คิโยชิ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลิขิตรัก :: 18

คำค้น : ลิขิตรัก กับดักซาตาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2561 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก :: 18
แบบอักษร


พาร์ทเลนนี่

ไม่เคยขอให้มาทำเรื่องแบบนี้ให้สักหน่อย ทำไมอาเธอร์ต้องเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของผมนัก เขาไม่รู้ตัวเลยเหรอว่ามันน่ารังเกียจแค่ไหน? มีแต่เขาที่คอยเอาแต่ขัดขวางผมทุกครั้ง การที่ผมรักพี่ชายของเขามันเป็นเรื่องผิดมากเลยหรือไง ผมก็แค่อยากให้พี่อาเชอร์กลับมาเป็นคนเดิม คนเดิมที่เคยให้สัญญาผมไว้ เราสองคนมีสัญญากันตั้งแต่เด็กๆแล้ว อาเธอร์ต่างหากที่เป็นส่วนเกินในชีวิต ต่อให้พี่อาเชอร์ทำร้ายจิตใจของผมมากเท่าไร ผมกลับยอมรับมันอย่างเต็มใจ ทั้งที่มันทำให้ผมเจ็บปวดอย่างที่สุด พี่อาเชอร์ป็นคนเดียวที่มีอิทธิพลต่อหัวใจ เราเติบโตมาด้วยกันทำให้พี่เขาเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เขาเป็นนายแบบและมีผู้คนเข้ามาให้รู้จัก ไม่ใช่แค่เรื่องชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวแต่มันเป็นเพราะหน้าตาของเขาด้วยเหมือนกัน ใบหน้าที่หล่อเหลาและดวงตาที่คมกริบ คงทำให้ใครหลายๆคนหลงใหล เพราะแบบนี้หรือเปล่า พี่อาเชอร์ถึงลืมสัญญาในวัยเด็กไปจนหมด

ผมถอนหายใจเบาๆพรางขมวดคิ้วเล็กน้อย ตั้งแต่คืนนั้นผมก็ยังไม่ได้ไปพบพี่อาเชอร์อีกเลย อาเธอร์เป็นคนขับรถมาส่งผมที่บ้าน เราไม่ได้พูดคุยกันเลยสักประโยค สิ่งที่อาเธอร์ต้องการมันคืออะไร? ทำไมเขาถึงต้องเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของผมมากขนาดนี้ ผมไม่เคยขอร้องให้เขาทำอะไรให้เลยแม้แต่อย่างเดียว มันเป็นคงเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกจริงๆ ทั้งที่ผมพยายามทำทุกอย่างให้พี่อาเชอร์ แต่ทุกอย่างที่ทำลงไปนั้นมันกลับไม่มีค่าอะไรเลย นั้นเป็นเพราะผมรักพี่อาเชอร์ แต่!! แล้วสิ่งที่อาเธอร์กำลังทำอยู่ล่ะมันเรียกว่าอะไร!? ผมไม่อยากคิดอะไรมากเกินความจริง ผมแค่อยากรู้ว่าตอนนี้ผมควรหยุดตนเองหรือว่าควรเดินหน้าต่อเรื่องของพี่อาเชอร์ดี ผมถอนหายใจออกมาครั้งที่หนึ่งร้อยของวัน

“ถอนหายใจบ่อยๆเป็นอะไรหรือเปล่าลูก”

“เหนื่อยใจครับป๊า”

“เหนื่อยใจ? เล่าให้ป๊าฟังสิ”

“คือว่า”

มันเกิดความลังเลที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ป๊าฟัง ที่ผ่านมาผมเอาแต่สร้างเรื่องโกหกให้ป๊าฟัง ผมไม่อยากให้ป๊าและอาลีอันเดอร์ต้องมีปัญหากับเรื่องของผม เพราะป๊าและอาลีอันเดอร์คบกันมาตั้งนานจะให้มาผิดใจกันเพราะเรื่องของลูกๆได้ยังไงล่ะ ผมจึงเลือกพูดโกหกอีกครั้งโดยอ้างว่าเป็นเรื่องของคนอื่น เมื่อป๊าได้ฟังเรื่องทั้งหมด หัวคิ้วเข้มของป๊ากลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“เพื่อนของลูกคงรักเขาคนนั้นมากสินะ”

“ครับ ท่าทางจะรักมาก”

“แล้วเพื่อนของลูก รู้หรือยัง?”

“รู้อะไรเหรอครับ?”

