นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

4. ไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ

ชื่อตอน : 4. ไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 628

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2561 17:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4. ไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ
แบบอักษร

“ไอ้ผมมันเชื่อคนยาก”

“เอ๊ะ! แล้วจะเอายังไง” คนพยายามใจเย็นเผลอขึ้นเสียง... ใช้เหตุผลกับคนประเภทเอาสีข้างเข้าถูนี่เปลืองพลังงานสมองจริงๆ

“รับรางวัลจากผม”

“งั้นก็เอามา จะได้จบๆ กันไปซะที ฉันไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว” อินทิราถอนใจเฮือก แบมือหราไปรอรางวัลเพื่อตัดปัญหา คิดว่าเอาเงินก้อนนี้ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ท่าจะดี

ธานินทร์ก้มมองผ่ามือบาง แม้แสงสว่างจะน้อยนิดแต่เขาก็ยังอุตส่าห์สังเกตุเห็นว่าปลายเล็บเรียวที่ยื่นยาวออกมาเกือบหนึ่งเซ็นติเมตรนั่นไม่มีสีสังเคราะห์เคลือบ ใบหน้าสวยบาดตาก็แทบไม่มีการแต่งเติม นอกจากริมฝีปากที่เขาจับจ้องไม่วางตานั่นแหละที่อิ่มเต็มเต็งตึงไม่เห็นรอยยับย่นหรือความหมองคล้ำแม้จะถูกเคลือบไว้ด้วยสีชมพูอ่อนใส มันช่างเหมือนริมฝีปากของเด็กสาวที่ยังไม่เคยผ่านการบดคลึง และนั่นอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาตามเธอมาเพื่อพิสูจน์

“ผมว่าเราเถียงกันสนุกออก อะไรจะตื่นเต้นเท่าการได้ต่อปากต่อคำกับสาวสวย ฝีปากกล้า และท่าจะฉลาดล้ำ”

“คุณนี่น่าเบื่อเนอะ ตอนฉันปฏิเสธคุณก็เซ้าซี้ พอฉันยอมรับดีๆ ก็ยักท่า” คนเบื่อจะฟังถอนใจอีกเฮือก พอยอมอ่อนให้แล้วยังมาทำเรื่องมาก เกิดชาติหน้าฉันใดอย่าให้ได้พบได้เจออีกแล้วผู้ชายแบบนี้

“ฮึ อย่าเพิ่งตัดสินกันสิครับ เอารางวัลครั้งนี้เป็นประกันได้เลยว่าผมไม่ใช่ผู้ชายน่าเบื่อ!”

“คุณ!” จากที่เตรียมถอนใจรอบสามกลายเป็นตกตะลึงตาค้างเมื่อถูกกระชากตัวเข้าไปจูบ

สองมือใหญ่ประกบใบหน้าหญิงสาวให้แหงนขึ้นรับริมฝีปากที่ฉกลงมาอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาแรกของอินทิราคือดิ้นรนต่อสู้ ส่งเสียงต่อว่าในลำคอ สองมือร่วมใจกันทุบตีหัวไหล่หนาอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เพียงอึดใจเดียวก็ถูกคนที่ตัวใหญ่และมีพละกำลังมากกว่ารวบจับทั้งสองมือไปกดตรึงไว้กับลำต้นสน คนบอบบางและแรงกายน้อยกว่าแทบทรุด ถ้าไม่มีร่างหนาตรงหน้ากับต้นไม้ใหญ่เบื้องหลังเธอคงยืนอยู่ไม่ไหว

ทำไมเขาทำแบบนี้... นั่นคือคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัว แต่สิ่งที่ร่างกายเธอกำลังรับรู้แทนคำตอบก็คือไอร้อนผ่าวที่มีจุดกำเนิดตรงริมฝีปาก ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วกาย ไม่กี่อึดใจจากนั้นศีรษะจรดปลายเท้าก็สะท้านเยือกจากกระแสไฟไม่ทราบจำนวน มันกำลังแล่นพล่านจากแรงเสียดสีกายต่อกาย ร่างใหญ่ขยับแนบเข้ามาบดเบียดร่างบางเข้ากับต้นไม้ใหญ่ โดยที่ใบหน้าของทั้งสองไม่ได้เว้นว่างห่างกันแม้เสี้ยววินาที

ริมฝีปากที่ถูกครอบครองมานานเกินหนึ่งนาทีเพิ่งหยุดสั่นระริก ความร้อนจากการบดขยี้แทบทำให้ผิวบอบบางถลอกปอกเปิก เสียงครางประท้วงเงียบไป เหลือเพียงแรงหอบหายใจและการเผยอริมฝีปากขึ้นรับอากาศ แต่สิ่งที่ได้รับกลับไปคือปลายลิ้นสากร้อนที่สอดแทรกเข้าหาอย่างชำนิชำนาญ

