Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 25 :: แม่เป็นแมว…แล้วพ่อล่ะ ? [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 25 :: แม่เป็นแมว…แล้วพ่อล่ะ ? [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2561 13:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 25 :: แม่เป็นแมว…แล้วพ่อล่ะ ? [ครบ - 100% -]
แบบอักษร

โทรครั้งที่ 25 แม่เป็นแมว…แล้วพ่อล่ะ ?

            “ไม่ได้นอกใจโว้ย! น้องมันแค่แวะเข้ามาหาเฉยๆ นั่งคุยกันเฉยๆ และก็กลับไปอย่างที่นายเห็นนี่แหละ” ผมอธิบาย หงุดหงิดแล้วนะ ย้ำอยู่นั่นแหละพ่อคุณว่านอกใจๆ เดี๋ยวเจอกระโดดงับหูอีกรอบหรอก

            “แล้วทำไมต้องให้เข้าบ้าน”

            “งั้นนายจะให้พี่รับแขกด้วยการปล่อยให้เขานั่งกับพื้นหน้าบ้านหรือไง”

            “ก็อยากให้ทำแบบนั้นอยู่เหมือนกันครับ” ตอบกลับหน้าตาเฉย แกเป็นคนแบบนี้เองสินะ ผมไม่รู้จะเถียงอะไรดี เถียงไปตอนนี้ก็คงไม่ชนะ เพราะชนกันต์ได้บวกพลังงี่เง่าเข้าไปด้วย ผมถอนหายใจ จับแขนเสื้ออีกฝ่ายแล้วลากเข้าบ้าน ยืนเถียงนานๆ มันเมื่อย ไปเคลียร์ในบ้านดีกว่า

            “นั่งไป เดี๋ยวเอาน้ำให้กิน” เดินเข้าครัวหลังผลักคนตัวสูงให้นั่งลง ผมชงน้ำแดง เทเยอะกว่าปกติด้วย แดกอะไรหวานๆ ซะจะได้หายบ้า

            “ขอบคุณครับ” แม้อยู่ในโหมดโกรธ แต่ยังขอบคุณเสียงอ่อนเมื่อผมยื่นน้ำให้ ยกขึ้นจิบและกลับมากดดันผมต่อ

            “หยุดมองเหมือนพี่ทำอะไรผิดได้แล้ว”

            “ก็ผิดจริงๆ ไม่ใช่หรือไงครับ” เออนะ จะให้ผิดให้ได้ว่างั้น ผมกลอกตา กลอกให้มันเห็นด้วย อย่าให้พี่เกรี้ยวกราดบ้างนะ

            “น้องมันแค่เข้ามานั่งเล่น และก็ไม่ได้มาคนเดียวด้วย ไอ้หมวยเล็กก็มา แต่มันกลับไปก่อนหน้านั้นแป๊บเดียวเอง”

            “จริงเหรอ” ยัง มันยังไม่เชื่อ

            “โทรถามหมวยเล็กเลยไหมล่ะ!” ผมประชด

            “งั้นโทร” เอิ่ม...แต่อีกฝ่ายเอาจริง

            ผมถอนหายใจอีกครั้ง ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจจะไปถอนใส่หน้ามัน เขยิบตัวเข้าใกล้ ใช้มือตะปบแก้มร่างสูง ดึงใบหน้าให้หันมาสบตา

            “พี่รักนายขนาดนี้คิดว่าจะนอกใจหรือไง”

            “บอกรักไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ใจเต้นแรงนะ”

            “หายโกรธด้วย”

            “ง่ายไปไหม”

            ง่ายเถอะ พี่ชอบคนง่ายๆ

            “ตัวเองยังมีประเด็นน้องเฌอปรางอยู่นะอย่ามาทำเป็นเหนือ” ผมมองเหยียดคืนบ้าง เท่านั้นแหละ ไอ้คนที่ปั้นหน้าดุรีบเปลี่ยนสีหน้า เอาหัวมาไถๆ อ้อนตรงไหล่ หึ! รีบเลยนะ

            “ขอโทษครับ ผมเคลียร์กับเขาแล้วเรียบร้อยตามคำสั่ง จบแน่นอนไม่มีอะไรต้องพูดต่อ เพราะงั้นปิดประเด็นนี้ได้แล้วนะ”

            “ให้มันจริง”

            “ผมรักพี่มากขนาดนี้คิดว่าผมจะเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นหรือไงครับ” ผมชะงัก แม่ง...เข้าใจละว่าตอนโดนบอกรักแบบไม่ทันตั้งตัวมันใจเต้นแรงยังไง ไม่ยิ้มๆ ห้ามยิ้ม!

