กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

ตอนพิเศษอาดอม❤หนูอิน(14)อารมณ์แปรปรวน

ชื่อตอน : ตอนพิเศษอาดอม❤หนูอิน(14)อารมณ์แปรปรวน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 77

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2561 22:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษอาดอม❤หนูอิน(14)อารมณ์แปรปรวน
แบบอักษร

อาทิตย์ต่อมา

“บ้านใครกันเหรอคะ” เอลินเอ่ยถามเมื่อชายหนุ่มพาเธอมายังบ้าน ไม่สิ ต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก เพราะหลังช่างใหญ่โตอลังการ ซ้ำพื้นที่โดยรอบก็กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย 

“บ้านของเรา” โดเมนิคหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาว 

“ใครบอกว่าจะมาอยู่ด้วยกันคะ” เอลินทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ 

“ฉันบอกเอง ไม่ยอมก็จะจับขังเอาไว้ แล้วใช้โดเมนิคน้อยที่ไม่น้อยทรมานเธอด้วยรสสวาทบนเตียงทุกเช้าค่ำจนกว่าเธอจะยอม” โดเมนิคดึงร่างบางมากอดไว้ในอ้อมแขน 

“ตาลุงหื่น” เอลินหลุดหัวเราะน้อยๆเมื่อได้ฟังสิ่งที่เขาบอก 

“เธอชอบ ฉันรู้” โดเมนิคกระเซ้าแหย่ แล้วหอมที่แก้มนวลของเธอเสียฟอดใหญ่ 

“เลิกทะลึ่งเลยค่ะ มาคุยกันเรื่องบ้านก่อน ทำไมซื้อใหญ่ขนาดนี้คะ สิ้นเปลืองเปล่าๆ” เอลินผละออกจากชายหนุ่มแล้วเอ่ยถาม รู้ดีว่าเขาร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง แต่นี่มันก็ออกจะเกินไปสักหน่อย 

“ฉันอยากให้เธออยู่สบายๆ ไหนจะลูกๆอีกล่ะ ถ้ามีลูกก็อยากให้ลูกมีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเอง” โดเมนิคตอบ เอลินก็ได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ หากเขาต้องการให้ลูกทุกคนมีห้องส่วนตัว เห็นทีเธอต้องท้องถึงยี่สิบครั้งเป็นแน่ 

“อีกอย่างฉันกับเดย์คุยกันว่าอยากให้เราสองคู่อยู่บ้านเดียวกัน ก็เลยช่วยกันออกเงินซื้อบ้านหลังนี้คนละครึ่ง เธอกับฉันอยู่ฝั่งซีกขวา ส่วนเดย์กับนิรินอยู่ฝั่งซีกซ้าย” โดเมนิคอธิบายต่อ 

“แล้วถ้าฉันไม่ได้มาอยู่ล่ะคะ” เอลินทำหน้านิ่งแล้วเอ่ยออกไป 

“ถ้าไม่มีเธอ คงไม่มีที่ไหนที่ฉันจะเรียกว่าบ้านได้อีก ดังนั้นอย่าใจร้ายกับฉันเลยนะ” โดเมนิคตอบหน้าเศร้า เธอมองเห็นดวงตาคมมีหยาดน้ำใสปริ่มๆก็พลันสงสารจนต้องเลิกแกล้งเสียได้ 

“โธ่…น่าฉงฉาร ใครจะทิ้งลุงลงล่ะ” เอลินยกมือเล็กขึ้นบีบแก้มสากเคราของชายหนุ่มอย่างนึกเอ็นดู 

“ถ้าไม่ทิ้งก็มาเป็นป้าให้ลุงได้มั้ยล่ะ” โดเมนิคส่งยิ้มบางๆ แล้วมองสบตากับเธออย่างอยากรู้คำตอบ 

“80เปอร์เซ็นต์ที่ฉันมี ฉันให้คุณไปหมดแล้วนะคะ อีก20เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเพื่อจะให้ครบขั้นที่ร้อยนั้น คุณต้องขอคุณพ่อกับคุณแม่เองค่ะ” เอลินจับมือชายหนุ่มมากุมไว้ 

“ลุงสู้อยู่แล้วอีหนูเอ้ย” โดเมนิคยกยิ้มแล้วใช้มือหนาฟาดที่ก้นสวยของหญิงสาว 

“คุณนี่จริงๆเลยนะ” เอลินส่ายหัวน้อยๆแต่ก็อดขำการกระทำกับคำพูดของเขาไม่ได้ 

“ว่าแต่พ่อแม่ดุมั้ย” โดเมนิคเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวลอยู่ไม่น้อยเช่นกัน 

