BBB-Butterfly

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : - 6 - Sweet Dream or Reality

คำค้น : Lucid dream, dream lab, yaoi, ความฝัน, ไซไฟ-แฟนตาซี, นิยายวิทยาศาสตร์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2561 09:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
- 6 - Sweet Dream or Reality
แบบอักษร

จวนเที่ยงแล้ว...บนเตียงนอนอันแสนอบอุ่นในห้องคอนโดที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีพื้นเรียบๆ สองร่างยังคงนอนขลุกอยู่ด้วยกันภายใต้ผืนผ้าห่มนุ่มไม่ยอมลุกเหมือนกับวันเวลาไม่ได้มีความหมายอะไรอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนพี่...

“หิวข้าวยังครับ” ร่างสูงถามขึ้นในขณะที่กำลังนอนลูบหัวไหล่มนๆ ของคนพี่ที่ยังคงนอนนิ่งหลับตาอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างแสนรัก

“อื้อ...ยังอะ ไม่หิว ไม่กินอะไรทั้งนั้น เทียนหิวเหรอ” นักวิจัยหนุ่มถามกลับ เริ่มดิ้นขลุกขลักเพื่อจะออกมาจากอ้อมอกแกร่งของอีกคน เห็นอย่างนั้นเทียนก็ยิ่งแกล้งกอดรัด แล้วก็ยื่นจมูกเข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่

“งื้อ...เด็กนิสัยไม่ดี” ติณณ์บ่นอุบอิบก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวหันมาแล้วช้อนตาขึ้นมอง “เทียนอะ รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อนเลยไป”

“แล้วพี่ติณณ์ไม่อาบเหรอครับ”

“ก็เดี๋ยวอาบต่อ...”

“หิวอะ”

“ก็รู้...จะลุกไปเตรียมหาอะไรไว้ให้เรากินไง” ติณณ์บอกพลางยกมือขึ้นขยี้ตา

“ไม่เอาอะ”

“เอ๊ะ...” ติณณ์ทำท่าจะบ่นต่อไปอีกยืดยาว

“อาบด้วยกันสิครับพี่ติณณ์ นะ” เทียนอ้อนพร้อมกับก้มลงจูบไหล่คนพี่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มตาหวานทำให้ติณณ์อดคิดลึกไม่ได้

“พอเลยเทียน...เมื่อคืนนี้ก็เอาแต่ใจหนักละนะ” นักวิจัยหนุ่มร่างเล็กเอาแต่ก้มหน้าหลบตา

“พี่ติณณ์ทำไมหน้าแดงอะ คิดอะไรอยู่ครับ คิดไม่ดีแน่ๆ เลย ใช่ไหม...” เทียนเอ่ยแซวทำให้ติณณ์ยิ่งเขินจนหน้าขึ้นสีจัด

“อะไร...ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ บ้า...” ติณณ์ทำท่าจะขยับตัวหนีลงจากเตียง แต่กลับถูกคนตัวโตกว่าตะครุบร่างเอาไว้พร้อมกับรวบเอวบางให้กลับเข้ามาหาตักอุ่น

“รีบๆ อาบน้ำกัน จะได้ออกไปหาอะไรกินข้างนอกไงครับ...”

เทียนกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มทำเอาหัวใจติณณ์แทบกระเด็นออกมาจากอก ยิ่งเห็นคนตัวเล็กออกอาการเขินหนักก็ยิ่งแกล้งเอาจมูกและใบหน้าเข้ามาใกล้ ติณณ์รู้ว่าเทียนตั้งใจจะทำให้เขาประหม่าก็ยิ่งสู้ หันมามองตอบแวบหนึ่งแล้วก็ทำเสียงเข้ม

“ทำไม...”

