หอหมื่นอักษร

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 80 หลังแข่งหมากรุก

ชื่อตอน : ตอนที่ 80 หลังแข่งหมากรุก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2561 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 80 หลังแข่งหมากรุก
แบบอักษร

หลังการแข่งขันหมากรุก แม้แต่ซือหม่าเจิ้งยังกล่าวชมเชยเสิ่นเจ๋อหรูอย่างมากว่า ฝีมือโดดเด่นเอาชนะได้อย่างเหนือคาด พระราชทานสมญานามให้เป็นปรมาจารย์หมากรุก ทั้งยังพระราชทานรางวัลไปที่สถานทูตเป็นอันมาก

ครั้งนี้เสิ่นเจ๋อหรูก็สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีก คณะทูตต้าหย่งต่างรู้สึกเป็นเกียรติ ฟางฉงเจ๋อรู้สึกว่าการนำเสิ่นเจ๋อหรูมาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

หลังการแข่งขัน ซือหลุนมักจะมาหาเสิ่นเจ๋อหรูที่สถานทูต ทั้งคู่ต่างคุยกันเรื่องหมากรุก เมื่อซือหลุนรู้ว่าเสิ่นเจ๋อหรูแต่งตำรา “ตำราหมากรุกไม่ตาย”แล้ว รู้สึกลุกลี้ลุกลน บอกเสิ่นเจ๋อหรูถึงอย่างไรก็ต้องคัดลอกตำราเล่มนี้ให้เขา มาสถานทูตแทบทุกวันเพื่อการนี้

เมื่อเสิ่นเจ๋อหรูบอกว่าตำราหมากรุกยังอยู่เมืองหลวง เขาก็ไม่ยอมเชื่อ ยังคงปรากฏตัวที่สถานทูตทุกวัน เคราะห์ดีที่เขาแค่ไปหาเสิ่นเจ๋อหรู พอผ่านไปนานๆ ทั้งคณะทูตต้าหย่งทั้งขุนนางซีเอี้ยนก็ทำเป็นไม่เห็นแล้ว ยังคงประชุมเรื่องส่งทหารร่วมกันตามปกติ ใครจะไปสนใจเรื่องเล็กๆ แค่หมากรุกกับตำราหมากรุก?

เรื่องราวกำลังเป็นไปตามที่เสิ่นเจ๋อหรูกับเสิ่นจีเหอคาดการณ์ไว้ หลังจากที่ถูกซือหลุนตื๊ออยู่ห้าหกวัน  เสิ่นเจ๋อหรูทำเป็นทนคำบ่นของซือหลุนไม่ได้ พูดอย่างเสียไม่ได้ว่า “จะให้ท่องจำเขียนตำราหมากรุกไม่ตายให้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก   เพียงแต่ข้ายังมีเรื่องลำบากที่ตอนนี้ยังทำไม่แล้วเสร็จ จะเอาเวลาที่ไหนมาเขียนตำราหมากรุกได้เล่า”

ซือหลุนเห็นเสิ่นเจ๋อหรูที่เดิมทียืนกรานปฏิเสธก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลง ก็นึกถึง “ตำราหมากรุกไม่ตาย” เขาจะต้องได้มันมา! เดิมเขานึกว่าจะต้องลำบากลำบน ตอนนี้ฟังเสิ่นเจ๋อหรูมีความหมายคือ แค่แก้ปัญหานั้น ก็จะมีเวลามาเขียนตำราหมากรุกใช่หรือไม่ ซือหลุนจึงถามอย่างประหลาดใจว่า “เรื่องอะไรหรือ” ใจคิดว่าจะต้องช่วยเขาจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ เสิ่นเจ๋อหรูจะได้มีเวลาช่วยเขาเขียนตำราหมากรุกได้

ซือหลุนได้ยินเรื่องความลำบากของเสิ่นเจ๋อหรูแล้วก็ตบที่ขาอ่อนตัวเอง หัวเราะฮ่าๆ “ข้าก็นึกว่าเรื่องอะไร    แค่ทะเบียนบ้านสองใบหรือ เป็นเรื่องใหญ่อะไรกัน เจ้าลืมแล้วหรือว่าข้าทำอะไร วางใจได้ เรื่องนี้อีกสองวันข้าจะจัดการให้เจ้าจนเสร็จ”

