นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3. ไม่ได้เล่นตัว

ชื่อตอน : 3. ไม่ได้เล่นตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 618

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2561 16:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3. ไม่ได้เล่นตัว
แบบอักษร

​ใครอยากอ่านเร็วจบไว โหลดอีบุ๊คได้นะคะ

แล้วดูผู้หญิงที่เขาอยากลองโปรดคนนี้สิ! เป็นใคร! มาจากไหน! นักท่องเที่ยงหรือคนต่างถิ่นหรือไงถึงไม่รู้จัก ‘ต้า วราเวศ’ คนนี้!

สองขายาวๆ ก้าวย่างตามไปอย่างฉุนจัด ก่อนจะชะงักเมื่อคิดได้ว่าคนอย่างเขาไม่เคยเดินตามหลังผู้หญิง ยิ่งเป็นการเดินเข้าหาในลักษณะตามตื้อยิ่งไม่เคย เมื่อกี้ก็เผลอไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ความคิดบ้าๆ อะไรกันที่ทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้าก้าวตามติดไปอีกครั้ง คงเพราะคิดแก้ต่างให้ตัวเองได้แล้วว่าผู้ชายอย่างเขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาสะบัดหน้าใส่เด็ดขาด อย่างน้อยต้องทำให้เธอรู้สักหน่อยว่าคนอย่างเขาลองได้ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องสำเร็จ!

แล้วนี่เขาตั้งใจจะทำอะไร... อย่าบอกนะว่าเพราะริมฝีปากอิ่มเต็มของเธอเป็นแรงผลักดันให้เขาทำแบบนี้!

“โอ้ย! อะไรกันคุณ” ร่างระหงที่ก้มหน้าเดินถูกคว้าข้อมือกระชากกลับหลัง

“คุณพักที่นั่น?” คนถือวิสาสะฉุดสาวพยักหน้าไปยังอาคารสูงสี่ชั้นของรีสอร์ตชื่อดังประจำหาด เดาได้ไม่ยากเพราะทิศที่เธอมุ่งไปก็คือทิศเดียวกับที่เขาเพิ่งจากมา

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” อินทิรากระชากเสียงย้อน พยายามบิดข้อมือออกจากแรงบีบรัด ไม่นึกไม่ฝันว่าจะหนีร้อนมาเจอร้อนกว่า คนที่บ้านถึงจะทะเลาะโต้เถียงกันขนาดไหนก็ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัว แต่อีตานี่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกแท้ๆ ช่างกล้า!

“ผมจะให้รางวัลคุณไง มานี่” ลองได้จับแล้วนึกหรือว่าจะปล่อยง่ายๆ ยิ่งเนื้อนิ่มแต่ฤทธิ์เยอะแบบนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ทีหน้าทีหลังจะได้ไม่มาทำท่ายโสโอหังกับเจ้าถิ่น

“เอ๊ะคุณ! ปล่อยฉันนะ”

มหาบัณฑิตสาวปรี๊ดแตกเมื่อเจอหนุ่มมาดผู้ดีสวมบทเถื่อนใช้กำลังคุกคาม พยายามดิ้นรนหลีกหนีการลากจูงไปยังสวนสนต้นเตี้ยที่เจ้าของสถานที่ตัดแต่งไว้เพื่อให้ร่มเงาริมหาด ทุกต้นใหญ่โตมีอายุหลายสิบปีแต่กลับไม่สูงชะลูด เพื่อจะได้ไม่บดบังทัศนียภาพชายหาดและท้องทะเลเมื่อมองลงมาจากห้องพักของรีสอร์ต

“ไม่ปล่อย ไม่เคยได้ยินเหรอ ไอ้ที่เขาว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าผมบ้า เลยอยากบอกต่ออีกหน่อยว่าผมเพิ่งกรึบออนเดอะร็อคมาหมาดๆ ฉะนั้นผมจะทำอะไรคุณก็ห้ามโวย”

ทุกกิริยาประกอบคำพูดของธานินทร์คือการฉุดกระชากหญิงสาวในการจับกุมลึกเข้าไปใต้ร่มเงาสน เล็งเป้าไปยังลำต้นใหญ่สุดแล้วจับผลักให้ไปยืนพิง สองมือเปลี่ยนไปล็อคสองไหล่อย่างรวดเร็วแน่นหนา สองเท้ากางออกปักหลักอย่างมั่นคง ร่างหนาหันหลังให้แสงตะวัน บดบังทุกความสว่างเหลือไว้เพียงเงามืดที่ทำให้คนเผชิญหน้ากลัวจับใจ