“หิวอะครับ...” เทียนอ้อนด้วยถ้อยคำเดิม พร้อมกับเอาคางมาเกยไหล่ เห็นท่าทีแบบนั้นติณณ์ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

เทียนไม่รู้ตัวบ้างหรือว่าทำแบบนี้มันทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู แล้วก็น่าหมั่นไส้ไปพร้อมกัน

“ปะๆ ไปได้แล้ว...”

“ไม่อาบด้วยกันจริงๆ เหรอครับ” เทียนยังคงอ้อนอยู่อย่างนั้น

“เออน่า...เดี๋ยวตามไปก็ได้ ไม่ดื้อนะครับ เด็กดี...” นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ชีวิตเขาคอยแต่วนเวียนอยู่แบบนี้ ติณณ์ไม่อยากจะสนใจอดีตหรืออนาคต ในเมื่อปัจจุบัน...ตัวเขาเองก็เป็นสุขดีอยู่แล้ว

แต่สำหรับเทียนล่ะ...หนุ่มน้อยจะคิดเหมือนกันบ้างไหม


- ⏰ -


เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อยกับการที่หลายปีมานี้นายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งจะต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับความฝันอันเลือนราง ซึ่งในบางครั้งตัวเขาเองก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง รู้แต่ว่าเคยฝันเห็นใครคนหนึ่งซ้ำๆ กันเป็นเวลานานมาก จนทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันในหัวใจ

หรือบางทีมันอาจจะเป็นความรัก...

เขาเองก็ไม่แน่ใจนัก...จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่กำลังเข้าเวร อยู่ๆ ก็มีรถพยาบาลนำร่างคนไข้ที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุและตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินเข้ามาในเวลาเกือบจะสองนาฬิกา นายแพทย์หนุ่มตาสว่างทันทีที่เห็นร่างเล็กบางน่าทะนุถนอมนั้นเป็นคนคนเดียวกันกับที่อยู่ในความฝันของเขามาตลอดกว่าสิบปี

‘ติณณภพ...’

แค่เห็นชื่อ หมอเทียนก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับคนคนนี้

เรื่องราวทุกอย่างเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายเข้ามาเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในเขตเมืองอันเต็มไปด้วยความซับซ้อนวุ่นวายแล้วก็บังเอิญมาประสบอุบัติเหตุขึ้นในระหว่างการเดินทาง ทำให้เขากับแม่ได้รับบาดเจ็บหนักจนถึงกับทำให้เทียนสลบไปหลายวัน

ในบางห้วงของมิติเวลา...ในห้วงเวลาหนึ่งของมิติที่เรียกว่าความฝัน... ‘หมอเทียน’ หรือ ‘นายแพทย์เธียรวิชญ์’ กลับตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ราวกับว่าเขาได้ผ่านช่วงเวลาอันแสนยาวนานของชีวิตและเติบโตขึ้นพร้อมๆ กับใครคนหนึ่งในภพอื่น...ที่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร

ตลอดระยะเวลากว่าสิบปี เทียนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้คำถามพวกนี้มาโดยตลอด...ทำไมคนเราจึงไม่สามารถจำความฝันของตัวเองได้ ทำไมเราถึงต้องลืมความฝันของตัวเองแค่ในเสี้ยววินาทีที่เริ่มต้นก้าวขาลงมาจากเตียง

เพราะอะไร...

นายแพทย์หนุ่มยืนมองคนไข้ของเขาที่กำลังหลับลึกอยู่ผ่านกระจกใสบานหนึ่งในห้อง ICU แปลกจริง...เพราะอะไรก็ไม่รู้เขาถึงต้องพลอยร้อนใจตามไปด้วยทุกครั้งที่คนไข้ชื่อติณณภพเกิดมีอาการแทรกซ้อนหรือแม้แต่จะดิ้น รวมไปถึงเพ้อละเมออะไรออกมา

“หลายวันแล้วนะครับหมอ น้องชายของผมยังจะมีโอกาสฟื้นอยู่ไหม”