            “โอเค พี่เชื่อนาย”

            “พี่แจนน่ารักเสมอ”

            ไม่ต้องมาชม!

            “แต่ที่นายหาว่าพี่นอกใจมันน่าตบจริงๆ” ผมเหล่ นึกแล้วเคืองว่ะ ไม่ได้พูดแค่ครั้งเดียวด้วย ว่าแล้วก็อยากตบจริงๆ พอลแสร้งทำเป็นหงอย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด

            “งั้นตบสิครับ”

            ผมเลิกคิ้ว เอาจริงดิ จริงจังบ่นิ? ให้ตบแน่เหรอ เมื่อเห็นร่างสูงพยักหน้ายืนยันผมก็ลอบยิ้มในใจ ด้ายยยย~ ได้เลยคุณชนกันต์ มันมือล่ะทีนี้

            หมับ!

            ทว่าเมื่อผมยกมือขึ้นหมายจะฟาด ไอ้คนที่อนุญาตให้ตีก็จับแขนผมไว้ อะไรยังไง ไหนบอกให้ตีไง ผมขมวดคิ้ว จะใช้อีกมือก็โดนคว้าไว้เช่นกัน เอ๊ะมึงนี่! จะเอายังไงห้ะ

            “ตบสิครับ” เสียงทุ้มท้าทาย ดวงตาคมเลื่อนลงมาหยุดที่ริมฝีปากผม คล้ายต้องการสื่อให้รู้ว่าเจ้าตัวต้องการให้ผมใช้อะไรในการตบ หึ! เจ้าเล่ห์นักนะ ผมยักไหล่ดึงมือกลับ

            “งั้นไม่ตบ”

            “เสียดายแฮะ” ไม่ต้องมาทำหน้าหงอยเลย ผมส่ายหน้า พอลหันไปสนใจน้ำแดงต่อ ผมลอบมองคนข้างตัว ถ้าเรื่องเฌอปรางเคลียร์แล้วอย่างที่เจ้าตัวว่าจริงๆ มันก็ยังมีอีกเรื่องที่ผมติดใจ

            “พอล”

            “ครับ?”

            “อยากมีลูกไหม” ถามออกไปแล้วร่างสูงก็ชะงัก เป็นการชะงักที่ทำให้ผมใจหล่นไปวูบหนึ่ง พอลมองผมก่อนส่ายหน้าคล้ายอ่อนใจ เดี๋ยวๆ ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงไอ้คุณชนกันต์

            “พี่คิดมากเรื่องนี้เหรอครับ”

            “มันเป็นเรื่องที่ต้องคิดอยู่แล้วปะวะ!” ผมโวยกลับ ทำไมต้องทำเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กๆ ด้วยนะ ในขณะที่ผมกังวล อีกฝ่ายดูไม่คิดมากอะไรเลย

            “ไม่ครับ ไม่เห็นต้องคิดเลย พี่คลอดลูกให้ผมไม่ได้อยู่แล้ว”

            เอิ่ม...ดูหน้าด้วย พี่จริงจัง

            “หรือว่าเราจะทำจนกว่าจะท้องดี หืม” ถามพร้อมกับทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ หืมหาบ้านป้าแกสิพอล คลอดไม่ได้โว้ย ขี้ได้อย่างเดียว จะเอาปะล่ะ ผมจิ๊ปาก ความหงุดหงิดเริ่มจุดขึ้นมาทีละน้อย เหมือนพอลรับรู้ได้ รีบขยับเข้ามากอด เอามือลูบหัวโอ๋ๆ

            “ไม่เครียดสิครับไม่เครียด ไม่มีก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยครับ อยู่กับพี่ผมก็มีความสุขดี ลูกไม่ใช่ทุกอย่างนะฮะ”

            “แน่ใจนะ” ผมเงยหน้าสบตา พอลยิ้มอ่อนโยนกลับมา

            “ครับ ไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้ พี่อาจจะกังวลด้วยคำพูดของผมก่อนหน้านี้ แต่หลังจากเจอพี่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว และถ้าพี่แจนยังคิดมากเรื่องนี้อีก ผมจะถือว่าพี่ไม่เชื่อใจผมนะ”

            ผมหน้าเหวอ เดี๋ยวดิเฮ้ย! ไม่เชื่อใจอะไร!

