งกว่ารถไฟเหาะเสียอีก นี่เธอกำลังเป็นอะไรกันแน่นะ เขาก็ได้แต่คิดและสงสัย อยากจะพาเธอไปหาหมอเพื่อตรวจอาการให้แน่ใจ แต่มีหวังพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเธอคงต้องปรี๊ดแตกแน่ๆเลยเชียว

เวลาต่อมา ห้องเอลิน

“หลับไปแล้วค่ะ” อันนาเดินออกจากห้องลูกสาวมา แล้วบอกกับสามีและชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ 

“เอลินเป็นแบบนี้มานานหรือยังครับ” โดเมนิคเอ่ยถามถึงอาการของหญิงสาว 

“เป็นอะไรเหรอ” เจคอบมองหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัย 

“คือตลอดหลายเดือนที่ผมรู้จักเอลินมา เธอเป็นคนมีสติมีเหตุผล ควบคุมอารมณ์ก็ดีเป็นที่หนึ่ง แต่พอผมมาเจอเธอวันนี้ เธอดูหงุดหงิดง่าย เหวี่ยงวีนใส่ผม บางครั้งก็อ่อนไหวในเรื่องเล็กน้อย อย่างตอนอยู่บนเครื่องเธอร้องไห้เพราะหิวข้าวน่ะครับ” โดเมนิคเล่าออกมา เจคอบถึงกับหลุดหัวเราะในประโยคสุดท้าย ลูกสาวเขาช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง 

“อันว่าอันพอจะรู้แล้วค่ะว่าลูกเป็นอะไร”  

“เป็นอะไรจ๊ะ พี่ว่าลูกก็แค่งอแงอ้อนแฟนไปตามประสาที่ห่างกันมาเป็นเดือนนั่นแหละ” เจคอบหันไปมองหน้าภรรยา 

“นี่เป็นพ่อคนมาแล้วนะคะ ซ้ำกำลังจะเป็นตายังดูอาการไม่ออกอีก”  

“นี่หนูอันกำลังจะบอกพี่ว่าลูก…”  

“เอลินท้องเหรอครับ ท้องใช่มั้ย ผมกำลังจะเป็นพ่อใช่มั้ยครับ” ขนาดที่เจคอบกำลังอ้ำอึ้งด้วยความดีใจ โดเมนิคก็เอ่ยถามออกมาด้วยอาการดีใจและตื่นเต้นยิ่งกว่า 

“เอาเป็นว่า รอหนูอินตื่นแล้วเราจะไปโรงพยาบาลกันนะคะ จะได้รู้คำตอบที่แน่ชัดเสียที”  

“ผมขอเข้าไปหาเอลินได้มั้ยครับ” โดเมนิคขออนุญาต 

“เอาสิ มาถึงขั้นนี้แล้วคิดว่าฉันจะยังห้ามอะไรนายได้อีกหรือไง” เจคอบตอบพลางยักไหล่เบาๆ 

“ขอบคุณครับ” โดเมนิคพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในห้อง 

โดเมนิคหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอน จ้องมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนหลับใหลด้วยท่าทีแสนสบาย ก่อนจะขึ้นไปบนเตียง แทรกตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ แล้วเอื้อมแขนไปตระกองกอดเธอเอาไว้ 

“หนูอยู่ในนี้ใช่มั้ยลูก มาอยู่กับพ่อกับแม่แล้วใช่มั้ยคนดี” โดเมนิคลูบลงที่ท้องของหญิงสาวเบาๆ พลันน้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมาด้วยความตื้นตันสุดหัวใจ ‘ครอบครัว’ เขากำลังจะพบเจอกับคำๆนี้ คำที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบเจออีกแล้วในชีวิตของเขา 

“อย่างอแงกับแม่นะลูก เป็นเด็กดีนะ พ่อรักหนูที่สุดเลยลูก” โดเมนิคกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ปากหยักกดจูบไปที่กระหม่อมบางของหญิงสาวด้วยความรักใคร่ เข้าใจคำว่ารักโดยไม่มีเงื่อนไขก็ในวันนี้เอง รักหมดทั้งใจแม้ยังไม่เคยเห็นหน้า รักโดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใดๆเลยสักนิดเดียว 

เวลาต่อมา โรงพยาบาล 

“ว่าไง/ว่าไง” พี่น้องฝาแฝดเอ่ยขึ้นพร้อมกันเมื่อต่างฝ่ายต่างออกมาจากห้องตรวจ  

“แฝด” เดวิดตอบพร้อมโชว์รูปอัลตราซาวด์ของลูกน้อยในอายุครรภ์แปดสัปดาห์ให้พี่ชายฝาแฝดได้ดู 