ขณะที่กำลังคิดเพลิน นายแพทย์เธียรวิชญ์เกือบสะดุ้งเพราะเสียงของญาติคนไข้

“หมอยังตอบไม่ได้ครับ แต่จะพยายามช่วยอย่างเต็มที่” นายแพทย์หนุ่มตอบคำถามอย่างสุภาพ “แล้วก็...เรื่องจะย้ายออกจากห้องไอซียู ตอนนี้หมออนุญาตแล้วนะครับ น่าจะเริ่มย้ายในช่วงบ่ายของวันนี้”

“ขอบคุณหมอเทียนมากนะครับที่ดูแลน้องผมเป็นอย่างดี ปกติติณณ์เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละครับ ชอบทำให้ใครๆ ห่วงอยู่เรื่อย”

ชายหนุ่มที่สวมแว่นตา แต่งตัวภูมิฐานแต่หัวยุ่งหน่อยๆ ปรารภขึ้นอย่างรู้จักติณณภพดีกว่าใคร เพราะเขา...ดร.เตวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง...เป็นพี่ชายแท้ๆ ของติณณภพ

“ยินดีครับ...” แพทย์หนุ่มตอบรับพร้อมกับระบายยิ้มออกมา

“เอ้อ จริงด้วยครับหมอ เรื่องจองห้องพิเศษ ผมจะต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมอีกไหม พอดีว่าบ่ายนี้มีสอนซะด้วย” อาจารย์ ดร.เตวิชญ์ถามขึ้นอย่างกังวลทันทีที่นึกขึ้นได้

“ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการให้แล้ว”

“จริงเหรอครับ รบกวนคุณหมอจัง งั้นเดี๋ยวผมจะโทรหากุน ลูกพี่ลูกน้องผมที่เคยมาเยี่ยมติณณ์ตอนนั้นให้มาเฝ้าแทนนะครับ แล้วเย็นๆ เดี๋ยวผมจะเข้ามา”

อาจารย์หนุ่มเอ่ยขึ้นในขณะที่คุณหมอเองก็ได้แต่ยิ้มเรียบๆ แทนคำตอบ แต่ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง ICU เขาก็หันกลับมายังเตียงของน้องชายอีกครั้งและพูดว่า

“ฝันของนายสวยงามเสมอ นอนมาเยอะขนาดนี้ คงจะฝันไปเป็นสิบๆ เรื่องแล้วสินะติณณ์ เร็วๆ เถอะ รีบตื่นขึ้นมาเล่าให้พี่ฟังได้แล้ว พี่รออยู่...”

“คนอื่นก็รอ...” อยู่ดีๆ หมอเทียนก็พูดแทรกขึ้นมา เขาซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ของติณณภพได้ยินก็รีบหันไปมองหน้าอีกฝ่าย

บางทีก็ออกจะเกินหน้าที่แพทย์ไปบ้าง

“เอ่อ...หมอหมายถึงคนในครอบครัว แล้วก็บรรดาญาติเพื่อนฝูงของคนไข้น่ะครับ”

“ที่จริงหมอก็เป็นห่วงน้องผมมากเหมือนกันใช่ไหมล่ะ พวกคุณเคยรู้จักกันเหรอ ผมสังเกตเห็นตั้งแต่วันแรกที่น้องผมถูกส่งตัวเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินแล้ว” อาจารย์หนุ่มหันมาหรี่ตามองด้วยท่าทีสงสัย

“เปล่าครับ...เราไม่เคยรู้จักกัน”

“แน่ใจเหรอครับหมอ...”

ก็ไม่ค่อยแน่ใจนักหรอก หากจะนับรวมไปถึงในโลกแห่งความฝัน...


