หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 14 ประดิษฐ์ของเล่น

ชื่อตอน : บทที่ 14 ประดิษฐ์ของเล่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2561 15:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 ประดิษฐ์ของเล่น
แบบอักษร

อาหารเย็นคือโจ๊กกับเนื้อก้อน

เนื้อโจ๊กตุ๋นจนละเอียดเหนียว เนื้อก้อนทำจากเนื้อหมูสดผสมกับต้นหอมและผักดองจากป้าเจียง เนื้อก้อนขนาดสามนิ้ว ถูกทอดจนสองด้านมีสีเหลืองสวย เพียงกัดลงไปก็ได้กลิ่นหอมอวลออกมา 

ซย่าฉุนอวี๋ที่แต่เดิมรู้สึกรังเกียจว่าอาหารเย็นมื้อนี้เรียบง่ายเกินไปหน่อย ทว่ารสของเนื้อก้อนอร่อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นหอมของโจ๊กเปล่านั้นเป็นกลิ่นหวานอ่อนๆ นั่นคือกลิ่นของต้นข้าว ดูก็รู้ว่าใช้เวลาเคี่ยวมานาน

“พวกท่านกินเยอะๆ ในหม้อยังมีอีกนะ!” เยี่ยเจียเหยาทำท่าทีเหมือนนายหญิง หัวเราะคิกคักเรียกทุกคนให้กินข้าวเยอะๆ

ซ่งชีเอ่ยเบาๆว่า “เดิมทีอาซ้อให้ข้าไปเอาอาหารจากห้องครัว หัวหน้าพ่อครัวงกมาก บอกว่า ไก่ที่เตรียมไว้ให้หัวหน้าใหญ่ถูกพวกเราเอาไปหมดแล้ว ไม่ให้อะไรอีกแล้ว ดังนั้นอาซ้อจึงได้แต่เอาลูกชิ้นหมูที่กินเหลือมาทำเนื้อก้อนแล้ว”

ซย่าฉุนอวี๋พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ช่างเถอะ พี่น้องในค่ายหลายพันคนต่างต้องกินข้าว หัวหน้าพ่อครัวก็ลำบากเช่นกัน”

เผิงอู่กล่าว “วัว แพะ ไก่ หมูที่คราวก่อนตีหมู่บ้านเฝิงได้มาถูกกินไปจนเกือบจะไม่เหลือแล้ว เห็นทีใกล้จะได้ลงเขาอีกแล้ว”

เยี่ยเจียเหยายกเนื้อก้อนมาอีกจาน กล่าวกับซ่งชีว่า “อีกสักพักเจ้าเอาไปให้ป้าเจียงกับลุงเจียงลองชิมดู”

ซ่งชีตอบรับ “ขอรับ”

เยี่ยเจียเหยาเอ่ยขออนุญาตซย่าฉุนอวี๋ “เอาไปให้พี่ใหญ่พี่รองชิมได้หรือไม่”

ซย่าฉุนอวี๋ตอบเฉยชาว่า “เผิงอู่ อีกเดี๋ยวเจ้าเอาไปส่งด้วย”

หลังจากอาหารค่ำซ่งชีและเผิงอู่ต่างก็ไปส่งอาหาร เยี่ยเจียเหยาเก็บของอยู่ในครัว ซย่าฉุนอวี๋กลับห้องเตรียมเสื้อผ้าไปว่ายน้ำที่บึง

ทันทีที่เข้ามาในห้องเขาก็นิ่งไป ห้องสะอาดสะอ้าน แจกันดอกไม้ที่เดิมวางอยู่บนชั้นวางของ ตอนนี้มาตั้งอยู่บนโต๊ะหนังสือ ภายในประดับด้วยกิ่งชวนชมสีแดงสด ผ้าปูสีแดงบนเตียงถูกเปลี่ยนสีขาว มุ้งสีเทาก็ถูกเปลี่ยนเป็นสีขาว กระถางกล้วยไม้วางอยู่ข้างกำแพง เมื่อมีการประดับดอกไม้ภายในห้องก็มีชีวิตชีวาดูแปลกใหม่ไปหมด