“ไม่ดุค่ะ ท่านสองคนเลี้ยงฉันมาด้วยการใช้เหตุและผลเป็นหลัก คุณแม่อ่อนหวานน่ารัก คุณผ่านด่านคุณแม่ได้แน่ๆค่ะ แต่คุณพ่อ…คงจะยากสักนิดนะคะ ท่านหวงฉันตามประสาลูกสาวคนเดียวน่ะค่ะ” เอลินบอก 

“ยากแค่ไหนฉันก็จะไม่ยอมแพ้ เพื่อเธอฉันพร้อมจะรับทุกสถานการณ์” โดเมนิคลูบที่แก้มนวลเบาๆ ก่อนจะกดจูบไปที่ปากอิ่มของเธอ 

“ว่าแต่ช่วยบอกจุดอ่อนคุณพ่อหน่อยได้มั้ย อย่างเช่นท่านชอบหรือไม่ชอบอะไร ฉันอยากจะทำให้ท่านปลื้มมากๆ”  

“ต้องพยายามเอาเองนะคะ อย่าขี้โกง” เอลินบีบจมูกโด่งของเขาด้วยความหมันเขี้ยว 

“ฉันถามจริงๆนะเอลิน ถ้าหากพ่อกับแม่เธอไม่ชอบฉัน และไม่ต้องการให้เรารักกัน เธอจะทำยังไง”  

“ฉันก็จะเลิกกับคุณค่ะ”  

“โธ่…เอลิน” โดเมนิคทำหน้าจ๋อย น้อยใจเต็มประดาที่เธอตอบออกมาอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว 

“ความรักมันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนเหมือนที่ใครๆชอบพูดกันหรอกนะคะคุณดอม ไม่ใช่เพียงแค่เราสองคนรักกันแล้วทุกอย่างจะจบลงแค่นั้น เอาเข้าจริงๆแล้วต่อให้เรารักกันมากแค่ไหน แต่ถ้าคนรอบข้างโดยเฉพาะคนที่เรารักอย่างพ่อแม่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วยแล้ว มันก็จะมีแต่สถานการณ์ที่สร้างความรู้สึกอึดอัดใจให้เรา และแน่นอนว่าความรู้สึกไม่ดีพวกนั้นมันจะบั่นทอนความรักของเราให้น้อยลงจนกระทั่งหมดไปได้ในที่สุด” เอลินจับมือชายหนุ่มมากุมเอาไว้อีกครั้ง 

“มันคงจะดีกว่าใช่มั้ยคะหากทุกคนยินดีที่จะโอบอุ้มความรักของเราให้เราเดินไปด้วยกัน แทนที่จะคอยผลักไสความรักของเราทิ้งแล้วทำให้เราเลิกกันในสักวันนึง” เอลินมองหน้าชายหนุ่ม 

“แบบนี้ฉันจะไม่รักเธอได้ยังไงเอลิน รู้มั้ยว่าฉันรักเธอมากขึ้นทุกวันเลย” โดเมนิคส่งยิ้มอบอุ่นให้ นับวันเธอยิ่งแสดงความคิดความอ่านที่น่าชื่นชมออกมา มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุด และไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะทำให้เขาไม่ฝ่าฟันเพื่อที่จะได้ยืนเคียงข้างกับเธอ 

“ฉันเชื่อว่าคุณต้องทำให้คุณพ่อคุณแม่ยอมรับคุณ ในแบบที่คุณเป็นได้แน่นอนค่ะ” เอลินส่งยิ้มหวานให้กำลังใจ 

“แค่รู้ว่าเธอคอยส่งกำลังใจมาให้ ฉันก็สู้สุดใจแล้ว” โดเมนิคยิ้มตอบ แล้วตระกองกอดเธอไว้ด้วยความรักสุดหัวใจ

สองเดือนต่อมา รีสอร์ทJCประเทศไทย 

“นิรินมาแล้วเหรอลูก เดินทางเป็นยังไงเหนื่อยมั้ย” เจคอบรีบเดินเข้าไปหาหลานสาวที่เขารักดั่งลูกอีกคนทันทีที่เธอมาถึงยังท่าเรือ 

“ก็นิดหน่อยค่ะอาเจค ดีที่มาถึงไทยได้สองวันแล้ว ได้แต่พักผ่อนปรับเวลาอยู่แต่ในห้อง พอดีขึ้นก็เลยมาหาอาเจคนี่แหละค่ะ” นิรินบอกแล้วเข้าไปสวมกอดผู้เป็นอา 