- ⏰ -


ที่ Dream Lab ยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

"ปิดการเชื่อมต่อความฝันหมดแล้วครับพี่เต แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเอาพวกเขาออกมาจากความฝันไม่ได้" วินรายงานอย่างไม่สบายใจ

"เป็นความผิดของผมเองครับพี่เต ผมรู้เรื่องของติณณ์กับน้องเทียนมานานแล้วแต่ไม่ได้รายงานให้พี่ทราบ ผมขอโทษและขอพิจารณาตัวเอง" กุนสารภาพความจริงออกมา

"อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นเลยกุน ตอนนี้เราต้องรีบช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน วิน ส่งสัญญาณไปที่หมอนของเทียนหรือยัง" ดร.เตวิชญ์เอ่ยขึ้น

"ส่งไปแล้วครับ แต่ยังไม่มีสัญญาณบอกเลยว่าเทียนจะตื่น"

"โธ่เว้ย...ทำไงดีล่ะทีนี้" ดร.หนุ่มเริ่มสบถอย่างหัวเสียขึ้นมา ทว่าทันใดนั้นก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ "งั้นเอางี้ เดี๋ยวพี่ลองโทรไปหาแม่ของเทียนดีกว่า" เตวิชญ์เอ่ยขึ้นก่อนที่จะรีบเดินไปหยิบมือถือก้าวพรวดๆ ออกไป วินกับกุนได้แต่หันมามองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด

"แล้วนี่ถ้าเกิดว่าติณณ์กับเทียนไม่ยอมตื่นขึ้นมาล่ะ พวกเราจะต้องทำยังไง หมายถึง แบบ...เป็นเจ้าชายนิทราอะไรอย่างงี้" วินฉุกคิดขึ้นมา ยิ่งเพิ่มพูนความกังวลให้กับกุน

"ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สองคนนั้นฟื้นขึ้นมาให้ได้ก่อน" กุนตอบ สักพักด็อกเตอร์พี่เตของพวกเขาก็กลับเข้ามา

"เทียนก็อยู่ในช่วงหลับลึก แม่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น"

"แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะครับ"

"พี่บอกให้รอดูอาการไปก่อน ถ้าเห็นว่าไม่ไหวแล้วก็ให้พาตัวมาที่นี่ เราอาจจะต้องใช้วิธีกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าสักทีสองที เดี๋ยวก็ลองกับติณณ์เลยนะ" ดร.เตวิชญ์สั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้วินกับกุนถึงกับหน้าเหวอไป

"พี่เตครับ แต่การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้ามันอันตรายนะ" ผู้ควบคุมความฝันหนุ่มทัดทานขึ้น

"นั่นสิครับพี่เต ถ้าเกิดว่ามากไป ติณณ์อาจจะสูญเสียความทรงจำหรือทักษะบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ในการความคุมความฝันและทำงานให้เราไม่ได้อีก" ฝ่ายซัปพอร์ตหนุ่มเอ่ยขึ้นบ้างเพื่อเป็นการสนับสนุนคำพูดของกุน ไม่ใช่แค่ตามหัวใจและหน้าที่ หากแต่เขาคิดแบบนั้นจริงๆ และเห็นว่าควรหลีกเลี่ยงให้ถึงที่สุดก่อนจะใช้วิธีนี้

"แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอะไรมากนักหรอก นอกจากจะต้องลองเสี่ยงดูสักที"

"แต่มันซับซ้อนนะครับพี่เต เราอาจจะต้องพึ่งซัปพอร์ตมากกว่านี้" กุนยังคงขัด

"ก็ให้วินโทรเรียกสิ บอกให้มาเร็วๆ ด้วยนะ ปล่อยเอาไว้แบบนี้ อันตรายกว่ากระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าอีก" ดร.เตวิชญ์ไม่มีท่าทีที่จะเปลี่ยนใจ

"ครับพี่เต"

วินจำต้องยอมรับปากและรีบวิ่งออกไปจัดการให้ในทันที


- ⏰ -


ในห้วงแห่งความฝันที่ไกด์หนุ่มเคยเล่นตลกกับเวลาเอาไว้อย่างน่ากลัว...

