หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะ “นาง” ถูก “ลัก”พาตัวมาเป็นฮูหยินโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่อง “รัก” วุ่นๆ จึงเกิดขึ้นด้วยเสน่ห์ปลายจวักของนาง

บทที่ 1 เข้าเรือนหอ

ชื่อตอน : บทที่ 1 เข้าเรือนหอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เข้าเรือนหอ
แบบอักษร

เทียนมงคลส่องแสงสว่างไสว กลิ่นหอมอ่อนๆ  กำจายไปทั่ว เสียงกลองเฉลิมฉลองดังมาไม่ขาดสาย

เยี่ยเจียเหยาลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เพ่งไปที่ตัวอักษรมงคลสีแดงสดอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง นางรู้สึกตื่นตระหนกเหมือนตกในอยู่ในฝันร้าย เหงื่อผุดพรายซึมไปทั่วร่าง มองรอบด้านที่ตกแต่งแบบโบราณ นางรู้สึกสงสัยจึงกัดลงข้อมือขาวๆ อย่างแรง

ไอ้หยา เจ็บจริงแฮะ เจ็บจนน้ำตาเลยเล็ดเลย

นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่นางย้อนอดีตแล้วจริงๆ

เดิมทีเจ้าของร่างนี้กำลังจะแต่งงานกับเว่ยหลิวเจียงคุณชายใหญ่แห่งจวนนายอำเภอเมืองจี้หนาน ใครจะรู้ว่าเมื่อเดินทางไปได้ครึ่งทางขบวนกลับถูกดักปล้นที่เนินเขาเฮยเฟิง ถูกลักพาตัวไปอยู่ในรังโจร และจับแต่งงานเป็นฮูหยินของหัวหน้าสาม

 นางได้พบกับหัวหน้าใหญ่และหัวหน้ารองแล้ว หัวหน้าใหญ่เป็นชายหน้ากลมขาว แค่มองก็รู้ได้ว่าเป็นพวกเหลี่ยมจัด ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์พร้อมกับรอยยิ้มปลิ้นปล้อน ส่วนหัวหน้ารองมีลักษณะหยาบกร้านราวกับหลี่ขุย*จางเฟย**กลับชาติมาเกิด ดังนั้นหัวหน้าสามผู้นั้นคงจะไม่ได้ดูดีไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก

โอ้แม่เจ้า!! เมื่อฟื้นขึ้นมาพบเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ หรือนี่จะเป็นหนทางสู่ความตายของนางอีกครั้งกัน

ไม่ได้ นางจะต้องหาทางหนีออกไปให้ได้ ทันทีที่สองเท้าเหยียบลงบนพื้น ด้านนอกก็มีเสียงหัวเราะดังเข้ามา “น้องสาม พี่รองเคยบอกเจ้าแล้วว่าจะหาภรรยาหน้าตางดงามให้กับเจ้า ข้าพูดแล้วต้องทำให้ได้ แม่นางด้านในนับว่างดงามไร้ที่ติ เห็นว่าเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่รับรองว่าเจ้าจะต้องพอใจเป็นอย่างมาก”

“ขอบคุณในความหวังดีของพี่รอง” น้ำเสียงนุ่มละมุนคล้ายจะเมาน้อยๆ เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของกลุ่มคนโฉดช่างให้ความรู้สึกไม่เข้ากันเป็นอย่างยิ่ง

“คืนวิวาห์มีค่าเกินกว่าพันตำลึงทอง หัวหน้าสามต้องเสพสุขให้เต็มที่”ถ้อยคำหยาบโลนถูกเอ่ยออกมา

“หัวหน้าสาม ต้องทำให้ซ้อสามลุกไม่ได้สามวันสามคืน...”มีคนกล่าวด้วยเสียงแหลมสูง

คนทั้งหมดหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

เยี่ยเจียเหยาฟังบทสนทนาด้านนอกเสียจนหน้าเขียว เหตุใดสวรรค์ถึงไม่ส่งสายฟ้าผ่าฝูงคนกักขฬะพวกนี้ให้ตายไปเสีย แต่กลับส่งวิญญาณอย่างนางที่กว่าจะเวียนวนมาอยู่บนโลกอีกครั้งไมใช่เรื่องง่ายๆมาเข้าถ้ำเสือเสียได้ นับว่าสวรรค์ช่างตาบอดเสียจริง