“อาจัดห้องพักไว้ให้แล้วนะ นิรินกับเดย์จะไปพักกันก่อนมั้ย อาอันกับหนูอินกำลังเตรียมมื้อกลางวันให้แน่ะ” เจคอบกอดตอบหลานสาว ก่อนจะหันไปถามชายหนุ่มอีกคน 

“นิรินอยากพักมั้ยคะ” เดวิดหันไปถามภรรยา

“อืม…พักสักเดี๋ยวก็ได้คะ”  

“งั้นตามนั้นเลยครับอาเจค พักสักเดี๋ยว” เดวิดหันไปตอบชายหนุ่มผู้ที่อายุห่างกันเพียงรุ่นพี่ แต่ก็ต้องเรียกอาไปตามหญิงสาว 

“เป็นพวกเชื่อฟังเมียเหมือนกันสินะ” เจคอบกระเซ้าแหย่กันอย่างขำขัน 

“ผมขอไปหาเอลินได้มั้ยครับ” โดเมนิคที่เดินตามมาหลังสุดเอ่ยขึ้น อยากจะเห็นหน้าคนตัวเล็กแทบขาดใจ เพราะช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมาเขามีเปิดโครงการธุรกิจอีกหลากหลาย มีไปทั้งประชุม สัมมนา พบปะลูกค้า หญิงสาวจึงขอบินกลับมาที่นี่ก่อน และเขาก็มีเวลาคุยโทรศัพท์กับเธอน้อยมากจริงๆ 

“นิรินกับเดย์ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวอาหารเสร็จอาจะให้เด็กไปตาม ส่วนนายไปคุยกับฉันก่อน” เจคอบบอกกับหลานสาวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปบอกกับชายหนุ่มอีกคนด้วยหน้าเรียบเฉยเป็นที่สุด 

“อาเจคคะ อย่าใช้กำลังเหมือนคุณพ่อนิรินนะคะ” นิรินเข้าไปเอ่ยขอผู้เป็นอาเบาๆ เพราะอยากเห็นพี่สาวของเธอลงเอยกับคนรักได้โดยไม่ต้องมีใครต้องเจ็บตัว 

“อาจะพยายามนะ” เจคอบส่งยิ้มให้หลาน นิรินเองก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกไป เพราะเธอก็คงช่วยพูดให้ได้เท่านี้จริงๆ 

เวลาต่อมา ห้องทำงานเจคอบ

“เอลินเล่าเรื่องนายให้ฉันฟังหมดแล้ว แต่ฉันเชื่อว่าลูกฉันเล่าไม่หมดทุกเรื่อง ดังนั้นฉันอยากได้ยินทุกอย่างจากปากนาย” เจคอบเริ่มเอ่ยขึ้น 

“ครับ” โดเมนิคพยักหน้ารับแล้วเริ่มเล่าเรื่องราวทุกอย่างตามความจริงตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเล่าทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งตอนที่อุ้มหญิงสาวไปปล้นสวาทในครั้งแรก  

“ผมขอโทษนะครับที่ทำตัวเลวแบบนั้นผมจะไม่ขอแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นครับ” โดเมนิคลุกขึ้นจากโซฟา พลางเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าเจคอบ แล้วก้มลงกราบแทบเท้า เขารู้ว่าเจคอบเป็นลูกครึ่งไทย เขาจึงอยากขอโทษด้วยวิธีนี้แทนที่จะเอ่ยแค่คำขอโทษด้วยเพียงแค่ลมปากอย่างเดียว 

“ผมขอขมาที่ได้ล่วงเกินดวงใจที่คุณเฝ้าหวงแหน แต่ผมอยากให้รู้ว่าเอลินก็คือดวงใจของผมเหมือนกัน” โดเมนิคเงยหน้าขึ้นมา แต่ก็ยังคุกเข่าอยู่แบบนั้น 

“ทำการบ้านมาดีหนิ” เจคอบมองหน้าชายหนุ่ม  

“อะไรที่เกี่ยวกับคนที่เรารัก เราก็ต้องอยากรู้ไม่ใช่เหรอครับ”  

“ลุกขึ้นเถอะ ถ้าคิดว่าฉันจะซ้อมจะตบจะตีน่ะฉันไม่ทำหรอก ทำแล้วก็ไม่ได้อะไรได้แต่ความสะใจ มันเหนื่อยเปล่าๆ” เจคอบเข้าไปแตะแขนชายหนุ่มเบาๆ 