"สอบเสร็จแล้ว...เรียนจบแล้วนะครับ"

ติณณ์ที่กำลังจัดชั้นหนังสือในห้องของตัวเองอยู่หันไปตามเสียงก็เห็นเทียนวิ่งเข้ามากระโดดกอดเขาอย่างดีใจ

"เดี๋ยวเทียน...พี่จะล้มแล้ว ตัวก็ใหญ่ เนี่ย...ดีใจอะไรขนาดนั้น"

"โธ่ พี่ติณณ์ ก็เรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งทั้งทีนี่ครับ"

"รู้ได้ไง...เกรดยังไม่ทันจะออกด้วยซ้ำ" ติณณ์ขัดคอ

"บางอย่างไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ เหมือนที่พี่รักผมไงครับ ใช่ไหม" ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาแบบไม่ค่อยถูกระเบียบเท่าไรนักเอ่ยขึ้นพร้อมกับรวบเอาเอวบางของคนพี่เข้ามากอด "ขอรางวัลที่แก้มสักฟอดสองฟอดได้ไหมครับ"

ติณณ์มองน้องที่อ้อนเก่งไม่เคยเปลี่ยนแล้วลงมือหยิกที่แก้มขาวๆ นั้นอย่างนึกหมั่นไส้

"นี่แน่ะ"

"โอ๊ย...พี่ติณณ์อะ" เสียงคนน้องร้องโอดครวญ

"ปล่อยได้แล้ว พี่จะจัดหนังสือต่อ อย่าเพิ่งกวนนะครับเด็กดี"

"ก็ได้..."

"น่ารักมาก...ให้มันพูดรู้เรื่องแบบนี้สิ"

"แต่จัดเสร็จแล้วพี่ติณณ์ต้องไปฉลองกับผมนะ ว่างใช่ไหมครับคืนนี้ ไม่ได้มีงานด่วนอะไรที่ต้องทำใช่ไหม"

พูดถึงเรื่องงาน ติณณ์ดูเหมือนจะชะงักไปนิดหนึ่ง...ใช่สิ แล้วทุกวันนี้เขาไม่ต้องทำงานอะไรเหรอ ติณณ์เหมือนจำตัวเองไม่ได้ รู้เพียงแต่ว่าเคยเป็นนักวิจัยอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง ทำงานเกี่ยวกับความฝันแล้วก็ได้มาเจอกับน้อง แต่ว่าหลังจากนั้น ในวันหนึ่งๆ เขาก็ดูเหมือนจะไม่ต้องทำอะไร

นี่ติณณ์ลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเป็นไกด์!

เขากำลังทำงานอยู่ในความฝันของน้องเทียนที่ถูกยืดระยะเวลาออกมานานกว่าห้าถึงหกปีแล้วอย่างมหัศจรรย์ นานเสียจนกระทั่งลืมว่าที่นี่คือโลกแห่งความฝัน...

"อื้ม...ไม่มีงานอะไรหรอก" ติณณ์ตอบพลางคลี่ยิ้มหวาน ยิ้มที่เคยทำให้คนทั้งสถาบัน เริ่มตั้งแต่คุณลุงรปภ. แม่บ้าน เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ รวมไปถึงด็อกเตอร์พี่เตเอ็นดูเขา

แต่ทว่าตอนนี้...มันกลับกลายเป็นของเทียนแค่คนเดียว!