“รู้ว่าใครอีกคนกำลังปกป้องเขาจากอันตราย”

“…”

“ลองให้เพื่อนมองใครอีกคนที่อยู่ข้างๆตอนนี้สิ มองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วจะมองเห็นความรู้สึกที่แท้จริง”

ปกป้องงั้นเหรอ? สิ่งที่อาเธอร์ทำลงไปทั้งหมดเรียกว่าปกป้องยังไม่ได้ ก็เขาเอาแต่ทำร้ายและขัดขวางไม่ให้ผมเจอกับพี่อาเชอร์ ผมอมยิ้มน้อยๆแล้วเอ่ยคำขอบคุณป๊าที่ยอมให้ปรึกษา บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ป๊าบอกเลยครับ สมองผมคงเข้าใจเรื่องยากๆแบบนี้ไม่ได้หรอก ดังนั้นผมจะไปถามอาเธอร์ด้วยตนเอง จะได้รู้กันสักทีว่าเขากำลังต้องการอะไรจากผมกันแน่ ถ้าคิดจะแกล้งกันแบบนี้ผมจะไม่ปล่อยให้เขารังแกได้อีกแล้ว ผมรีบอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่ลืมห่อขนมที่ทำเองกับมือมาฝากพี่อาเชอร์ด้วย ทั้งที่คิดถึงพี่อาเชอร์แท้ๆแต่ทำไมใบหน้าของอาเธอร์ถึงลอยเข้ามาในความคิดผมได้ล่ะเนี่ย ผมยกมือตบแก้มของตนไปมาเบาๆ ก่อนที่จะคิดอะไรไม่เป็นเรื่องมากไปกว่านี้ ผมออกจากบ้านเกือบสี่โมงเย็น น่าจะไปทันพี่อาเชอร์กลับเข้าคอนโดพอดีก็ได้ กว่าจะเดินทางมาถึงคอนโดพี่อาเชอร์ใช้เวลาไปราวๆหนึ่งชั่วกว่า ก็ผมไม่ได้ให้คนขับรถมาส่งน่ะสิ ผมอยากมาด้วยตนเองเผื่อพี่อาเชอร์จะมองเห็นถึงความตั้งใจของผมบ้าง

“อาเธอร์คือว่า”

“มีอะไรเหรอ?”

สองขาผมหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินบทสนทนานี้แถมยังรีบหาที่หลบอีกต่างหาก ทำไมผมต้องหลบด้วยวะเนี่ย ไม่ได้มีความผิดสักหน่อย ผมเขย่งปลายเท้าเพื่อแอบมองอาเธอร์ โห! ผู้หญิงคนนั้นน่ารักจัง เธอดูคุ้นๆเหมือนผมเคยเจอที่ไหนมาก่อนน่ะ เธอมองหน้าอาเธอร์พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องไม่สมควรที่จะแอบฟังแบบนี้ก็ตาม ความอยากรู้มันมีมากกว่าความกลัวน่ะสิ อาเธอร์ไม่มีทางรู้หรอกว่าผมอยู่ตรงนี้ ขอแค่ไม่ทำอะไรเสียงดังให้คนทั้งสองรับรู้ถึงการอยู่ตรงนี้ของผมก็พอ

“เราน่ะเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะ”

“แล้วยังไง?”

“ตอนนี้เราไม่อยากเป็นเพื่อนกับอาเธอร์อีกแล้ว”

“หมายความว่ายังไง?”

“เรา.. เรามาคบกันได้ไหม?”

“…”

อยู่ๆร่างกายผมมันกลับรู้สึกชาจนแทบขยับไม่ได้เลย หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นจนได้ยินเสียงของมัน อาการแบบนี้มันคืออะไรกันครับ? ผมพยายามดึงสติกลับมาแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จ้องมองเขาทั้งสองอีกครั้ง เพราะอาเธอร์ยืนหันหลังให้จึงทำให้ผมมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แบบนี้เขาเรียกว่าสารภาพรักสินะ แทนที่ผมควรดีใจแท้ๆแต่ทำไมมันถึงรู้สึกแบบนี้ รู้สึกเหมือนกำลังเสียสิ่งสำคัญไป

“เอาสิ ลองมาคบกันดูก็ได้”

จบพาร์ทเลนนี่

พาร์ทอาเธอร์

เคยถามตนเองกันไหมครับว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นมันเหนื่อยไหม? เราเหนื่อยที่ต้องแบกรับมันแล้วหรือยัง? ที่ผ่านมาผมเองไม่เคยเหนื่อยหรือเกิดความท้อในใจหรอก แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไรผมกลับไม่เคยได้รับความรักหรือความใส่ใจจากเลนนี่ ความพยายามของผมมันสูญเปล่าแล้วจริงๆ มันผิดไหมครับที่ผมมองคนอื่น ที่จริงผมตกใจเหมือนกันที่วาเนสซ่าเพื่อนรักเพียงคนเดียวของผมมาสารภาพรักกับผมแบบนี้ คิดมาตลอดว่าเธอคงไม่คิดกับผมเกินเลย จะว่าผมเลวก็ได้ที่ตัดสินใจทำแบบนี้ ผมแค่ต้องการใครสักคนที่ทำให้ผมลืมเลนนี่ได้บ้าง ไม่ต้องลืมมันทั้งหมดหรอกขอสักนิดก็ยังดี มันอาจทำให้วาเนสซ่าเจ็บปวดหากรู้ว่าแท้จริงแล้วผมคบกับเธอเพราะอะไร สักวันผมอาจชอบเธอขึ้นมาจริงๆก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะ

“เอาสิ มาลองคบกันดูก็ได้”

“จริงๆนะ”

ผมพยักหน้าแทนคำตอบพรางอมยิ้มเล็กน้อย วาเนสซ่าท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัด มันเหมือนกับว่าเธอกลัวที่จะบอกเรื่องนี้กับผม ตอนนี้ผมหลุดพ้นจากเลนนี่แล้วจริงๆสินะ เพราะคนที่ผมต้องสนใจมีเพียงวาเนสซ่า ผมเองก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ผมยกมือขึ้นโยกศีรษะผู้หญิงตรงหน้าไปมาเบาๆอย่างเอ็นดู ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราสองคนตอนนี้มันคือความจริงสินะ ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกำลังหลอกตนเองอยู่ก็ไม่รู้สิ ผมสะบัดศีรษะไล่ความคิดออกจากหัว ก่อนที่มันจะทำให้ผมหงุดหงิดมากไปกว่านี้

“ไหวไหมอาเธอร์ เป็นอะไรหรือเปล่า?”

“เปล่าหรอก แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย”

“อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิ”

“…”

วาเนสซ่าพองแก้มน้อยๆใส่ ผมจึงหลุดขำกับท่าทางของเธอ สายตาเหลือบไปเห็นเลนนี่ที่เอาแต่ยืนนิ่งเหมือนเจอเรื่องไม่ดี ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ความรู้สึกที่อยากเข้าไปถาม มันเป็นห่วงจนผมแทบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้สองขาของผมก้าวเดินไปหาเลนนี่ วาเนสซ่าเป็นผ็หญิงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ ผมจึงไม่อยากทำให้เธอเสียใจตั้งแต่วันแรกที่คบกัน ผมจึงจับมือเธอไว้แล้วเดินมายังลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังห้อง ในใจยังคงเป็นห่วงคนด้านล่างเพราะไม่รู้ว่าโดนอาเชอร์ทำร้ายจิตใจแบบไหนอีก

“แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร?”

“แน่ใจสิ ไปกันเถอะ”

ยิ่งวาเนสซ่าถามอยู่แบบนี้มันยิ่งทำให้ผมเป็นห่วงเลนนี่ สุดท้ายผมจึงเลือกหันมาส่งยิ้มให้ผู้หญิงข้างกาย พยายามลืมเรื่องเมื่อครู่ทั้งหมดแล้วเดินนำเธอมายังห้องของเราพี่น้อง ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามาจึงพบกับอาชาที่ดูเหมือนเข้ามาเก็บของ ภรรยาของอาชาตั้งท้องก็คงไม่แปลกที่อาชาจะดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิด มันทำให้ผมอิจฉาพวกเขาได้ไม่ยากเลยจริงๆ หากความรักไม่มีอุปสรรคมันจะถูกเรียกว่าความรักไหมครับ?

“อาเธอร์ กูขอคุยอะไรด้วยหน่อย”

“ได้สิ มีอะไร?”

“…”

อาชาขมวดคิ้วแน่นแล้วมองไปทางวาเนสซ่าที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ ผมจึงให้เธอเข้าไปรอผมในห้องนอน มันคงเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆสินะ อาชาถึงไม่ยอมให้ใครรู้เรื่องนี้ ผมทั้งสองยืนมองวาเนสซ่าจนเธอปิดประตูลง อาชาถอนหายใจเล็กน้อยแล้วจ้องมองอย่างมีคำถาม ทำเอาผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจด้วยเช่นกัน

“มึงกับเพื่อนคนนี้อยู่ในฐานะไหนวะ?”

“มึงมีอะไรพูดออกมาเลยดีกว่า”

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเข้าใจยาก จะให้มานั่งเดากับเรื่องพวกนี้มีหวังผมได้ประสาทกินแน่ๆ อาชาวางของลงพร้อมหันมาตบบ่าผมเล็กน้อย แล้ววันนี้ผมจะเข้าใจไหมว่าสิ่งที่อาชาต้องการบอกผมนั้นมันคืออะไรกันแน่

“อย่าทรมานหัวใจมึงเองเลย กูรู้ว่ามึงรักเลนนี่ รักเขามาตลอด”

“แล้วมันยังไงวะ เขาไม่เคยมองกูเลยด้วยซ้ำ”

“แล้วสิ่งที่มึงทำ มึงคิดว่าถูกแล้วใช่ไหม? มึงกำลังดึงใครอีกคนเข้ามาเจ็บปวดเพราะมึงเอง”

“…”

“คว้าเลนนี่ไว้สิวะ คว้าไว้จนกว่ามึงจะหมดแรงแล้วจริงๆ”


TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}