ที่ว่าบ้าหมากรุกก็บ้าหมากรุกจริงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าหมากรุก ซือหลุนขาดความเก่งกาจและระวังตัวที่เคยมี   เขามิได้คิดเลยว่าเหตุใดเสิ่นเจ๋อหรูจึงต้องการทะเบียนบ้านสองใบนี้ เหตุใดจึงเอ่ยเรื่องนี้ต่อหน้าเขาอย่างเหมาะเจาะพอดี เขาใจจดใจจ่ออยู่แค่ตำราหมากรุกของเขา คนก็เป็นเช่นนี้ พอติดอะไรจริงๆจังๆ จิตใจและสายตาล้วนเห็นแต่เรื่องนั้น เรื่องอื่นๆ ย่อมมองข้ามไปเสียหมด คนจำพวกเสิ่นเจ๋อหรู ก็ต้องการจับคนประเภทซือหลุนที่ติดอะไรจนลุ่มหลงเช่นนี้นี่แล

เป็นจริงดังนั้น เพียงแค่สองวัน ซือหลุนก็นำใบทะเบียนบ้านเอี้ยนตูมาให้สองใบ ทั้งตราประทับ ทั้งชื่อ   บอกชัดเจนว่าเป็นคนเอี้ยนตูแท้ๆ เป็นปู่หลาน เดิมอยู่ที่เมืองพัวหล่ง เพิ่งย้ายจากเมืองพัวหล่งมาทำมาหากินที่เอี้ยนตู มีที่มาชัดเจน มีประวัติครอบครัวถูกต้อง

ซือหลุนยิ้มให้เสิ่นเจ๋อหรูอย่างชื่นใจ “ทีนี้ปัญหาเจ้าก็แก้ไขได้แล้วใช่หรือไม่ ตอนนี้คงมีเวลามาเขียนตำราหมากรุกไม่ตายได้แล้วกระมัง” น้ำเสียงคาดหวังอย่างมาก ตั้งแต่แข่งแพ้คราวที่แล้ว เขาก็อยากเอาชนะคืน ไม่คิดว่าเสิ่นเจ๋อหรูจะเอาชนะเขาได้ทุกครั้ง ทั้งยังจัดวางหมากสุดท้ายให้เขาแก้ แก้เท่าไรก็แก้ไม่ได้

 “เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ใช่หรือไม่ เจ้าก็รู้ ญาติข้าเคยทำผิดที่พัวหล่ง ไม่เช่นนั้นก็คงไม่คิดจะมาเป็นคนใหม่ที่นี่หรอก” เสิ่นเจ๋อหรูถาม เขาสร้างเรื่องโกหกซือหลุนว่า สองคนนี้เป็นลูกหลานของพ่อค้าต้าหย่งกับซีเอี้ยน ซือหลุนเองก็ไม่ได้ถามไถ่มากมาย ด้วยเพราะคนเช่นนี้มีอยู่มากมายในเมืองซีเอี้ยน

 “เรื่องนี้ข้าทำเอง ก็เพราะอยากได้ตำราหมากรุกไวๆ ไม่ได้ผ่านมือใคร ญาติเจ้าปลอดภัยแน่นอน” ซือหลุนตบหน้าอกรับรอง หนังสือทะเบียนบ้านได้มาแล้ว เสิ่นเจ๋อหรูก็ไม่ได้พูดมาก แค่บอกว่าถึงเขียนจากท่องจำก็ต้องใช้เวลาหลายวัน ป้องกันผิดพลาด ต้องคอยระวัง ให้ซือหลุนอีกห้าวันค่อยมาเอาตำราหมากรุก

 เสิ่นเจ๋อหรูนำหนังสือทะเบียนบ้านไปให้เสิ่นเจ๋อเสวีย เสิ่นเจ๋อเสวียก็ให้พ่อค้าถนนเฉาฮุยไปศาลาว่าการเอี้ยนตูลงบันทึก ทั้งเปลี่ยนชื่อทั้งสองให้มีความหมายดีตามธรรมเนียมซีเอี้ยน ตอนลงบันทึกก็เปลี่ยนเป็นชื่อใหม่ไปด้วย แม้แต่ที่อยู่ที่เอี้ยนตูก็เปลี่ยนหลายครั้ง ต่อมาเจ้าของหนังสือก็ทำไฟไหม้หนังสือแหว่งไป คงเหลือตราประทับพอเป็นหลักฐาน จึงไปศาลาว่าการเอี้ยนตูเปลี่ยนหนังสือใหม่สองฉบับ ส่วนของเดิมนั้นก็ยกเลิกไป

ผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งหลายหน จนเสิ่นเจ๋อเสวียก็แทบจำชื่อแรกไม่ได้ เช่นนี้ เสิ่นจีเหอกับเสิ่นหวีอี้ก็ใช้หลักฐานที่ถูกต้องอยู่ต่อที่ซีเอี้ยนได้แล้ว

แน่นอน ซือหลุนไม่รู้เรื่องเหล่านี้ เขาถือ”ตำราหมากรุกไม่ตาย”ที่เสิ่นเจ๋อหรูเขียนให้ รักเหมือนสมบัติล้ำค่า ไม่เคยนึกถึงเรื่องทะเบียนบ้านอีกเลย ตั้งแต่ได้”ตำราหมากรุกไม่ตาย”มาแล้ว ความคิดเขาทั้งหมดก็อยู่แต่ในตำรา รู้สึกว่าตำรามีการเปลี่ยนแปลงไม่รู้จบ แต่ละก้าวเดินล้วนมีความหมายลึกซึ้ง ราวกับว่าอ่านอย่างไรก็ไม่จบ

คนเล่นหมากรุกต้องใช้ความคิด พลังใจแห้งเหือดอย่างรวดเร็ว หลังจากคณะทูตต้าหย่งกลับเมืองหลวงไปได้สองปี ซือหลุนก็เสียชีวิต ได้ยินว่าตอนตายยังกอด “ตำราหมากรุกไม่ตาย”ไม่ยอมปล่อย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องภายหลังต่อมา

ถือว่าไม่ได้ทำให้เสิ่นหวาซั่นผิดหวังในเรื่องที่ไหว้วานให้ทำ เมื่อจัดการเรื่องหนังสือทะเบียนบ้านเรียบร้อย เสิ่นเจ๋อหรูก็รู้สึกสบายใจ ในเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ต่อไปก็เป็นเรื่องของเสิ่นจีเหอกับเสิ่นอวี๋อี้แล้ว เขาเริ่มมีใจเที่ยวเอี้ยนตูแล้ว นอกจากฟางฉงเจ๋อกับสวี่เซิ่นสิงที่แบกภารกิจอันหนักหน่วงแล้ว ขุนนางคณะทูตที่เหลือล้วนแต่มาร่วมเฉยๆ วันนี้ เขากับขุนนางต้าหย่งพร้อมกับซือหม่าอันทูตรองต้อนรับมาถนนเฟิงเฉาที่มีชื่อเสียงที่สุดของเอี้ยนตู ซือหม่าอันเป็นหลานลุงของซือหม่าเจิ้ง ไม่รู้ซือหม่าเจิ้งพิจารณาจากอะไร ทูตต้อนรับทั้งเอกทั้งรองเป็นคนในราชตระกูลซือหม่า แต่เสิ่นเจ๋อหรูไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ คณะทูตก็ใกล้จะกลับแคว้นแล้ว เขาจึงไม่ได้คิดมาก

เสิ่นเจ๋อหรูยืนอยู่ตรงปากทางถนนเฟิงเฉา ใจคิดว่าตั้งชื่อเหมาะสมมาก สุดถนนเฟิงเฉา เป็นยอดเขาเตี้ยตามธรรมชาติ แลดูโดดเด่น ยามนั้นตอนที่ตระกูลซือหม่าสร้างเมือง ไม่รู้เพระเหตุใดถึงไม่ทำลายเขาลูกนี้ทิ้งเสีย แม้ภูเขาจะเตี้ย แต่ชันมาก บนยอดมีน้ำตก ไหลลงมาไม่หยุด   เวลาลมพัดผ่าน แม้ยืนอยู่ปากทางก็ยังรู้สึกเย็น ซีเอี้ยนมีช่วงเวลาร้อนยาวนาน เช่นนี้ก็เป็นการทำประโยชน์ให้ผู้อยู่อาศัย เหล่าขุนนางเห็นทิวทัศน์ถนนเฟิงเฉาแล้วต่างชื่นชม น้ำตกเห็นมาไม่น้อย แต่น้ำตกในถนนที่คนพลุกพล่านเช่นนี้พบเห็นได้น้อยมาก

เสิ่นเจ๋อหรูกับกลุ่มขุนนางเดินไปตามถนน เมื่อเขาเห็นชื่อร้านแห่งหนึ่งแล้ว ต้องดูอีกหลายครั้ง ชื่อ“ซู่จงจุย” แปลว่าเมาในข้าวฟ่าง ชื่อนี้ควรจะเป็นร้านสุรา ตั้งชื่อได้ลึกล้ำดี ไม่เลวทีเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น