“ฉันก็แฝด แต่แฝดสาม ขอโทษนะน้องนะ น้ำยาพี่ดีก็งี้” โดเมนิคยืดอกอย่างภาคภูมิใจ พลางโชว์รูปอัลตราซาวด์ให้ดูเช่นเดียวกัน 

“ขี้อวด” เดวิดเบ้ปากเบาๆ ก่อนจะเดินไปโอบภรรยาของตัวเอง ในใจก็แอบหมันไส้เล็กน้อย รู้แบบนี้ตอนที่พี่ชายโทรบอกว่าจะพาเอลินไปตรวจว่าท้องหรือเปล่า เขาไม่น่าขอให้นิรินมาตรวจพร้อมกันด้วยเลย

“แฝดสองก็แจ๋วแล้วค่ะอาเดย์” นิรินลูบที่แก้มสากเคราของสามี 

“จะ งั้นเราไปรับยากันดีกว่าเนอะ เบื่อคนขี้โม้แถวนี้” เดวิดยิ้มหวานให้ภรรยา ก่อนจะพากันเดินแยกตัวออกไป 

“เราก็ไปรับยากันเถอะค่ะ จะได้กลับ ฉันโทรไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่แล้ว พากันตื่นเต้นเสียยกใหญ่” เอลินเอ่ยขึ้น 

“ขอบคุณนะหนูอิน ขอบคุณที่มีลูกตัวน้อยให้ฉัน ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับคำว่าครอบครัว” โดเมนิคจับมือหญิงสาวมากุมเอาไว้ 

“ฉันก็ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่คุณรักฉัน เลือกฉัน และอยากสร้างครอบครัวกับฉัน” เอลินยิ้มตอบ 

“ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าหากฉันจะลงเอยกับใคร คนๆนั้นก็ต้องเป็นเธอ ฉันรักเธอนะเอลิน และก็รักลูกๆของเราด้วย” โดเมนิคจูบลงที่หน้าผากเล็ก แล้วดึงเธอมากอดเอาไว้ 

“ฉันก็รักคุณค่ะ” เอลินเอ่ยเสียงหวาน แล้วกอดตอบเขาด้วยความรู้สึกรักหมดหัวใจเฉกเช่นเดียวกัน 

7 เดือนต่อมา

โรงพยาบาล ประเทศอิตาลี

“เอ่อ…คุณพ่อแฝดนั่งรอกันก่อนดีมั้ยคะ คือพยาบาลเห็นเดินไปเดินมากันหลายรอบแล้วน่ะคะ ยังไงภรรยาของคุณพ่อทั้งสองต้องคลอดลูกน้อยออกมาอย่างราบรื่นปลอดภัยแน่ค่ะ” หนึ่งในพยาบาลเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มฝาแฝดว่าที่คุณพ่อป้ายแดงทั้งสอง ต่างพากันเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอด จนเหล่าพยาบาลด้านนอกพากันตาลายไปหมด 

“ผมอยากเจอลูกเมีย อีกนานมั้ยครับคุณพยาบาล” โดเมนิคถาม สายตาก็ยังชะเง้อชะแง้มองเข้าไปในห้องคลอด แม้จะไม่เห็นอะไรเลยก็ตามที 

“ตอนผ่าคลอดไม่นานหรอกค่ะคุณพ่อ อาจจะใช้เวลาช่วงที่เย็บแผลก็ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ส่วนที่เข้าไปรอเป็นชั่วโมงก่อนนั้นก็คือการเตรียมร่างกายคุณแม่ให้พร้อมในการบล็อคหลังก่อนจะผ่าน่ะค่ะ ยังไงนั่งรอก่อนนะคะอีกเดี๋ยวก็คงเสร็จเรียบร้อยแล้ว”  

“ครับ” ทั้งโดเมนิคและเดวิดต่างรับคำ ก่อนจะเดินไปนั่งลง แต่อาการตื่นเต้นกระวนกระวายก็ยังไม่หายไปแต่อย่างใด 

จวบจนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง หมอจึงเดินออกมาแจ้งว่าภรรยาของทั้งสองคนได้ให้กำเนินลูกน้อยอย่างปลอดภัยดี ทั้งสองคนจึงไปรอพบภรรยาและลูกน้อยที่ห้องพักฟื้นVIPที่ได้จองเอาไว้

ห้องพักเอลิน

“ที่รักเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากมั้ย” โดเมนิครีบเดินไปหาภรรยาที่นอนอยู่บนเตียง 

“ตอนนี้ยังชาๆอยู่เลยค่ะ คงอีกสักพักที่ยาชาหมดฤทธิ์ก็คงจะเจ็บ” เอลินตอบด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน แต่แววตาเปล่งประกายไปด้วยความสุขล้นปรี่ 