ซย่าฉุนอวี๋เกิดในจวนท่านโหว ข้างกายไม่เคยขาดคนปรนนิบัติ ห้องหับได้รับการปัดกวาดเช็ดถูสะอ้านสะอาดอยู่เสมอ ไม่เคยขาดพันธุ์ไม้สีสดสวยงามล้ำค่า ตั้งแต่ขึ้นมาบนเขา ตัวเขาเองก็ทำไม่เป็น ล้วนแล้วแต่เรียกซ่งชีและเผิงอู่ทำความสะอาด ชายฉกรรจ์สองคนได้แต่ทำความสะอาดอย่างลวกๆ ถึงเขาจะไม่พอใจ แต่ก็หมดหนทาง จึงได้แต่ทนรับสภาพ

เมื่อห้องมีสภาพเหมือนที่เขาต้องการมาโดยตลอดอย่างกะทันหัน ทำให้อารมณ์คุกรุ่นของซย่าฉุนอวี๋เบาลงหลายส่วน ถึงนางจะมีข้อเสียหลากข้อ ชอบกระทำตามใจตนเอง ทว่าก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง ทั้งฝีมือทำอาหาร ทั้งไม่เหมือนกับคุณหนูลูกผู้ดีที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ นางทำงานบ้านได้ดี หรือที่นางเล่าจะเป็นเรื่องจริง นางถูกเมินเฉยและรังแกเมื่ออยู่บ้าน ดังนั้นจึงต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

บนเตียงเล็กจัดวางชุดสำหรับผลัดเปลี่ยนของเขาเอาไว้ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรวางไว้อีก

ซย่าฉุนอวี๋เปิดตู้ไม่พบเสื้อผ้าของตนอะไร จึงไปเปิดหีบดู ก็เห็นเสื้อผ้าพับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ด้านใน

สายตาของซย่าฉุนอวี๋ทอประกายความอบอุ่นสายหนึ่ง ที่แม้กระทั่งตัวเองก็ยังไม่รู้

เยี่ยเจียเหยาซึ่งหลบอยู่หลังประตูครัวแอบมอง นางรู้ว่าวันนี้นางทำให้เขาโกรธ ยามกินข้าวเขาจึงได้ทำหน้าบูดบึ้งตลอด ไม่มองนางแม้แต่น้อย นางไม่ใช่คนโง่จนยึดการอ่อนข้อเพียงชั่วครู่ชั่วคราวของเขาเอามาเป็นทุนรอนในการทำตามอำเภอใจตน ปู่เหมา* กล่าวได้ถูกต้อง เมื่อศัตรูรุกเราถอย เมื่อศัตรูถอยเรารุก ยุทธวิธีรบการนี้ก็ใช้ได้ดีกับการใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยา อืม ถึงจะเป็นสามีภรรยาปลอมๆ ก็เป็นสามีภรรยาแหละ

นางหวังว่าเมื่อเขาเห็นนางเอาใจใส่จะหายโกรธ

เมื่อเห็นประตูเปิดออก เยี่ยเจียเหยาก็รีบแสร้งทำเป็นวุ่นง่วนอยู่กับงานต่อไป

ยามที่ซย่าฉุนอวี๋ถือเสื้อผ้าเดินผ่านห้องครัว เห็นร่างที่กำลังยุ่งของนาง เขาอดไม่ได้ที่จะหยุด ลังเลอยู่เล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้าไปว่ายน้ำแล้ว”

เยี่ยเจียเหยาหันกลับมายิ้ม “ก่อนจะลงไปว่ายน้ำ อย่าลืมยืดเส้นเสียก่อน มิเช่นนั้นระวังจะเป็นตะคริว”

หึ นางช่างรู้ไปเสียหมด เรื่องแค่นี้ก็ยังรู้

“เจ้าว่ายน้ำเป็นหรือ” ซย่าฉุนอวี๋เอ่ยถาม

เยี่ยเจียเหยาตอบในใจ ข้าเคยเป็นถึงหัวหน้าทีมว่ายน้ำประจำโรงเรียน ท่านว่าข้าว่ายเป็นหรือไม่เล่า ไม่แน่ว่าจะว่ายได้เร็วกว่าท่านอีก

ทว่านางไม่ได้บอกความจริงออกไป คุณหนูลูกผู้ดียุคโบราณว่ายน้ำเป็นคงเหนือความคิดของผู้คนเกินไป

“ข้าว่ายไม่เป็น แต่น้องชายข้าว่ายได้ ก่อนที่น้องชายข้าจะลงว่ายน้ำ ข้ามักได้ยินครูฝึกกล่าวเช่นนี้เสมอ” เยี่ยเจียเหยายิ้มตอบ