            “เอาตามนี้นะครับ” ไม่พูดเปล่า ยังส่งมือมาเคาะหน้าผากผมเบาๆ นี่คือการแสดงความเอ็นดูของมึงสินะ ร่างสูงลุกขึ้นยืน “ขอไปอาบน้ำก่อน วันนี้กินข้าวบ้านผมนะ น้าแคลร์อยู่พอดี”

            “โอเค”


…………….


            เมื่อเดินกลับถึงบ้านพอลก็ถอนหายใจเฮือก เสียงดังจนคนเป็นน้าได้ยิน แคลร์เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือนิยายฆาตกรรม ย่นคิ้วมองหลานรักที่กำลังทำสีหน้าหนักใจ

            “เป็นอะไรหืมเรา ไปบ้านพี่แจนมาใช่ไหม”

            “ใช่ครับ”

            “ทะเลาะกันเหรอ”

            “เปล่าครับ” พอลส่ายหน้า ว่าแล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง อาการเป็นหนักจนน้าต้องกวักมือเรียกให้เดินเข้ามานั่งด้วยกัน

            “มีอะไรปรึกษาน้าได้นะ ตั้งแต่เด็กจนโตเราชอบเก็บอะไรไปคิดคนเดียวตลอดเลย น้าเป็นห่วงนะ” ไม่พูดเปล่า สายตาแสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยก็ถูกส่งมาด้วย พอลโคลงศีรษะ เขาเป็นอย่างที่น้าบอกจริงๆ นั่นแหละ นั่นเพราะเขาเกรงใจ ไม่อยากเอาเรื่องต่างๆ ไปรบกวนน้าแคลร์ แค่น้าเลี้ยงเขาตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นพระคุณมากแล้ว

            แต่จากท่าทางของน้า...ถ้าบอกปัดอีกน้าคงเสียใจสินะ

            “งั้น...ผมขอปรึกษาน้าสักเรื่องได้ไหมครับ”

            “โอ้ว…” น้าแคลร์ยกมือปิดปาก สีหน้าดูปลาบปลื้มเหมือนลูกเพิ่งเข้าโรงเรียนครั้งแรกแต่ไม่ร้องไห้งอแงสักแอะ น้ำใสๆ คลอขึ้นรอบดวงตาด้วยความตื้นตัน

            น้าใจเย็นๆ ก่อนนะ

            “ดีใจมากเลย ในที่สุดก็ได้ทำหน้าที่นี้สักที ว่ามาเลยหลานรัก น้าพร้อมช่วยเต็มที่” จริงจังและขึงขังเหมือนจะไปออกรบ ร่างสูงหัวเราะเบาๆ รู้สึกดีที่น้าให้ความสำคัญกับตนมากขนาดนี้

            “พี่แจนเขากังวลเรื่องลูกน่ะฮะ ผมบอกไปแล้วว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่มีก็ได้ แต่ดูท่าพี่เขาคงกังวลไม่เลิก”

            “อืมมม...ไม่แปลกเท่าไหร่ ผู้ชายกับผู้ชายต้องมีคิดเรื่องนี้อยู่แล้ว”

            “...”