“ขอบคุณนะที่อดทนเพื่อลูก” โดเมนิคจูบที่หน้าผากเล็กอย่างแผ่วเบา 

“หนูน้อยทั้งสามมาแล้วค่ะ” เสียงของพยาบาลเอ่ยขึ้น พร้อมๆกับเข็นเตียงของเด็กน้อยทั้งสามเข้ามา 

“สามแฝดของแม่” เอลินจ้องมองลูกน้อยทั้งสามที่นอนหลับใหลด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข 

“ยังไงถ้าคุณแม่สลับป้อนนมไม่ทัน หมอแนะนำให้ทานนมชงในช่วงแรกไปก่อนนะคะ หลังจากนั้นพอน้ำนมเริ่มเยอะ ก็ให้คอยปั๊มเก็บไว้เอา” คุณหมอเอ่ยแนะนำ 

“ค่ะ” เอลินพยักหน้ารับ 

“ยังไงหมอขอตัวก่อนนะคะ ยินดีกับคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งค่ะ” คุณหมอส่งยิ้มให้ ก่อนที่จะเดินออกไป 

“ดีแลน ดาลิน ดาลัน” โดเมนิคเดินเข้าไปหอมลูกน้อยทั้งสามคนตามลำดับ หนูน้อยทั้งสามคลอดออกมาแข็งแรงปลอดภัย น้ำหนักก็ตามมาตรฐาน จะมีแต่ดาลันเท่านั้นที่ตัวเล็กกว่าพี่ทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร 

“ตกลงให้ลูกใช้ชื่อที่คุณพ่อตั้งเหรอคะ” เอลินหันไปมองหน้าสามี เพราะทั้งสามชื่อนี้ผู้เป็นพ่อของเธอเป็นคนตั้ง ซึ่งชายหนุ่มเองก็มีชื่อที่เขาคิดเอาไว้ด้วยเช่นกัน 

“เอาสามชื่อนี้แหละ ฉันก็ว่าเพราะและคล้องจองดี เหมาะกับลูกๆทั้งสามคน” โดเมนิคส่งยิ้มให้ 

“ขอบคุณนะคะที่ยอมให้คุณพ่อ”  

“อะไรที่ยอมกันได้ก็ยอมกันไป เพราะฉันรู้ว่าหากพ่อกับแม่ของเธอมีความสุข เธอเองก็จะมีความสุขด้วย และเมื่อเธอมีความสุขฉันก็มีความสุขยิ่งกว่า” โดเมนิคเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงภรรยา แล้วจับมือเธอมาประทับรอยจูบเบาๆ 

“ฉันโชคดีจังที่มีสามีแสนดี” เอลินมองสบตาสามีด้วยแววตาหวานฉ่ำ 

“ฉันโชคดียิ่งกว่าที่มีเธอเป็นภรรยา มีเธอเป็นแม่ของลูก ชีวิตฉันขอแค่มีเธอกับลูกฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ฉันรักเธอนะหนูอิน สุดที่รักของฉัน”  

“ฉันก็รักคุณค่ะ สุดที่รักของหนู” เอลินยกยิ้ม ก่อนจะหลับตาพริ้ม เมื่อชายหนุ่มกำลังก้มมามอบจูบหวานละมุนให้กับเธอ 

“อุ้มลูกกันนะ” โดเมนิคเอ่ย พลางปรับระดับเตียงให้ยกสูงขึ้น จนหญิงสาวอยู่ในท่าเอนหลัง จากนั้นจึงอุ้มสาวน้อยดาลันลูกสาวคนเล็กไปไว้ในอ้อมกอดเธอ แล้วก็ตามด้วยดาลินอีกคน ส่วนเขาเองก็อุ้มดีแลนลูกชายสุดหล่อคนโตเอาไว้ 

“ฉันมีความสุขที่สุดเลย มีเมียที่วิเศษ และมีลูกๆที่น่ารักทั้งสามคน” โดเมนิคยิ้มกว้าง พูดไปก็หอมไปที่แก้มของภรรยาและลูกน้อยทั้งสามไล่ไปทีละคน 

“แล้วนี่ไปเยี่ยมนิรินมาหรือยังคะ สองหนุ่มทางนั้นเป็นยังไงบ้าง”  