“คุณจะทำอะไร” อินทิราพยายามรวบรวมสติ ถ้าตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับคนบ้าและคนเมาจริง การดิ้นรนโวยวายอย่างขาดสติก็รังแต่จะส่งผลร้าย แต่ใจหนึ่งก็พยายามคิดว่าเขาแค่ขู่ เพราะโมโหที่ถูกเธอปฏิเสธ ผู้ชายคนนี้ดูดีมีราศีเกินกว่าจะพวกขี้เหล้าเมายา แต่ถ้าเป็นเพลย์บอยระดับหกดาวก็พอได้ องค์ประกอบหลายอย่างในตัวผู้ชายตรงหน้าบอกเธออย่างนั้น เขาดูดี สะอาด กลิ่นกายหอมอบอวลด้วยน้ำหอมเกรดดี เสื้อผ้าของใช้ก็แบร์นดแท้ทุกชิ้น แต่คนรวยไม่ได้แปลว่าคนดี และไม่ว่าจะยังไงก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ชวนเสี่ยงอันตรายทั้งสิ้น

“ก็บอกแล้วไงว่าจะให้รางวัล” เขายังยืนยันความตั้งใจเดิม มุมปากหยักสวยยกยิ้มอย่างถูกอกถูกใจที่ไม่เห็นอาการต่อต้านจากสาวสวยตรงหน้าอีกแล้ว... เห็นไหมล่ะ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยขอให้เขาได้ถูกเนื้อต้องตัวเข้าหน่อยเถอะ เป็นอ่อนระทวยทุกราย

“ก็บอกแล้วว่าไม่อยากได้” เธอว่าเสียงเย็น

“แต่ผมอยากให้” เขาย้อนเร็วและเริ่มร้อนกับสายตาเย็นชาที่มองมา มันทั้งไม่คุ้นเคยและไม่อยากเห็น

“คุณคะ คุณไม่จำเป็นต้องมาเซ้าซี้ฉันด้วยเรื่องนี้เลยนะ”

“ผมไม่ได้เซ้าซี้!” ให้ดิ้นตายเถอะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าใช้คำคำนี้กับเขาเลย และคนอย่างเขาไม่เคยคิดจะเซ้าซี้ผู้หญิงคนไหนในโลก แค่อยากจะสั่งสอนผู้หญิงคนนี้เท่านั้น

“แล้วคุณกำลังทำอะไร”

“ก็... บอกแล้วไงว่าอยากให้รางวัล ผมใจดีขนาดนี้คุณยังเล่นตัวอีก” เหตุผลเดิมยังถูกยกมาอ้างประกอบการต่อว่าในความเรื่องมากของเจ้าหล่อน

“ฉันไม่ได้เล่นตัว” อินทิราโต้ไปแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ผู้ชายหลงตัวเอง ยียวนกวนประสาทไม่คู่ควรแก่การใช้อารมณ์ร่วม ไม่คุ้มกับการล้อเล่น สติปัญญาและการเอาตัวรอดด้วยเหตุผลต่างหากที่เธอควรงัดมาใช้ต่อกร

“ฟังนะคะ มันเป็นแค่เหตุบังเอิญที่ฉันไปยืนอยู่แถวนั้น ถ้าคุณไม่โทรเข้ามาฉันคงไม่เห็นโทรศัพท์ของคุณด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นฉันไม่สมควรจะรับรางวัลจากคุณ แต่ถ้าฉันเก็บโทรศัพท์ได้แล้วประกาศตามหาเจ้าของจนคุณได้รับของคืน นั่นต่างหากที่ฉันควรได้รางวัล”

“แต่ผมอยากให้เรื่องมันจบแค่วันนี้ ไม่อยากให้คุณมาลำเลิกบุญคุณกันทีหลัง” คนเกือบกลอกตาขึ้นฟ้ากับเหตุผลยาวเหยียดยังหาทางโต้กลับได้อย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า” มันน่าโมโหเสียจริง ลื่นไถลไปเรื่อยเลยผู้ชายคนนี้

“ไอ้ผมมันเชื่อคนยาก”

“เอ๊ะ! แล้วจะเอายังไง” คนพยายามใจเย็นเผลอขึ้นเสียง... ใช้เหตุผลกับคนประเภทเอาสีข้างเข้าถูนี่เปลืองพลังงานสมองจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}