- ⏰ -


ในห้วงแห่งความฝันอันลึกลับภายใต้เปลือกตาอีกคู่ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มสดใสในความทรงจำของแพทย์หนุ่มช่างดูคล้ายกับว่าจะเป็นของติณณ์เหลือเกิน

'พี่ติณณ์...นี่ผมกำลังฝันอยู่หรือเปล่า'

บทสนทนาเก่าตั้งแต่ครั้งโน้นยังคงถูกเล่นซ้ำวนกลับไปกลับมาอยู่ในหัวของเทียนมาตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา

'ทำไมถึงคิดว่าเป็นความฝันล่ะ'

'ก็ไม่รู้สิครับ...ผมก็แค่รู้สึกว่า สบายใจจัง'

หรือแม้แต่รอยยิ้มเศร้าๆ ของใครคนนั้น 'เดี๋ยวอีกหน่อยเทียนก็คงลืมพี่'

'ไม่มีวัน...' น้ำเสียงของเขาในตอนนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังหนักแน่น แต่แล้วก็ยังลืมจนได้ นายแพทย์หนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของตัวเองด้วยความตกใจ

ฝันถึงคนคนนั้นอีกแล้วเหรอ...

หมอเธียรวิชญ์ยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองเบาๆ หวังจะให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้น แต่แล้วมันก็กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจ เทียนหันมองซ้ายขวาเพื่อหานาฬิกาเรือนโปรด แล้วก็เจอมันเข้าที่โต๊ะเล็กข้างเตียงนอน มือหนาหยิบขึ้นมาดู ตอนนี้ประมาณตีสองกว่าแต่เขากลับไม่สามารถข่มตาลงได้อีกแล้ว สุดท้ายเลยตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงไป

นายแพทย์หนุ่มทรุดนั่งลงที่โต๊ะทำงานภายในห้อง จากนั้นจึงค่อยๆ ดึงลิ้นชักออกมาและหยิบเอารูบิกที่นอนนิ่งอยู่ภายในนั้นขึ้นมาหมุนเล่นคลายเครียด แต่ยิ่งหมุนสลับสีไปเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกยุ่งยากมากขึ้น จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ถึงต้องยอมวางมันลงไป

แต่ก่อนความฝันพวกนี้ก็เหมือนจะเลือนรางไปแล้ว แต่พอได้มาเจอกับคนไข้ที่ชื่อติณณภพเท่านั้น ในความรู้สึกนึกคิดของหมอเทียนก็ยิ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย

รู้สึกไปเองว่าถ้าปลุกให้ติณณ์ตื่นขึ้นมาได้...น่าจะมีคำตอบหลายๆ อย่างสำหรับเขา พลันก็นึกไปถึงคำพูดของอาจารย์เตวิชญ์ที่บอกว่า 'ฝันของนายสวยงามเสมอ นอนมาเยอะขนาดนี้ คงจะฝันไปเป็นสิบๆ เรื่องแล้วสินะติณณ์...'

ถ้าหากช่วงที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่นั้น ชายหนุ่มร่างเล็กที่นำพาความรู้สึกแปลกประหลาดมาให้เขากำลังท่องเที่ยวอยู่ในโลกแห่งความฝันจริงๆ อาจจะพอมีอยู่สักหนึ่งในสิบเรื่องที่มีความสอดรัดเกี่ยวโยงไปกับฝันของเขาบ้าง

แต่ก็นั่นแหละ...ทุกอย่างก็ยังสุดที่จะคาดเดาอยู่ดี เทียนได้แต่นึกแล้วก็ค่อยๆ พรูลมหายใจออกมา

นายแพทย์หนุ่มเข้างานตามปกติ แต่กว่าจะมานั่งรอตรวจคนไข้จนเสร็จก็เกือบบ่ายสามโมง เขายังไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่ครึ่งคำ โชคดีที่วันนี้ไม่ต้องเข้าเวร ภายหลังจากที่ภารกิจเสร็จทุกอย่างแล้วเขาก็ตัดสินใจแวะไปเยี่ยมติณณ์ด้วยความรู้สึกร้อนรนชนิดที่ตลอดชีวิตการเรียนและการทำงานนั้น...เขาไม่เคยเป็น

ปกติหมอเทียนจะเป็นคนที่นิ่ง สุขุม และเยือกเย็น แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เมื่อหัวใจของเขากำลังเต้นในอีกจังหวะ

ในห้องคนไข้พิเศษที่ติณณ์กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงของการหลับใหล ภายใต้การดูแลของลูกพี่ลูกน้องคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ก๊อกๆๆ

“ครับ...” ชายหนุ่มผิวขาวตัวเล็กขานรับก่อนจะบอกให้เพื่อนสนิทที่มาด้วยกันเดินออกไปเปิดประตูให้

“เอ่อ คุณ...”