เมื่อได้ยินเสียงเปิดกลอนประตู เยี่ยเจียเหยารีบโดดกลับขึ้นบนเตียงทำทีแกล้งหลับ เมื่อนอนลงก็รู้สึกว่าความคิดนี้ช่างโง่เง่านัก นางสมควรจะหลบอยู่ใต้เตียงเสียมากกว่า ไม่แน่พวกโจรอาจจะคิดว่าเจ้าสาวหนีไปแล้ว เมื่อพวกโจรออกตามหานาง จะได้ฉวยโอกาสชุลมุนหลบหนีออกไป

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาเบามาก เบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่นางรู้สึกได้ว่าเขากำลังใกล้เข้ามาช้าๆ เพราะว่านางได้กลิ่นสุรา หัวใจเต้นระส่ำ นางตื่นเต้นจนขยุ้มชุดกระโปรงสีแดงเสียแน่น

ซย่าฉุนอวี๋หยุดยืนอยู่ข้างเตียง ก้มลงสำรวจเจ้าสาวของเขา นัยน์ตาตาดำสนิทราวกับบ่อน้ำที่ไร้ก้น มองไม่ออกถึงอารมณ์ที่ฉายออกมา แต่ใจของเขากลับไม่เป็นสุข

เขาเพิ่งจะกลับลงมาจากเขาก็ถูกพี่น้องในค่ายลากไปเปลี่ยนชุดแต่งงาน พาไปดื่มสุรามงคลในงานเลี้ยง บอกเขาว่าลักเจ้าสาวมาให้นางหนึ่ง

หรือนี่จะเป็นการหยั่งเชิงทดสอบเขา หรือสตรีผู้นี้อาจจะเป็นสายที่หัวหน้าใหญ่ส่งมาแฝงกายข้างตัวเขา มิเช่นนั้นเหตุใดหัวหน้าใหญ่และหัวหน้ารองที่ยังไม่แต่งงานถึงได้หาฮูหยินมาให้เขาเสียแล้ว

เนินเขาเฮยเฟิงมีโจรป่ารวมกันอยู่กว่าสามพันคน และเป็นเขตเขาสูงที่เต็มไปด้วยภยันอันตราย พวกเขาปล้นขุนนางและชาวบ้าน ทำชั่วอยู่เป็นนิจจนกลายเป็นพิษร้ายบนแผ่นดินฉีหลูแห่งนี้ แต่ไม่ว่าราชสำนักจะส่งทหารมากวาดล้างอย่างไรก็ไม่สำเร็จ กลับเสียไพล่พลและม้าไปจำนวนมาก เขาได้รับคำสั่งให้ขึ้นเขาแฝงกลายเป็นโจรเพื่อหาทางกำจัดเนื้อร้ายกลุ่มนี้ ถึงแม้เขาจะสร้างผลงานทำความดีความชอบให้กับค่ายโจรมากแค่ไหน แต่คนที่มีนิสัยขี้ระแวงอย่างหัวหน้าใหญ่ก็ยังไม่คลายความสงสัยในตัวเขาอยู่ จึงหาหนทางมาทดสอบ  

เมื่อมองเจ้าสาวอีกครั้ง ดวงตาของนางปิดสนิท ถึงแม้ใบหน้าซีดเซียว แต่นางมีเรียวคิ้วพาดเฉียงดุจกิ่งเหมย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูอ่อนประดุจดอกอิง*** นับว่าเป็นหญิงงามอย่างแท้จริง

ด้านนอกพลันมีเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ  ซย่าฉุนอวี๋ยิ้มเย็น เมื่อพวกนั้นต้องการชมละครฉากนี้ เขาก็จะร่วมแสดงให้ถึงที่สุด เคราะห์ดีที่สตรีนางนี้นับว่าเข้าตา

เยี่ยเจียเหยาลังเลอย่างที่สุด นางควรจะแกล้งตายต่อไปหรือลุกขึ้นมาขัดขืนดี ต่อให้สู้ก็เห็นทีจะไม่ชนะ ไม่แน่ว่าอาจจะโดนทำร้ายอีก ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

นางได้ยินเสียงเคลื่อนไหวดังสวบสาบ ผ้าห่มถูกเลิกออกตามมาด้วยร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศเบียดเข้ามา

เยี่ยเจียเหยาหมดปัญญาที่แสร้งหลับต่อ นางทะลึ่งกายขึ้นคว้าปิ่นปักที่อยู่บนผมจ่อไปที่ลำคอของตน ต่อให้ตายก็ไม่ยินยอมถูกรังแก นางเอ่ย “อย่าเข้ามานะ มิเช่นนั้นข้าจะตายให้ดู”