“คุณจะยอมให้…”  

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ” เจคอบตอบออกมาก่อนที่ชายหนุ่มจะถามจบเสียอีก 

“ผมขอถามเหตุผลได้มั้ยครับว่าทำไม”  

“ก็แค่ไม่ชอบ”  

“ไม่ชอบเรื่องอะไรเหรอครับ ลองคุยกันอะไรที่ผมพอจะปรับเปลี่ยนได้ผมก็พร้อมที่จะทำนะครับ”  

“นายรู้ใช่มั้ย ไม่ว่ายังไงหนูอินก็ต้องเลือกพ่อกับแม่”  

“ผมทราบครับ เอลินเคยบอกกับผมแล้ว” โดเมนิคพยักหน้ารับ 

“งั้นก็คงจะยอมเลิกใช่มั้ย”  

“ไม่ครับผมไม่เลิก ถ้าคุณไม่ชอบ ผมก็จะทำให้คุณชอบให้ได้” โดเมนิคเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง 

“แล้วนายมีดีอะไรถึงมั่นใจนักว่าฉันจะชอบนาย” เจคอบยืนกอดอกมองหน้าชายหนุ่ม 

“ผมมีบ้านให้เอลินอยู่ มีรถให้เอลินขับ มีเงินที่จะเลี้ยงดูเอลินให้สุขสบายไปตลอดชีวิต แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมมีหรอกครับเพราะหากวันนึงมันอาจจะหมดไปได้ สำหรับผมสิ่งที่ดีที่สุดก็คือความรักที่ผมมีต่อเอลินเพราะไม่ว่าจะยังไงมันจะไม่มีทางหมดลง”  

“ถ้านายคิดอย่างนั้น เราคงต้องคุยกันยาวเสียหน่อยแล้ว” เจคอบยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ แล้วผายมือให้ชายหนุ่มนั่งตาม ซึ่งโดเมนิคเองก็ยินดีที่จะคุยไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตามที 

เวลาต่อมา ห้องอาหาร

“คุณพ่อ เอ่อ..แล้วคุณดอมล่ะคะ” เอลินที่จัดโต๊ะอาหารอยู่กับมารดา รีบเดินเข้าไปหาบิดาทันทีที่เห็นเขาเดินลงมาจากชั้นบน 

“แหมเห็นหน้าพ่อ แต่ถามถึงคนอื่น มันน่าน้อยใจจริงๆเชียว” เจคอบทำเสียงเง้างอนใส่ลูกสาว 

“หนูอินแค่เห็นว่าเข้าไปคุยกันนานสองนาน แล้วไม่เห็เขาเดินออกมาด้วยน่ะค่ะ”  

“เดี๋ยวก็คงตามลงมาน่ะ ไหนดูซิวันนี้แม่อันทำอาหารอะไรบ้าง” เจอคอบตอบ แล้วดึงมือลูกสาวให้เดินตามไปที่โต๊ะอาหาร 

“อันทำอาหารไทยน่ะค่ะเห็นว่านิรินอยากทาน” อันนาภรรยาสุดที่รักเดินมาพร้อมวางจานอาหารอย่างสุดท้ายบนโต๊ะ 

“ดีเลยพี่ก็อยากทานอยู่พอดี” เจคอบเดินไปยืนข้างภรรยา แล้วหอมที่แก้มนวลเบาๆ 

“คุณดอม” เอลินเอ่ยเรียกเมื่อชายหนุ่มเดินลงมา 

“ฉันจะเข้าเมืองสักเดี๋ยวนะ พอดีมีงานสำคัญด่วนเข้ามา ฉันต้องเอาเอกสารไปส่งให้ถึงมือลูกค้า” โดเมนิคเอ่ยเมื่อเจอหน้าหญิงสาว 

“แล้วเรื่องคุณ…”  

“เดี๋ยวฉันกลับมานะ งานนี้สำคัญมากฉันไม่อยากเสียโอกาสดีๆไป”  

“แล้วโอกาสดีๆตรงหน้าคุณตอนนี้ล่ะคะคุณอยากจะเสียมันไปหรือเปล่า” เอลินเอ่ยออกมาอย่างอดน้อยใจไม่ได้ เกือบสองเดือนที่ผ่านมาเขาทำแต่งาน สนใจแต่ธุรกิจ พอมาหาเธอคราวนี้ก็เพื่อหวังจะมาคุยกับพ่อแม่ของเธอแต่เขายังบอกว่างานสำคัญกว่าอีกอย่างนั้นหรือ 