            “รับเด็กมาเลี้ยงไหมล่ะ” น้าเสนอ ทว่าเขาส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ไม่เอาหรอกครับ อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว และผมก็คิดภาพพี่แจนเลี้ยงเด็กไม่ออกจริงๆ” ไม่อยากคิดภาพเลย ถ้าเด็กไม่ยอมกินข้าว อย่างพี่แจนคงเอาช้อนยัดปากแทนที่จะกล่อมให้เด็กเชื่อฟัง คนนั้นเขาสายเกรี้ยวกราด

            “ถ้าไม่อยากเลี้ยงก็คงต้องบอกให้แจนเข้าใจแหละว่าเราไม่ต้องการจริงๆ แรกๆ แจนอาจจะยังไม่มั่นใจ แต่นานเข้าความรู้สึกของพอลแจนจะเข้าใจได้เอง” น้าแคลร์ตบไหล่ให้กำลังใจ เท่านี้เขาก็เหมือนได้รับการฮีลแล้ว

            “ขอบคุณฮะ ขอกอดทีได้ไหมครับ”

            สีหน้าปลาบปลื้มกลับมาอีกครั้ง “ต๊ายยย~ ความเป็นแม่ของน้ามันพุ่งพล่านไปทั่วตัวแล้ว มาๆ เด็กน้อยของน้า~” น้าแคลร์อ้าแขนเตรียมรับหลานรักเข้าไปกอด พอลหัวเราะ เอนกายเข้าหา

            อืม...กอดของแม่คงอบอุ่นแบบนี้เองสินะ


- 45% -

            พอลอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็กลับมารับผม แต่อีกฝ่ายไม่ได้มาตัวเปล่า มีไอแพดติดมือมาด้วย เอามาทำไมล่ะนั่น แค่เดินมารับเฉยๆ เดี๋ยวก็ต้องกลับไปบ้านแกแล้ว

            “พี่แจนครับ” พอลนั่งลง กวักมือเรียกหยอยๆ เรียกอย่างนี้ต้องนั่งกับมึงงั้นสิ แทนที่จะรีบไปกินข้าวกับพี่แคลร์ ไม่รู้ป่านนี้โมโหหิวไปแล้วหรือยัง

            ผมส่ายหน้า เดินเข้าไปใกล้ก็ถูกกระตุกแขนให้ล้มลงบนตักแกร่ง พอลจัดท่าจัดทางให้ผมนั่งเอนกายพิงอก มือเลื้อยกอดเอว เอาไอแพดให้ผมถือ

            “ชอบตัวไหนครับ”

            ผมก้มมอง มันค้างอยู่หน้าเว็บที่เขาไว้ซื้อขายแมวเหมียว มีหลากหลายสายพันธุ์ เยอะแยะลายตาไปหมด ผมขมวดคิ้ว เอาแมวให้ดูทำไมวะ

            “ให้ดูทำไม”

            “ให้ดูไงครับว่าพี่แจนชอบตัวไหน” ตอบกลับเสียงนุ่ม แถมเอาหน้ามาถูไถกับแผ่นหลังผมอีก ตรงหน้าก็แมว ไอ้ตัวที่กอดผมอยู่ก็เริ่มกลายร่างเป็นแมวละ นี่อ้อนพี่ใช่ไหม

            “แมว?”

            “ใช่ครับ แมว”

            “เอามาทำไม” ถามอย่างข้องใจ เออก็น่ารักดีแหละแมวพวกนี้ ผมเองก็เคยดูคลิปแมวบ่อยๆ ในทวิตเตอร์ บางตัวก็น่ารัก บางตัวก็กวนตีน แถมบางตัวยังชอบทำหน้าตลกๆ อีกด้วย

            “ก็...มีลูกกันไม่ได้ แต่มีลูกแมวได้นี่ครับ พี่จะได้เลิกคิดมากเรื่องลูกสักที” อธิบายเสร็จสรรพพร้อมจับตัวผมให้ไหลลงไปนั่งที่หว่างขาแทน จมูกโด่งซุกอยู่ที่ไหล่ เจ้าตัวหอมไปดังฟอด

            กลืนพี่ลงท้องเลยไหมล่ะน้องพอล

            “ทำไมต้องเป็นแมววะ” เอ่ยถามพลางเลื่อนดูลูกแมวน้อยไปเรื่อย พอลเงยหน้าขึ้นเอาคางเกยไหล่ เอื้อมมือมาจิ้มรูปแมวตัวหนึ่ง