เมื่อนางได้เห็นบุรุษเบื้องหน้า สมองก็อื้ออึงไปหมด

ไฉนถึงได้มีโจรที่หน้าตาหล่อเหลาเยี่ยงนี้

บุรุษหนุ่มนอนตะแคงข้างใช้มือข้างหนึ่งค้ำศีรษะเอาไว้ ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสง่างามที่ยากเกินจะบรรยาย ดวงตาเรียวดุจตาหงส์ระยิบระยับด้วยฤทธิ์ของน้ำเมา กลีบปากได้รูปเผยยิ้มขึ้นเล็กน้อย นับว่าเป็นภาพชายงามนอนทอดกายอยู่ชัดๆ

เยี่ยเจียเหยากลืนน้ำลายด้วยความพ่ายแพ้ ชีวิตก่อนของนางเป็นพวกนิยมรูปลักษณ์ คบเพื่อนทั้งคนยังเลือกที่หน้าตาหล่อเหลา จะดูละครทั้งทีก็เลือกดูแต่หนุ่มหล่อ ในใจล้วนแต่หมายมั่นไว้ว่าจะต้องหาสามีรูปงามให้ได้ สุดท้ายนางยังไม่ทันจะสมปรารถนาก็มอดม้วยมรณาไปเสียก่อน คิดไม่ถึงเวลาแค่ย้อนยุคกลับมา สวรรค์กลับส่งโจรรูปงามไร้ที่ติมาให้นางเสียได้

ต่อให้หนีไม่พ้นยอมเสียกายให้กับบุรุษรูปงานผู้นี้ก็นับว่าไม่ยากเกินจะรับได้

โถ่ เยี่ยเจียเหยาสมองพังไปแล้วหรืออย่างไร ต่อให้เขาจะรูปร่างหน้าตาดีอย่างไรก็เป็นโจรนะ! ขณะที่เยี่ยเจียเหยากำลังสั่งสอนเตือนสติตัวเองอยู่นั้น มือก็กำปิ่นนั้นแน่นอย่างไม่รู้ตัว ตาคู่โตนั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยี่หระต่อความตาย

อารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาภายใต้นัยน์ตาของนางไม่อาจหลุดพ้นสายตาของซย่าฉุนอวี๋ไปได้ จากดวงตาเด็ดเดี่ยวกับมาแสดงถึงความลังเล แล้วก็กลับมาเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง ซย่าฉุนอวี๋เห็นว่าฝีมือการแสดงนี้นับว่าไม่เลว หากเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่จริงควรจะเห็นความบริสุทธิ์ดุจชีวิต เหตุใดถึงจะมีความหวั่นไหวได้ หรือจะเป็นสาวโคมเขียวจากสำนักคณิกาสักแห่งหนึ่ง

เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มร้าย“ดุร้ายแบบนี้ ข้าชอบนัก”

“ใครอยากให้เจ้าชอบกัน รีบปล่อยข้า มิเช่นนักท่านพ่อของข้าไปแจ้งทางการ จับพวกเจ้าเข้าคุกให้หมด” เยี่ยเจียเหยาเปล่งเสียงเข้ม ปิ่นขยับเข้าใกล้ลำคอมากขึ้นจนแตะอยู่ที่ผิวเนื้อ

บุรุษหนุ่มเอ่ย “แจ้งทางการเจ้าคิดว่าเนินเขาเฮยเฟิงเป็นสถานที่เช่นไร อย่าว่าพวกขุนนางเลย ต่อให้ท่านแม่ทัพมา ขอเพียงปล่อยหินลงไปกองทัพทหารพันหมื่นก็อย่าหวังจะขึ้นเขามาได้ ข้าขอให้เจ้าอย่าทำตัวมากเรื่อง ฉวยโอกาสที่ข้ายังรู้สึกสนใจเจ้าอยู่ยินยอมเสียเถอะ หากทำให้ข้าโมโหจับเจ้าส่งให้พี่น้องในค่าย รับรองว่าพวกนั้นคงจะไม่ปฏิเสธแน่”

คำขู่นั้นมีอานุภาพร้ายแรง เยี่ยเจียเหยากลัวประโยคสุดท้ายของเขา เมื่อเข้ารังโจรจะหนีก็หนีไม่พ้น หากส่งนางไปให้พวกเสือโหยพวกนั้นจริงๆ เห็นทีแม้แต่กระดูกก็คงจะไม่เหลือ

นางมิใช่คนมีนิสัยเด็ดเดี่ยวทระนงเพียงเพราะชื่อเสียงถึงกลับเอาหัวโขกกำแพงแขวนคอตาย นางเป็นคนยุคใหม่ที่เห็นชีวิตเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การลดระดับความอันตรายลงถึงจะเป็นเรื่องที่นางต้องคิดคำนึง