“ฉัน…”  

“โอเคค่ะ งั้นไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปบอกคนเรือให้” เอลินเอ่ยแล้วเดินออกไปทันที โดยโดเมนิคก็รีบเดินตามไปด้วยเช่นกัน 

“พี่เจคทำอะไรเขาหรือเปล่าคะ” อันนาเอ่ยถามสามี 

“อืม…ก็นิดนึงค่ะ” เจคอบบอกด้วยหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 

“พี่เจค…”  

“อ้าวเดย์ มาพอดีเลยนิรินล่ะ นี่อาหารเสร็จพอดี” ยังไม่ทันที่ภรรยาสุดที่รักจะเอ่ยอะไรต่อ ผู้เป็นสามีก็เปลี่ยนเรื่องไปคุยกับชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเสียก่อน

“เอ่อ…ผมจะมาขออนุญาตใช้เรืออาเจคน่ะครับ ผมอยากพานิรินออกไปล่องเรือ และจะรบกวนขออาหารติดไม้ติดมือไปทานบนเรือด้วย” เดวิดเอ่ยขึ้น แม้จะเห็นว่าพี่ชายฝาแฝดของตนเพิ่งเดินตามหญิงสาวที่หน้างอออกไปแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกมา 

“ได้สิคะเดี๋ยวฉันไปจัดการให้” อันนาบอกแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว 

“เดี๋ยวผมไปช่วยครับ” เดวิดพยักหน้ารับและเดินเข้าครัวตามไปด้วย  

“ทิ้งกันไปหมดเลยแหะ” เจคอบพึมพำเบาๆ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอาหารเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่สุดท้ายก็อดที่จะลุกตามภรรยาไปไม่ได้อยู่ดี 

ท่าเรือ 

“เรือออกไปรับนักท่องเที่ยวหมดเลยครับคุณหนู วันนี้มีคณะทัวร์มาลงเยอะเป็นพิเศษ” หนึ่งในคนงานที่ท่าเรือเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวเดินมาเพื่อที่จะหาเรือให้ชายหนุ่มกลับเข้าตัวเมือง 

“แล้วเรือจะกลับเข้ามากี่โมงคะ”  

“น่าจะเย็นๆเลยครับคุณหนู”  

“อืม…ถ้าอย่างนั้นคุณตามมาค่ะ สงสัยต้องให้คนขับเครื่องบินเล็กไปส่ง” เอลินทำท่านึกคิด ก่อนจะเดินนำเขาไปอีกทาง 

“มีเครื่องบินเล็กด้วยเหรอ” โดเมนิคเอ่ยถามเมื่อหญิงสาวพาเขาเดินมายังลานจอดด้านหลัง 

“ค่ะ คุณพ่อเอาไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน อย่างเวลามีคนงานหรือลูกค้าเจ็บป่วยร้ายแรงจะได้นำออกไปส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที” เอลินตอบ 

“ลุงบุญคะ แขกหนูอินจะออกไปตัวเมืองค่ะ ให้นักบินขับเครื่องบินเล็กไปส่งหน่อยได้มั้ยคะ” เอลินเอ่ยกับชายที่เป็นผู้ดูแลโรงจอด 

“วันนี้นักบินลาครับคุณหนู”  

“งั้นคุณรออยู่นี่นะคะ ฉันจะไปตามคุณพ่อให้ เพราะนอกจากนักบินประจำก็มีคุณพ่ออีกคนที่ขับเป็น ฉันจะไปขอคุณพ่อให้ คุณจะได้ไปทำธุระสำคัญ” เอลินเอ่ยน้ำเสียงแกมประชดประชัน 

“ไม่ต้องหรอก ฉันขับเป็น เดี๋ยวฉันขับไปเอง” โดเมนิคดึงมือหญิงสาวเอาไว้ 

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัว” เอลินบอกพลางดึงมือออกแต่คนตัวโตก็ไม่ยอมปล่อย 

“ไปด้วยกันนะ” โดเมนิคเอ่ยขึ้น 

“จะไปทำไมคะ เดี๋ยวจะทำคุณเสียเวลาเปล่าๆ กลัวว่าคุณจะเสียโอกาสดีๆไป”  

“อย่าเพิ่งโกรธฉันเลยนะ ไปกับฉันเถอะ เพราะถ้าเธอได้ไปเห็นงานนี้ รับรองเธอต้องบอกว่ามันเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ”  