            “น่ารักดีออก ดูสิครับ ตัวนี้เหมือนพี่เลย” ว่าจบก็หัวเราะ แต่ทานโทษนะน้องพอล แมวหน้าบึ้งเนี่ยนะ เหมือนตรงไหนวะ! ผมทำหน้าบึ้ง เออแฮะ...เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคล้ายแมวในรูปละ ผมขยับไปนั่งข้างๆ แทน โอเคมันก็เป็นการแก้ปัญหาที่น่ารักอยู่ ไม่มีลูกก็เลี้ยงสัตว์เอา แต่...ทำไมต้องแมววะ

            “ทำไมต้องแมวด้วยวะ”

            “ก็นี่ไงครับ มีแม่เป็นแมว” พอลชี้นิ้วมาที่ผม จะให้กูเป็นแมวให้ได้เลยสินะ

            “และก็มีพ่อเป็นเหี้ย อื้อ!” ผมชี้คืน แล้วก็ต้องร้องออกมาเมื่อพอลโน้มใบหน้าเข้าหา ใช้ฟันงับริมฝีปากผมเป็นการลงโทษ ผมเบิกตากว้าง พออีกฝ่ายผละออกมือก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อๆ ไปเต็มๆ

            เพียะ!

            “โอ๊ยพี่แจน ตีผมทำไมเนี่ย”

            มือพี่ลั่นไปเอง

            “งับมาได้ นี่มันหมาชัดๆ” ผมโวย เอามือจับปาก งับมาได้ไอ้บ้าเอ้ย ไม่ใช่เบาๆ ด้วย เพิ่มแรงอีกนิดเลือดได้ออกมาทักทายสายตาแน่นอน ผมทำตาดุ ทว่าไอ้คนผิดกลับอมยิ้มระรื่น แถมยื่นหน้าเข้ามาใกล้...อีกแล้ว!

            งับอีกทีกูตบปากแตกจริงๆ ด้วย

            “แล้วอยากโดนหมาเลียปากไหมล่ะครับ” กระซิบถามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ดวงตาฉายชัดเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ กลีบปากที่ช้ำนิดๆ จากการถูกกัดก็โดนหมาตัวโตตวัดลิ้นเลีย มอบสัมผัสแปลกๆ ให้ทั่วกลีบปาก จนเจ้าตัวหนำใจถึงได้ผละออก

            ผมตะปบมือปิดปาก ใบหน้าแดงก่ำ อยากด่าแต่ไม่รู้จะด่ายังไงดี เพราะในหัวตอนนี้มีแต่คำว่า เขิน เขิน! เขิน!!

            ส่วนไอ้หมาตัวโตเมื่อทำให้ผมเขินได้ก็หัวเราะร่วน ดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่น

            “พี่แจนครับ”

            “หืม”

            “พี่ไม่ต้องคิดมากนะ ลูกน่ะไม่มีก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ส่วนแมวพี่จะไม่เอาก็ได้ ไม่เป็นไร”

            “...”

            “มีพี่ก็พอแล้ว”

            รักจัง ผู้ชายคนนี้


…………….


            หลังจากเจอเพทายเมื่อคราวก่อนนู้นนนนน อีกฝ่ายก็ได้ทำการขอเบอร์ขอไลน์ผมไปเป็นที่เรียบร้อย บอกจะเอาไว้ติดต่อเวลาฉุกเฉิน ผมก็ให้ไปพร้อมทั้งคิดด้วยว่า...มันมีอะไรฉุกเฉินให้ติดต่อวะ

            แต่มาวันนี้...ผมรู้แล้วล่ะ ว่าอะไรที่ฉุกเฉินของเพทาย

            ในเวลาพักเที่ยง เทพายชวนผมออกมากินข้าว ร้านข้าวอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าไหร่ ซึ่งที่นี่ก็เป็นตัวเลือกหลักๆ ของพนักงาน เพราะใกล้และอร่อย เมื่อผมมาถึง เพทายก็เบะปากให้เป็นสิ่งแรกแทนที่จะทักทาย

            “พี่แจนนนนน~ เฮลป์มี~”

            เอ่อ...อย่าเพิ่งตายนะ

            สีหน้างอแงแถมมีแววเหนื่อยล้า ก็ดูน่าสงสารอยู่หรอก เพทายไถหน้าไปกับโต๊ะ ท่าทางหมดแรงเอาซะจนผมอยากสะกิดถาม...มึงกลับไปนอนที่บ้านเอาไหม