ดังนั้นนางจะวางปิ่นลง พูดอย่างติดๆ ขัดๆ ว่า “ไม่ใช่ข้าไม่รู้จักสถานการณ์ แต่ข้าเป็นสาวชาวบ้านธรรมดาจะให้ยินยอมท่านง่ายๆ  ใจข้าก็มิอาจยอมรับได้ ยิ่งกว่านั้นข้าได้รับความตื่นตระหนก ทั้งยังถูกเสากระแทก ร่างกายรู้สึกไม่ค่อยสบาย มึนหัวไปหมดแล้ว เกรงว่าจะไม่สามารถปรนนิบัติท่านได้ หวังว่าท่านจะผ่อนปรนให้ข้าสักครั้ง”

ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงหนีพ้นคืนนี้ไปก่อนก็พอ ท่านพ่อต้องหาทางช่วยนางอย่างแน่นอน

ซย่าฉุนอวี๋รู้สึกฉงน ไม่คิดว่านางจะเอ่ยเช่นนี้ จะเป็นแผนรอกองหนุนหรือหลอกให้เขาตายใจกันแน่

“ชนเสางั้นหรือ เจ็บที่ใดให้ข้าดูหน่อย”

ยามนี้เยี่ยเจียเหยารู้กระวนกระวายเมื่อเห็นเขาขมวดคิวอย่างไม่พอใจ ค่อยๆ ขยับกายเข้าไปใกล้ๆ ชี้ไปทางศีรษะด้านซ้าย “ตรงนี้ บวมเป็นลูกซาลาเปาแล้วเจ้าค่ะ”

นางก้มศีรษะลง เรือนผมอ่อนนิ่มเป็นประกายดุจเส้นไหมนำมาซึ่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ปัดผ่านหลังมือของเขาเหมือนกับขนนกกระทบลงในกลางก้นบึ้งของหัวใจ ประดุจแมลงปอเหยียบลงในสระบัว ก่อให้เกิดระลอกน้ำเล็กๆ กระเพื่อมไหว ซย่าฉุนอวี๋กระตุกยิ้มขึ้น นานเพียงใดแล้วที่ไม่ได้เข้าใกล้สตรี มาอยู่ที่เนินเขาเฮยเฟิงนี้ก็จวนจะครึ่งปีแล้ว

เขาลูบลงไปก็พบรอยปูดขึ้นมาจริงๆ  นับว่านางมิได้โกหก

“เจ็บ..”เยี่ยเจียเหยาเสแสร้งร้องออกมาเกินจริงเพื่อแสดงให้เห็นว่านางบาดเจ็บไม่น้อย

มือของเขาจับอยู่ที่บ่าของนาง เพียงขยับเบาๆ นางก็ซุกเข้าเข้ามาในอ้อมอก ในขณะเดียวกันปิ่นในมือก็ถูกแย่งไป ได้เพียงเสียงดัง “กริ๊ง” ไม่อาจรู้ได้ว่าปิ่นนั้นถูกโยนไปตกแตกอยู่ที่ใดเสียแล้ว จากนั้นเขาก็พลิกกายกักนางเอาไว้ภายใต้ร่าง  

ข้อศอกข้างหนึ่งค้ำอยู่ข้างหูของนาง มือข้างหนึ่งลูบไล้เรือนแก้มขาวนวลเนียนของนาง แววตาแฝงไปด้วยความรักล้ำลึกเหมือนกับมองมายังของรักล้ำค่าของตน เสียงต่ำแหบลงเล็กน้อย “เจ้ามิต้องปรนนิบัติข้า คืนนี้ข้าจะปรนนิบัติเจ้าเอง”

เยี่ยเจียเหยาตกใจตัวสั่น ชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ การแสดงของบุรุษผู้นี้ช่างเหลือร้ายนัก แววตาที่แฝงไปด้วยความรักล้ำลึกเช่นนั้น ให้ตายเถิด หากเป็นยุคปัจจุบันต้องถูกจัดว่าเป็นหนุ่มหล่อพริ้งชนิดที่เขี่ยดาราเกาหลีอย่างโอปป้าจากเรื่องยัยตัวร้ายกันนายต่างดาว****อะไรนั่นให้กระเด็นชิดซ้ายไปได้อย่างแน่นอน น่าเสียดายชีวิตมิอาจเลือกเกิด หนุ่มหน้าตาดีเยี่ยงนี้กลับเป็นโจรไปเสียได้