ธานินทร์เกลี่ยปลายลิ้นบนกลีบปากนุ่มอย่างพึงใจ ก่อนสอดลึกเข้าไปควานหาความหวานละมุนที่ทำให้กายหนุ่มวัยสามสิบสองถึงกับสะท้าน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้จูบปากผู้หญิงแล้วรู้สึกดีแบบนี้ เนียนนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมหวานเกินคำบรรยาย กลิ่นกายผู้หญิงคนนี้เร้าอารมณ์เขาอย่างประหลาด และมันประหลาดสุดตรงที่เขานึกไม่ออกว่าเป็นน้ำหอมกลิ่นไหนยี่ห้ออะไร ทั้งที่เขาค่อนข้างชำนาญเรื่องกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง

อินทิราอยากร้องไห้กับจูบแรกที่เสียไปให้ผู้ชายแปลกหน้า ถึงสาววัยยี่สิบแปดอย่างเธอจะเคยมีแฟนมาแล้วแต่ก็ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวกันมากไปกว่าจับมือ ควงแขน โอบไหล่ไม่กี่ครั้ง แต่อีตาบ้านี่เป็นใคร จู่ๆ มาฉกชิ้นปลามันแถมยังล้วงลึกเข้าไปถึงไหนต่อไหน แล้วที่มันน่าเจ็บใจที่สุดก็คือทำไมเธอถึงไม่รู้สึกรังเกียจขยะแขยงริมฝีปากและปลายลิ้นของผู้ชายคนนี้เลย

เพราะเขาหล่อจนเธอหลงลืมตัวหรือเปล่า เพราะเขาเชี่ยวชาญการจูบใช่ไหม เพราะเขาจู่โจมว่องไวแต่กลับให้ความรู้สึกอ่อนโยนวูบวาบเกินห้ามใจใช่หรือเปล่า หรือเพราะเธอไม่เคยถูกจูบ จึงไม่รู้ว่าการจูบปากผู้ชายสักคนมันทำให้ผู้หญิงรู้สึกราวกับลอยได้แบบนี้... แต่ทั้งหมดนี่ก็ไม่ควรเกิดขึ้น ยังไงซะเขาก็เป็นแค่คนแปลกหน้า!

“อืม... ปล่อย!”

เมื่อคิดได้ก็ฉวยจังหวะที่ชายหนุ่มผ่อนแรงจากสองมือเธอผลักร่างหนาออกห่างแรงเท่าที่ทำได้ ต้องทำอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะได้ใช้มือว่างทั้งสองลูบไล้เรือนร่างเธอ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้สติของเธอเตลิดไกล ทั้งที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเป็นแต่สัญชาติญาณหญิงบอกว่ามันต้องใช่ ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปสำหรับการอยู่ใกล้ ยิ่งถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวยิ่งน่ากลัว

เขาเหมือนไฟ ฉะนั้นเธอต้องไม่ใช่น้ำมัน...

คนถูกผลักกระเด็นถอยไปเพียงช่วงเอื้อมมือถึง แต่ธานินทร์ไม่คิดจะแตะต้องผู้หญิงคนนี้ซ้ำสองให้ร่างกายเขาสูญเสียการควบคุมอีก ขื่นกลับไปจูบเธออีกครั้งเขาต้องจับเธอเปลื้องผ้าตรงนี้แน่!

บ้าชิบ! เอ็งไม่เจอผู้หญิงมาแค่เจ็ดแปดวันเองนะเว้ย! ชายหนุ่มสบถด่าอวัยวะไร้สมองของตัวเอง เมื่อรับรู้ว่ามันชักจะกำเริบเสิบสาน กล้าแสดงตนต่อต้านการตัดสินใจของมันสมองอันชาญฉลาดของเขา

ตาต่อตาสบประสานกันราวจะวัดใจ อินทิรายกมือกุมหน้าอกที่ยังเต้นโครมครามไม่หยุด อยากวิ่งหนีแต่เชื่อว่าเธอคงก้าวขาไม่ออก หรือถ้าขยับตอนนี้คงล้มพับแน่ๆ ตอนนี้คงต้องพยายามควบคุมลมหายใจให้ปกติ และอย่าทำอะไรให้ผู้ชายตรงหน้าขาดสติขึ้นมาอีก พอเบาใจได้นิดหน่อยเมื่อตวัดตามองคนยืนกำหมัดนิ่ง เขายอมถูกเธอผลักกระเด็นไปได้อย่างง่ายเหลือเชื่อ คงรู้สึกตัวแล้วกระมังว่าทำเรื่องบ้าๆ ลงไป

“ไปซะ”

เสียงเข้มเปร่งรอดไรฟันออกมา หญิงสาวกะพริบตาให้กับสิ่งที่ได้ยิน เขาพูดชัด แต่เบามากจนไม่อยากเชื่อหู “ถ้าไม่อยากโดนปล้ำตรงนี้ก็รีบไปก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}