            “เป็นอะไรน่ะ” ผมนั่งลงแล้วถาม เพทายดีดตัวขึ้นมานั่งหลังตรง ปุ๊บปั๊บรวดเร็วจนผมสะดุ้ง ไอ้ผี! เป็นอะไรของมึง

            “ผมกำลังจะตาย” เสียงอ่อยพร้อมด้วยการเบะปาก

            “เป็นอะไร” ถามย้ำอีกครั้ง ถ้ามึงยังลีลาไม่พูด กูนี่แหละจะเป็นคนทำให้มึงตายเอง

            “หัวหน้าน่ะสิ ไม่รู้ว่าไปเจ็บแค้นเคืองโกรธผมมาแต่ชาติปางไหน ใช้งานผมหนักเกินเงินเดือนแล้วเนี่ย งานแก้ไม่ทันก็เพทาย ลูกค้าวีนก็เพทาย งานเก็บรายละเอียดก็เพทาย ขนาดซื้อส้มตำยังเพทายเลย! เกิดเป็นเพทายก็ผิดแล้ว” บอกเล่าพร้อมสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ พี่ณะแม่งเล่นหนักจริงว่ะ

            “แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ เพราะพี่แน่ๆ ก่อนหน้านี้ยังปกติ พอเขาเจอผมอยู่กับพี่ปุ๊บ บันเทิง!!” เพทายชูมือขึ้นสูงทั้งสองข้าง ผมถลึงตาดุ มึงอย่า! นี่กลางร้านอาหาร แกไม่อายไม่ได้หมายความว่าพี่ต้องไม่อายตามแกนะ

            “พี่แจนต้องช่วยผมนะ” เล่นใหญ่เสร็จปุ๊บก็หันมาบีบตาอ้อน ท่าทางหงอยเหงาเป็นหมาไม่มีเจ้าของนั่นช่างไม่เหมาะกับรูปร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัวเลยสักนิด หมดกันภาพพจน์คนหล่อ

            “จะให้พี่ช่วยยังไงวะ”

            “คุยกับหัวหน้าที”

            “โอ้โห! เหมือนพี่จะคุยกับเขารู้เรื่องอะ”

            แล้วเพทายก็กลับไปเบะปากอีกครั้ง “แล้วผมต้องทำยังไง เหนื่อยมากเลยนะทุกวันนี้ จะฟ้องใครก็ไม่ได้ หัวหน้าเล่นดักทางมาแบบนี้” ว่าจบก็ยืดตัวขึ้น เก๊กหน้าขรึมเลียนแบบพี่ณะ “งานแค่นี้คุณทำได้ใช่ไหม คงไม่แอบคิดหรอกนะว่าผมแกล้งคุณ”

            ว่าจบก็ทึ้งหัว หมดแล้ว! ไม่เหลือแล้วสภาพคนหล่อ

            “เออ! ไม่แอบคิด! แต่กูคิดเลยยยย!”

            ผมได้แต่นั่งยิ้มแหยๆ ทั้งสงสารและรู้สึกผิด ตอนนี้พี่ณะคงเข้าใจไปแล้วว่าเพทายคือแฟนของผม

            “ขอโทษด้วยนะ”

            “ไม่ๆ” เพทายโบกไม้โบกมือ “พี่ไม่ต้องขอโทษหรอก ผมเต็มใจช่วย ไอ้พอลก็เพื่อนรักผม กินนอนด้วยกันมา แต่หัวหน้านี่ดิ...นิสัยไม่ดี!” คำสุดท้ายคนตรงหน้ากระแทกเสียง ผมรีบจุ๊ปากให้เบาเสียงลง เกิดในร้านมีพนักงานที่บริษัท ถ้าเขาได้ยินแล้วเอาไปฟ้องพี่ณะ คราวนี้แกได้ตายของจริงแน่

            ผมเคาะนิ้วลงกับโต๊ะ ระหว่างนี้เพทายเปลี่ยนไปสั่งอาหารแทน โวยวายเยอะเกินคงจะหิว ผมคิดหาทางช่วย ไอ้คุยกับพี่ณะตรงๆ ก็ได้อยู่หรอก แต่แค่คิดก็กระอักกระอ่วนแล้วอะ ใครจะเชื่อว่าคนอย่างพี่ณะจะแกล้งลูกน้องเพราะเรื่องส่วนตัว