“ผมเป็นหมอของคุณติณณภพครับ” เทียนแนะนำตัวกับชายหนุ่มร่างสูงที่เขายังไม่เคยเห็นหน้า

“อ้อ...เชิญครับคุณหมอ” ใครคนนั้นรีบเปิดประตูพร้อมกับหลีกทางให้นายแพทย์หนุ่มได้เดินเข้ามา

“อ้าว คุณหมอ...สวัสดีครับ” ลูกพี่ลูกน้องของติณณ์รีบหันมาทักทาย

“เป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็หลับอยู่เหมือนเดิมแหละครับ ไม่รู้สึกตัวเลย ผมพยายามนั่งพูดคุยด้วยก็ไม่มีการตอบสนอง ว่าแต่...อีกนานไหมครับกว่าติณณ์จะฟื้น” ชายหนุ่มร่างเล็ก ผิวขาวบางที่ชื่อว่ากุนสอบถามเขาอย่างกังวลใจ

“คุณคงสนิทกับคนไข้มากเลยใช่ไหมครับ” หมอเทียนเอ่ยขึ้นทันทีที่จับสังเกตสีหน้าของกุน

“เราเกิดปีเดียวกันครับ ติณณ์เป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่น้องของผม เมื่อก่อนเขาเป็นคนที่สดใสมาก...แล้วก็เป็นคนที่ช่างคิดช่างฝัน ช่างจินตนาการยิ่งกว่าใครๆ” กุนเริ่มเล่าให้อีกฝ่ายฟัง

ฟังมาถึงตรงนี้หมอเทียนยิ่งรู้สึกสนใจในตัวของติณณ์มากขึ้น

“เขาเป็นคนชอบพูดถึงเรื่องความฝันเหรอครับ”

“ใช่ครับ ชอบมาก...บางครั้งก็จะชอบวาดรูปอะไรที่ดูเป็นนามธรรม เอ่อ...คือ ติณณ์เขาเป็นเจ้าของแกลเลอรีน่ะครับ”

“โห...เก่งจัง ที่จริงผมก็ชอบวาดรูปนะครับ”

“ไม่น่าเชื่อว่าคุณหมอจะสนใจศิลปะด้วย นี่วินครับ...เพื่อนผม เป็นหุ้นส่วนทำแกลเลอรีอยู่กับติณณ์” กุนหันมาผายมือแนะนำ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ถ้าสนใจก็เชิญที่แกลเลอรีได้ นี่คือนามบัตรผม” วินเอ่ยขึ้นพลางยื่นมือขวาออกมาเชคแฮนด์ก่อนจะส่งนามบัตรใบเล็กๆ ให้

สักพักกุนที่ยืนกดมือถืออยู่ก็เลือกรูปภาพรูปหนึ่งขึ้นมาแล้วส่งให้เขาดู “นี่ครับคุณหมอ รูปวาดนามธรรมของติณณ์ ชื่อภาพว่า Lucid Dream ผมเนี่ยจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร”

ภาพสวยที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีน้ำมันฉูดฉาด มองดูเข้าใจยากแต่กลับมีแรงดึงดูดแปลกประหลาดที่ทำให้ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกับถูกดึงดูดให้เข้าไปข้างใน ไม่ใช่ภาพฝันที่สวยงามที่สุด...หากแต่ดูเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์เชิงบวก ทุกอย่างดูมีรายละเอียดที่ซับซ้อนบนรูปมืออันเป็นภาพหลักที่สวยงามราวกับหัตถาของเทพเจ้า