อืม ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ซย่าฉุนอวี๋จากไป

เยี่ยเจียเหยาตะโกนตามหลังไปว่า “ฉุนอวี๋  กลับมาเร็วๆนะ”

ครั้งนี้เยี่ยเจียเหยาไม่ได้ห่อลิ้น นางเรียกร้องอย่างเป็นธรรมชาติ ร้องกำชับอย่างจริงๆราวกับภรรยาเพียบพร้อมผู้หนึ่ง นาทีนั้นซย่าฉุนอวี๋รู้สึกว่าการมีใครเพิ่มอีกสักคนนับว่าเป็นเรื่องไม่เลวเช่นกัน

ยามที่ซ่งชีกลับในมือถือตะกร้าไข่เป็ดกลับมาด้วย “อาซ้อ ป้าเจียงให้ไข่เป็ดมาขอรับ”

เยี่ยเจียเหยารับเอาไว้ กล่าวว่า “ป้าเจียงเกรงใจเกินไปแล้วจริงๆ”

ซ่งชีตอบ “ใช่ขอรับ แต่อาซ้อ หัวหน้าสามไม่ชอบกินไข่เป็ด ท่านหัวหน้าไม่ชอบเพราะกลิ่นมันแรงเกินไป”

หืม! จริงๆแล้วนางก็ไม่ชอบกิน ถึงแม้ว่าไข่เป็ดจะเป็นของดี อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ทั้งยังช่วยบำรุงธาตุหยินทำให้ปอดแข็งแรง ในยุคปัจจุบันไข่เป็ดนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆอีกแล้ว

“เช่นนั้น.....ทำไข่เค็มดีหรือไม่” เยี่ยเจียเหยาลองถาม

ซ่งชีส่ายหัว “หัวหน้าสามไม่ชอบกินเช่นกัน”

“ถ้าอย่างนั้นไข่เยี่ยวม้าเล่า”

ซ่งชีงุนงง “ไข่เยี่ยวม้าคือไข่อะไรหรือขอรับ”

เยี่ยเจียเหยาคิดขึ้นมาได้ว่า ไข่เยี่ยวม้าเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ถึงนางจะไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่อยู่ในตอนนี้ว่าเป็นราชวงศ์ไหน แต่เมื่อดูจากเสื้อผ้าแล้ว ก็น่าจะประมาณราชวงศ์ซ่ง เห็นทีคงยังไม่มีไข่เยี่ยวม้า

ดีสิ อย่างนั้นก็ทำไข่เยี่ยวม้านี่แหละ ถ้าเขาไม่ชอบกิน ก็เอาไปให้คนอื่น อย่างไรก็ต้องมีคนชอบบ้าง

“ซ่งชี เจ้าหาดินปูนกับขี้เถ้ามาได้หรือไม่”

ซ่งชีตอบ “เรื่องนี้ง่ายมาก”

“ดี พรุ่งนี้เจ้าเอาดินปูกับขี้เถ้ามาให้ข้า”

ซ่งชีแม้ตอบรับ แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกประหลาด อาซ้อจะทำอาหารอร่อยอะไรอีกแล้ว

ไม่นานเผิงอู่ก็กลับมาบอกว่า หัวหน้าใหญ่และหัวหน้ารองชอบเนื้อก้อนมาก ครั้งหน้าหากอาซ้อทำอีก ต้องเอาไปแบ่งให้พวกเขาบ้าง

เยี่ยเจียเหยาหัวเราะ “ไม่เป็นปัญหา เจ้าบอกหัวหน้าใหญ่กับหัวหน้ารองว่า หากพวกเขาอยากกินขอให้บอก ข้าจะทำให้กิน”

ในเมื่ออยู่ในรังหมาป่า ไม่เพียงแค่จะสานสัมพันธ์อันดีกับซย่าฉุนอวี๋ ยังต้องเอาใจหัวหน้าใหญ่หัวหน้ารองไว้ด้วย หากนางทะเลาะกับซย่าฉุนอวี๋ก็ยังมีคนคอยช่วยนางพูดบ้าง