            เออ นิสัยไม่ดีอย่างที่เพทายว่า

            “พี่แจนกินต้มยำไหม” ร่างสูงเงยหน้าจากเมนูมาถาม

            “อยากกินก็สั่ง พี่เลี้ยงเอง” ปลอบใจเขาหน่อย ซึ่งคนตรงหน้าก็รับคำอย่างว่าง่าย

            ระหว่างรออาหารที่สั่งเพทายยังคงบ่นเป็นระยะ งุ้งงิ้งพึมพำจับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมก็พยักหน้ารับ เป็นผู้ฟังที่ดี เพราะผมเองก็เป็นสาเหตุให้น้องมันต้องมาเจออะไรแบบนี้

            ทว่าเมื่อผมเลื่อนสายตาไปที่ประตูร้าน เจอเข้ากับผู้ชายร่างสูงที่ถูกยกมาเป็นประเด็นก็รีบสะกิดบอกเพทายให้เงียบปาก เจ้าตัวเหลอหลาในทีแรก พอมองตามสายตาของผมไปก็เข้าใจ ริมฝีปากร่างสูงเบะลงอีกครั้ง

            “ไว้อาลัยให้ผมด้วยนะพี่แจน”

            ได้ พี่เป็นเจ้าภาพงานศพให้ด้วยเลย

            พี่ณะกวาดสายตามองหาโต๊ะว่าง แหม...ร้านมีตั้งมากตั้งมายทำไมพี่ต้องมาร้านนี้ครับ ผมพยายามย่นคอหดหัวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็น แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาดุจเหยี่ยวของพี่แก ขายาวก้าวตรงมาทางนี้ทันที

            “แจน” เสียงทุ้มเอ่ยทัก

            “อ่า...สวัสดีครับพี่ณะ” ทักกลับอย่างเสียมิได้ เพทายก้มศีรษะทำความเคารพรัวๆ จนผมกลัวว่าคอน้องมันจะเคล็ด

            “สวัสดี ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่นะ” ว่าจบก็ปรายตามองลูกน้องตัวเองที่ได้แต่นั่งหลบตาไปชมนกชมไม้ โธ่ๆ น้องเพทาย น้องช่างน่าสงสารจริงๆ แต่ดีแล้วที่ไม่หันกลับมา ไม่อย่างนั้นได้กระอักกับสายตาเย็นชาของพี่ณะแน่

            แล้วผมควรทำยังไงดี จะชวนพี่ณะให้นั่งด้วยกันก็ดูจะเป็นการรังแกเพทาย แต่ถ้าไม่ชวนมันก็เสียมารยาท ระหว่างที่กำลังตบตีกับความคิด พี่ณะก็เป็นฝ่ายหาทางออกให้

            “เชิญพวกคุณตามสบาย ทานให้อร่อยล่ะ”

            ผมลอบถอนหายใจ โล่งเลย~ กราบขอบคุณครับที่พี่ยอมไปง่ายๆ เพทายเองก็มีสีหน้าดีขึ้น

            ทว่า...ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวผ่านโต๊ะไป ดวงตาเย็นชาก็ตวัดมองลูกน้อง เอ่ยเสียงเรียบในแบบฉบับที่คนฟังอยากหลั่งน้ำตา

            “คุณเพทาย หลังพักเที่ยงไปพบผมที่ห้องด้วย”

            เลี้ยงข้าวเพทายสามมื้อยังไม่อาจลบล้างได้เลย เพทาย...พี่ขอโทษ~


- 100% -


○○○○○○○○○○○

​คุณ YS เราเห็นเมนต์คุณน้า ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

เป็นเมนต์ที่อ่านแล้วรู้สึกทำให้มีกำลังใจในการเขียนนิยายเพิ่มขึ้นอีกมากเลย

ขอบคุณที่รักตัวละคร รักนิยายเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ♥

อีกสองตอนจบแล้วนะ ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดจนถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณมากค่า ♥​


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น