“Lucid Dream” 

หมอเทียนก้มลงอ่านข้อความที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือหวัดๆ ตรงมุมล่างขวาของภาพก่อนจะเหลือบมองลายเซ็นของติณณ์แล้วจึงค่อยๆ คลี่ยิ้มบางเบาออกมา

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงแสงสว่างบางอย่างที่วาบแล่นเข้ามาในห้วงความคิด เศษเสี้ยวอนุสติของเขาราวกับรำลึกได้ถึงความทรงจำบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคำคำนี้ แต่เรื่องนี้...เขาเคยได้ยินได้ฟังมาจากที่ไหนกัน เทียนเองก็จำไม่ได้แล้ว แต่ภาพเขียนสีน้ำมันนั้นกลับทำให้เขายิ่งสงสัยใคร่รู้มากขึ้นจนแทบจะไม่สามารถข่มตาหลับได้ลง


- ⏰ -


“การควบคุมความฝัน Lucid Dream...”

นี่คือสิ่งที่นายแพทย์หนุ่มค้นพบจากโลกอินเทอร์เน็ตในขณะที่เขายังคงนอนไม่หลับแล้วก็ตาสว่างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยิ่งทำการค้นคว้าให้ลึกซึ้งมากขึ้น

“แชร์ประสบการณ์ควบคุมความฝัน...มีคนทำได้จริงๆ แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยเหรอ” หมอเทียนขมวดคิ้วแล้วจากนั้นก็ลองคลิกเข้าไปค้นหาในเว็บไซต์ที่เป็นภาษาต่างประเทศดู

แล้วหลังจากนั้นนายแพทย์หนุ่มก็ได้พบกับมหัศจรรย์แห่งความรู้...กุญแจดอกสำคัญที่นำทางให้เขาได้เข้าไปพบกับความลับภายใต้เปลือกตา ภายในห้วงหลับลึกของติณณ์ คำตอบของคำถามทั้งหมดว่าในสิบร้อยพันความฝันของใครคนนั้น...จะมีเทียนอยู่บ้างหรือเปล่า


- ⏰ -


หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำของคอนโดอันเป็นพื้นที่ที่นักวิจัยหนุ่มเคยคุ้น...ขณะที่แปรงฟันอยู่ดีๆ ติณณ์ก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงของกุนพูดว่า

‘ไปเที่ยวเพลินอยู่ที่ไหน กลับมาได้แล้วติณณ์ ตอนนี้ฉันกับพี่เตไม่สนุกด้วยเลยนะ’

ติณณ์ชะงักแล้วก็นิ่งมองลึกเข้าไปในกระจกอันเลือนราง ภาพที่พร่ามัวนั้นทำให้เขาเกิดความรู้สึกสงสัยบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วไกด์หนุ่มก็ยังคงดำเนินชีวิตของเขาต่อไป

เพราะว่าเผลอทำเส้นแบ่งที่จะช่วยให้แยกออกระหว่างโลกของความจริงกับความฝันอันแสนหวานหล่นหาย ติณณ์จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากห้องปฏิบัติการทางความฝันอย่างเร่งด่วนเมื่อฝ่ายซัปพอร์ต ฝ่ายผู้ควบคุมการนอนหลับและหัวหน้าทีมมากันพร้อมพรั่งแล้วใน Dream Lab

“ติดตั้งอุปกรณ์พร้อมหมดแล้วครับพี่เต” วินเอ่ยขึ้นหลังจากเดินเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยทุกอย่าง

“งั้นก็คงจะได้เริ่มกันสักที” หัวหน้าทีมนักวิจัยหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะเริ่มต้นปฏิบัติการ จากนั้นเขาก็ค่อยนับ...

“หนึ่ง...สอง...สาม...เคลียร์!”



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น