ก็แค่ทำอาหาร เรื่องง่ายๆ

ซ่งชีกับเผิงอู่รู้ว่าหัวหน้าสามไปว่ายน้ำ ก็รีบเอาเสื้อผ้าวิ่งไปที่บึง ในเรือนจึงเหลือเยี่ยเจียเหยาคนเดียว ถึงแม้ในห้องนอกห้องจะราดสุรากำมะถัน ปลูกต้นฉุนผานฉ่าว แต่เยี่ยเจียเหยาก็ยังกลัวอยู่ดี นางเข้าไปหลบอยู่ในห้อง ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด

ยุคโบราณไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีคอมพิวเตอร์ และก็ไม่สามารถชวนเพื่อนไปเดินชอปปิ้งดื่มกาแฟได้ ชีวิตช่างเรียบง่ายโดดเดี่ยว เยี่ยเจียเหยาเบื่อจนเซ็ง นางไปที่ห้องหนังสือของซย่าฉุนอวี๋หากระดาษมาหลายแผ่น ใช้มีดตัดออกเป็นทรงเหมือนการ์ดหนึ่งร้อยแปดใบ ถูกแล้ว นางกำลังทำเกมโป๊กเกอร์ จากนั้นก็สอนซย่าฉุนอวี๋ ซ่งชี และเผิงอู่เล่น เท่านี้พอว่างเมื่อไหร่สี่คนก็มารวมตัวเล่นโต้วตี้จู่หรือว่าเล่นไพ่จับคู่ได้แล้ว

ในยุคนี้ต้องไม่มีของอะไรที่สนุกแน่ๆ อย่างนั้นนางก็กลายเป็นผู้คิดค้นแล้ว ถึงแม้เวลานั้นจะแพร่ไปทั่วประเทศหรือเปล่านะ 

ตอนที่ซย่าฉุนอวี๋กลับมา เยี่ยเจียเหยากำลังนั่งทับขาอยู่บนเตียงเล็ก ท่ากึ่งนั่งกึ่งคลายวาดรูปโป๊กเกอร์

ซย่าฉุนอวี๋เห็นเตียงเล็กเต็มไปด้วยกระดาษที่ไม่รู้ว่าวาดรูปแปลกประหลาดอะไร เขาขมวดคิ้วถาม “เจ้าทำอะไรอยู่”

 “ทำของเล่น” เยี่ยเจียเหยาไม่เงยหน้าขึ้น นางตั้งใจใช้ถ่านปลายแหลมวาดรูปผู้หญิงลงไปเป็นควีน ยิ่งกว่านั้นยังเป็นควีนที่เป็นสาวสวยน่ารักอีกด้วยด

“เจ้านี่ลูกเล่นเยอะจริงๆ”ซย่าฉุนอวี๋ย่นจมูก

“ฮี่ๆ ถึงเวลาท่านอย่าเล่นจนติดก็แล้วกัน” เยี่ยเจียเหยาหัวเราะ

ซย่าฉุนอวี๋ตอบเสียงเย็น “ข้าว่าเจ้าว่างเกินไปแล้ว”

เยี่ยเจียเหยาไม่โกรธแม้แต่น้อย ถามว่า “ฉุนอวี๋ ยามปกตินอกจากอ่านหนังสือแล้วท่านทำอะไรแก้เบื่อ”

ซย่าฉุนอวี๋ครุ่นคิด ก่อนจะขึ้นเขา กิจกรรมให้ทำมีเยอะ ดูละคร ดื่มสุรา ดื่มชา แข่งม้า เตะลูกหนัง ล่าสัตว์ แต่หลังจากขึ้นเขามา เขาทำได้เพียงอ่านหนังสือ บ้างก็ไปดื่มสุรากับหัวหน้าใหญ่หัวหน้ารอง ส่วนพวกการพนันเขากับหัวหน้าใหญ่ไม่เคยร่วมเล่น คิดไปแล้วก็น่าเบื่อจริงๆนั่นแหละ

“ไม่มี”ซย่าฉุนอวี๋ตอบเย็นชา

เยี่ยเจียเหยาโคลงศีรษะถอนหายใจ “น่าสงสารจริงๆเลย”

ซย่าฉุนอวี๋ “...”