“จะไปก็ไปค่ะ นี่ฉันเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ” เอลินติบด้วยท่าทีฮึดฮัด ก่อนจะเดินไปขึ้นเครื่องบินเล็กที่จอดไว้ 

“นานๆจะเห็นเหวี่ยงสักที แต่เหวี่ยงแรงเหมือนกันนะเนี่ย” โดเมนิคยกยิ้มแล้วรีบเดินตามเธอไป 

บนเครื่องบิน

“นั่งเงียบเลย กลัวหรือเปล่า” โดเมนิคเอ่ยถามเมื่อเครื่องกำลังบินอยู่เหนือน้ำทะเล 

“เปล่าค่ะ แค่เวียนหัว คงเพราะคุณเอาเครื่องขึ้นตะกุกตะกักไปหน่อย” เอลินตอบ พลางทำหน้าแหยๆ เธอขึ้นเครื่องบินมาตั้งแต่ยังเล็กๆฉะนั้นความกลัวไม่มีอยู่ในหัวเธออยู่แล้ว เธอแค่รู้สึกเวียนหัวมากจริงๆ 

“โอเคแน่นะ” โดเมนิคถามย้ำอีกครั้ง เพราะเห็นสีหน้าเธอแล้วอดที่จะเป็นกังวลไม่ได้ 

“ฉันเหมือนจะอาเจียน” เอลินทำหน้าพะอืดพะอมพลางยกมือปิดปากเอาไว้ 

“ฉันว่าเอาเครื่องลงดีกว่า”  

“ไม่ต้องค่ะ งานคุณสำคัญ ไปต่อเถอะฉันไหว” เอลินรีบเอ่ยห้าม พลางล้วงมือเข้าไปในกางเกงยีนส์ขาสั้นเพื่อหยิบยาดมที่พักหลังๆนี้เธอพกติดตัวไว้ตลอดออกมา จัดการเปิดฝาออกแล้วสูดเข้าแรงๆก่อนจะพ่นลมหายใจออกพร้อมกับใบหน้าหวานแสนฟิน 

“โอเคๆ ไปต่อก็ไป” โดเมนิคพ่นลมหายใจตามหญิงสาวด้วยความโล่งอก แล้วหันไปขับเครื่องบินต่อ 

“ฮึก…” แต่แล้วก็ต้องหันกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของคนตัวเล็ก 

“ร้องไห้ทำไม เป็นอะไรหรือเปล่าเอลิน” โดเมนิคถามด้วยความห่วงใยและตกใจพร้อมๆกัน  

“ฮึก…ฉันหิวค่ะ หิวมากๆเลย” เอลินยกมือปาดน้ำตาก่อนจะลูบท้องน้อยๆของตัวเอง ตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มพึ่งจะสังเกตเห็นว่าเธอดูมีน้ำมีนวลขึ้นและมีพุงน้อยๆยื่นออกมา 

“งั้นเดี๋ยวเราไปกินของอร่อยๆกันนะ อย่าร้องสิคนดี ทำไมเธอดูอารมณ์แปรปรวนจัง ปกติเธอไม่เป็นแบบนี้จะมีเหตุผลตลอด” โดเมนิคเอื้อมไปจับมือเธอมาจูบเบาๆ  

“ไม่รู้ค่ะ ทำไมคะรำคาญฉันหรือไง” เอลินดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา 

“เปล่าเลย โธ่…อย่าโกรธกันสิ”  

“ขับต่อไปเถอะค่ะ ฉันหิว” เอลินเบือนหน้าหนีไปทางอื่น 

“โอเคๆ” โดเมนิคพยักหน้ารับ ก่อนจะแอบพ่นลมหายใจเบาๆ เธอดูแปรปรวนแบบนี้แล้วสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำมันจะราบรื่นดีอย่างที่หวังไว้หรือเปล่า...


*****************************************

ต่อให้แล้วน๊า^^ แต่!แต่! แต่ยกตอนจบไปตอนหน้าอีกแล้ววว (ครั้งสุดท้ายๆล่ะ เลื่อนอยู่นั่น555^^) คือไม่อยากรวบรัดตัดตอนให้จบจนน่าเกลียดเกินไป เลยขอไปตอนหน้าอีกตอน นะๆๆ^^

มาลุ้นว่าอาดอมจะผ่านด่านคุณเจคมั้ย แล้วเอลินเป็นอะไร(เป็นอะไรน๊า อิอิ😆😆😆)

ปล. สองรูปด้านล่างมาลุ้นเอาว่าใครลูกใคร อิอิ^^




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น