“นี่  นี่จะได้อย่างใดกันเจ้าคะ ท่านเป็นถึงหัวหน้าสาม” เยี่ยเจียเหยาฝืนยิ้มที่ออกมาดูน่าเกลียดเสียกว่าร้องไห้ ท่านปรนนิบัติข้า กับข้าปรนนิบัติท่านผลมันก็เหมือนกันไม่ใช่หรืออย่างไร

“ข้าพอใจ”เขาหมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มหน้าต่ำลงมา

เยี่ยเจียเหยามองใบหน้าหล่อเหลาที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  จมูกได้กลิ่นสุราหวานและกลิ่นของหอมชองดอกชบาบนเสื้อผ้าของเขา ผสมผสานรวมกันเป็นกลิ่นที่มีความพิเศษชนิดหนึ่ง กลิ่นนี้จู่โจมเข้ามาให้ประสาทของนางรู้สึกเครียดขึ้นเหมือนสายธนูที่ถูกน้าวจนตึง

ยามที่ริมฝีปากจะประกบเข้าหากัน มือเย็นเยียบข้างหนึ่งเลื่อนมากลั้นไว้ตรงกลาง

“เดี๋ยวก่อน ท่านช่วยดื่มน้ำก่อนได้หรือไม่ ขะ...ข้าแพ้กลิ่นสุรา ได้กลิ่นแล้วอยากอาเจียน”นางฉุกคิดขึ้นมาได้ภาวะคับขัน จึงเอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบ คงไม่มีใครอยากให้อีกฝ่ายอาเจียนออกมาในเวลาที่กำลังแนบสนิทชิดเชื้อหรอก

ซย่าฉุนอวี๋รู้สึกหงุดหงิดเจือไปด้วยความโกรธเคือง นางกลับรังเกียจที่เขามีกลิ่นสุรา แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีสตรีใดที่รังเกียจเขา นางช่างกล้านัก

ซย่าฉุนอวี๋ลุกจงไปจากเตียง เดินไปยังโต๊ะกลมยกกาสุราขึ้นมา

เยี่ยเจียเหยาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะเชื่อฟังขนาดนั้น

ต่อมานางจึงรู้ว่าตัวเองคิดผิดแล้ว

บุรุษหนุ่มจูบลงมาที่ริมฝีปาก รุกรานรุนแรงให้นางเผยกลีบปากออก ส่งสุราฤทธิ์ร้อนแรงเข้ามาภายอุ้งปากของนาง

“อุ๊บ!..”



---

*หลี่ขุย บุรุษอันดับ 22 ของ 108 วีรบุรุษเขาเหลียงซาน ถือเป็นวีรบุรุษอันดับหนึ่งของท่าน้ำเขาเหลียงซาน เป็นคนหมู่บ้านไป่จ้าง อำเภอชิ่นสุ่ย มีชื่อเล่นว่าวัวเหล็ก เพราะมีแรงเยอะและมีขวานเป็นอาวุธ เป็นผู้ช่วยของซ่งเจียง ตอนลงเขาไปเยี่ยมมารดาเคยใช้ดาบฆ่าเสือตาย 5 ตัว ถือว่ากล้าหาญและเหี้ยมโหดมากจึงได้รับฉายาว่า “พายุดำ” ต่อมาถูกพิษจากสุราจนตายตอนที่เกิดความวุ่นวายในตงจิง ศพของเขาฝังอยู่ที่หลุมเหลียวเอ่อร์กับซ่งเจียง

**จางเฟย หรือ เตียวหุย จากเรื่องสามก๊ก เป็นชาวเมืองตุ้นกวน มณฑลเหอเป่ย รูปร่างใหญ่ ใบหน้าดำ ศีรษะโต นัยน์ตาพอง เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า มีฝีมือในการรบสูงแต่มีจุดอ่อนที่นิสัยใจร้อน วู่วาม เสียการงานเพราะสุราบ่อยครั้ง มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ต่อพี่น้อง ชำนาญการใช้ทวนที่มีลักษณะคล้ายกริช เดิมเป็นคนฆ่าหมูขาย ภายหลังได้พบกับเล่าปี่และกวนอูจนสาบานตนเป็นพี่น้องกัน ร่วมทำศึกกับเล่าปี่มาโดยตลอด เป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่

***ดอกอิง คือ ซากุระ

****ละครเกาหลีเรื่อง My Love From The Star หรือในชื่อไทย “ยัยตัวร้ายกันนายต่างดาว” นำแสดงโดยคิมซูฮยอนและจวนจีฮุน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}