คิดไม่ถึงว่านางจะวิจารณ์ออกมาอย่างนี้ อะไรคือน่าสงสารจริงเลยๆ

“แต่ท่านไม่ต้องกังวล อีกไม่นานจะมีของเล่นสนุกมาให้ท่านเล่นแล้ว ท่านไปนั่งสักพัก ข้าทำเสร็จแล้วจะสอนท่านเล่น” เยี่ยเจียเหยาปลอบ

ซย่าฉุนอวี๋หมดคำพูด เห็นเขาเป็นเด็กรักสนุกหรือไรกัน

“เลิกทำอะไรไร้สาระพวกนี้ได้แล้ว เอ๊ะ เจ้าเอากระดาษพวกนี้มาจากไหน”ซย่าฉุนอวี๋พลันคิดได้ถึงปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง หยิบกระดาษที่ถูกนางตัดขึ้นมาดู นี่มันกระดาษหวายซ่านซีที่เขาเก็บรักษาไว้ไม่ใช่หรือ

“ใครให้เจ้ารื้อของของข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่ากว่าข้าจะหากระดาษนี้มาไม่ใช่ง่ายๆ” ซย่าฉุนอวี๋โมโหอย่างสุดที่จะทนไหว

กระดาษมีหลากหลากชนิด แต่ว่ากระดาษผลิตจากซ่านซีมีผิวขาวมันวาวที่สุด มีเนื้อกระดาษเรียบเนียนดุจเนื้อหยก เป็นของบรรณาการ ผลิตจำนวนจำกัด ต่อให้อาศัยอยู่ที่ฝานหัวแห่งจินหลิงก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ การส่งมาถึงซานตงนี่ยิ่งเป็นไปได้ยากใหญ่ เขาได้รับมาสิบแผ่นกลับใช้ไม่ลง ถูกนางตัดเป็นชิ้นเละเทะไม่พอ ยังวาดรูปอะไรเลอะเทอะไปหมด

หึ ก็แค่กระดาษไม่กี่แผ่น ไฉนต้องแตกตื่นขนาดนี้ เยี่ยเจียเหยาอยากจะกลอกตาใส่ ในหัวกลับมีคำว่ากระดาษหวายซ่านซีผุดขึ้นมาโดนพลัน ตอนนั้นหัวสมองอื้ออึงว่างเปล่า เพียงแต่ห่วงจะหากระดาษมาประดิษฐ์โป๊กเกอร์ ไม่ทันไม่สังเกต เยี่ยจิ่นเซวียนย่อมรู้จักกระดาษหวายซ่านซี แต่ตอนนี้ความคิดทั้งหมดมาจากเยี่ยเจียเหยา ก็ลืมไปซะแล้ว

กระดาษนี่แพงมาก

เยี่ยเจียเหยายิ้มเจื่อน “ขอโทษด้วย หาไปหามา มีแต่กระดาษหวายซ่านซีที่เหมาะสม หากท่านเสียดาย คราวหน้าข้าจะหาวิธีนำมาให้ท่าน ดีหรือไม่ อย่าโกรธเลยนะ”

“ช่างพูดง่ายเสียจริง หามาคืนข้า เจ้าจะไปหาที่ไหน” ซย่าฉุนอวี๋โมโหแล้ว

“ไอหยา ผมท่านยังชื้นอยู่เลย เหตุใดถึงไม่เช็ดให้แห้ง เช่นนั้นผมร่วงเอาได้ง่ายนะๆ รู้หรือเปล่า ถึงตอนนั้นอายุไม่น้อยแต่หัวล้านแล้ว จะกระทบต่อความหล่อเหลาสง่างามและชื่อเสียงของท่านเองนะ” เยี่ยเจียเหยาลงจากเตียงหยิบผ้าขนหนูมา ดันเขานั่งลงที่เก้าอี้ เช็ดผมให้เขาอย่างเบามือ

นี่เรียกว่าการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

ถูกนางขัดเอาเสียหน่อย ซย่าฉุนอวี๋อยากจะระเบิดอารมณ์โมโหก็โมโหไม่ออกแล้ว ได้แต่กล่าวอย่างโมโหว่า “อีกหน่อยอย่าได้หยิบของในห้องหนังสือโดยพลการอีก”

“เจ้าค่ะ เข้าใจแล้ว คราวหน้าจะไม่หยิบอีกแล้ว” เยี่ยเจียเหยาพยักหน้ารับคำติดต่อกัน ยามที่ควรก้มหัวก็ต้องยอมก้มหัว แบบนี้ถึงเรียกว่าเข้าใจสถานการณ์

---

*ปู่เหมา ในที่นี้หมายถึง เหมาเจ๋อตง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น