“ไปดูตอนอยู่ห้องเด็กมาแล้ว ไนท์กับเน็ทแข็งแรงและน่ารักน่าชังไม่แพ้ลูกเราเลย ไว้พรุ่งนี้ฉันจะพาไปหานะ อยู่ห้องข้างๆนี่เอง” โดเมนิคตอบ แล้วนั่งลงบนเตียงข้างๆหญิงสาว ใจจริงก็อยากให้มาพักฟื้นห้องเดียวกัน แต่พอคิดว่าเวลาญาติๆทั้งสองฝ่ายแห่กันมาเยี่ยม จะทำเอาห้องพิเศษที่แสนกว้างขวางดูคับแคบลงไปเลยตัดสินใจแยกห้องกันดีกว่า 

“ค่ะ” เอลินพยักหน้ารับ  

“ขยับมาหน่อยสิ ฉันอยากกอดเมียกับลูกทุกคนพร้อมกัน” โดเมนิคบอกพลางยกแขนข้างนึงขึ้นใหเธอขยับเข้ามาชิดอกกว้าง ส่วนอีกแขนหนึ่งก็อุ้มลูกชายเอาไว้ ทำให้ตอนนี้ภรรยาและลูกน้อยทั้งสามคนเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา 

“ขอบคุณอีกครั้งนะที่รัก ที่ทำให้ฉันมีครอบครัวที่สมบูรณ์” โดเมนิคหอมที่แก้มนวลของภรรยาด้วยความรักใคร่ 

“ยินดีเป็นที่สุดค่ะ” เอลินตอบแล้วเงยหน้าไปหอมแก้มสากเคราของสามีเช่นเดียวกัน 

“ฉันรักเธอ และจะรักตลอดไป” โดเมนิคเอ่ยเสียงหวาน สองสายตาสบประสานกันด้วยความรักเต็มหัวใจ ก่อนที่สองริมฝีปากจะประกบทาบทับเข้าหากันอีกครั้ง 

บรรยากาศในห้องต่างอบอวลไปด้วยความรักและความสุขล้นที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน และมันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่านาน ลุงอย่างเขาจะมีเธอเป็นป้าคอยเคียงข้างตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง...

*****************************************

จบแล้วน๊า^^ อาดอมได้สามแฝดนะจ๊ะ ส่วนนิรินก็ได้ลูกชายสมใจ มีความสุขครบถ้วนแล้วเนอะ^^

จากใจถึงผู้อ่าน^^

ขอบคุณทุกคนนะคะที่ติดตามกันมาจนจบตอนพิเศษแล้ว ขอบคุณทุกเม้นทุกกำลังใจที่มีให้กัน ถึงบางครั้งไรท์จะแอบน้อยอกน้อยใจไปบ้าง คิดจะเลิกเขียนนิยายเลยก็มี เพราะคิดว่าเราทำไม่ดีพอที่จะขอให้คนที่อ่านมาเม้นให้ได้เลย  

บางทีก็แอบคิดว่าเราทำเพื่อคนอ่าน ขยันอัพ ขยันมา ไม่หายไม่หนีไม่เทไม่เคยเล่นตัว เพราะไรท์ให้ใจคนอ่านทุกคน แต่กลับไม่ได้ใจจากคนอ่านเลย แต่พอไปดูไรท์บางท่าน มาบ้างหายบ้างหรือมานิดมาน้อย แต่กลับได้ใจคนอ่าน อันนี้น้อยใจมากนะน้อยใจจริงๆ ทำดีไม่ได้ดีก็พาลท้อ หรืออีกแง่ก็คิดว่าผลงานเราคงไม่ดีจริงๆ ก็ขอน้อมรับและจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น หวังว่าสักวันจะได้ใจผู้อ่านเหมือนไรท์ท่านอื่นๆบ้าง หรือได้แค่เศษเสี้ยวของเขาก็ยังดี^^

แต่ก็นะ ยังรักที่จะเขียน และก็รักทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้กัน ความคิดที่จะเลิกเขียนจึงถูกตัดออกไป สำหรับทุกคอมเม้นที่ให้มาไรท์ขอบคุณมาก มากๆจากหัวใจเลยค่ะ สิ่งที่ทำให้มีแรงและอยากเขียนต่อไปก็คือเม้นจากผู้อ่านนี่แหละทุกครั้งที่อ่านเม้นแล้วหัวใจพองโต ไม่ต้องเม้นอวยไส้แตกแหกฉีกอะไร อย่างที่เคยบอกแค่เม้นคำว่ารอสั้นๆคำเดียว ไรท์ก็มีกำลังใจมากมายแล้วจริงๆ 

สุดท้าย ขอโทษที่ไรท์ยังทำได้ไม่ดีพอ แต่จะพัฒนาตัวเองต่อไป และก็ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กัน ยังไงช่วยติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของไรท์ต่อไปด้วยนะคะ รักเหมือนเดิมค่ะ❤❤❤

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น